“เ้า...” ฉินเย่รู้สึกว่านางช่างบ้าคลั่งนัก
การหลอกลวงฮองเฮานั้นมิใช่โทษเบา!
“วันนี้ท่านยินดีเดิมพันชีวิตร่วมกับข้าหรือไม่” ซูอิ่นเย่ว์กล่าว “ท่านช่วยคอยเฝ้าด้านหน้า ขอเพียงเวลาหนึ่งถ้วยชา ข้าจะหาต้นตอของพิษพบ”
ฉินเย่มองสบตานาง แววตาแน่วแน่และทรงอำนาจ ทำให้เขาเห็นเงาของฉู่จี้เฟิงในตัวนาง
เมื่อเขาตามนางเข้ามาแล้ว จะปฏิเสธได้อย่างไร
สองสามีภรรยาคู่นี้ช่างเ้าเล่ห์นัก!
เขาจึงได้แต่พยักหน้าอย่างจำใจ “รีบเข้า”
เจินฮองเฮาไม่ทราบว่าทั้งสองกำลังพูดอะไรกัน นางเริ่มไม่พอใจ จึงกล่าวเร่ง “ซูอิ่นเย่ว์ ยังไม่รีบลงเข็มอีกหรือ!”
ทว่าซูอิ่นเย่ว์กลับมิได้ลงเข็ม แต่นางกลับพลิกกายของฉู่เฉิงเต๋อ แล้วเลิกชุดด้านหลังขึ้น
เจินฮองเฮาตกตะลึง ก่อนจะตระหนักได้ว่านางกำลังถอดชุดของฉู่เฉิงเต๋อ!
“เ้าทำอะไร!” เจินฮองเฮาร้องสั่ง “เร็ว! ลากนางออกไป!”
ฉินเย่ยืนขวางอยู่ที่ทางเข้าตำหนัก เห็นเหล่านางกำนัลและขันทีพุ่งเข้ามา เขาก็ถีบพวกนั้นกระเด็นไป
เจินฮองเฮาโกรธจนเบิกตากว้าง “ฉินเย่ เ้าคิดก่อฏหรือ!”
แต่เมื่อมีฉินเย่ยืนขวางอยู่ แม้องครักษ์อวี่หลินจะกล้าลงมือ แต่ก็ไม่อาจทำร้ายเขาได้
“มิกล้า เพียงแค่อยากให้ฮองเฮาทรงอดทนรออีกสักหน่อย” ฉินเย่กล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ
ซูอิ่นเย่ว์พยายามทำใจให้สงบ วางมือบนแผ่นหลังของฉู่เฉิงเต๋อเพื่อตรวจสอบ พยายามไม่ให้ตัวเองว่อกแว่ก
เวลาเหลือไม่มาก นางใช้ตาเปล่ามองไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆ จนกระทั่งปลายนิ้วัักับก้อนเนื้อเล็กๆ นูนขึ้นมาบนแผ่นหลังของฉู่เฉิงเต๋อ
นางขมวดคิ้วมุ่น พบว่าบริเวณนั้นมีเพียงจุดแดงเรื่อๆ หากไม่ตั้งใจสังเกต คงมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
นางใช้เข็มเงินลองทดสอบ เมื่อดึงออกมาก็พบว่ามีสีดำ
เมื่อแน่ใจว่านี่คือต้นตอของพิษ ซูอิ่นเย่ว์จึงหยิบมีดขึ้นมากรีดลงบนแผ่นหลังเรียบตึงของฉู่เฉิงเต๋อ
ผู้ดูแลเห็นแล้วไม่อาจนิ่งเฉยอีกต่อไป รีบร้องขึ้นอย่างใ “บังอาจ! เ้ากล้าคิดร้ายต่อองค์ชายใหญ่หรือ!”
“เห็นกันหรือไม่! ซูอิ่นเย่ว์คิดลอบสังหารองค์ชายใหญ่ ยังไม่รีบจับตัวนางอีก!” เจินฮองเฮากล่าว “ฉินเย่เป็ผู้สมรู้ร่วมคิด จับตัวเขาด้วย!”
การปองร้ายเชื้อพระวงศ์เป็โทษหนัก องครักษ์อวี่หลินไม่ลังเลอีกต่อไป ชักดาบขึ้นพุ่งเข้าใส่ทันที
ฉินเย่เริ่มร้อนใจ ขืนเป็เช่นนี้ เขาคนเดียวจะสู้กับองครักษ์อวี่หลินมากมายได้อย่างไร
ทันใดนั้นเอง ซูอิ่นเย่ว์ก็ร้องขึ้นด้วยความดีใจ
“เป็อย่างที่คิดจริงๆ! ในร่างขององค์ชายใหญ่มีเข็มพิษซ่อนอยู่ นี่แหละสาเหตุที่ทำให้พิษกำเริบซ้ำแล้วซ้ำเล่า!”
