ตอนที่ 2
ตอนนี้ใกล้เวลาที่ทุกคนจะกลับมากินข้าวแล้วนี่นา จึงคิดว่าจะไปทำอาหารให้ทุกคนได้กิน ดีกว่าที่จะไปคิดถึงสิ่งที่มันเคยเกิดขึ้น และไม่สามารถที่จะกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก สู้มาทำให้ทุกวัน และวันข้างหน้า เกิดแต่สิ่งที่ดีๆ ดีกว่า เพราะอย่างน้อย ทุกคนก็ไม่เคยจะทิ้งเขา ไม่ว่าเขาจะเป็อย่างไรก็ตาม ต่อไปเขาจะขอชดเชยให้ทุกคน
เมื่อคิดอย่างนั้นจึงเข้าไปในครัว และเห็นไข่มีอยู่หลายลูกเลย ทีเดียว เพราะที่บ้านนี้เลี้ยงไก่หลายตัวด้วยกัน จึงคิดจะนำมาทำอาหารให้ทุกคนกิน
"เอาผักมาผัดใส่ไข่แล้วกัน น่าจะอร่อยอยู่"
เพราะผักที่บ้านกำลังขึ้นอย่างงามเลย และน่ากินมาก ถ้าเอามาผัดต้องอร่อยมากอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้ว จึงได้รีบเก็บมาทำอาหารทันที เพราะกลัวว่าจะทำช้า และทุกคนที่กลับมาจะหิวกัน และทำกับข้าวไม่นาน ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย และก็พอดีกับที่ทุกคนกลับมาจาการไปทำงานที่นาพอดี
"ซีหยาง ลูกลุกออกมาทำไมกัน ทำไมถึงไม่นอนพัก แล้วดีขึ้นแล้วหรือ" แม่ฟางหลิน รีบเข้ามาถามลูกด้วยความเป็ห่วงที่เห็นเ้าตัวไม่ยอมอยู่ในห้อง แต่กลับมายืนรออยู่ที่หน้าบ้านแทน
"นั่นนะสิ พี่ว่าเข้าไปพักก่อนเถอะ ถ้าเป็หนักมากกว่านี้จะลำบากเอาได้" เฟินหัวที่มองมาที่น้องชายด้วยความเป็ห่วง
"ผมไม่เป็อะไรแล้วครับ หายแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ และขอบคุณทุกคนมากที่เป็ห่วง"
"ถ้าอย่างนั้นแม่ก็สบายใจ แม่ขอเข้าไปทำกับข้าวก่อน ไปเร็วเข้า สะใภ้ใหญ่เข้าไปช่วยแม่ทำกับข้าวทุกคนจะได้กินข้าวกัน" เมื่อลูกบอกว่าไม่เป็อะไรแล้ว คนเป็แม่จึงได้สบายใจ และก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ทำกับข้าวให้ทุกคนได้กินกัน
"ไม่ต้องหรอกครับ ผมทำอาหารง่ายๆ เอาไว้แล้ว ทุกคนเข้าไปกินกันได้เลย"
"ทำกับข้าวไว้ให้" ทุกคนอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะทุกคนคิดเหมือนกันคือ ซีหยาง ไม่เคยจะเข้าครัวเลยสักครั้ง แล้วจะทำอาหารเป็ได้อย่างไร แล้วจะกินได้หรือเปล่า
"ลูกแน่ใจหรือเปล่า ว่าทำกับข้าวให้พวกเราแล้ว แล้วลูกทำเป็ได้ยังไงกัน แม่ไม่เคยเห็นเข้าครัวทำอาหารแม้แต่สักครั้งเดียว แล้วจะทำเป็ได้อย่างไรกัน ลูกต้องล้อแม่เล่นใช่หรือเปล่า"
"นั่นนะสิ พ่อก็ไม่เคยเห็นลูกทำอาหารเลยสักครั้งเลยนะ"
"แน่ใจนะว่ามันจะกินได้ พี่ไม่อยากจะท้องเสีย"
ทุกคนคิดในทางเดียวกันว่าจะกินได้หรือเปล่า หรือว่าจะยอมกินดู แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ลูกเสียใจ เพราะอุตส่าห์ทำเอาไว้ให้ทุกกิน อย่างนี้
"โธ่ ทุกคนไม่ไว้ใจผมหรือครับ ดูสิพูดเสียผมขาดความมั่นใจในการทำอาหารหมดเลย ดีนะที่พี่สะใภ้ ไม่ว่าผมอีกคน ยังพอให้ผมใจชื้นได้บ้าง" เขารู้ว่าพี่สะใภ้ก็คงจะคิดเหมือนกับทุกคน แต่ตัวเองไม่กล้าที่จะพูดออกมาเท่านั้นเอง ดูตอนนี้สิยิ้มแหยๆ ดูตลกมากเลย
"เหมยฮวา ไม่กล้าพูดนะสิ แล้วตกลงมันจะกินได้จริงๆ ใช่ไหม" แม่ยังถามซ้ำ อย่างไม่มั่นใจ
"ผมรับรองว่ากินได้แน่นอนครับ ไม่ต้องห่วง ผมลองชิมมาแล้ว อร่อยอยู่เหมือนกันนะครับ ไปเถอะครับ ไปพิสูจน์กัน ต่อไปอาจจะอยากให้ผมทำอาหารแทนทุกคนก็ได้นะครับผมไม่อยากจะคุย"
"เอ้า อย่างนั้นลองกินอาหารดูก็แล้วกัน จะได้รู้เสียที ว่าการทำอาหารอาจจะเป็สิ่งที่ซีหยางไม่เคยแสดงออกมาให้ทุกคนเห็นก็ได้"
เมื่อทุกคนตัดสินใจที่จะกินอาหารของ ซีหยาง จึงได้เดินไปที่โต๊ะอาหาร ก็เห็นผัดผักใส่ไข่ หน้าตาน่ากิน ก็พอที่จะใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจ เพราะไม่รู้ว่ารสชาติ จะเป็อย่างไรบ้าง
"ลูกทำอาหารได้หน้าตาน่ากินเหมือนกันนะ เร็วเข้า แม่อยากจะลองเื่รสชาติแล้วว่าจะอร่อยหรือเปล่า"
หลังจากนั้นทุกคนจึงได้เริ่มที่จะกิน โดยพ่อจะเป็คนที่ได้เริ่มกินคนแรก ก็รู้สึกว่าไม่มีครั้งไหนที่จะลุ้นได้มากเท่าครั้งนี้เลย จึงคีบผักที่ชิ้นเล็กที่สุดมากิน
ส่วนซีหยางก็มองทุกคนที่ต่างลุ้นพ่อของเขาที่กินเป็คนแรก และอยากจะรู้ว่าเป็อย่างไรบ้าง อย่างขำๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร เพราะเขาไม่เคยทำอาหารมาก่อนนั่นเอง
"พ่อครับเป็อย่างไรบ้าง อร่อยหรือเปล่า ทำไมพ่อไม่เห็นจะพูดอะไรเลยครับ พวกเรารอพ่ออยู่นะครับ" กินแล้วก็ไม่พูดอะไร ยังจะมาทำหน้าสงสัย และมองมาที่น้องชายอยู่นั่นล่ะ
"พ่อแค่สงสัยเท่านั้น ว่าทำไมซีหยาง ที่ไม่เคยเข้าครัว ถึงได้ทำอาหารออกมาได้อร่อย เหมือนว่าเคยทำอยู่เป็ประจำอย่างนั้นล่ะ"
"จริงหรือคะคุณ ลูกเราทำอาหารได้จริงหรือ อย่างนี้แม่ขอลองกินบ้างแล้ว อุตส่าห์ลุ้นอยู่ตั้งนาน" เมื่อพูดเสร็จแล้ว จึงได้คีบอาหารกิน และคนอื่นๆ ก็ทำตาม เมื่อทุกคนได้กิน ก็มีความรู้สึกเดียวกัน ว่าซีหยาง ทำอาหารได้อร่อยมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็ฝีมือของคนที่ไม่เคยทำอาหารมาก่อน ยังไงก็เหมือนกับ คนที่ทำอาหารมานานมากกว่า
