[จบ] กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80

    บทที่ 56 สายตาของเขาขรึมขึ้นเรื่อย ๆ 

    บทที่ 56 สายตาของเขาขรึมขึ้นเรื่อย ๆ 


    การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาอย่างไม่ทันตั้งตัว คนอื่นต่างตกใจยกเว้นฉือฮวน


    สายตาของสืออวี่ไป๋นิ่งเรียบ เหลือบมองเธออย่างลึกล้ำ


    สือเยี่ยนและลู่ฉิงฉิงชื่นชมเธอไม่น้อย สายตาแสดงความเทิดทูนเต็มเปี่ยม


    แววตาของลู่เช่อเฟิงเปลี่ยนเป็นซาบซึ้งใจ เขามองเธอพร้อมพูดพึมพำกับตัวเอง “ที่แท้สหายฉือก็พูดถูก กรงสัตว์ดุร้ายไม่ได้ปิดจริง ๆ”


    คนให้อาหารจับมือฉือฮวนไม่ยอมปล่อย


    ก็ยังเป็นสืออวี่ไป๋ที่ออกมาปัดมือคนให้อาหารออกเงียบ ๆ 


    “ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง เป็นสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว ยังไงเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทุกคน ฉันเชื่อว่าไม่ว่าใครก็คงเอ่ยปากเตือนเหมือนกันค่ะ”


    คนให้อาหารหน้าแดงอย่างละอาย เมื่อนึกถึงตอนเขาก่นด่าฉือฮวน เปรียบเทียบตัวเองกับเธอ เขามันใจแคบจริง ๆ 


    เหล่าผู้บริหารของสวนสัตว์ก็ตกใจกับเรื่องนี้เช่นกัน พวกเขาขอร้องอ้อนวอนให้ฉือฮวนทิ้งที่อยู่ไว้เพื่อจะได้ไปขอบคุณถึงบ้าน


    ฉือฮวนรีบปฏิเสธ


    แต่สือเยี่ยนกลับเปิดเผยที่อยู่เสียเอง เขาพูดกับฉือฮวนด้วยใบหน้าภาคภูมิ “แม่ครับ ทำความดีก็ต้องยืนรับคำชมอย่างกล้าหาญสิครับ”


    ฉือฮวนขบขันหนูน้อยจนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี


    ลู่เช่อเฟิงก็ได้ยินที่อยู่เหมือนกัน เขาจดจำไว้เงียบ ๆ แล้วพูดว่า “ว่าแล้วผมก็ควรขอบคุณดี ๆ เหมือนกัน ถ้าคุณไม่ห้ามพวกเรา พวกเราที่ไปถึงกรงเสือคนแรกคงเกิดอันตรายแล้ว”


    พูดจบเขาก็ลูบหัวลู่ฉิงฉิง สองคนพ่อลูกโค้งให้ฉือฮวนอย่างจริงใจ “ขอบคุณสหายฉือที่ช่วยชีวิตพวกเรา!”


    ความจริงใจนี้ทำให้ฉือฮวนเลิ่กลั่ก ใบหน้าแดงเรื่อด้วยความเขินอาย


    “ไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะ”


    ลู่เช่อเฟิงว่า “วันนี้พวกเราจะกลับเมืองหลวงแล้ว ถ้าหลังจากนี้มีโอกาส ผมจะไปขอบคุณถึงบ้านแน่นอนครับ”


    “ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ”


    ฉือฮวนบอกปัดเพราะไม่อยากให้โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นตรงหน้าตัวเองเท่านั้น


    ลู่เช่อเฟิงยังคงดื้อรั้น “เป็นสิครับ”


    พวกผู้ใหญ่ถามไถ่กันเล็กน้อย ส่วนสือเยี่ยนกับลู่ฉิงฉิงเล่นเข้าขากันจนได้ไปเที่ยวด้วยกัน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ไปกรงสัตว์ดุร้ายแล้ว เด็กน้อยทั้งสองไปดูนกกระจอกเทศ เดินชมกรงนกยูง เที่ยวจนแทบลืมกลับบ้าน


    เมื่อถึงเวลาจากลา ทั้งสองก็ทำใจไม่ได้ ลู่ฉิงฉิงถึงกับร้องไห้น้ำตาพราก


    “สือเยี่ยน รอก่อนนะ ฉันจะจดจำนายไว้ จะให้พ่อพามาหานายวันหลังแน่นอน”


    ทั้งที่หนูน้อยคนนี้ไม่อยากแยกแท้ ๆ แต่กลับพูดอย่างเข้มแข็ง


    หนูน้อยร้องไห้จนตาแดง เมื่อเห็นสือเยี่ยนไร้ความเคลื่อนไหว ก็เบะปากอย่างน้อยใจ “ทำไมนายไม่พูดอะไรเลยล่ะ ไม่ชอบฉันเหรอ?”


    สือเยี่ยนที่หน้าตายเหมือนพ่อใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเค้นเสียงแหบแห้งออกมา


    “งั้นฉันจะรอเธอนะ”


    ลู่ฉิงฉิงงอนและเสียใจ เธอกระทืบเท้าแล้วเบี่ยงตัวไม่มองสือเยี่ยน ดวงตาของเธอแดงก่ำ


    ลู่เช่อเฟิงจับมือเล็กของลู่ฉิงฉิง อธิบายอย่างขอโทษขอโพย “สาวน้อยคนนี้ขี้โมโหมาก อยู่บ้านก็เข้ากับเพื่อนไม่ได้ แต่ค่อนข้างถูกคอกับลูกชายพวกคุณน่ะครับ”


    “ได้เวลาแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ คราวหน้าอาจะพาฉิงฉิงไปเล่นที่บ้านหนูนะ”


    ลู่เช่อเฟิงกำลังจะลูบหน้าสือเยี่ยน


    สือเยี่ยนเบี่ยงหลบมือเขาแล้วกอดขายาวของสืออวี่ไป๋


    ลู่ฉิงฉิงถูกลู่เช่อเฟิงอุ้มขึ้นมา ก่อนกลับก็โบกมือให้สือเยี่ยนไม่หยุด


    “สือเยี่ยน ลาก่อนนะ!”


    “ฉันจะไปหานายให้ได้เลย!”


    จนกระทั่งเงาร่างของลู่เช่อเฟิงและลู่ฉิงฉิงลับตา ฉือฮวนถึงเก็บสายตากลับมา


    พอหันหน้ามาก็พบว่าปัญหายังไม่จบ กรามของสืออวี่ไป๋ตึงเป็นสัน เขาอุ้มสือเยี่ยนแล้วหมุนตัวเดินกลับ


    ฉือฮวนสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น


    เธอเพิ่งนึกได้ว่าเธอมัวแต่สนใจเด็กทั้งสองที่เที่ยวเล่นในสวนสัตว์ ยังไม่ทันโอ๋ไหน้ำส้มใบใหญ่นี้เลย


    “สืออวี่ไป๋ รอก่อนสิคะ!”


    สือเยี่ยนดูปกติ เขาซุกที่คอสืออวี่ไป๋ ไม่ขยับเขยื้อนอยู่นาน


    “เมื่อกี้ยังใจแข็งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ใครเช็ดน้ำตาบนกางเกงพ่อกันนะ?”


    สืออวี่ไป๋ล้อลูกชายนิ่ง ๆ


    เสียงของสือเยี่ยนแผ่วเบาและหม่นหมองทว่ามุ่งมั่นอย่างไม่ยอมใคร “พ่อครับ ถ้าในอนาคตไปเมืองหลวง ผมจะไปเล่นกับลู่ฉิงฉิงครับ!”


    “รอกลับไปได้ก่อนค่อยว่ากัน”


    สืออวี่ไป๋พูดเสียงเย็น


    สือเยี่ยนพลันกำหมัดแน่น!


    ฉือฮวนก้าวเท้าตามสองพ่อลูกที่เดินเร็วบ้างช้าบ้างไป ฉือฮวนจึงรับรู้ถึงความต่างของส่วนสูงระหว่างเธอและสืออวี่ไป๋อีกครั้ง


    ในเวลาต่อมาที่สืออวี่ไป๋ติดอันดับมหาเศรษฐี ฉือฮวนถึงได้รู้ว่าเขาสูงถึง 190 เซนติเมตร


    ฉือฮวนสูง 160 เซนติเมตรว่าสูงแล้ว แต่พอยืนข้างสืออวี่ไป๋ก็เหมือนเป็นสาวน้อยตัวเล็กน่ารักขึ้นมาทันที


    เขาสูงยาวเข่าดี ก้าวขาก็กว้าง แถมเขายังขับเคลื่อนด้วยแรงโทสะอีก ไม่นานก็ทิ้งห่างเธอไปไกล


    เธอวิ่งเหยาะ ๆ ไปสองก้าวถึงจะคว้าแขนสืออวี่ไป๋ได้ฉิวเฉียด


    “คุณโกรธเหรอคะ?”


    ฉือฮวนทนสายตาไร้เดียงสาของสือเยี่ยน มีแค่สวรรค์ที่รู้ว่าเธออายแค่ไหนที่ต้องพูดง้อแบบนี้


    เธอเม้มปาก ใบหูแดงระเรื่อ 


    ตอนนี้เองที่มือใหญ่ปิดตาสือเยี่ยนพอดี


    “ผู้ใหญ่คุยกัน เด็กห้ามแอบฟัง!”


    สืออวี่ไป๋พูดกับสือเยี่ยน


    สือเยี่ยนเบ้ปากอย่างดูหมิ่นภายใต้มือของพ่อ พ่อทำเหมือนเขาเป็นเด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวอีกแล้ว


    เขารู้ทุกอย่างนั่นแหละ!


    ทว่าเสียงพูดของเด็กน้อยทั้งนุ่มนิ่มและน่าเอ็นดู “พ่อครับ อย่าโกรธแม่เลยนะ!”


    “แม่ไม่ได้ทำผิดสักหน่อย!”


    เมื่อครู่ถูกพ่อพูดแทงใจดำ ตอนนี้เขาก็ขอเป็นคนร้ายเอาคืนพ่อบ้าง


    ฉือฮวนเหลือบมองลูกชายอย่างขอบคุณ


    อื้ม! ยังไงลูกชายแท้ ๆ ก็ดีที่สุด!


    สือเยี่ยนมองท่าทางน่ารักของแม่ผ่านซอกนิ้วของสืออวี่ไป๋ เขาเกือบหัวเราะพรืด


    เด็กน้อยกลั้นขำไว้แล้วพูดอย่างจริงจัง “แม่ทำความดีนะครับ!”


    “ผมรู้สึกภูมิใจมากที่มีแม่เก่งกาจแบบนี้!”


    “ในฐานะที่เป็นสามีของแม่ พ่อก็ต้องสนับสนุนแม่ไม่เปลี่ยนแปลง…ซี้ด!”


    สือเยี่ยนร้องโอยออกมา!


    ดวงตาเขาเบิกกว้างราวองุ่นดำ


    พ่อนิสัยไม่ดี แอบหยิกขาเขา!


    ลูกไม้แบบนี้ก็เอามาใช้ด้วย!


    มาดูกันว่าหลังจากนี้เขาจะเป็นก้างขวางคอยังไงบ้าง!


    “เจ็บ ๆ ๆ”


    สือเยี่ยนร้องออกมา พร้อมดึงมือสืออวี่ไป๋ออกแล้วมองฉือฮวนด้วยใบหน้าน่าสงสาร เขากุมขาแล้วร้องไห้ฮือ


    ฉือฮวนพลันร้อนใจ


    “เป็นอะไรน่ะเยี่ยนเยี่ยน? หนูเจ็บตรงไหน?”


    ฉือฮวนรีบก้าวขึ้นมาตรวจดูร่างกายเด็กน้อย


    “แม่ครับ ผมเจ็บขา!”


    สือเยี่ยนฉวยโอกาสตอนที่ฉือฮวนก้มหน้าดูและมองไม่เห็นเขา แลบลิ้นปลิ้นตาใส่สืออวี่ไป๋อย่างยั่วยุ


    เมื่อเธอมองมายังเขา สือเยี่ยนก็เหมือนเปลี่ยนหน้าก็มิปาน เขาเม้มปาก น้ำตาใสไหลลงมา


    เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความข่มขู่ของสืออวี่ไป๋ สุดท้ายสือเยี่ยนก็ผ่อนตาม


    “ผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ…” เด็กน้อยสะอึกสะอื้น ออดอ้อนด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา


    “แม่เป่าให้หน่อยได้ไหมครับ?”


    ฉือฮวนจะปฏิเสธได้ยังไง? เธอเป่าตรงที่เด็กน้อยชี้อย่างปวดใจ


    ดั่งกลิ่นหอมกล้วยไม้ล่องลอยมา ลมหายใจของสืออวี่ไป๋เต็มไปด้วยกลิ่นของฉือฮวน เธอมองใบหน้าของเด็กน้อยด้วยความกระวนกระวาย งดงามราวกับภาพแต่ง


    ดวงตาของสืออวี่ไป๋ครึ้มขึ้นเรื่อย ๆ ม่านตาพลันเปลี่ยนเป็นสีเข้ม

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80 ที่คุณอ่าน