“เดี๋ยวก่อน!” ผู้ดูแลรีบยกมือห้ามองครักษ์อวี่หลินไว้ ก่อนจะเห็นซูอิ่นเย่ว์ค่อยๆ คีบเอาเข็มเงินเล็กจิ๋วออกมาจากาแของฉู่เฉิงเต๋ออย่างระมัดระวัง
นางดีใจยิ่งนัก พลางกล่าวว่า “องครักษ์อวี่หลินถอยไป อย่ารบกวนพระชายา!”
เจินฮองเฮาใบหน้าตึงเครียดกล่าวว่า “จะมั่นใจได้อย่างไรว่า นางไม่ได้เป็คนซ่อนเข็มเงินไว้เองเพื่อให้พ้นผิด? ิฮุ่ย เ้าเริ่มอาจหาญเกินไปแล้ว กล้าฝ่าฝืนคำสั่งของข้า?”
ก่อนหน้านี้ ิฮุ่ยไม่ได้ยืนข้างซูอิ่นเย่ว์ เพราะเกรงว่าจะถูกพัวพันไปด้วย แต่เมื่อซูอิ่นเย่ว์พบต้นตอของพิษ นางย่อมต้องรีบคว้าความดีความชอบไว้
“หม่อมฉันมิกล้าเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันได้รับบัญชาให้ดูแลองค์ชายใหญ่ มิอาจละเมิดพระบัญชาได้”
ิฮุ่ยกล่าวอ้างถึงฮ่องเต้ฉี่อู่โดยตรง นางเป็ผู้ดูแลใกล้ชิดฮ่องเต้ คำพูดของนางจึงมีน้ำหนักมากกว่าฉินเย่
เจินฮองเฮาถึงกับชะงัก ไม่อาจโต้แย้งได้
ขณะนั้นเอง ซูอิ่นเย่ว์พบเข็มเงินเล่มที่สอง
เมื่อเห็นว่าองครักษ์อวี่หลินหยุดเคลื่อนไหว นางจึงค่อยผ่อนคลายลงเล็กน้อย เมื่อตรวจดูแล้วว่าไม่มีเข็มพิษอื่น นางจึงเริ่มขับพิษออก
เพราะพิษจากเข็มซ่อนในร่างฉู่เฉิงเต๋อมานานจนซึมลึกถึงกระดูก ซูอิ่นเย่ว์จึงไม่กล้าเสียสมาธิ นางจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่
แม้แต่ตอนที่ฮ่องเต้ฉี่อู่เสด็จเข้ามาในตำหนักอย่างเร่งรีบ นางก็ยังไม่ทันรู้ตัว
ฮ่องเต้ทรงทราบเื่ราวทั้งหมดระหว่างทางที่เสด็จมาที่แห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงทราบว่าเจินฮองเฮาขัดขวางไม่ให้ขันทีไปแจ้งข่าว จึงทำให้เขามาไม่ทันการณ์
ฮ่องเต้ฉี่อู่ทอดพระเนตรเจินฮองเฮาอย่างเ็า “เราไม่ได้ให้เ้าคอยดูแลไทเฮาหรือ แล้วเหตุใดถึงได้มาที่นี่”
เจินฮองเฮาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ตอบว่า “หม่อมฉันเป็ห่วงเฉิงเต๋อ จึงอดไม่ได้ที่จะมาดูอาการเพคะ”
“มิใช่เพราะเ้าได้ยินว่าอาการของเฉิงเต๋อเปลี่ยนแปลง จึงรีบร้อนมาที่นี่เพื่อจับตัวซูอิ่นเย่ว์ไป?” ฮ่องเต้ฉี่อู่แค่นเสียงเ็า
สีพระพักตร์ของเจินฮองเฮาเปลี่ยนไปโดยพลัน รีบแก้ต่างว่า “หม่อมฉันเห็นว่าซูอิ่นเย่ว์ฝีมือแพทย์ไม่ดี จึงไม่้าให้นางรักษาเฉิงเต๋อต่อไป หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ!”
“หวังดีแต่กลับทำเสียเื่!” ฮ่องเต้ฉี่อู่ทรงตระหนักทุกอย่าง เพียงแต่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเจินฮองเฮาให้เป็เื่อับอาย
ขณะนั้นเอง ซูอิ่นเย่ว์เย็บแผลและทายาเรียบร้อยแล้ว เพิ่งรู้ว่าฮ่องเต้ฉี่อู่เดินทางมาถึง
พระพักตร์ของฮ่องเต้ฉี่อู่ดูเยียบเย็น ซูอิ่นเย่ว์ลอบร้องในใจว่า แย่แล้ว! คิดว่าฮ่องเต้ฉี่อู่คงจะลงโทษตน จึงพยายามคุกเข่าลงเพื่อขออภัย
แต่ยังไม่ทันก้าวเดินไปได้สองก้าว ร่างของนางที่ก่อนหน้านี้ตั้งใจรักษาอาการของเฉิงเต๋อจนไม่ขยับตัวเลย ทำให้ขาไร้เรี่ยวแรง ศีรษะมึนงง แล้วก็ล้มไปข้างหน้าโดยตรง
ฉินเย่ที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงต้องรีบเข้ามาประคอง
เมื่อััตัวนางก็พบว่าร่างกายร้อนจัดอย่างชัดเจน แสดงว่าเป็ไข้สูง
เขาขมวดคิ้วพลางคิดว่านางนี่ก็ร่างกายอ่อนแอเกินไปจริงๆ
ต่อมาเขาถึงได้รู้ว่า เวลานี้นางาเ็ไปทั้งร่าง และนางก็กัดฟันอดทนมาตลอด
ฮ่องเต้ฉี่อู่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความเมตตา ไม่ได้เอ่ยปากให้นางนั่งลง
เมื่อมองเห็นเข็มพิษในถาด เขาถึงกับโกรธขึ้นมา “เหตุใดเ้าถึงไม่ตรวจพบเข็มพิษั้แ่แรก! เ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะความผิดพลาดของเ้า ทำให้องค์ชายใหญ่ต้องทนทุกข์ทรมานโดยใช่เหตุอีกครั้ง!”
ซูอิ่นเย่ว์ที่พอจะตั้งสติได้แล้วจึงคุกเข่าลงตอบ “เข็มพิษนี้เล็กและละเอียดอ่อนมาก เมื่อฝังเข้าไปในร่างกายแทบไม่มีอาการปรากฏออกมา อีกทั้งมือสังหารยังคำนวณไว้แล้วว่าพิษนี้มีฤทธิ์ทำให้ชา ทำให้องค์ชายไม่รู้ตัวว่าถูกเข็มพิษเล่นงาน ดังนั้น หม่อมฉันและเหล่าหมอหลวงจึงไม่อาจตรวจพบได้ทันท่วงที หม่อมฉันสมควรตายพันครั้ง!”
ฮ่องเต้ฉี่อู่หรี่พระเนตรลง
คำพูดของนางไม่ได้โง่เขลา หากจะกล่าวโทษว่านางรักษาไม่ดี ก็คงต้องเอาผิดกับทั้งสำนักหมอหลวงทั้งหมด
ตระกูลซูช่างให้กำเนิดบุตรีที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
ฉินเย่หยิบเข็มพิษขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด แล้วกล่าวว่า “เข็มเงินเล็กจิ๋วเช่นนี้ ไม่ใช่ของที่สร้างขึ้นได้ง่ายๆ มือสังหารผู้นี้วางแผนอย่างรอบคอบ เป็การลงมือที่หวังเอาชีวิตขององค์ชายใหญ่โดยแท้”
ฮ่องเต้ฉี่อู่ขมวดพระขนง สั่งให้คนส่งเข็มพิษไปยังหน่วยชื่อหลง และให้ตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่าง
“พิษในตัวองค์ชายใหญ่จะกลับมากำเริบอีกหรือไม่” ฮ่องเต้ฉี่มองซูอิ่นเย่ว์พลางถาม
“หม่อมฉันได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ตอนนี้ในร่างขององค์ชายใหญ่ไม่มีเข็มพิษเหลืออยู่ เพียงให้รับประทานยาเพื่อขับพิษตกค้างก็พอเพคะ” ซูอิ่นเย่ว์ทูลตอบ
ฮ่องเต้ฉี่อู่ทรงตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “เห็นแก่การชดใช้ความผิดของเ้า วันนี้เราจะไม่ลงโทษ ลุกขึ้นเถิด”
ซูอิ่นเย่ว์คิดว่าตนเองคงถูกเฆี่ยนเป็แน่ ไม่นึกว่าฮ่องเต้ฉี่อู่จะปล่อยตนไปง่ายดายเช่นนี้
หรือจะเป็เพราะเห็นแก่หน้าฉู่จี้เฟิงกัน?
นางี้เีจะหาเหตุผล รีบขอบคุณทันที
เจินฮองเฮาเองก็คาดไม่ถึง จึงกล่าวด้วยความขุ่นเคืองว่า “ฝ่าา แต่ฉินเย่ลงมือในตำหนักนะเพคะ!”
ฮ่องเต้ฉี่อู่เลิกคิ้ว น้ำเสียงแฝงความไม่พอใจ มองไปยังเหล่าขันทีและนางกำนัล “จริงหรือ ไยเราไม่เห็นเล่า”
เจินฮองเฮาชะงัก
นี่มันไม่ชัดเจนหรือว่าเล่นตุกติก!