ตอนที่ 2 งานเลี้ยงราตรี (2)
ประตูห้องจัดเลี้ยงเปิดออกทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องไปตรงประตู เห็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่รูปร่างสูงตระหง่าน สุภาพลุ่มลึก กำลังประคองผู้าุโม่อเดินเข้ามา คนที่เดินมาด้วยยังมีผู้กุมอำนาจของสกุลฟู่ สกุลหลี่ และสกุลซู ซึ่งอยู่ในสี่ตระกูลใหญ่ เมื่อเห็นคนจากสี่ตระกูลใหญ่เดินเข้ามาด้วยกัน ทุกคนก็พากันตกตะลึง เหล่ามหาเศรษฐีของเมืองหลวงมากันแล้ว
ทันทีที่กู้เฉิงเฟิงกับหลิ่วหรูอวี้เห็นพวกเขามาถึง ก็รีบตรงไปต้อนรับด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม “แขกผู้มีเกียรติมาถึงแล้ว รีบเชิญเข้ามาด้านใน...”
ทุกคนเห็นกู้เฉิงเฟิงประคองผู้าุโม่ออย่างนอบน้อมด้วยท่าทางของลูกเขยผู้กตัญญู ทั้งยังสนทนากับกู้อู๋เหยียนที่ประคองอีกข้างอย่างอ่อนโยนมีไมตรีจิต ช่างเป็ภาพงดงามของบิดาที่มีเมตตากับบุตรผู้กตัญญูจริงๆ
คิดไม่ถึงเลยว่าทั้งหมดนี้เป็แค่ภาพลวงตาที่ภายนอกพวกเขาดูสนิทสนมกัน ทว่าแท้จริงมีความบาดหมาง แต่นั่นจะสำคัญอะไร ขอแค่คนอื่นคิดว่าพวกเขาดีกัน นั่นก็ดีแล้ว
หลังจากพาผู้คนมาถึงโต๊ะกลมพิเศษ กู้เฉิงเฟิงก็กวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟเข้ามาบริการ จากนั้นก็ยกแก้วชนกับฟู่เหวินเซวียน หลี่เม่าเต๋อ ซูิเฉิง ไล่เรียงไปทีละคน “ทุกท่านสามารถมาร่วมงานเลี้ยงฉลองกลับประเทศของลูกชายผมได้ ถือว่าเป็เกียรติของเขา ผมขอดื่มคารวะทุกท่านแทนเสี่ยวเหยียนหนึ่งแก้วครับ”
ทั้งสามเห็นเขาดื่มเสร็จก็สบตากันแวบหนึ่ง แต่กลับไม่ไหวติง สายตาเพ่งมองไปยังผู้าุโม่อซึ่งนั่งอยู่อีกด้าน
กู้เฉิงเฟิงที่ดื่มเหล้าเสร็จมองเหล้าในแก้วคนทั้งสามแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย ลอบส่งเสียงฮึดฮัดในใจ
หลิ่วหรูอวี้ที่อยู่ด้านข้างมองเห็นฉากอันน่ากระอักกระอ่วนนี้ก็หัวเราะเบาๆ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ “เฉิงเฟิงคะ คุณดูสิ เสี่ยวเหยียนก็มาด้วยนะ คุณพาเสี่ยวเหยียนไปพบคนอื่นๆ ก่อนดีไหม ให้ผู้าุโสนทนากับทุกท่านก่อนสิคะ”
ตอนแรกคุณตานั้นอยากทำเมินเฉยใส่กู้เฉิงเฟิง ไม่คิดเลยว่าเพียงประโยคเดียวของหลิ่วหรูอวี้จะแก้ไขสถานการณ์ได้ ไหวพริบเธอดีมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถมัดตัวกู้เฉิงเฟิงมาได้หลายปีขนาดนี้
เดิมทีกู้อู๋เหยียนอยากรอดูฉากเด็ด ตอนนี้ดูเหมือนว่าตนเองต้องออกมาแสร้งทำตัวเป็ลูกชายที่แสนดี เขาจ้องมองกู้เฉิงเฟิงที่นั่งอยู่ตรงนั้น ยิ้มแล้วทำตามคำพูดของหลิ่วหรูอวี้พลางเอ่ย “คุณตาครับ ผมเพิ่งกลับมายังไม่รู้จักใคร พอดีเลย ให้คุณพ่อพาผมไปทำความรู้จัก...”
กู้เฉิงเฟิงเห็นกู้อู๋เหยียนยิ้มละไมอย่างเฉลียวฉลาด เขากลับหนักใจอย่างอธิบายไม่ถูก เ้าเด็กเหลือขอนี่เปลี่ยนไปมาก ท่าทางโอหังอวดดี ความดื้อรั้นไร้เหตุผลในวัยเด็กหายไปอย่างไร้ร่องรอย แถมสายตาอันน่าหวาดผวาที่มักจะทำให้เขาฝันถึงเื่น่ากลัวกลางดึกก็หายไปแล้วเช่นกัน ั์ตาอีกฝ่ายตอนนี้สุกใสแวววาว ดูสุภาพเรียบร้อย
นี่จะเป็เหมือนที่หมอโรเบิร์ตพูดไว้ ว่าเขาลืมเื่ทุกอย่างก่อนวัย 10 ขวบอย่างนั้นจริงๆ หรือ
ตอนที่กู้เฉิงเฟิงกำลังอึ้งงัน ผู้าุโม่อก็พูดออกมาสองคำด้วยสีหน้าเย็นเยียบไร้อารมณ์ “ไปเถอะ”
หลิ่วหรูอวี้ใช้แขนแตะกู้เฉิงเฟิงที่อยู่ด้านข้างแล้วเอ่ยเตือนเสียงเบา
ตอนแรกกู้เฉิงเฟิงไม่คิดจะให้กู้อู๋เหยียนรู้จักคนเหล่านี้ แถมงานเลี้ยงในวันนี้ยังถูกม่อเฉิงอู่บีบบังคับ เขาพากู้อู๋เหยียนไปถึงโต๊ะกลมริมขวาสุดตามใจชอบ
“ประธานกู้…”
กู้เฉิงเฟิงตรงไปตบแขนคนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างสนิทสนม หัวเราะดังลั่นแล้วพูด “พวกเราไม่ได้นัดไปดื่มเหล้ากันนานมากแล้วนะ”
“ประธานกู้ นัดดื่มเหล้าเนี่ย ตอนไหนพวกเราก็มีเวลา กลัวแต่จะนัดคนคิวแน่นอย่างคุณไม่ได้นี่สิ...”
กู้เฉิงเฟิงยิ้มแย้มคุยเล่นกับคนพวกนี้ เหมือนว่าจะลืมคนที่ยืนอยู่ข้างหลังไป
สายตาของกลุ่มคนที่พูดคุยยิ้มแย้มต่างลอบมองสำรวจเด็กหนุ่มที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังกู้เฉิงเฟิง ดูท่าจะเป็ไปตามที่เล่าลือกันจริงๆ ว่ากู้เฉิงเฟิงเกลียดชังและไม่ชอบลูกคนนี้เป็อย่างยิ่ง
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็เหมือนกู้เฉิงเฟิงจะนึกถึงคนที่อยู่ข้างหลังได้ เลยหันหน้ามองกู้อู๋เหยียน ตอนแรกคิดว่าอีกฝ่ายถูกมองข้ามนานขนาดนี้ จะต้องฉุนเฉียว โกรธเป็ฟืนเป็ไฟแล้วไปก่อความวุ่นวายในงานเลี้ยงตามนิสัยเมื่อก่อนเป็แน่ นึกไม่ถึงเลยว่าเ้าตัวจะมองสำรวจทุกอย่างในงานเลี้ยงอย่างสบายๆ ไม่ได้มีท่าทีกระสับกระส่ายใดๆ
คนคนนี้ช่างแปลกประหลาดมากจริงๆ!! เขาก็อยากจะดูว่าจะแกล้งทำไปได้ถึงเมื่อไร
“เสี่ยวเหยียน ขอแนะนำแกสักหน่อยนะ คนพวกนี้ต่างเป็ผู้ถือหุ้นของบริษัท ต่อไปมีอะไรไม่เข้าใจก็ปรึกษากับพวกผู้าุโได้...” ทันทีที่พูดจบก็เผยรอยยิ้มราวกับบิดาผู้มีเมตตาจิตออกมา
กู้อู๋เหยียนมองรอยยิ้มจอมปลอมที่น่าขยะแขยงนี้แล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นในใจทันที แต่ภายนอกยังคงสงวนท่าทีอ่อนน้อม สีหน้านิ่งสงบ
“ได้ยินมานานแล้วว่าธุรกิจของท่านผู้าุโมีวิสัยทัศน์ยาวไกล ความคิดไม่ซ้ำใคร ผมเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก ยังมีหลายสิ่งที่ต้องเรียนรู้ หากได้รับการชี้แนะจากทุกท่าน ก็นับเป็โชคดีในชีวิตผมอย่างใหญ่หลวงจริงๆ ครับ”
พูดจบเขาก็ตรงเข้าไปชนแก้ว แถมยังตั้งใจลดแก้วให้ต่ำกว่าเล็กน้อย เมื่อผู้คนเห็นท่าทีอ่อนน้อมของเขาก็ประทับใจขึ้นไม่น้อย
“ต่อไปรบกวนชี้แนะให้มากด้วยนะครับ และขอเชิญผู้าุโทุกท่านช่วยกรุณาให้คำแนะนำด้วยครับ” ทันทีที่พูดจบ เขาก็ดื่มเหล้าในแก้วหมดรวดเดียว
ตอนแรกทุกคนนั้นพิจารณาท่าทีของกู้เฉิงเฟิงที่มีต่อลูกชายเขาแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า ตนควรจะวางตัวเป็กลาง กล่าวชมอย่างเรียบเฉยไม่กี่ประโยคก็พอแล้ว
คิดไม่ถึงว่าเ้าเด็กคนนี้จะอ่อนน้อมมีมารยาทเป็อย่างยิ่ง เด็กวัยรุ่นแบบนี้ในปัจจุบันมีไม่มากแล้ว
กู้เฉิงเฟิงที่อยู่ข้างๆ มองกู้อู๋เหยียนสนทนากับทุกคนอย่างถูกคอ ฟังกู้อู๋เหยียนเล่ามุมมองของตนเองที่มีต่อธุรกิจ จากนั้นทุกคนก็หยุดชื่นชมเขาไม่ได้
กู้อู๋เหยียนเหลือบมองพ่อเฮงซวยที่ถูกหักหน้าผ่านหางตา เขาลอบหัวเราะในใจ ‘เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยของคุณนี่ช่างเด็กน้อยมาก’
ทันใดนั้นเอง ผู้ช่วยของม่อเฉิงอู่ก็เดินเข้ามากระซิบข้างหูกู้อู๋เหยียน “สวนดอกไม้หลังโรงแรมครับ”
กู้อู๋เหยียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วโบกมือให้ผู้ช่วยเดินไป ก่อนหันมายิ้มให้ทุกคนด้วยความเสียใจ “ผู้าุโทุกท่านครับ ต้องขออภัยด้วย คุณตาตามหาผม ท่านมีธุระเล็กน้อย ต้องขอตัวก่อนนะครับ”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไป