ระหว่างขับรถอยู่เธอรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนขับรถตามเธอตลอดทางไม่ใช่เธอที่คิดมากไปเอง เพราะเธอได้ลองทดสอบดูแล้ว พอเธอชะลอความเร็วลงรถคันนั้นก็ชะลอลงด้วย พอเธอเร่งความเร็วมันก็เร่งตามเธอไม่รู้ว่าเธอถูกตามนานแค่ไหนแล้วอาจจะั้แ่ที่ภูเก็ตด้วยซ้ำแต่เื่ด่วนตอนนี้คือเธอต้องหาทางสลัดรถคันนั้นให้หลุดจากการติดตามเธอให้ได้ซะก่อนคิดได้ดังนั้นแล้วเธอก็ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าด่านตรวจของสถานีตำรวจข้างทางทันทีรถคันนั้นก็แปลกมันยังไม่หยุดตามเธออีกกลับขับตามเธอเข้ามาในสถานีด้วยซ้ำรวิสารีบลงจากรถแล้วเดินเข้าไปหาเ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเช่นกัน
“ขอโทษนะคะคุณตำรวจพอดีดิฉันจะขอรบกวนใช้โทรศัพท์หน่อยนะคะคือแบตมือถือดิฉันหมดแล้วมีธุระสำคัญต้องโทรจริงๆมองหาตู้โทรศัพท์สาธารณะแถวนี้ก็ไม่มีเลย รบกวนหน่อยได้ไหมคะ”รวิสารีบแต่งเื่ออกมาเป็ชุด เมื่อเห็นว่ามีคนลงจากรถคันที่ตามมาด้วยเหมือนกัน
“เชิญทางนี้เลยครับผมจะพาคุณไปใช้โทรศัพท์ของทางสถานี” คุณตำรวจเดินนำรวิสาไปทันทีแต่ยังไม่ทันที่รวิสาจะเดินตามเข้าไปเธอก็ถูกคว้าข้อมือเอาไว้ก่อน
“ว๊ายยปล่อยนะปล่อยคุณตำรวจช่วยด้วยค่ะ” รวิสาร้องสียงหลง
“เฮ้ยๆๆเดี๋ยวก่อนคุณผมเอง คุณสา ผมภาคินไงครับ”ภาคินรีบบอกคนตรงหน้าก่อนที่คุณตำรวจจะหันมาเล่นงานเขาซะก่อน
“นายภาคิน”รวิสาถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นชัดแล้วว่าใครที่ขับรถตามเธอมา
“ตกลงคุณสองคนรู้จักกันใช่ไหมครับ”คุณตำรวจรีบเข้ามาถาม
“ใช่ค่ะขอบคุณนะคะคุณตำรวจ ฉันคงไม่ต้องรบกวนแล้วละคะ”รวิสาหันไปขอบคุณตำรวจที่ยืนรอดูเหตุการณ์อยู่เพราะยังไม่แน่ใจว่าภาคินรู้จักหญิงสาวตรงหน้าจริงรึเปล่า
“โอเคครับถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“นี่คุณสา คุณเป็อะไรรึเปล่ามีเื่อะไรถึงขับรถเข้ามาในสถานีตำรวจ”ภาคินถามด้วยความเป็ห่วง
“ก็คุณนะแหละตัวดีเลยคุณขับรถตามฉันมาทำไมเนี่ย แล้วมาได้ไงมาจากไหน มาั้แ่เมื่อไหร่”รวิสาถามเป็ชุด
“หยุดก่อนเลยคุณถามทีละคำถามสิ พอดีผมมาทำธุระที่ภูเก็ตเพิ่งเสร็จกำลังจะขับรถกลับโรงแรมที่กระบี่เห็นรถคุ้นๆ จำได้ว่าเป็รถที่คุณเช่าไว้เลยขับตามมาห่างๆ อย่างห่วงๆ นะครับว่าแต่คุณเถอะมีเื่อะไรรึเปล่าถึงแวะเข้ามาสถานีตำรวจเนี่ย”ภาคินอธิบายพร้อมกับถามด้วยความเป็ห่วงเขามาติดต่อธุระที่ฟาร์มหอยมุกในจังหวัดภูเก็ต กว่าจะเสร็จธุระก็ค่ำพอดีทางที่จะขับกลับกระบี่เป็ทางเดียวกันกับที่หญิงสาวกำลังเดินทางเลยมาพบกันเข้าโดยบังเอิญเขานึกเป็ห่วงรวิสาเลยสั่งให้คนขับรถขับตามมาห่างๆเพราะที่จริงแล้วเขากับคนขับรถซึ่งก็คือบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขาเองสังเกตว่ามีคนขับรถตามรวิสาอยู่ก่อนหน้านี้จริงๆแต่หลังจากรวิสาเลี้ยวเข้ามาในสถานีตำรวจ รถคันนั้นก็ขับเลยไปแล้วแต่ยังวางใจอะไรไม่ได้ เห็นทีวันนี้เขาต้องคอยตามประกบรวิสาซะแล้ว
“เปล่าหรอกฉันแค่รู้ว่ามีคนขับรถตามมาตลอดั้แ่ออกจากถภูเก็ตแล้วก็เลยเลี้ยวรถเข้ามาในสถานีตำรวจเพื่อความปลอดภัยน่ะ”รวิสาอธิบายให้ชายหนุ่มตรงหน้าฟัง
“เอางี้เดี๋ยวผมขับรถไปกับคุณดีกว่าแล้วให้คนขับรถของผมล่วงหน้าไปก่อน ว่าแต่นี่ก็ค่ำแล้วคุณทานอะไรรึยังครับ”ภาคินตัดบทชวนเอาดื้อๆ
“ยังคะฉันก็กะว่าจะไปหาอะไรทานที่โรงแรมเลย เพราะกลัวว่าจะดึกเกิน”
“งั้นไปครับเดี๋ยวผมพาไปหาอะไรอร่อยๆ ทาน ผมเป็เ้ามือเองถือว่าเป็การขอโทษที่ทำให้คุณกลัว”ภาคินอาสาทั้งเป็คนขับรถและก็เ้ามือเลี้ยงอาหารในคราวเดียว
“เอางั้นก็ได้เอ่อขอบคุณนะ” รวิสากล่าวขอบคุณเสียงเบา
“อะไรนะผมไม่ได้ยินคุณช่วยพูดใหม่ได้ไหมครับ” ถึงรวิสาจะพูดเบาแต่ภาคินที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ได้ยินชัดเจน แต่อยากจะแกล้งหญิงสาวตรงหน้าที่ฟอร์มจัดซะหน่อย
“ไม่มีอะไรแล้วฉันหิวไปกันเถอะ” รวิสาที่รู้ทันแกล้งทำเป็ไม่สนใจรีบขึ้นรถทันทีภาคินหันไปสั่งงานคนขับรถเสร็จแล้วจึงกลับมาทำหน้าที่พลขับให้กับรวิสา
“หิวจัดละสิท่าผมได้ยินเสียงท้องคุณร้องด้วย” ภาคินแซวคนข้างๆ
“นิคุณแกล้งทำเป็ไม่ได้ยินบ้างไม่ได้รึไง” รวิสาอดหมั่นไส้คนข้างๆ ไม่ได้
“บังเอิญผมไม่ชอบเสแสร้งซะด้วยสิต้องขอโทษด้วยนะครับถ้ามันทำให้คุณรู้สึกไม่ดี”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไหนๆคุณก็อุตส่าห์ขับรถให้แถมยังรับปากจะเลี้ยงข้าวฉันอีก ฉันไม่โกรธคุณหรอก ว่าแต่ใกล้ถึงรึยังเนี่ยฉันหิวจะแย่อยู่แล้วน้าา”รวิสาส่งเสียงโอดครวญแข่งกับพยาธิในท้อง
“ทนหน่อยน่ะคุณเลี้ยวโค้งไปนี่ก็ถึงแล้ว”
“โอเคเลยเตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน ฉันกินจุนะจะบอกให้”
“ไม่บอกผมก็รู้แต่ตัวคุณแค่นี้จะสักเท่าไหร่เชียว”
“น้องคะขอสั่งกุ้งอบวุ้นเส้นแล้วก็ปูนิ่มทอดกระเทียมเพิ่มด้วยค่ะ”
“ผมเชื่อแล้วละว่าดูคุณแค่รูปร่างภายนอกไม่ได้จริงๆ คุณนี่มันกินจุชะมัดเอาไปเก็บไว้ไหนหมดเนี่ย” ภาคินนั่งดูรวิสาทานอาหารซะเพลินท่าทางเธอจะหิวจริงจังเพราะจานเปล่าๆ ที่อยู่ตรงหน้าเขาส่วนใหญ่ก็ฝีมือเธอทั้งนั้นทั้งปลาสำลีนึ่งบ๊วย ฉู่ฉี่กุ้งต้มส้มปลากระบอกแล้วก็น้ำพริกกุ้งเสียบพร้อมผักเคียงยังมีข้าวผัดปูที่เ้าหล่อนสั่งมาอีกเขายอมรับว่าเขาเองก็จัดการสำรับชุดแรกไปด้วยความหิวกว่าครึ่งหนึ่งเหมือนกันแต่ผู้หญิงทั่วไปมักจะรักษาหุ่นโดยเฉพาะมื้อค่ำแบบนี้ แต่แม่เ้าประคุณกลับไม่สนใจทั้งยังสั่งอาหารมาเพิ่มอีกแต่คงอย่างที่คุณลุงขจรเคยเล่าให้ฟังละนะ ว่าลูกสาวคนนี้ของท่านเป็นักชิมชอบท่องเที่ยวแล้วก็ตระเวนชิมไปทั่วพอรู้ว่าที่ไหนมีของดีของอร่อยละก็ไม่พลาดซะล่ะ
“ก็บอกแล้วไงว่าระบบการเผาผลาญของฉันนะดีเยี่ยม กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ว่าแต่คุณเถอะแค่นี้ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงหรอกใช่ไหมคะ”
“คร๊าบบบเชิญเลยครับไม่ต้องห่วงสวัสดิภาพของขนหน้าแข้งผมหรอก” ภาคินตอบกลับยิ้มๆคงเป็เพราะเขาได้ยินเื่ราวของคนตรงหน้ามานานแล้วทำให้รู้สึกคุ้นเคยกับเธอและอยากดูแลเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่งอย่างน้อยเขาก็อยากจะช่วยดูแลเธอแทนคุณลุงขจรและคุณป้าพราวพรรณที่เขาเคารพนับถือ
“ได้เลยค่ะถ้าอย่างงั้นสาจัดเต็มละนะคะ” รวิสาเผลอเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นของเธอทำให้ภาคินอดยิ้มพอใจไม่ได้
“อิ่มจังตังค์อยู่ครบขอบคุณนะคะคุณเ้ามือ” รวิสาหันไปขอบคุณคนขับรถกิตติมศักดิ์อีกครั้ง
“ไม่เป็ครับมีคุณไปนั่งทานอาหารเป็เพื่อน ผมคงจะผอมได้เองละ”
“ทำไมละคะ”
“ก็แค่มองคุณทานเอาทานเอาผมก็อิ่มแล้วนะสิครับ”
“นี่ทำเป็พูดไปคุณเองก็ทานเยอะเหมือนกันนั่นละ”
“คร๊าบผู้ชายอย่างผมทานเยอะก็เป็เื่ธรรมดา แต่ผู้หญิงแบบคุณนี่สิ ไม่ห่วงรูปร่างบ้างเหรอครับ”
“ก็บอกแล้วไงว่าระบบเผาผลาญฉันดีกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แต่ถึงจะไม่ได้เป็แบบนั้นฉันก็ไม่สนใจหรอกนะคนเราถ้าทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไปสิคะ อย่างฉันชอบทานอาหารอร่อยๆก็ไม่เห็นต้องมานั่งฝืนใจตัวเองมัวแต่กังวลเื่รูปร่างเลย”
“ก็จริงของคุณเอาไว้ผมพาคุณไปทานข้าวด้วยอีกดีกว่า ผมจะได้เจริญอาหารคุณรู้ไหมปกติผมไม่ทานข้าวเยอะขนาดนี้หรอกนะครับ ยิ่งมื้อดึกยิ่งแล้วใหญ่ไม่ใช่ว่าผมจะรักษารูปร่างหรอกนะ เพียงแต่ผมทานแค่พออิ่มแล้วก็หยุดไปเองแต่วันนี้ผมทานเยอะมากเลยละ”
“นี่ๆพูดแบบนี้จะพาฉันไปเป็เครื่องมือทำให้เจริญอาหารรึไง”
“แล้วดีไหมล่ะครับผมไม่ได้ให้ไปนั่งเฉยๆนี่ ผมให้นั่งไปด้วยทานไปด้วย ที่สำคัญฟรีอีกต่างหาก”
“แหมถูกใจก็ตรงประโยคหลังนี่แหละแต่คราวหน้าฉันเลี้ยงคุณบ้างดีกว่า ไม่อยากให้ใครมาว่าทีหลัง”
“ใครจะกล้าว่าคุณละครับผมเต็มใจเลี้ยงนี่นา คุณไม่ได้เอาปืนมาจ่อบังคับให้ผมเลี้ยงซะหน่อย”
“ค่าแต่เอาเป็ว่าคราวหน้าฉันขอเลี้ยงตอบแทนที่คุณมาขับรถให้ก็แล้วกันสองวันติดเลยด้วย”
“ก็ได้ครับงั้นพรุ่งนี้เลยเป็ไงผมยังมีเวลาว่างอยู่”
“พรุ่งนี้ฉันต้องเตรียมงานนะสิเพราะอีกวันต้องทำข่าวสำคัญให้บอสด้วย”
“ข่าวอะไรเหรอครับบอกหน่อยได้ไหม”
“ก็งานเลี้ยงเปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ของร้านกะรัตนะสิคะงานใหญ่เลยนะเนี่ย ที่สำคัญรู้สึกว่าชื่อเ้าของงานคราวนี้เหมือนคุณเปี๊ยบเลยล่ะ”
“งั้นเหรอครับน่าสนใจจริงๆ ผมชักอยากจะไปร่วมงานด้วยแล้วสิ”ภาคินแปลกใจเล็กน้อยที่นักข่าวอย่างเธอยังไม่รู้ว่าเขาคือคนคนเดียวกันกับที่เธอกำลังพูดถึงแต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้เธอรู้เพิ่มเติม ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็ใครคิดเอาไว้ว่าไปทำให้เธอประหลาดใจในวันงานดีกว่า โดยที่ภาคินไม่รู้เลยว่าไม่เพียงแต่ความประหลาดใจเท่านั้นมันมีทั้งความระแวง สงสัย ระแวดระวังและยังมีเื่อื่นๆ ตามมาอีกมากมาย
“เอาละถึงที่พักแล้วครับเดี๋ยวผมขึ้นไปส่งนะ”
“ถ้าฉันจำไม่ผิดเราอยู่ชั้นเดียวกันนี่คะ”รวิสาจำได้ เพราะเมื่อคืนเธอเห็นแล้วว่าเขาอยู่ห้องตรงข้ามเยื้องกับห้องพักของเธอไปเล็กน้อย
“คุณนี่จำแม่นจริงๆที่จริงแอบสนใจผมก็บอกมาเถอะน่า”
“คุณนี่มันพูดดีด้วยไม่ได้จริงๆเลยนะ”
“เอาน่า ผมล้อเล่นไปครับ ขึ้นไปพักผ่อนได้แล้ว”
“สา ไปไหนมา”ศิขรหรือไมค์ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงกระบี่เย็นวันนี้ มายืนรอหญิงสาวหน้าห้องพักนานแล้วถามเสียงดุเมื่อเห็นรวิสาเดินคู่มากับภาคิน
“อ้าวไมค์ เอ้ยบอสมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย” รวิสาแปลกใจเพราะวิมลไม่ได้บอกว่าบอสของเธอจะตามมาคุมถึงนี่อุตส่าห์คิดว่าจะได้ฉายเดี่ยวแล้วเชียว
“มาั้แ่เย็นแล้วโทรเข้ามือถือเธอก็ปิด พี่ณรงค์ก็ไม่รู้ว่าเธอไปไหน รู้ไหมว่าผมเป็ห่วงสามากนะ”ไมค์พูดจบก็หันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังรวิสาด้วยท่าทางไม่เป็มิตรนัก
“เอ่อไมค์นี่คุณภาคินคุณภาคินคะนี่คุณศิขรบอสของสาเองค่ะ” รวิสาแนะนำ
“สวัสดีครับคุณศิขร”
“สวัสดีครับว่าแต่สาไปรู้จักเขาได้ไงละเนี่ย” ไมค์เพียงทักทายภาคินสั้นๆตามมารยาทแล้วหันไปซักไซ้รวิสาต่อทันที
“นี่ไมค์ทักทายให้มันดีหน่อยสิคุณภาคินเขาเป็แขกวีไอพีของที่นี่เราบังเอิญเจอกันแล้วคุณณรงค์ก็พาไปทานข้าวด้วยกันมาเมื่อวาน”
“อ้อแขกวีไอพีของพี่ณรงค์ดีใจนะครับที่ได้มีโอกาสเจอคุณภาคิน แต่ตอนนี้ผมคงต้องขอตัวก่อนไว้พบกันเร็วๆนี้นะครับ ไปสาไมค์มีเื่งานจะคุยด้วย”ไมค์พูดตัดบทพร้อมลากรวิสาเข้าไปในห้องพัก
“โอเคครับคุณสาอย่าลืมนะครับว่าคุณติดเลี้ยงข้าวผมมื้อนึงถ้าเป็ไปได้ผมขอเป็คืนพรุ่งนี้เลยนะครับ มื้อค่ำก็ได้ถ้ากลางวันคุณไม่ว่าง”ภาคินรีบบอกก่อนที่หญิงสาวจะถูกลากเข้าไปในห้อง
“ได้เลยค่ะ”รวิสารับปาก พอจะพูดอะไรต่อก็โดนบอสตัวป่วนปิดประตูใส่หน้าซะก่อน
“นี่ไมค์ไม่มีมารยาทเลยนะสายังคุยกับคุณภาคินไม่จบเลย” รวิสาด่าไมค์ที่ชอบทำตัวเป็แม่ไก่หวงลูกเจี๊ยบ บางทีก็เว่อร์เกิ๊นนพออยู่ด้วยกันสองคนรวิสาก็จัดเต็มไมค์ทันทีในฐานะเพื่อนสนิท
“ก็สาอ่ะไม่รู้จักระวังตัวเลย เพิ่งรู้จักเขาแท้ๆ รู้แค่เขาเป็แขกวีไอพีที่นี่แล้วไงละรู้จักเขามากแค่ไหนเชียว ถึงได้ไปไหนมาไหนกับเขามาจนค่ำมืดขนาดนี้”
“โอ๊ยยไมค์นายนี่ขี้บ่นชะมัดสาไปทำธุระที่ภูเก็ตมาขับไปเองคนเดียวขากลับบังเอิญเจอคุณภาคินเข้าพอดีเขาเลยอาสาขับรถมาเป็เพื่อนแล้วก็พาสาไปเลี้ยงข้าวด้วยแค่นั้นเอง”
“สาไว้ใจคนมากไปรู้รึเปล่าต้องหัดระวังตัวไว้บ้างไมค์เตือนอะไรก็ฟังไว้บ้างนะสา ตอนนี้ไม่มีใครหวังดีกับสามากไปกว่าไมค์แล้วรู้ไหม”ไมค์จ้องตารวิสาอย่างมีความหมายลึกซึ้งพยายามสื่อความรู้สึกที่มีมากเกินกว่าคำว่าเพื่อนให้หญิงสาวตรงหน้ารับรู้แต่รวิสากลับไม่เอะใจเลยสักนิด
“เอาน่าบ่นเป็ป้าแก่ไปได้ไหนมีเื่งานอะไรก็ว่ามาเลยสาเตรียมสมุดจดแล้ว”
“เปลี่ยนเื่จนได้นะก็ไม่มีอะไรมากหรอก พรุ่งนี้ไมค์จะให้คนเอาชุดมาให้สานะ งานนี้เป็งานหรูไฮโซ ดารามากันเยอะแยะ เราจะแต่งตัวกะโปโลเข้าไปไม่ได้รู้ไหม ไมค์เตรียมชุดไว้ให้สาแล้วพรุ่งนี้ไมค์ต้องไปทำธุระที่ภูเก็ตหน่อยแล้วเย็นๆ จะกลับมาทานข้าวด้วยห้ามหนีหายไปไหนละ โทรศัพท์อ่ะก็เปิดซะบ้าง ไม่ได้มีไว้ให้พกเฉยๆ นะ”
“ก็เปิดแล้วแต่แบตมันหมดนี่ไม่มีที่ชาร์จด้วยสาง่วงแล้วไมค์กลับไปพักเถอะวันนี้เพิ่งมาถึงคงเหนื่อยแย่แล้วล่ะ”
“แหมรีบไล่เลยนะไมค์ไปนอนก็ได้ สาก็รีบนอนละ”
“รู้แล้วน่า”
“งั้นไมค์ไปแล้วนะแน่ใจนะว่าไม่ต้องให้นอนเป็เพื่อน”
“ไม่ต้องเลยยะ นี่ฉันเพื่อนแกนะเว้ยเว้นๆ ไว้คนเหอะ”
“อะไรใครเพื่อนสาเป็ที่รักตลอดกาลของไมค์นะ อีกอย่างเผื่อสาฝันร้ายอีกไมค์จะได้ช่วยปลุกไง”ศิขรรู้เื่ฝันร้ายของรวิสาดีทั้งจากวิมลแล้วก็จากที่เคยเจอกับตัวเพราะรวิสากับวิมลเองก็เคยไปค้างคืนที่คอนโดเขาบ่อยๆ แม้แต่ที่บ้านของศิขรเองซึ่งป๊ากับม๊าของศิขรก็รู้จักรวิสาดี ทั้งสองเอ็นดูหญิงสาวราวกับลูกแท้ๆยิ่งพอรู้เื่ราวครอบครัวของเธอก็ยิ่งสงสาร อยากให้เธอไปอยู่ด้วยกันซะที่บ้านเลยที่สำคัญทั้งสองยังอยากได้เธอเป็ลูกสะใภ้อีกด้วยแต่รวิสาก็พยายามย้ำตลอดว่าเธอเป็แค่เพื่อนสนิทของศิขรเท่านั้น
“ขอบใจยะแต่ไม่ต้องฉันยังไม่อยากโดน สาวๆ ของนายรุมตบ ยิ่งนายบอกว่ามีบรรดาไฮโซดาราแห่กันมางานนี้ด้วยฉันว่าคงมีโจทย์นายหลายคนเลยละ”รวิสาคิดแล้วสยองไม่หายก็เธอเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วไม่ใช่ครั้งสองครั้งแต่บ่อยๆ เลยละ ั้แ่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้ เธอถูกบรรดาสาวๆของไมค์เข้าใจผิดจนมาหาเื่เธอบ่อยๆ
“สาวคนไหน สาบอกมาได้เลย เดี๋ยวไมค์เคลียร์ให้ใครกล้ามาทำอะไรสุดที่รักของไมค์ไมค์ไม่เอาไว้หรอก” ศิขรพูดจริงจัง ทุกครั้งที่รู้ว่ามีคนมาอาละวาดใส่รวิสาเขาจะไปเคลียร์และบอกเลิกผู้หญิงพวกนั้นทันที สำหรับเขารวิสาคือที่หนึ่งเสมอเขาตั้งใจว่าหลังจากช่วยรวิสาจัดการเื่ครอบครัวเรียบร้อยแล้วเขาจะสารภาพความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าความเป็เพื่อนให้เธอได้รับรู้และขอเธอแต่งงานทันที
“จ้าๆพ่อคุณไปนอนเถอะไป๊”
“ครับผมขอกู๊ดไนค์คีสทีหนึ่งดิ” ไมค์พูดทีเล่นทีจริง
“ฝันเหอะไปได้แล้วถ้าไม่อยากเจอกู๊ดไนท์คิคแทน ลูกเตะอ่ะเอาป่ะละ”
“โหไปก็ได้จ้าโหดจริงเชียว” ไมค์ยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วก็ยอมตัดใจกลับเข้าห้องพักซึ่งอยู่ถัดออกไปไม่ไกลจากห้องของรวิสานัก
‘อากาศดีจริงๆเลยน้าไปว่ายน้ำในสระเล่นดีกว่าเรา’ รวิสาอ่านรายละเอียดของงานที่จะต้องไปทำข่าวในคืนวันพรุ่งนี้และเตรียมอุปกรณ์การสัมภาษณ์รวมทั้งเช็ดทำความสะอาดกล้องตัวโปรดเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงอยากจะไปพักผ่อนว่ายน้ำให้สบายใจแต่ยังไม่ทันที่เธอจะไปเปลี่ยนชุดก็มีคนมากดกริ่งที่ห้องพักซะก่อน
“สวัสดีค่ะคุณรวิสานะคะ คือคุณศิขรฝากให้เอาชุดที่จะใส่ไปในงานวันพรุ่งนี้มาให้ค่ะ”พนักงานโรงแรมยื่นกล่องของขวัญสีน้ำเงินเข้มผูกโบสีฟ้าสวยและกล่องใบขนาดย่อมที่วางซ้อนอยู่ให้กับหญิงสาวตรงหน้ารวิสารับเอาไว้พลางกล่าวขอบคุณพนักงานคนนั้นก่อนจะกลับไปอ่านข้อความในการ์ดที่แนบมากับกล่องของขวัญ
‘ชุดกับรองเท้าคู่สวยนี้มอบให้สาไว้ใส่ไปในงานนะเปิดดูแล้วห้ามทำหน้ายี้ละงานพรุ่งนี้เป็ทางการมากต่อให้เป็นักข่าวก็ต้องให้เกียรติเ้าภาพไม่งั้นเขาไม่ให้เข้างานนะครับ อ้อ..คืนนี้สารอไมค์ด้วยนะจะมารับไปทานมื้อค่ำด้วยกัน รักนะจุ๊บๆ ..ไมค์’
“นี่ขนาดต้องยี้เลยเหรอเนี่ยไหนดูหน่อยสิ” รวิสาเปิดกล่องสีน้ำเงินสวยออกมาดูภายในกล่องมีชุดสีน้ำเงินเข้มสีเดียวกันกับกล่องที่ใช้บรรจุมาเนื้อผ้าพลิ้วสวยแบบไหมญี่ปุ่นให้ัันุ่มมือ จนทำให้รวิสาอดยิ้มนิดๆไม่ได้สำหรับความเอาใจใส่ที่ผู้ให้ตั้งใจสรรหามามอบกับเธอตัวชุดผ้าไหมเป็เดรสยาวเกือบถึงข้อเท้าส่วนบนเป็แบบคอไขว้ผูกโบไว้ด้านหลังซึ่งเปิดเปลือยให้เห็นแผ่นหลังนวลเนียนในขนาดกำลังเหมาะไม่ลึกและกว้างเกินไปนักแต่ตรงนี้แหละที่ทำให้รวิสาต้องร้องยี้ออกมาจริงๆ
“ไอ้บ้าไมค์คิดไงเนี่ยเอาชุดนี้มาให้ฉันใส่อ้ะกลับมาต้องขอเคลียร์หน่อยแล้ว เป็แค่นักข่าวต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”รวิสาบ่นยาว ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่คุ้นเคยกับชุดราตรีพวกนี้มาก่อนสมัยก่อนเธอก็เคยไปออกงานกับคุณขจรและคุณพราวพรรณบ่อยๆ ตอนอยู่ต่างประเทศก็ต้องร่วมงานของสถานทูตและงานใหญ่ๆที่จัดขึ้นเป็ประจำ แต่ตอนนี้มันผิดกัน งานนี้เธอเข้าร่วมในฐานะนักข่าวถ้าจะต้องแต่งตัวเต็มยศขนาดนี้มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอเนี่ยรวิสาคิดแล้วก็อดไม่ได้กดเบอร์โทรศัพท์หาศิขรทันทีแต่ศิขรดันปิดมือถือซะก่อนราวกับจะรู้ทันเธอ หรือไม่ก็กำลังสวีทหวานอยู่กับสาวคนใดคนหนึ่งอยู่แน่ๆ‘เอาวะไงคืนนี้ก็ต้องเจอกันอยู่ดี ไว้เคลียร์ก็ได้ขอไปว่ายน้ำให้สบายใจก่อนดีกว่า’คิดแล้วรวิสาก็ปรับโหมดตัวเองรีบไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำพร้อมสวมเสื้อคลุมลงไปที่สระว่ายน้ำของโรงแรมทันที
“อ้าวคุณสาเตรียมงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอครับ”ภาคินซึ่งลงมาว่ายน้ำเหมือนกันทักทายเมื่อเห็นหญิงสาวว่ายน้ำมาหยุดพักอยู่ที่ริมสระน้ำ
“คุณภาคินมาว่ายน้ำเล่นเหมือนกันเหรอคะ” รวิสาถามต่อ แทนที่จะตอบคำถามชายหนุ่ม
“ครับ พอดีวันนี้มีเวลาก็เลยกะว่าจะพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนลุยงานหนักนะ”
“พูดถึงงานหนักก็คงจะหนักจริงละนะคะ เฮ้ออ” รวิสารู้สึกกังวลั้แ่ที่รู้แล้วว่าวันพรุ่งนี้ตัวเองอาจจะได้เผชิญหน้ากับฆาตกรที่อยู่เื้ัการตายของพ่อแม่เธอก็ได้‘ถ้านายภาคิน วงศ์บริรักษ์เป็ฆาตกรตัวจริงเธอจะต้องทำทุกวิถีทางที่จะเอาคนเลวเข้าคุกให้ได้ แต่เธอจะต้องวางแผนดีๆเพื่อจะเข้าถึงตัวนายนั่นให้ได้ก่อนเธอต้องสืบให้รู้ความจริงให้ได้ว่าอะไรเป็สาเหตุที่แท้จริงซึ่งทำให้พ่อกับแม่เธอต้องตายหรือจะเป็เพราะใบกรรมสิทธิ์เป็ผู้ถือหุ้นในบริษัทเหมืองแร่ตามที่ป้าจิตรีบอก’
“คุณสา คุณสาครับเป็อะไรรึเปล่าครับ” ภาคินที่ลงน้ำมาแล้วและตอนนี้กำลังเขย่าตัวหญิงสาวเบาๆเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังเหม่อ ไม่ได้ยินกระทั่งเสียงเรียกของเขา
“คุณภาคินสาไม่เป็ไรค่ะ สาว่าเดี๋ยวสาขอตัวก่อนดีกว่าเล่นน้ำนานแล้ว เดี๋ยวจะเป็ตะคริวอีกขอตัวก่อนนะคะ อ้อแล้วคืนนี้สาจะเป็เ้ามือเลี้ยงคุณภาคินเองนะคะขอนัดเวลาเลยก็แล้วกัน หนึ่งทุ่มตรงเจอกันหน้าล๊อบบี้นะคะ บายค่ะ”รวิสาพูดจบก็รีบขึ้นจากสระทันที โดยยังไม่ทันได้ฟังคำตอบจากชายหนุ่มด้วยซ้ำ