ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    21 พักค้างคืนจวนเจ้าเมือง

                แม่นางหลิวเอ่ยชวนเสียมหลอหลง ในขณะที่ใต้เท้าหลิวว่านซานก็คะยั้นคะยอให้น้องชายไปค้างที่บ้านของตนสักคืน จนชายหนุ่มต้องตอบตกลงในที่สุด ทำให้สองพ่อลูกยินดีปรีดาเป็นยิ่งนัก           “ เอ่อ คุณชาย ท่านยังไม่บอกข้าเลยว่าคำว่าฮัสแบนด์ที่ท่านให้ข้าเรียกท่านแปลว่าอะไร?”          แม่นางฉินเอ่ยถามชายหนุ่มขณะที่นางเดินออกมาส่งเขาขึ้นรถม้ากลับที่พัก  หลังจากได้ยินนางเอ่ยถาม เขาจึงถามนางว่ายังไม่ได้ถามคนที่สอนภาษานี้ให้นางหรอกหรือ ก่อนที่นางจะตอบว่า แม่นางหลี่ซาคนที่สอนภาษาอิงหยี่ให้นางออกไปนอกเมืองเพื่อไปทำธุระจึงยังไม่ได้เจอกันเลย  ได้ยินดังนั้นเสียมหลอหลงจึงยื่นหน้าเข้าไปกระซิบบอกคำตอบกับนางใกล้ ๆ  จนทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นประหม่าที่ชายหนุ่มเข้ามาอยู่ในระยะที่ใกล้ชิดเช่นนี้        “ ฮันนี่ ข้าขอตัวก่อน เอาไว้โอกาสหน้าข้าจะมาหาเจ้าอีก รักษาตัวด้วย กู้ดไนท์”        อาหลงเอ่ยลา ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถม้าของเจ้าเมืองที่มีใต้เท้าหลิวและบุตรีนั่งรออยู่แล้ว ทิ้งให้ฉินอี้เซียนยืนรำพึงกับตนเองด้วยการเหม่อลอยและมีสีหน้าที่เปี่ยมสุขระคนอียงอาย        “ ฮัสแบนด์ แปลว่า เซี่ยงกง(สามี) คุณชายให้เราเรียกเช่นนั้น แสดงว่า....”        เอ่ยถึงตรงนี้นางก็รู้สึกวาบหวามใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในหอ โดยระหว่างเดินเข้าไปในหอ นางถูกเยี่ยนเอ๋อเอ่ยแซวว่ายิ้มมีความสุขเช่นนี้แสดงว่ากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก  ทางด้านฉินอี้เซียนเองกลับไม่รู้สึกโกรธอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย แถมยังยื่นเงิน 20 ตำลึงที่เสียมหลอหลงฝากมาให้เยี่ยนเอ๋ออีกด้วย ก่อนที่คนทั้งคู่จะพากันกลับขึ้นห้องเพื่อพักผ่อนด้วยสีหน้าเบิกบานใจยิ่งนัก           “ พี่หลง เมื่อครู่ท่านกระซิบบอกอะไรกับพี่ฉิน ทำไมนางถึงหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเช่นนั้น แล้วที่ท่านเรียกนางว่า ฮันนี่ แปลว่าเช่นไรหรือเจ้าคะ?”          หลิวหว่านชิงที่นั่งข้าง ๆ บิดาเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าที่อยากรู้เต็มเปี่ยม ก่อนที่อาหลงจะตอบว่านางยังเด็ก ยังไม่รู้เรื่องอะไร รอให้โตกว่านี้นางจะเข้าใจเอง         “ คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก ข้าอายุ 15 แล้วนะเจ้าคะ ฮึ”          พูดเสร็จนางก็ก้มลงมองหน้าอกของตนที่ยังไม่เจริญวัยเต็มที่ ก่อนจะนึกถึงส่วนนั้นของพี่ฉินที่แตกต่างกับนางราวฟ้ากับดิน จากนั้นจึงสะบัดหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างแง่งอน ทำเอาอาหลงและใต้เท้าหลิวอดหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้         “ ได้ ๆ ต่อไปพี่จะไม่ว่าเจ้าเด็กอีกแล้ว แม่สาวน้อยผู้เลอโฉม  ดีกันนะ โอ๋ ๆ”          ชายหนุ่มกระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่ายอย่างเอาใจ พร้อมกับยกนิ้วก้อยขึ้นมาเพื่อขอคืนดีกับนาง ก่อนที่นางจะทำเป็นเล่นตัวสักพักแล้วค่อยยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกันเป็นสัญญาณว่านางยอมคืนดีด้วยแล้ว         “ พี่หลง ข้าอยากให้ท่านเรียกข้าด้วยคำพิเศษ ๆ อย่างพี่ฉินบ้าง ได้มั้ยเจ้าคะ?”       นางเอ่ยร้องขออีกฝ่ายด้วยแววตาเว้าวอน จนอีกฝ่ายอดใจอ่อนไม่ได้เลยต้องพยักหน้าเป็นการตอบรับคำขอของนาง          “ ก็ได้ ๆ ต่อไปพี่จะเรียกเจ้าว่า เบบี๋ ก็แล้วกัน ดีมั้ย?”              “ อืม เบบี๋ แล้วมันแปลว่าอย่างไรเจ้าคะ?”           หลิวหว่านชิงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบว่าความหมายของมันก็คล้าย ๆ กับคำว่าฮันนี่ที่เค้าใช้เรียกฉินอี้เซียนนั่นแหละ ได้ยินเช่นนั้นสาวน้อยรู้สึกยินดีจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียม ก่อนจะหน้าแดงด้วยความอายจนต้องหน้างุด ๆ ไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย   ในขณะที่หลิวว่านซานก็ชวนอีกฝ่ายสนทนาเรื่องบ้านเมือง ซึ่งตอนนี้ทุกคนล้วนแต่ใจจดใจจ่ออยู่ที่การคัดเลือกราชบุตรเขยที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า           “ น้องข้า ในความเห็นของเจ้า เจ้าว่าองค์หญิงองค์ใดจะได้สืบทอดตำแหน่งของพระราชบิดา?”          เจ้าเมืองเทียนหยางเอ่ยถามน้องรัก ในขณะที่อีกฝ่ายกลับขอให้พี่ชายช่วยเล่าเรื่องราวขององค์หญิงแต่ละองค์ให้เขาฟังบ้าง เพราะเขาเพิ่งจะมาถึงเลยยังไม่ค่อยรู้ข้อมูลเกี่ยวพวกนางสักเท่าไหร่        “ องค์หญิงใหญ่ ต้วนถิงฟาง เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีที่ปรึกษาและคนสนิทที่เก่ง ๆ มากมาย รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากขุนนางใหญ่หลายคน”       ใต้เท้าหลิวเริ่มต้นเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหล่าองค์หญิงแต่ละนางให้อาหลงฟัง ในขณะที่หลิวหว่านชิงที่เลิกอายและเงยหน้าขึ้นมาเพื่อตั้งใจฟังในสิ่งที่บิดานางกำลังเล่า        “ ถ้าเช่นนั้น องค์หญิงใหญ่ก็เหมาะสมแล้วที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของพระราชบิดา”       เสียมหลอหลงเอ่ยขึ้นมาเพื่อแสดงความคิดเห็น แต่หลิวว่านซานกลับส่ายศีรษะก่อนจะบอกกับเขาว่า ถึงแม้องค์หญิงใหญ่จะเปี่ยมด้วยความรู้ความสามารถ แต่ว่านางมีจิตใจที่ทะเยอทะยานเกินไป และสามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่เลือกวิธี เพียงเพื่อให้ตนเองบรรลุเป้าหมาย รวมทั้งนางยังอยู่เบื้องหลัง บ่อนต่าง ๆ รวมทั้งหอหงส์ดรุณที่พวกเขาเพิ่งจะจากมาอีกด้วย       “ ถ้าเช่นนั้น นางก็เป็นคนที่น่ากลัวมากคนหนึ่ง แล้วองค์หญิงรองเล่าพี่หลิว นางเป็นคนเช่นไร?”        อาหลงเอ่ยถามขึ้นอีกหลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่าย ก่อนที่ใต้เท้าหลิวจะทำท่าครุ่นคิดสักครู่ก่อนที่จะเอ่ยวาจาออกมา     “ ทางด้านองค์หญิงรอง ต้วนเซียนเอ๋อ นางเป็นคนที่จิตใจดีงามยิ่งนัก ราษฎรล้วนแต่รักใคร่นาง  หากแต่นางอ่อนแอเกินไป ทำให้ยากที่จะฝ่าด่านพี่ใหญ่ของนางซึ่งมีความเด็ดขาดมากกว่าได้ อีกทั้งสุขภาพของนางก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก”       เอ่ยถึงตรงนี้ ท่านเจ้าเมืองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย  หลังจากนั้นจึงเอ่ยถึงองค์หญิงสาม ต้วนฉี , องค์หญิงสี่ ต้วนหมิงเอ๋อ , องค์หญิงเล็ก ต้วนอิ๋งอิ๋ง ว่าล้วนแต่ไม่มีความทะเยอทะยานใด ๆ พวกนางเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างเช่นราชนิกุลทั่ว ๆ ไปอย่างสงบสุขก็พอ ไม่ขอแก่งแย่งอำนาจอันใดทั้งนั้น       “ แล้วองค์หญิงห้าล่ะพี่หลิว ท่านลืมนางไปหรือเปล่า?”       เสียมหลอหลงเอ่ยทักขึ้นมาด้วยความแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่เอ่ยถึงนาง ก่อนที่หลิวว่านจะหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมทั้งอธิบายให้ชายหนุ่มฟังอย่างใจเย็น      “ ทางด้านองค์หญิงห้า ต้วนอี้เฟย นางเป็นองค์หญิงที่มีเชื้อสายแคว้นที่อยู่ทางใต้ของเรา แม่ของนางเป็นองค์หญิงที่ถูกถวายตัวมาเป็นพระสนมหลังจากที่แคว้นดังกล่าวพ่ายแพ้สงครามต่อแคว้นต้าหยางของเรา”       “ อืม ท่านพอจะรู้มั้ยพี่หลิว ว่าแคว้นดังกล่าวมีชื่อว่าอะไร?”       ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ เพราะบางทีนางอาจจะสืบเชื้อสายจากละแวกแคว้นเสียมหลอ(ไทยยุคโบราณ)ก็เป็นได้      “ อ้อ...ข้านึกออกแล้ว รู้สึกว่าแคว้นที่มารดาของนางจากมาจะมีชื่อเดียวกับแซ่ของเจ้านี่แหละน้องชาย ใช่แล้ว ....แคว้นเสียมหลอ”        ใต้เท้าเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น หลังจากที่นึกขึ้นได้ว่าแซ่ของอาหลงตรงกับชื่อแคว้นที่มารดาขององค์หญิงห้าจากมา  ซึ่งเรื่องราวก็ผ่านมาเนิ่นนานราว 16 ปีได้แล้ว       “ จริง ๆ แล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะชอบและเอาใจช่วยองค์หญิงรอง แต่ข้ากลับคิดว่าคนที่เหมาะสมที่สืบทอดตำแหน่งต่อจากองค์ไท่จงก็คือองค์หญิงห้านั่นเอง”        หลิวว่านซานเอ่ยบอกกับเสียมหลอหลงตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเล่าให้เขาฟังว่านางมีอุปนิสัยคล้าย ๆ พี่รองของนาง ซึ่งเป็นคนอ่อนโยนและจิตใจดี แต่ต่างกันก็ตรงนางเป็นคนที่เข้มแข็ง ไม่อ่อนแอเหมือนองค์หญิงรอง รวมทั้งนางยังมีเป้าหมายที่ชัดเจน เสียดายก็แต่ นางไม่ค่อยมีพรรคพวก หรือขุนนางใหญ่หนุนหลังอย่างเช่นองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรอง ทำให้โอกาสของนางค่อนข้างจะเป็นไปได้ยากอยู่บ้าง       “ แต่ว่าทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน ข้าคิดว่านางย่อมมีโอกาสที่ดี ไม่แพ้พี่สาวของนางเช่นกัน”        เสียมหลอหลงเอ่ยด้วยแววตาที่เป็นประกาย เพราะตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะให้การสนับสนุนองค์หญิงองค์ใด ซึ่งผู้ที่เขาเลือกก็คือองค์หญิงห้า ผู้ที่อาจจะมาจากที่ที่เดียวกันและเป็นคนเชื้อสายเดียวกันก็เป็นได้        “ อ้อ...กำลังสนทนากันเพลิน ๆ  เอาล่ะน้องชาย พวกเรามาถึงหน้าบ้านแล้ว  เข้าไปข้างในกันเถอะ ค่อยสนทนากันต่อ”        ใต้เท้าหลิวเอ่ย พร้อมกับพาบุตรีและแขกหนุ่มของเขาเข้าไปยังจวนที่พัก  ซึ่งเขาบอกลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวให้รีบกลับห้องไปพักผ่อน ก่อนจะพาชายหนุ่มไปยังห้องรับแขกเพื่อสนทนาต่ออีกสักพัก                                 “ กู้ดไนท์ นะเบบี๋ของพี่”          อาหลงเอ่ยหยอกเย้าอีกฝ่าย ก่อนที่นางจะหน้าแดงราวกับกุ้งนึ่ง จากนั้นจึงหันมายิ้มให้เขาอย่างเอียงอาย ก่อนจะรีบสาวเท้ากลับห้องอย่างรวดเร็ว      จากนั้นเขาไม่ลืมที่เอ่ยถามถึงท่านยาย ซึ่งตอนนี้เข้านอนไปแล้วตั้งหัวค่ำ หลังจากนั้นไม่นานสาวใช้ก็นำน้ำสมุนไพรอุ่น ๆ มาให้เขาดื่มเพื่อแก้อาการเมาจากการที่เขาต้องดื่มเป็นจำนวนมากในการประลองกับคุณชายรองที่หอหงส์ดรุณ  ซึ่งหลังจากที่ได้ดื่มแล้วก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นไม่น้อย          อาหลงอยู่สนทนาต่อกับใต้เท้าหลิวอีกราวเกือบชั่วยาม ก่อนจะขอตัวเข้าพักผ่อนที่พักที่เจ้าบ้านจัดเตรียมไว้ให้เป็นอย่างดี           “ นะโมตัสสะ  ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ....”         เสียมหลอหลงเริ่มต้นสวดมนต์ทำวัตรเย็น หลังจากที่กลับเข้าถึงที่พัก ถอดรองเท้า เปลี่ยนชุด และขึ้นเตียงพนมมือสวดมนต์ ซึ่งเขาใช้เวลาแค่ 2 เค่อ(30 นาที) ในการสวดมนต์ทำวัตรเย็นที่เขาทำประจำจนเป็นกิจวัตร  จากนั้นจึงนั่งทบทวนพร้อมกับบันทึกสิ่งที่ตนเองได้ทำในวันนี้ พร้อมกับวางแผนงานที่เขาจะต้องทำในวันรุ่งขึ้น ก่อนจะล้มตัวลงนอน ซึ่งทันทีที่หัวถึงหมอนเขาก็หลับแทบจะทันทีทันใดจากการที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน            “ อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะพี่หลง ท่านตื่นแต่เช้าเลยนะเจ้าคะ”         หลิวหว่านชิงเอ่ยทักทายชายหนุ่มที่กำลังออกกำลังกายด้วยการฝึกยุทธ์อยู่ที่สวนหลังจวนเจ้าเมือง ซึ่งสวนแห่งนี้ร่มรื่นและกว้างขวางสมกับเป็นที่พักของใต้เท้าเจ้าเมือง ซึ่งเป็นพระนครหลวงของแคว้นต้าหยางแห่งนี้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยทักทายตอบ                “ เจ้าก็ตื่นแต่เช้าเช่นกันนะ เบบี๋”          เจอประโยคนี้เข้าไปทำเอาแม่นางหลิวอายม้วนด้วยความยินดี ที่นางถูกเรียกด้วยสรรพนามเฉพาะพิเศษไม่เหมือนใครเช่นเดียวกับฉินอี้เซียน หนึ่งในสี่หงส์ดรุณผู้เลอโฉม              “ พี่หลงฝึกยุทธ์เสร็จหรือยังเจ้าคะ ท่านพ่อกับท่านยายให้ข้ามาเรียกท่านไปทานมื้อเช้าด้วยกันเจ้าค่ะ ท่านรีบไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน ตอนนี้พ่อครัวกำลังปรุงอาหารอยู่ เมื่อท่านทำธุระเสร็จ อาหารก็คงจะขึ้นโต๊ะพอดีเจ้าค่ะ”             นางเอ่ยชวนชายหนุ่ม ก่อนที่นางเดินนำชายหนุ่มไปจนถึงตัวตึกที่พัก จากนั้นนางจึงขอตัวเข้าไปดูความเรียบร้อยในครัว                       “ บันทึกชัยชนะ และความสำเร็จในชีวิตของข้า ...หนึ่ง ข้าเป็นผู้ชนะเลิศเพียงหนึ่งเดียวจากหลายร้อยหลายพันล้านจนได้เกิดเป็นมนุษย์”                                                                                                                   “ สอง ...ข้าเป็นหัวหน้าห้องตอนชั้นประถมศึกษา”“ สาม...ข้าชนะการเลือกตั้งประธานนักเรียนตอนชั้นประถมศึกษา”             ชายหนุ่มอาบน้ำไปพลาง พร้อมกับทบทวนบันทึกชัยชนะและความสำเร็จในชีวิตที่ผ่านมาของเขา รวมทั้งในโลกที่เขาจากมา เพื่อเป็นการกระตุ้นและเพิ่มความเชื่อมั่นในตนเองว่าตัวเขาเองก็มีดีพอที่จะบรรลุเป้าหมายใดก็ได้ที่เขาต้องการ ขอเพียงแค่เขามุ่งมั่น ยืนหยัด และไม่ล้มเลิกไปซะก่อน ซึ่งเขาทำมันเป็นประจำทุกเช้าหลังจากออกกำลังกาย         “ สิบห้า....ข้าสอบพรีเอ็นทรานซ์ วิชาภาษาอังกฤษ ได้คะแนนอันดับที่หนึ่งของจังหวัด”      “ ยี่สิบเอ็ด....ข้าเป็นประธานชมรมภาษาอังกฤษตอนชั้นม.ปลาย”       “ ยี่สิบเจ็ด ....ข้าเรียนจบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง”       “ ยี่สิบแปด ...ข้าได้บวชเพื่อทดแทนพระคุณของพ่อและแม่”      “ ยี่สิบเก้า ....ข้าแต่งงานมีคู่ชีวิตที่น่ารักและแสนดี คอยอยู่เคียงข้างข้าเสมอ”      “ สามสิบ .... ข้าเป็นพ่อที่โชคดี มีลูกสาวและลูกชายที่น่ารัก ฉลาด แข็งแรง สดใส และเป็นเด็กดี”           หลังจากทบทวนเสร็จทั้งสามสิบข้อ ซึ่งล้วนเป็นความสำเร็จในโลกปัจจุบันที่เขาจากมา อาหลงก็อาบน้ำเสร็จพอดี และแต่งตัวด้วยชุดบัณฑิตสีฟ้าที่ติดกระเป๋าไว้เสมอเช่นเดิม       “ 20 สุดยอดกิจวัตร ปฏิวัติชีวิต พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต”      “ หนึ่ง ....ข้าตื่นนอนแต่เช้าอย่างสดชื่นและเปี่ยมพลัง”     “ สอง .....ข้าออกกำลังกายอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน”    “ สาม ....ข้ารับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเอง 100% เต็ม โดยไม่บ่นหรือกล่าวโทษสิ่งใด”         ชายหนุ่มเริ่มทบทวนกิจวัตรสู่ความสำเร็จที่เขารวบรวมขึ้นจากการที่อ่านหนังสือมานับหลายร้อยเล่ม และนำมาลงมือเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน”    “ เก้า...ข้าลงมือทำทันที เท่าที่ทำได้ในทุกเรื่อง”   “สิบ ....ข้าใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด”  “ สิบสาม ....ข้าพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นทีละนิด ในทุก ๆ วันและทุก ๆ ด้าน”  “ สิบห้า ...ข้ามีสติและตอบสนองต่อทุกเหตุการณ์อย่างสร้างสรรค์”  “ สิบเจ็ด....ข้าทบทวนชีวิตตนเอง และวางแผนงานล่วงหน้าทุกคืนก่อนนอน ”“ สิบเก้า ...ข้าสวดมนต์ ทำวัตรเย็นทุกคืนก่อนนอน” “ ยี่สิบ ....ข้าสำนึกคุณ และขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่ข้ามี และสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตของข้า”         ชายหนุ่มทบทวนเสร็จพร้อมกับแต่งตัวเสร็จพอดี   พร้อมกับทบทวน 20 สุดยอดเป้าหมายในชีวิตเป็นขั้นตอนสุดท้าย         “ 20 สุดยอดเป้าหมายในชีวิตของข้า ....หนึ่ง  ข้าก่อตั้งที่ปรึกษาพยากรณ์ เพื่อช่วยให้คำปรึกษากับผู้คนให้ผ่านพ้นปัญหาและความท้าทายไปได้ด้วยดี”        “ สอง ....ข้าก่อตั้งศาลาเอื้ออาทร เพื่อช่วยรักษาอาการป่วยให้กับผู้ป่วยที่ยากไร้ไม่มีเงินรักษา”        “ สาม ....ข้าก่อตั้งสำนักผู้ก่อการดี เพื่อสร้างเครือข่ายของผู้คนที่รักความเป็นธรรม และช่วยผดุงความเป็นธรรมให้กับยุทธภพ”         “ สี่ ......ข้าก่อตั้งสำนักตักศิลา เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ได้มีโอกาสเล่าเรียนอย่างเต็มที่ และนำความรู้ไปช่วยพัฒนาบ้านเมืองต่อไป”         “ ห้า ....ข้าก่อสำนักนวัตกรรม เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น”             อาหลงเอ่ยทบทวนเป้าหมายห้าข้อแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่เขารับปากไว้กับอาจารย์ทั้งห้าแห่งหุบเขายอดเซียน....             “ สิบห้า ....ข้าก่อตั้งสำนักประกันภัย เพื่อช่วยให้ผู้คนได้มีหลักประกันที่มั่นคงสำหรับครอบครัวที่ตนเองรัก”            “ สิบเจ็ด ...ข้าสร้างความเท่าเทียมในสังคม ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีให้มีสิทธิเท่าเทียมกัน”           “ สิบเก้า ....ข้าสร้างรัฐสวัสดิการ ให้ราษฎรทั่วไปได้มีชีวิตที่มั่นคงและมีหลักประกันที่ดีในการดำรงชีวิต”            “ ยี่สิบ ....ข้าเป็นผู้นำในการปฏิรูปบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน”                  หลังจากทบทวนเป้าหมายเสร็จชายหนุ่มก็เก็บประเป๋าสะพายออกจากห้องเพื่อเดินไปสมทบกับเจ้าบ้านที่ห้องอาหาร               “ อ้าว น้องชายเจ้ามาพอดี  มามา นั่งตรงนี้ ชิงเอ๋อเตรียมอาหารอร่อย ๆ ไว้ให้เจ้าเยอะเลย”              หลิวว่านซานเอ่ยกับชายหนุ่มด้วยสีหน้าเบิกบานที่เขายอมมาเป็นที่บ้าน ก่อนที่อาหลงจะยกมือขึ้นพนมเพื่อไหว้ท่านยายอย่างนอบน้อม            “ อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านยาย เช้านี้ท่านดูสดชื่นดีนะขอรับ”            ท่านยาย แม่ยายของใต้เท้าเจ้าเมืองเดินเข้าไปจูงมือชายหนุ่มไปนั่งที่โต๊ะ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้งที่ช่วยรักษาอาการป่วยของนางจนหายดีอย่างเช่นทุกวันนี้          “ เสี่ยวชิง บ่นถึงคุณชายทั้งวัน ในที่สุดท่านก็มาจนได้ นางจะได้เลิกบ่นสักที ฮ่า ๆ”           นางเอ่ยถึงหลานสาวสุดที่รักของตนเองอย่างเอ็นดู ก่อนที่ชายหนุ่มจะขอให้ท่านยายเลิกเรียกเขาว่าคุณชาย แต่ให้เรียกเขาว่าอาหลงแทน เพราะตอนนี้เขาได้ตกลงนับถือเป็นพี่เป็นน้องกับลูกเขยของนางแล้ว           “ ก็ได้ ๆ เอาล่ะอาหลง เจ้าทานเยอะ ๆ นะ  วันนี้เสี่ยวชิงอุตส่าห์ตื่นแต่เช้าเข้าครัวทำอาหารให้เจ้าเป็นพิเศษเชียวนะ”            นางเอ่ยชมหลานสาวตนเองต่อหน้าชายหนุ่ม เพราะนางรู้ดีว่าหลานสาวของตนมีความรู้สึกดี ๆ ต่อชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านางตอนนี้เพียงใด            “ ขอบคุณขอรับท่านยาย ท่านเองก็ทานเยอะ ๆ นะขอรับจะได้สุขภาพแข็งแรง อายุยืนร้อยปี ร้อย ๆ ปี”  ...............................................................................................................................คุยกันหลังฉาก ...... มาแล้วครับ ตามมาติด ๆ สำหรับตอนที่ 21 เป็นการชดเชยที่หายไปหลายวัน  เรื่องราวกำลังเข้มข้นเลยทีเดียว  สำหรับตอนต่อไปจะพยายามอัพให้เร็วที่สุดนะครับ        ...ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านด้วยดีเสมอมา  ขอบคุณอีกครั้งครับ.................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ วิธีที่ดีที่สุดที่ข้าจะทำนายอนาคต ก็คือเป็นคนลงมือสร้างมันขึ้นมาเอง”