"เป็ยังไงบ้างครับ อย่างนี้จะมาว่าผมทำอาหารไม่เป็ไม่ได้แล้ว" จะไม่ให้อร่อยได้ยังไง เขาทำอาหารให้เมียและลูกกินทุกวันก่อนที่จะตายแล้วกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาทำให้ครอบครัวได้กินฝีมือเขาบ้าง ตอนนี้จึงมีความสุขเป็อย่างมาก
"ลูกชายของแม่ทำอาหารได้ยอดเยี่ยมจริง ลูกไปหัดทำมาจากไหนกัน"
"นั่นนะสิ พี่ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่เลย" เฟินหัว ที่เติบโตมากับน้องชาย ที่อายุไม่ได้ห่างกันมาก แต่ไม่เคยเห็นน้องชายเข้าครัวเลยนี่สิ จึงทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อ
"ทำอาหารอร่อยกว่าฉันอีกค่ะ" เหมยฮวา ชื่นชมน้องสามี ที่ทำอาหารได้อร่อยมากจริงๆ
"แหม ทุกคนมัวแต่ชื่นชมผม จนผมเขินแล้วนะครับ แต่อีกอย่างหนึ่ง มัวแต่ชมผม อาจจะกินไม่ทันพ่อก็ได้นะครับ พ่อกินไม่ยอมพูดยอมจากับใครเลย" เขาไม่รู้จะตอบยังไง เลยหาทางที่จะเปลี่ยนเื่
"ไม่น่าทักเลยนะลูก พ่อกำลังอร่อยอยู่เลย ไม่น่าเชื่อแค่ผัดผักก็อร่อยได้ ทั้งที่ก็กินออกจะบ่อยไป"
"คุณจะว่าฉันทำอาหารอร่อยสู้ลูกไม่ได้ ใช่หรือเปล่า ดูสิ สะใภ้ใหญ่ พวกเราคงจะไม่มีความหมายแล้วล่ะตอนนี้ อาหารที่เราทำกันชักจะไม่อร่อยเสียแล้ว"
"ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่ว่าวันนี้รสชาติมันเปลี่ยนไปเฉยๆ แต่สำหรับผม อาหารที่คุณทำอร่อยที่สุดอยู่แล้ว"
พ่อรีบแก้ตัวทันที กลัวแม่จะโกรธ ที่ชมอาหารที่คนอื่นทำอร่อยมากกว่าเมียตัวเอง ทำให้ทุกคนถึงกลับหัวเราะออกมา เพราะพวกเขาเห็นความรักที่ทั้งสองมีให้กันมาั้แ่เด็กแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร เพราะไม่ว่าเื่อะไรก็แล้วแต่ แม่ของเขาจะสำคัญที่สุดสำหรับพ่อของเขาเสมอ
"ฉันไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย แต่วันนี้ลูกชายของแม่ก็ทำอร่อยกว่าที่แม่ทำจริงๆ นั่นล่ะ" สิ่งที่คิดว่าเป็ไปไม่ได้กลับเป็ไปได้เสียนี่ ช่างแปลกเสียเหลือเกิน
"ผมก็กลัวคุณจะโกรธนี่นา" แม้จะรู้ว่าคนเป็เมียแค่้าแกล้งเฉย แต่เขาที่รักเมียมาก จะไม่ยอมให้เมียเสียใจเด็ดขาด
นี่สินะครอบครัวที่เขา้า และเคยผลักไสออกไปจากตัว ทำไมเขาช่างโง่งมอย่างนั้นกัน ดูสิไม่ต้องมีอะไรมาก อาหารมีเพียงแค่ผัดผัก ก็ทำให้เรามีความสุขได้แล้ว แต่ตอนนั้นที่เขาอยู่กับเมียก่อนตาย แม้อาหารจะมีมากมาย แต่กลับไร้ซึ่งความสุข ในเมื่อมันไม่ใช่อาหารที่ทำให้เรามีความสุข แต่ว่ามันเกี่ยวกับว่าเราจะกินอาหารกับใครมากกว่า และเขาก็อยากจะเก็บภาพอย่างนี้เอาไว้ จะไม่ให้อะไรมาทำลายได้อีกครั้ง เขาให้สัญญากับตัวเอง
( ฝากให้อั๋งเปา เป็กำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ )