“ขออนุญาตครับนาย” สิงห์ส่งสัญญาณให้เ้านายหนุ่มก่อนที่เขาจะผลักประตูเปิดเข้ามา
“อาหารที่นายสั่งให้เอาขึ้นมาครับ” เขาพูดพร้อมกับยกถาดที่มีจานและชามบรรจุอาหารเดินเข้ามาข้างใน
“เอาวางไว้ที่โต๊ะ” ัพูดตอบลูกน้องเสียงเรียบ
“ครับนาย” สิงห์ขานรับ ก่อนที่เขาจะวางถาดอาหารนั้นไว้ตรงโต๊ะทำงานของเ้านายหนุ่ม แล้วเดินกลับออกไป ปล่อยให้คนทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเช่นเดิม
ัเดินไปหยิบถาดอาหารนั้นมาวางตรงหน้าของหญิงสาว
“กินซะ ฉันไม่อยากให้เธอหิวตาย” เขาพูดเสียงเรียบ
เฟยเฟยเบือนหน้าหนีทำเป็ไม่สนใจ แสดงออกให้เขารู้ว่าเธอไม่้าสิ่งของๆเขา ทั้งๆที่ตัวเองก็หิวจนไส้แทบพันกันแล้ว
“ฉันบอกว่าให้เธอกิน” เขาพูดเสียงดุ พร้อมกับใช้อุ้งมือจับใบหน้าของหญิงสาว บังคับให้เธอหันมาสบตากับตน
เฟยเฟยจ้องตาชายหนุ่มด้วยสายตาแข็งกร้าว พยายามแสดงให้เขาเห็นว่าเธอไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ในใจของเธอกลัวเขาจนตัวสั่น
สายตาที่เธอเคยคุ้น สายตาของคนที่เคยบอกว่าจะปกป้องเธอไปตลอดชีวิต สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่น เวลาอยู่ด้วยแล้วทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย สายตาแบบนั้น สายตาที่เธอคิดถึงตลอดชีวิต มันไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
ผู้ชายตรงหน้าเขาไม่ใช่พ่อเทพบุตรที่เป็เหมือนเ้าชายซึ่งคอยปกป้องเธอตลอดเวลา ตอนนี้เขาได้กลายร่างเป็ซาตานที่จิตใจมืดดำไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มใช้มือแข็งแรงของตนบีบคางของหญิงสาวเพื่อให้เธอเผยอปากอ้า ก่อนจะตักข้าวใส่ปาก บังคับให้เธอกลืนมันลงไป
“กินเข้าไป!” เขาตะคอกข่มขู่เธอ
“ถุ้ย!”
เธอถ่มข้าวในปากใส่หน้าเขาอย่างท้าทาย ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโกรธจนเืขึ้นหน้า
ัยกมือขึ้นทำท่าจะตบหน้าของหญิงสาวด้วยอารมณ์โทสะ ทำให้เด็กสาวร่างบางต้องรีบหันหน้าหลบฝ่ามือนั้นของเขา
แต่แล้วชายหนุ่มก็เก็บมือของตนลงอย่างตัดใจ เพราะเขาไม่อยากทำร้ายผู้หญิงโดยไม่จำเป็
“ตบไปก็ตายเปล่า” เขาพูดเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจ
ัลุกขึ้นยืนอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะพูดประโยคทิ้งท้ายและเดินออกจากห้องนี้ไปอย่างหงุดหงิด
“รีบกินข้าวซะ ฉันไม่มีเวลามาป้อนเธอหรอกนะ ฉันต้องไปทำธุระ เดี๋ยวจะให้คนขึ้นมาเก็บถ้วยจาน” เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเปิดประตูเดินออกไป
เฟยเฟยก้มมองถาดอาหารตรงหน้าพร้อมกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เธอมองตามจนชายหนุ่มหายลับตาไป และแน่ใจแล้วว่าประตูถูกปิดลงอย่างสนิทแล้ว หญิงสาวจึงลงมือทานอาหารในถาดนั้นด้วยความหิว
ณ เอ็มเพลส (เฮทออฟฟิศของธุรกิจทั้งหมดในเครือเอ็มเพลส ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลและจัดการของั
“เื่ที่ผมให้พวกคุณไปทำ ได้ความว่ายังไงบ้าง” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ เมื่อเข้าไปนั่งอยู่ที่เก้าอี้นวมหลังโต๊ะทำงาน ซึ่งเป็ที่ประจำของเขา
ฝั่งตรงข้ามเป็นักสืบเอกชนที่เขาว่าจ้างให้มาตามหาหลานสาวที่หายตัวไปของตน
“นี่คือรูปของเด็กสาวอายุ 20 ทุกคนที่มีชื่อว่าพาฝันที่พวกผมตามหาเจอครับ” ชายหนุ่มฉกรรจ์ 1 ใน 2 คน กล่าวตอบคำถามของเขา พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าของชายหนุ่มผู้ว่าจ้าง
ัเลื่อนมันมาตรงหน้าพร้อมกับเปิดดูอย่างสนใจ เขาไล่เปิดดูทีละหน้าจนถึงหน้าสุดท้าย แล้วปิดแฟ้มนั้นลงอย่างไม่สบอารมณ์
“ผมให้เวลาพวกคุณ 3 เดือน พวกคุณทำได้แค่นี้เองเหรอ” เขาถามเสียงเรียบน้ำเสียงแสดงออกถึงความไม่พอใจในการทำงานของพวกเขา ทำให้ผู้ถูกจ้างถึงกับหน้าถอดสี
“ผมให้พวกคุณตามหาตัวหลานสาวของผม แล้วนี่พวกคุณทำอะไร พวกคุณเอารูปของเด็กสาวพวกนี้มาให้ผมดูทำไม?”
“ที่พวกผมเอามาให้คุณดู ก็เผื่อว่ามีเด็กสาวคนไหน ที่คุณคิดว่าน่าจะใช่หลานสาวของคุณครับ” 1 ใน 2 คนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ
ปัง!
ชายหนุ่มทุบโต๊ะด้วยความโมโหจนทำให้ชายทั้งสองถึงกับสะดุ้งตัวโยน
“หลานสาวผมหายตัวไป 10 ปี ตอนนั้นเธออายุ 10 ขวบ ตอนนี้เธออายุ 20 ปีแล้ว ถ้าผมแค่เห็นรูปแล้วสามารถชี้ได้เลยว่าใครคือหลานสาวของผม ผมจะจ้างพวกคุณไปทำไม” เขาตะคอกเสียงดังอย่างไม่พอใจ
ัเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะ เขาหยิบเช็คออกมา ก่อนจะเขียนตัวเลขจำนวนหนึ่งลงไปในนั้น แล้วฉีกมาวางต่อหน้านักสืบทั้งสอง
“ผมให้เวลาพวกคุณ 1 เดือน ตามหาตัวหลานสาวของผมให้พบ” เขาพูดสั่งเสียงแข็ง
“แต่ว่าพวกเราก็ทำเต็มที่แล้วนะครับ หลานสาวของคุณหายตัวไปตั้ง 10 ปี ข้อมูลเกี่ยวกับเธอ อะไรที่บ่งบอกว่าคือตัวเธอ คุณก็ไม่มีสักอย่าง เราขอเวลาหน่อยนะครับ ภายในปีนี้ ถ้าเราทำไม่สำเร็จ เราจะไม่รับค่าจ้างจากคุณเลยสักบาท” นักสืบทั้งสองต่อรอง
ัถอนหายใจ พยายามบอกให้ตัวเองใจเย็นลง อย่าให้อารมณ์มาทำให้ตนเสียงานใหญ่ เขาคงจะอยากเจอและคิดถึงหลานสาวของตัวเองมากเกินไป
“ผมขอโทษแล้วกัน เอาเป็ว่าผมจะให้เวลาพวกคุณ” เขาพยายามพูดอย่างใจเย็น
“งั้นเราขอตัวนะครับ” คนทั้งสองขออนุญาต ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารของตัวเอง แล้วเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่ม
ัลุกขึ้นจากเก้าอี้นวม แล้วเดินไปที่ผนังกระจกใส ซึ่งมองเห็นวิวทั่วกรุงเทพฯ พลางคิดถึงสิ่งที่นักสืบสองคนนั้นพูดไว้ สิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็ตัวเธออย่างนั้นเหรอ ชายหนุ่มคิดในใจ
พลันความคิดก็เล่นเข้ามาในหัว หลานสาวของเขาเคยเกิดอุบัติเหตุจนมีรอยแผลขนาดใหญ่ที่บริเวณหลังสะโพก ตอนนี้ก็คงจะเป็รอยแผลเป็ที่ไม่อาจมีวันลบได้ นี่คงจะเป็สิ่งยืนยันได้ว่าใครคือหลานสาวของเขาตัวจริง แต่หญิงสาวอายุ 20 ที่ไหนเล่า จะยอมมาถกเสื้อให้เขาดูได้ง่ายๆ
จู่ๆใบหน้าของเด็กสาวคนผู้เป็จำเลยซึ่งเขากักขังไว้ที่บ้านของตนก็ลอยเข้ามาในหัว สองมือของชายหนุ่มฉกรรจ์กำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธแค้น ที่เขาต้องสูญเสียบุคคลอันเป็ที่รักไปจนหมดสิ้น มันก็เพราะฝีมือของพ่อเธอ ฉะนั้นเธอจะต้องเป็คนรับผิดชอบ เขาจะทำให้พ่อของเธอได้ลิ้มรสชาติของการสูญเสียเช่นเดียวกับเขา เขาจะทำให้ผู้ชายคนนั้นต้องรู้สึกเ็ปและทรมานมากกว่าตนเป็ร้อยเท่า