ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 158 เจอกับเฉียงจื่อ

            ลั่วจิ่งซีมิใช่คนขี้ขลาดตาขาวแต่อย่างใดเขาเตรียมตัวตั้งรับทันที ส่วนสือซานเองก็ชักดาบเตรียมพร้อมเช่นกัน

            เป็นเพราะสือซานไม่ทันระวังตัวจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีคนซ่อนอยู่ใกล้เช่นนี้ หากเกิดอะไรขึ้นกับนายน้อย ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ของเขา

            “นายน้อย อีกเดี๋ยวท่านหนีไปก่อนขอรับ!”

            คนกลุ่มนี้มีรังสีสังหารแผ่ออกจากตัวดูก็รู้ว่าเป็นมืออาชีพที่มีฝีมือไม่ธรรมดา หากสู้กันแปดต่อสองแม้ไม่ชนะแต่คงพอหาทางหนีได้อีกอย่างแม้ตายก็ต้องปกป้องนายน้อยไว้ให้ได้

            ลั่วจิ่งซีส่ายหน้า “ข้ามิใช่คนขี้ขลาดตาขาว! คนพวกนี้ไม่มีทางปล่อยให้เราหนีไปได้ง่ายๆแน่นอน! มิสู้ข้ากับพี่ชายสือซานร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันดีกว่าข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าคนชุดดำพวกนี้จะเก่งกาจขนาดไหนกันเชียว!”

            สำหรับเด็กหนุ่มอย่างจิ่งซีแล้วแวบแรกที่คนพวกนี้มาดักไว้ กลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกันหากแต่กลายเป็นความตื่นเต้นทั้งเลือดในกายยังพลุ่งพล่าน เหมือนความปรารถนาที่จะได้ต่อสู้ถูกปลดปล่อยออกมา

            ฝ่ายชายชุดดำรู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่นจึงส่งสัญญาณให้ลูกน้องลงมือ

            ภายในวัดร้างนอกเมืองได้มีเสียงปะทะกันของอาวุธและเสียงแผดเสียงคำรามที่ดังกึกก้องอย่างบ้าคลั่ง!

            เมื่อจ้าวจือชิงนำคนมาถึงก็พบเพียงรอยเลือดบนพื้นเป็นวงกว้าง ทั่วทุกหนแห่งภายในวัดร้างล้วนมีร่องรอยการต่อสู้

            “นายน้อย พบรอยเลือดทางทิศใต้ขอรับ”

            “ทิ้งคนไว้ส่วนหนึ่งให้ค้นหาที่นี่อย่างละเอียด คนที่เหลือตามข้ามา”

            จ้าวจือชิงนำคนไล่ตามรอยเลือดไปแต่เมื่อตามมาถึงป่าไม้ไผ่ก็ไร้ร่องรอยให้ตามต่อ เมื่อสังเกตดูรอบๆก็พบว่ามีทางแยกอยู่หลายทาง ส่วนรอยเท้าพร้อมกับรอยเลือดก็หายไปที่จุดเดียวกัน เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นทิศทางที่ลั่วจิ่งซีกับสือซานหนีไป

            “ตรวจค้นละแวกนี้อย่างละเอียด หากเจอคนต้องสงสัย จับตัวมาให้หมด”

            วิธีการปกปิดร่องรอยเช่นนี้เป็นของหน่วยชื่อเซียวไม่ผิด ซึ่งหมายความว่าจิ่งซีกับสือซานอาจจะกำลังถูกไล่ล่า

            สิ่งที่จ้าวจือชิงวิเคราะห์ออกมานั้นไม่ผิดแม้แต่น้อยถึงคนทั้งสองจะมีฝีมือ แต่ศัตรูก็เป็นมือสังหารที่หมายเอาชีวิต แม้ลั่วจิ่งซีเคยมีประสบการณ์ต่อสู้ก็มิได้หมายความว่าจะพบเคยเจอกับศัตรูที่เหี้ยมโหดเช่นนี้มาก่อน ครั้งเดียวในชีวิตที่เด็กหนุ่มเคยเผชิญกับความเป็นความตายคือตอนที่เจอโจรสลัดเท่านั้นแต่มือสังหารกลุ่มนี้ เห็นได้ชัดว่ามีประสบการณ์มากกว่าพวกโจรสลัดเสียอีก ทำให้เขารับมือได้ไม่นานก็บาดเจ็บ

            สือซานถือโอกาสโรยผงหินขาวแล้วพาลั่วจิ่งซีหนีตายทว่ามือสังหารยังตามอย่างไม่ลดละ

            “พี่ชายสือซาน ไม่ต้องสนใจข้า รีบไปตามคนมาช่วยเร็ว!” ลั่วจิ่งซีรู้ดีว่าเขาเสียเลือดมากไป ทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนแรงขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป มีแต่จะเป็นตัวถ่วงของสือซาน มิสู้ให้อีกคนไปตามคนมาช่วยยังดีเสียกว่า

            แม้สือซานจะเข้าใจความหมายอีกทั้งยังคิดว่าคำสั่งของลั่วจิ่งซีถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพียงแต่เขาที่เป็นผู้อารักขาลับจะปล่อยให้เจ้านายตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไรดังนั้นจึงเกิดความลังเล ไม่รู้ว่าควรจากไปดีหรือไม่

            “รีบไป ข้ายื้อไว้ได้ไม่นาน หากว่า…หากข้าถูกจับจริงๆพี่ชายก็ต้องช่วยข้าออกมาได้อยู่แล้วมิใช่หรือ?”

            “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วยังจะลังเลอะไรอีก?”

            ลั่วจิ่งซีออกแรงเฮือกสุดท้ายผลักสือซานความเด็ดเดี่ยวที่แสดงออกมาทำให้สือซานสัมผัสได้ว่าคนคนนี้แม้เวลาปกติจะดูทะเล้นไปหน่อยก็ตามแท้จริงแล้วกลับเป็นคนมุ่งมั่นหากเขายังไม่ไปอีก ลั่วจิ่งซีจะต้องไม่สบายใจเป็นแน่ เหมือนอย่างที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่ถึงจะโดนจับไป อย่างไรเขาก็ต้องหาจนพบและช่วยออกมาได้อย่างแน่นอน

            เมื่อคิดได้ดังนั้นสือซานก็ซ่อนลั่วจิ่งซีไว้อย่างดี ก่อนจะออกวิ่งไปตามทางเส้นเล็กเพื่อตามกำลังเสริม

            “สือซาน!”

            คนของหน่วยชื่อเซียวที่กำลังเฝ้าระวังอยู่สังเกตเห็นสือซานจึงรีบขวางเอาไว้เมื่อเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคย สือซานก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา

            “พวกเจ้ามาได้อย่างไร? เร็ว รีบตามข้าไปช่วยคน!”

            สือซานรีบพาพวกเขาไปตรงที่ซ่อนลั่วจิ่งซีเอาไว้หากแต่เมื่อไปถึงกลับพบเพียงแค่คราบเลือดเท่านั้น

            จ้าวจือชิงที่ได้รับรายงานลูกน้องก็ตามมาถึงสถานที่หลบซ่อนของลั่วจิ่งซี เมื่อหันไปทางสือซาน ก็เห็นเขาคุกเข่ารอรับการลงโทษ

            “ขอนายน้อยโปรดลงโทษ ผู้น้อยอารักขาผู้เป็นนายได้ไม่ดีพอ!”

            เมื่อได้ยินคำว่าเจ้านาย ออกมาจากปากของสือซาน ทำให้รู้ได้ว่าลั่วจิ่งซีเป็นที่ยอมรับแล้ว

            “ลุกขึ้น ตอนนี้เจ้านายของเจ้าไม่ใช่ข้าแล้ว ในเมื่อเจ้าทำให้เขาโดนจับตัวไปก็จงตามหาให้พบ ส่วนจะมีโทษหรือได้รางวัลอย่างไร หาใช่สิ่งที่ข้าจะตัดสินใจอีกต่อไป”

            คำพูดนี้เปรียบเสมือนการตัดขาดสือซานออกจากหน่วยชื่อเซียวอย่างสมบูรณ์สือซานทราบอยู่แล้วว่าตั้งแต่ที่ตนถูกลั่วจิ่งซีจับได้ อย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้น

            “รับทราบ!” สือซานตอบรับแล้วลุกขึ้น จากนั้นจึงหยิบขวดใบหนึ่งออกมาเมื่อเปิดฝาออกก็มีผีเสื้อสีรุ้งบินออกมาจากขวด

            เมื่อจ้าวจือชิงเห็นผีเสื้อตัวนี้ก็มองไปทางสือซานด้วยสายตาไม่พอใจเล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงความเยือกเย็นของสายตาที่ส่งมาเขาจึงรีบอธิบาย

            “นิสัยของนายน้อยคาดเดาไม่ได้ ผู้น้อยกลัวว่าจะหาเขาไม่พบ จึงได้แอบทิ้งร่องรอยไว้บนตัวนายน้อยขอรับ” คิดไม่ถึงว่าในตอนนี้จะกลายเป็นวิธีค้นหาตัวลั่วจิ่งซีแทน

            หน่วยชื่อเซียวมีกฎห้ามสอดแนมความเคลื่อนไหวของเจ้านายโดยพลการหากกระทำการดังกล่าวจะต้องได้รับการลงโทษ

            “หากพบตัวนายน้อยเมื่อไหร่ ผู้น้อยยินดีรับการลงโทษขอรับ”

            สือซานรู้ว่าตนทำผิดกฎจึงต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            ......

            ดวงของลั่วจิ่งซีอาจจะไม่ดีจริงๆก็ได้ สือซานอุตส่าห์ซ่อนเขาไว้แล้ว แต่ตัวเขาเองกลับรู้สึกว่าตรงนี้ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าใดนักอีกทั้งอยากซื้อเวลาให้สือซานมากกว่านี้ จึงหนีออกมาจากที่ซ่อน จนถูกกลุ่มชายชุดดำเจอเข้าพอดี

            ในตอนนั้นเขาไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนจึงถูกจับตัวไปอย่างง่ายดาย ลั่วจิ่งซีถูกจับมาขังไว้ที่คุกใต้ดิน ส่วนเฉียงจื่อก็หรี่ตามองห้องขังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตัวเขาโดนจับมาก็ราวสิบวันแล้ว ในระหว่างนี้ นอกจากสตรีนามว่าชิงเหยาที่เคยมาเยือนคุกแห่งนี้คนผู้นี้ก็ถือว่าเป็นคนที่สอง

            ลั่วจิ่งซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพราะเจ็บแผล หลังจากถูกคนพวกนี้กระทำรุนแรงโดยการโยนเขาเข้ามาในคุก ทำให้บาดแผลบนตัวถูกเสียดสีและกดทับจึงมีเลือดไหลซึมออกมา

            “เหตุใดครั้งนี้หน่วยนอกจึงจับคนใกล้ตายมา หากตายไปก่อนโดยที่เรายังไม่ได้สอบสวนเค้นความลับพวกเราจะไม่โดนกล่าวโทษอันใดหรือ?” เหล่าเอ้อยามเฝ้าประตูเอ่ยถามอย่างกังวลจึงได้รับสายตารำคาญใจจากเหล่าต้า

            “เจ้าโง่ ก็หาหมอมาดูอาการเขาเสียสิ!”

            น้อยครั้งที่คนของหน่วยนอกจะทำงานผิดพลาดเช่นนี้โดยปกติพวกเขาจะต้องสังหารเป้าหมายทันที ไม่มีทางพากลับมาเช่นนี้ หรือหากต้องพาตัวมาก็จะไม่บาดเจ็บหนักเช่นนี้เหมือนตอนที่พวกเขาทำให้เฉียงจื่อหมดสติก่อนพาตัวมา คิดว่าที่คนผู้นี้ถูกลงมือหนักหนาคงเพราะเป็นตัวยุ่งยากพอสมควร

            ฝ่ายไต่สวนอย่างพวกเขาเกลียดชังพวกตัวปัญหาเป็นที่สุด ถามสิ่งใดกว่าจะเค้นออกมาได้ไม่ง่ายเลย อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเรื่องเท็จหากพวกตนทนไม่ไหวแล้วลงมือหนักไป ไม่แน่ว่าคนผู้นี้อาจไม่รอด ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกตนก็มีแต่ต้องแบกรับความผิดไว้

            ไม่นานนักก็มีหมอมาทำแผลให้ลั่วจิ่งซีหลังจากผู้เฝ้าประตูทั้งสองออกไปจากคุกเฉียงจื่อก็เอาแต่จ้องมองห้องขังฝั่งตรงข้ามมาโดยตลอดเหตุใดคนผู้นี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยนักหรือจะเป็นพี่น้องจากเรือนพักผ่อนอันหยาง! เมื่อนึกถึงสัญลักษณ์ที่เขาทิ้งไว้ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นพี่สือที่ตามหาเขาจนโดนพวกมันจับตัวมาก็เป็นไปได้

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน