เช้าวันต่อมา..
แสงแดดที่ส่องหน้าทำให้ร่างบางยกมือป้องสายตา ขณะที่ค่อยๆบิดี้เียืดตัวออกเพื่อเรียกความสดชื่นให้ตัวเอง.. ตากลมลืมโพลงขึ้นไปปะทะกับเพดานสีขาวของห้อง มินตรากวาดตามองรอบๆก็พบกับเสาเตียงใหญ่สี่เสา มือเรียวปาดไปมาปะทะกับความนุ่มนิ่มของเตียงที่นอน ทำให้คิ้วเรียวเริ่มขมวดน้อยๆ..
ภาพความทรงจำล่าสุดค่อยๆไหลเข้ามาในสมอง.. และเธอก็พบว่าภาพสุดท้ายที่จำได้คือตัวเธอนอนลงบนโซฟาแคบๆนี่นา..
ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งพรวด ก่อนจะพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนเตียงนอนใหญ่ที่มันสมควรจะเป็ของนายศาสตรา มินตรากวาดสายตามองไปรอบๆอีกครั้ง แต่ก็พบเจอเพียงความว่างเปล่า ห้องนอนกว้างนิ่งสงบมีเพียงเสียงลมเบาๆพัดเข้ามากระทบผ้าม่านสีฟ้าอ่อน.. แสงแดดที่สาดเข้ามาทำให้เธอรู้ว่าน่าจะเป็เวลาสายแล้ว..
หญิงสาวค่อยๆลุกจากเตียง เปิดประตูห้องออกไปข้างนอก.. สายตาหันไปสบกับชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่.. มินตรากำลังจะอ้าปากทักทายเขา แต่เชนน์พับหนังสือพิมพ์ทันทีที่รู้ว่าเธอปรากฏตัวขึ้น
“อ้าว.. คุณมินตรา ตื่นแล้วหรือครับ” เขายิ้มให้เธอ “ไม่ทราบว่าจะรับอาหารเช้า..” แต่แล้วเขาก็หยุดพูด.. ก่อนจะยิ้มน้อยๆ “ผมหมายถึงอาหารเที่ยงนะครับ.. รับอะไรดี?”
มินตราได้ยินดังนั้นก็อ้าปากเหวอ..
“นี่เที่ยงแล้วเหรอคะ?” เธอถามกะพริบตาปริบๆ.. นึกว่าแค่สายๆเท่านั้น..
“ครับ” เชนน์พยักหน้าหงึกๆ “ถ้าคุณจะรับประทานอะไร ก็โทรสั่งทางร้านของเกสเฮ้าได้เลยนะครับ” ชายหนุ่มพูดต่อ หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะชะเง้อมองไปรอบๆ
“แล้วนาย.. เอ่อ.. ฉันหมายถึงคุณศาสตราล่ะ?” เธอถาม “ฉันสายขนาดนี้ หมอนั่นจะหักเงินเดือนฉันไหมเนี่ย” เธอพึมพำเบาๆ เชนน์ได้ยินเช่นนั้นจึงหัวเราะขบขัน ส่ายหัวน้อยๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ วันนี้คุณแทนบอกว่าให้คุณหยุดงานได้หนึ่งวัน” เขายิ้ม
“เอ๋?” หญิงสาวตาโต.. อย่างไม่อยากจะเชื่อ “จริงเหรอคะ”
“ครับ.. อีกเดี๋ยวเราก็จะกลับเข้าภูเก็ตกันแล้วล่ะครับ” เชนน์บอก “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว.. เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาพูดต่อ เพราะเขามีหน้าที่อยู่รอจนหญิงสาวตื่นเท่านั้น
“อ่อ..ค่ะๆ” มินตราพยักหน้ารับ เธอยังคงมึนๆอยู่เพราะเพิ่งตื่นนอน อย่างไรซะ เธอก็ยิ้มให้เขาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง..
3 ชั่วโมงต่อมา..
เรือสปีดโบ๊ทส่วนตัวของศาสตราขับเคลื่อนอยู่กลางทะเลเพื่อที่จะแล่นกลับไปยังชายฝั่งท่าเรือของจังหวัดภูเก็ต.. หลังจากคุยและประกาศกฎอย่างเคร่งครัดรัดกุมกับลูกน้อง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครกล้าหือทำอะไรโง่ๆ อย่างเช่นค้ายาเสพติดในบ่อนคาสิโนของเขาอีก.. แต่อย่างนั้นเขาก็ไม่ได้วางใจอยู่ดีและตั้งใจจะกลับมาที่เกาะให้บ่อยกว่า่แต่ก่อน เพื่อให้ทุกอย่างค่อยๆกลับไปเป็อย่างเช่นเคย..
ลูกน้องของเขา.. ส่วนใหญ่มีแต่พวกที่เคยทำความผิดออกมาจากคุกและมาของานทำทั้งนั้น.. มันก็เหมือนกับฝูงโจรที่ไร้ผู้คุม.. เมื่อได้โอกาสมันก็มักจะฉกฉวยลอบทำสิ่งที่เคยทำ.. และจะหยุดเมื่อผู้คุมกลับมาเท่านั้น.. หน้าที่ของเขาคือควบคุมพวกนั้นให้อยู่ในกรอบ
มินตรานั่งเงียบๆั้แ่ขึ้นเรือมา.. เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ครุ่นคิดถึงเหตุกาณ์หลายอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้น.. แม้จะเป็แค่เมื่อวาน แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันช่างมากมายเสียจนเหมือนใช้เวลาเป็อาทิตย์.. โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพที่ะเืจิตใจ.. การตายของผู้ชายคนนั้น.. แม้ว่าเขาจะพยายามให้เธอเป็ตัวประกัน.. แต่มันก็ยังยากอยู่ดีที่จะเชื่อว่าเขาได้ไปแล้ว..
ั้แ่เกิดมามินตราไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าเธอนั้นจะต้องมาเจอะเจอกับเื่เช่นนี้.. แต่ก็นั่นแหละ.. ชีวิต.. ไม่ว่าจะอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ทุกครั้งที่ไม่ทันจะตั้งตัวเตรียมใจ.. เหตุการณ์ใหญ่ๆมักจะเกิดขึ้น.. เหมือนกับการที่แม่ของเธอจากไปั้แ่เธอยังเล็ก ไม่มีแม้แต่คำร่ำลาที่จะได้บอกกล่าวกัน..
“นี่คุณศาสตรา.. เรามีเื่ต้องคุยกัน” ในที่สุดเสียงหวานก็เอ่ยขึ้นดังๆหลังจากนั่งเงียบมา 3 ชั่วโมง
ศาสตราที่ยืนรับลมอยู่ตรงหัวเรือสปีดโบ๊ทหันหน้ากลับไปมองเธอนิ่งๆ.. ก่อนจะค่อยๆก้าวขายาวไปยืนตรงหน้าร่างบาง
“ค่อยคุยละกัน ฉันยังไม่มีอารมณ์” เสียงทุ้มบอกนิ่งๆอย่างเอาแต่ใจ มินตราได้ยินดังนั้นจึงส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างที่ชอบทำประจำ ตากลมค้อนขวับมองเขา
“ไม่ได้.. นี่มันเื่คอขาดบาดตายนะ” เธอทักท้วง ก่อนจะลุกขึ้นยืนบ้าง
ร่างสูงสบตากับอีกฝ่าย ก่อนจะเอียงหน้าเสมองไปทางอื่น “ฉันรู้ว่าเธอจะคุยเื่อะไร ฉันยังไม่อยากคุย” เขาบอก ก่อนจะเดินหนีกลับไปยังหัวเรือ มินตรายังไม่ยอมแพ้ เธอจึงเดินตามเขาไปบ้าง “ไม่ได้.. นี่มันเื่หญะ.. อุ๊บ” มือใหญ่เอื้อมมาปิดปากบาง ศาสตราถลึงตามองคนตัวเล็ก
“ฉันบอกว่าไม่มีอารมณ์ไง!!” เขาพูดเข้มๆ.. ชายหนุ่มรู้ดีว่าหญิงสาวจะต้องพูดถึงเื่ที่ผ่านมาสองวันนี้ และพอจะคาดเดาได้ว่าเธอคงจะพูดเื่ที่ไปไม่ไกลเกินกว่าจะขอลาออกแน่ๆ..
เขาควรจะดีใจไม่ใช่หรือไง.. แต่ทำไมตัวเองต้องพยายามหลีกเลี่ยงที่พูดเื่นี้ด้วยนะ..
ก็แค่เปลี่ยนเลขาใหม่.. เหมือนครั้งก่อนๆ.. ศาสตราคิด.. ชายหนุ่มพ่นลมออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด.. หงุดหงิดทั้งตัวเขาเองและอีกฝ่าย..
มือบางยกมือปัดท่อนแขนใหญ่ที่ปิดปากเธออยู่ด้วยแรงที่เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ไม่..ได้!” มือใหญ่หลุดออกนิดหนึ่ง “ฉัน..ต้องพูด.. เดี๋ยวนี้!!!” ในที่สุดเธอก็ดึงมือเขาออกได้สำเร็จ ร่างบางะโด้วยเสียงที่ดังเกินความจำเป็
ศาสตราเห็นดังนั้นจึงก้าวหนีหญิงสาวอีกครั้ง ขายาวก้าวฉับๆกลับไปนั่งข้างในสปีดโบ๊ท
“คุณแทน!!” เสียงเล็กะโตามหลังมา จนในที่สุดศาสตราก็ทนไม่ไหว จึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ
“หยุดเรียกชื่อเล่นฉัน!”
มินตราหยุดฝีเท้ากึก! ก่อนจะเซน้อยๆเพราะหยุดเดินอย่างไม่ทันตั้งตัว มือเล็กยกขึ้นเท้าสะเอว ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นมองคนตัวสูงกว่า แต่ก่อนที่เธอจะอ้าปาก เสียงทุ้มก็แย่งพูดขึ้นมา
“แล้วฉันไม่เซ็นให้เธอหรอก ยายงั่ง!! เธอต้องเป็คนรับใช้ฉันจนกว่าจะครบสัญญา!!” ศาสตราพูดต่อก่อนจะกลับหลังหันอีกครั้ง
มินตราได้ยินเช่นนั้น คิ้วเรียวก็ขมวดแน่น..
เพ้ออะไรของเขาอีกล่ะเนี่ย..
“อะไรของคุณ.. ฉันยังไม่ได้บอกให้คุณเซ็นอะไรสักหน่อย” เธอพูดเสียงสูง “ฉันอยู่รับใช้คุณครบสัญญาแน่!! คุณจะพาฉันะโตึกอีก 3 รอบ เป็เป้าล่อฉลาม หรืออะไรก็แล้วแต่ ฉัน-ไม่-ออก!!” มินตราะโ
คนยืนหันหลังได้แต่ทำหน้าเหวอเล็กน้อย ศาสตรารีบปั้นสีหน้าให้เป็ปกติก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวอีกครั้ง..
“งั้นก็ดี๊..” เขาสอบเสียงสูงเหมือนไม่มีอะไร..
ยายงั่งไม่ได้จะลาออกหรือเนี่ย..
“ดีตรงไหน! ถึงฉันจะเป็ลูกจ้าง แต่ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะรู้เื่ที่คุณทำนะ” หญิงสาวพูดต่อ
“ฉันไม่มีวันยอมเสี่ยงชีวิตเปล่าๆแน่.. เกิดวันดีคืนดีใครเอาปืนมาจ่อหัวฉัน ฉันจะได้บอกให้คุณป๋าไปจัดการมันถูก..อุ๊บบ”
มือเรียวรีบคว้าปากตัวเองทันที เมื่อรู้ว่าหลุดพูดอะไรหลายอย่างออกไป.. ศาสตราหรี่ตาลงมองเธออย่างสงสัย..
“หมายความว่าไง..” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวง.. “ป๋าอะไรของเธอ?”
“เอ่อ..เอ่อ.. หมายความว่า..” เสียงหวานอ้ำอึ้ง.. “หมายความว่าคุณต้องอธิบายงานทุกอย่างของคุณให้ฉันฟังน่ะสิ!!!” เธอะโเสียงค่อนข้างดังเพื่อกลบเกลื่อนท่าทางพิรุธ..
ขืนหมอนี่รู้ว่าเธอเป็ลูกสาวของชเยนต์ ธราธรภักดี.. มีหวังโดนซักต่ออีกยาวแหงๆว่าทำไมลูกสาวของนายห้างทองใหญ่ในประเทศไทย ที่มีกิจการกว่าร้อยสาขาถึงมาตามตื๊อขอเป็เลขานักธุรกิจอย่างเขา.. และมันก็ไม่ใช่เื่จำเป็ที่เขาจะต้องมารู้เื่ราวของเธอด้วย
“เธอไม่จำเป็ต้องรู้” ชายหนุ่มตอบเรียบๆ.. เหมือนเสียงสะท้อนอยู่ในหัวเธอ
“นั่นมันเื่ของฉัน” ได้ฟังเพียงเท่านั้น..มินตราก็มองผู้ชายตรงหน้าด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ.. เขามีหน้ามาบอกว่าเป็เื่ของเขา ทั้งๆที่เธอเกือบโดนยิงตายเมื่อวานนี่เนี่ยนะ!!!
“มันเป็เื่ของฉันด้วย!!” หญิงสาวเถียง “เพราะภายใน 3 เดือนนี้ฉันมีหน้าที่เป็ผู้ช่วยคุณ.. แต่ฉันก็ยังหวงชีวิตฉันเหมือนกัน!!!” ร่างบางเดินไปขวางหน้าร่างสูงเมื่อเห็นว่าเขาเดินหันหลังกลับให้เธออีกแล้ว
“เพราะฉะนั้น!! คุณต้องบอกฉัน ฉันจะได้มีทางหนีทีไล่” เธอเชิดหน้าขึ้น ศาสตรานิ่งเงียบมองหญิงสาวตรงหน้า.. ใบหน้าคมนิ่งเสียจนคนมองบอกไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่..
ร่างสูงมองอีกฝ่ายอย่างเถียงไม่ออก.. ใช่.. หากเธอทำงานกับเขาเธอสมควรที่จะได้รับรู้บางเื่.. แม้ว่าเขาจะไม่อยากบอกสักเท่าไหร่นัก.. แต่ศาสตราก็อดทึ้งในความคิดที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดของผู้หญิงตรงหน้าเช่นกัน.. ถ้าเป็คนอื่นป่านนี้คงขอเขาลาออกั้แ่รอดกลับออกมาจากลูกปืนนั่นแล้ว..
แต่เธอกลับพยายามหาทางที่จะป้องกันตัวเอง..
เขาเริ่มอยากจะรู้เสียแล้ว.. ว่าทำไมเธอถึงยอมทำขนาดนี้เพียงเพื่อเป็เลขาของเขาต่อไป.. อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้อดทนได้ขนาดนี้..
“ก็ได้!” ในที่สุดเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้น “ฉันจะบอกเฉพาะเื่ที่เธอสมควรจะรู้..” มินตราได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มน้อยๆอย่างพึงพอใจ
“แต่ไม่ใช่ตอนนี้” ศาสตราพูดต่อ.. ว่าแล้วหญิงสาวหุบยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร..
อย่างน้อยเขาก็รับปากว่าจะเล่า..
ศาสตราเห็นเช่นนั้นจึงเดินกลับออกไปยังหัวเรือ แต่ทว่า.. กลับถูกมือเล็กคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนใหญ่..
“อีกอย่างหนึ่ง..” เสียงหวานบอก ชายหนุ่มหันกลับมามองเธออย่างไม่สบอารมณ์
“อะไรอีกล่ะ?”
มินตรานิ่งไปชั่วอึดใจ ตากลมส่ายไปมา ก่อนจะสบปะทะกับั์ตาคมของอีกฝ่าย..
“คุณต้องซื้อประกันชีวิตเพิ่มให้ฉันด้วย! เอาแบบแพงที่สุด คุ้มที่สุด!!” ว่าแล้วเธอก็ปล่อยมือเขา ก่อนจะกลับไปนั่งไขว่ห้างบนเบาะข้างเรือ.. ปล่อยให้อีกฝ่ายมองเธออย่างเหลือเชื่อ แต่ต้องเก็บมันเอาไว้ในใจ
ศาสตราเดินกลับไปยังหัวเรือ.. ั์ตาคมกะพริบปริบๆ.. แต่แล้วรอยยิ้มบางก็กลับเปื้อนอยู่บนใบหน้า จนแทบจะกลายเป็การกลั้นหัวเราะน้อยๆ..
ยายงั่งนี่.. แปลกจริงๆ
CR.SQW