และแล้วevent ที่มีไว้ให้พระเอกโชว์เทพก็มาถึง วันนี้จะได้เห็นพระเอกตกสาวๆ เข้าฮาเร็มอีกคนสองคนให้ศิษย์คนอื่นๆ อิจฉาเล่น และวันนี้อวีเฟิงไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมาย แค่ไปนั่งจิบชากินขนมและส่งพระเอกไปเป็กระสอบทรา..แค่กๆ
ยังไงซะพระเอกก็ต้องมากับฉากชวนฟินอยู่แล้ว ก็อย่างเช่นคู่ต่อสู้แข็งแกร่งเกินไปตอนพระเอกท้อแท้ไม่มีกำลังใจสู้ต่อจนสุดท้ายนางเอกก็มาเตือนสติด้วยคำพูดเชิงให้กำลังใจ
จนสุดท้ายพระเอกก็ก้าวข้ามความอ่อนแอของตนเองและเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างสวยงาม อะไรเทือกนั้นแหละ แหมก็พอร์ตมาตรฐานอะเนอะ อาจจะไม่มีอะไรแปลกใหม่แต่ยังไงก็ฟินไม่เปลี่ยน นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐาน ฐาน ฐาน ฐาน..
เอาเถอะโม้มานานแล้วเข้าเื่เลยดีกว่า
ตอนนี้อวีเฟิงและศิษย์ในสำนัก ยืนประจันหน้ากับพวกมารนอกรีต หัวหน้าของพวกมันถือหอกทลาย์ สีหน้าเต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นว่าจะต้องชนะศึกนี้อย่างแน่นอน
"คารวะท่านเ้ายอดเขาวันนี้ข้าซิ่งหรู มาขอคำชี้แนะจากท่านไม่ทราบว่าท่านเ้ายอดเขากล้าพอที่จะประลองฝีมือกับข้าหรือไม่"
เมื่อศิษย์ยอดเขาเย้ยเมฆาได้ยินดังนั้น ก็เกิดความไม่พอใจและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอีกมากมาย แต่เมื่ออวีเฟิงสั่งให้เงียบเพียงคำเดียว ทุกอย่างก็เงียบสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ผิงเย่ ก้าวออกมา"
"ข้าอยู่นี่ขอรับท่านอาจารย์"
อวีเฟิงเหลือบมองซิ่งหรูเล็กน้อยก่อนพูดขึ้น "เอาชนะเขาได้ค่อยว่ากัน"
อวีเฟิงพูดแค่นั้นแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้หยกขาว พร้อมจิบชาหอมหมื่นลี้นั่งรอดูการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไม่อนาทรร้อนใจ
เมื่อซิ่งหรูเห็นดังนั้นจึงโกรธมากเพราะคิดว่าอวีเฟิงดูถูกตน แต่ถึงอย่างนั้นอวีเฟิงก็ยังยืนยันคำพูดเดิม
"ชนะให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน"ด้วยน้ำเสียงที่ใช้ เหมือนจะบอกว่ายังไงเ้าก็ไม่มีทางชนะได้ยิ่งทำให้ซิ่งหรูโกรธมากกว่าเดิม
เมื่อการประลองเริ่มขึ้นแทนที่ผิงเย่จะเป็ฝ่ายเสียเปรียบเหมือนในนิยายที่เคยเขียนไว้ กลับกันคนที่เสียเปรียบกลับเป็ซิ่งหรู และสุดท้ายผิงเย่ก็สามารถเอาชนะซิ่งหรูได้โดยไร้าแ สร้างความคับแค้นใจให้กับพวกมารนอกรีตเป็อย่างมาก
แต่เอ๊ะ! ไม่มีาแก็ไม่ต้องทายา แล้วฉาก 3p ของผมล่ะ ค่าความฟินคูณสองของผมจะได้มาจากไหน นี่พระเอกนายจะมา OOC ในฉากแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย!!
หมดกันนางเอกในฮาเร็มไม่มีบทให้ออกและแทบจะถูกลดขั้นเป็ตัวประกอบฉากเสียด้วยซ้ำ หมดกัน...ผมได้แต่ร่ำไห้อยู่ในใจเพราะยังไงเสีย event นี้ก็ยังไม่จบ
"หึ ไม่คิดว่าศิษย์ยอดเขาเย้ยเมฆาจะมีฝีมือเก่งกาจนัก แต่หากวันนี้ข้าไม่ได้ป้ายของยอดเขาเย้ยเมฆากลับไปข้าก็ไม่คิดจะลงเขาเช่นกัน"
อวิเฟิงวางถ้วยชาลงช้าๆ ก่อนพูดขึ้น "ช่างรนหาที่ตายนัก.."
ก่อนกวาดสายตามองเหล่าลูกศิษย์ของตน แล้วถอนหายใจเบาๆ เขาไม่อยากให้ลูกศิษย์เห็นภาพนองเืมากนัก จึงสร้างเขตอาคมสกัดกั้นเสียงและการมองเห็นขึ้นมา แล้วสั่งให้ศิษย์ในสำนักเข้าไปอยู่ภายในนั้น แต่ก็ยังเหลือพระเอกอีกคนที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน
นายจะมายืนทำอะไรตรงนี้ เข้าไปจีบสาวในเขตอาคมนู่นสิถึงจะถูก
"ผิงเย่เหตุใดเ้ายังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ยินสิ่งที่อาจารย์สั่งหรือ"
"ขออภัยขอรับ แต่ศิษย์อยากอยู่ตรงนี้กับท่านอาจารย์ขอรับ"และเมื่อผิงเย่ชักกระบี่ออกมาจากฝัก มันคือการประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนที่สุดแล้วว่าจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น
ในเมื่อระบบไม่แจ้งเตือนอะไรเขาก็ได้แต่ลอบถอนหายใจก่อนดำเนินเนื้อเื่ไปตามอีเว้นหลัก
อวีเฟิงหยิบพัดจันทร์เหมันต์ออกมาจากถุงห่อผืนฟ้าอย่างไม่ใส่ใจนัก พัดนี้คือไอเทมใหม่ที่ได้จากการหลอมรวมกระบี่เกร็ดเหมันต์ กับพัดเหมันต์นิรันดร์ของมารน้ำแข็ง และมีสกิลใหม่คือสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ตาม้าแถมสามารถเอาไอเทมอย่างอื่นหลอมรวมกับพัดเพื่ออัพเลเวล เพื่อให้มีสกิลที่หลากหลายขึ้น
ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงคล้ายๆ กับอาวุธในเกมที่ต้องอัพเลเวลก่อนที่จะเอาไปใช้ตีกับบอสในดันเจี้ยนนั่นแหละ
ความรู้สึกคล้ายๆ กันเลย และแน่นอนว่าอาวุธวิเศษมากมายในถุงห่อผืนฟ้าก็ล้วนถูกหลอมรวมเข้ากับพัดอย่างไม่ต้องสงสัย พัดนี้จึงกลายเป็คลังแสงเต็มรูปแบบ ตอนนี้มันคืออภิมหา rare item ยังไงล่ะ
เมื่อสะบัดพัดเบาๆ พัดก็เปลี่ยนเป็โซ่สีเงินยวงเส้นเล็กๆ เมื่อสะบัดโซ่เบาๆ ก็ได้ยินเสียงกรีดแหวกอากาศดัง เปรี๊ยะๆ
และเมื่อซิ่งหรูเห็นโซ่เส้นนี้เข้าก็ทำให้เขาใไม่น้อย "โซ่นี่คือ ไม่หรอก.."
"โซ่พันฟ้า เ้าคงจะเคยได้ยินว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างกระมัง"
"ไม่น่าเชื่อว่ามันจะอยู่ที่ท่าน"
"มันอยู่กับข้ามานานแล้ว ผิงเย่เ้าจงดูให้ดีอาจารย์จะสอนวิธีใช้โซ่พันฟ้าให้แก่เ้า"
อวีเฟิงสะบัดโซ่อีกครั้งทำให้โซ่แตกแขนงเพิ่มจำนวนขึ้นหลายสิบเส้นเป็ดั่งต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปมากมาย
"กระบวนท่าที่หนึ่ง โซ่ร้อยิญญา"
อวีเฟิงใช้พลังปราณควบคุมโซ่พันฟ้าตวัดเกี่ยวร้อยดวงิญญาของมารนอกรีตทุกตนในชั่วพริบตา ไร้ซึ่งหนทางต่อกร ไม่มีโอกาสดิ้นรนขัดขืน
อวีเฟิงปรายตามองผิงเย่เล็กน้อยก่อนจะสอนท่าต่อไป
"กระบวนท่าที่สอง ควบคุมิญญา"เมื่อใช้ปลายนิ้วขยับโซ่ร่างกายของมารนอกรีตก็ขยับตามความ้าของอวีเฟิง
"เ้า..ชั่วช้าสามานย์นัก"ซิ่งหรูด่าทออวีเฟิงที่เล่นงานตนโดยยังไม่ทันได้ตั้งตัว
"กระบวนท่าที่สาม ตัดการรับรู้"อวีเฟิงส่งพลังปราณของตนเองไปตามโซ่เพื่อทำลายสมองทำให้ความรู้สึกที่ไม่จำเป็ถูกทำลาย
"กระบวนท่าที่สี่ กระชากิญญา"จับโซ่เอาไว้อย่างมั่นคงแล้วกระชากกลับมา ิญญาที่อยู่ปลายโซ่จะได้รับความเสียหายและสูญสลายในทันที
"กระบวนท่าสุดท้ายถอนโซ่คืนิญญา"เมื่อหยุดถ่ายพลังปราณลงไปในโซ่แล้วสะบัดข้อมือเบาๆ ปลายโซ่ก็ถูกถอนออกมาจากรากิญญาของมารนอกรีตอย่างง่ายดาย
"เ้าจำสิ่งที่อาจารย์สอนได้หรือไม่"
"เอ่อ..ข้าจำได้แล้วขอรับ"
"ดี..เช่นนั้นก็จงลองทำดู"อวีเฟิงยื่นโซ่พันฟ้าให้ผิงเย่แล้วยืนดูอยู่เงียบๆ
ถึงแม้จะยังติดขัดอยู่บ้างแต่ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้วในครั้งแรก
"เ้าทำได้ดีทีเดียวหมั่นฝึกฝนให้คล่องจะได้ใช้ได้อย่างชำนาญ"
"ขอรับ แต่ว่าโซ่นี้หลอมรวมกับกระบี่ของท่านอาจารย์แล้ว ข้าเกรงว่า…"
"อาจารย์ไม่จำเป็ต้องใช้อาวุธพวกนี้ เ้าเอาไปใช้เถิดอย่างน้อยก็จนกว่า…"
"....? "
"ช่างเถอะ..พัดจันทร์เหมันต์สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้หลากหลายจงฝึกใช้มันให้คล่องแล้วอาจารย์จะทดสอบเ้าทีหลัง"
"ขอรับ แล้วมารนอกรีตที่เหลือควรจัดการอย่างไรขอรับ"
"เมื่อมีผู้มารนหาที่ตายเอง การออมมือถือเป็เื่เสียมารยาท"เมื่อได้ยินดังนั้นหลางผิงเย่ก็ไม่ลังเลที่จะใช้กระบวนท่ากระชากิญญาเพื่อเก็บกวาดมารนอกรีตที่เหลือ
เมื่อ event จบลงการใช้ชีวิตประจำวันก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง อวีเฟิงก็ยังคงต้องกลั่นแกล้งหลางผิงเย่เหมือนอย่างเคย
[แจ้งเตือน:คุณได้รับ+200แต้ม รวม3000แต้มขอให้คุณพยายามรนหาที่ตายต่อไป]
นี่ระบบฉันว่าเรามีเื่ต้องคุยกันหน่อยแล้วนะ ฉันแกล้งพระเอกเป็ว่าเล่นทำไมแต้มที่ได้มันถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้แทบจะไม่กระดิกเลยไม่ใช่เหรอ
[แต้มที่ได้รับ ขึ้นอยู่กับการสวมบทบาทเป็อวีเฟิงได้แเีเท่าไหร่ คุณสวมบทบาทได้ไม่แเีพอแต้มจึงถูกลดหลั่นลงไปตามเห็นสมควร]
นี่มันจะเกินไปแล้วนะ อีกอย่างนายบังคับให้ฉันยกพัดจันทร์เหมันต์ให้พระเอกทำไม นั่นมันเป็ไอเทมของอวีเฟิงนะ ถ้าไม่มีไอเทมนั้นแล้วฉันจะเอาอะไรสู้ล่ะ
[นี่คืออาวุธใหม่ของคุณ]
กระบี่ผุๆ ธรรมดา ที่ดูเหมือนจะพังแหล่ไม่พังแหล่ นี่ระบบนายจะรังแกกันเกินไปแล้วนะ
[กรุณาใช้มันอย่างทะนุถนอม จนกว่า event ศึกชี้ชะตาจะจบลง หากทำพังระบบจะใช้แต้มของคุณในการซ่อมแซม]
ทำไมนายถึงใจร้ายแบบนี้
[เพื่อให้เนื้อเื่สมเหตุสมผลที่สุด เนื่องจากอวีเฟิงเป็เซียนที่มีพลังปราณสูงมาก และยังมีปราณมาราอีกครึ่งหนึ่งอยู่ในตัว หากยัง rare itemอย่างพัดจันทร์เหมันต์อีก หลางผิงเย่สถานะพระเอกของเื่จะไม่สามารถเอาชนะตัวร้ายอย่างอวีเฟิงได้ตามหลักความเป็จริง]
บ้าไปแล้วยังไงซะพระเอกก็มีกฎเหล็กหมื่นปีไม่สั่นคลอนอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วยังจะเอาrare itemไปเสริมสกิลให้อีกทำไม
[เพื่อให้ตัวร้ายได้ตายอย่างภาคภูมิ การจัดฉากพ่ายแพ้ที่สวยงามถือเป็เื่สำคัญของระบบ]
สวยงามของพระเอกน่ะสิ..บ้าเอ๊ย! ฉันเกลียดนาย ได้ยินไหมระบบ ฉันเกลียดนายที่สุดเลย!!
[ระบบอยู่ข้างคุณ]
ม่ายยยย!!
_
ท่านอาจารย์ช่างขยันทดสอบข้าเสียจริง แม้แต่ให้ข้าไปต่อสู้กับหัวหน้าของมารนอกรีตก็ยังคิดได้ โชคดีที่ข้าถูกทดสอบอยู่บ่อยครั้งและได้อาจารย์เยี่ยซิวช่วยชี้แนะบ้าง ไม่เช่นนั้นข้าคงกลายเป็กระสอบทรายให้มารนอกรีตซ้อมเล่นไปแล้ว
ข้ารู้สึกแปลกใจมากจริงๆ ที่ท่านอาจารย์ยกพัดจันทร์เหมันต์ให้กับข้า ทั้งๆ ที่มันคืออาวุธคู่กายของท่านแท้ๆ แปลก แปลกมาก..
_
[แจ้งเตือน:ขณะนี้มารฝันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อีก 20 เมตรจะถึงตัวคุณ]
เอ๊ะ!!
[ระบบเปิดใช้งานคาแรคเตอร์ตัวละครโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการ OOC]
อีกแล้วเหรอ!
"ข้าไม่คิดว่าเ้าจะยกพัดจันทร์เหมันต์ให้กับเ้าหนูนั่น"
"มันสำคัญถึงขนาดที่เ้าต้องวิ่งโร่มาหาข้าเลยหรือเยี่ยซิว"
"เ้ากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่"
"ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าต้องทำอะไร เ้าสอนเขาได้ไม่เลวเลยต่อไปก็ฝากเ้าช่วยชี้แนะผิงเย่ด้วย"
"เ้าเป็อาจารย์ของเด็กนั่นใยไม่สอนเองเล่า จะโยนมาให้เป็ภาระข้าทำไม"
"เ้าก็เป็อาจารย์ของเขาด้วยไม่ใช่หรือไงในเมื่อเ้าสอนเขาไปไม่น้อยแล้ว สอนต่อไปจะเป็อะไรไป ส่วนข้าก็ยังมีเื่ที่ต้องทำอีกเยอะ"
"อะไรล่ะสิ่งที่เ้าต้องทำน่ะ"
"..หุบเขาหมื่นอสูรผิงเย่ต้องไปที่นั่น"
"เพื่ออะไร? "
"เพื่อตามหาสิ่งที่ควรเป็ของเขายังไงล่ะ"
"...."
"อย่าได้พูดหรือทำอะไรที่เกินความจำเป็ เมื่อถึงที่สุดแล้วทุกอย่างย่อมกระจ่างชัดเอง..สัญญากับข้าเยี่ยซิว"
"มารเช่นข้าไม่มีคำสัญญาใดที่ต้องยึดถือ..แต่ว่าข้าจะทำเป็มองไม่เห็นสิ่งที่เ้ากำลังทำอยู่ไปสักพักก็แล้วกัน อวีเฟิงข้าอยากรู้นัก'เมื่อถึงที่สุดแล้ว'ที่เ้าว่ามันจะเป็อย่างไร"
"..ไม่รู้สินะ"
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
อย่าลืมเม้นเป็กำลังใจให้นามิด้วยนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จุ๊บๆ