บทที่ 14
วิกฤติของเจสัน
แทบจะไม่มีใครนิ่งเฉยอยู่ได้เมื่อผู้มีพระคุณคนสำคัญของโบสถ์าเ็หนักปางตายเช่นนี้
แม้อยากจะเข้าไปช่วยเหลือมากเพียงใด แต่แอนนาไม่มีความสามารถในการทำแผลฉกรรจ์ที่ปรากฏบนหัวไหล่และหน้าอกของเจสันได้ เธอจึงต้องรับหน้าที่กันน้อง ๆ ออกไปจากบริเวณเพื่อไม่ให้ขัดขวางการตรวจสอบาแของผู้าุโทั้งสอง เจมส์เองก็รีบวิ่งไปจุดไฟเพื่อเตรียมต้มน้ำตามคำบอกของคิท
เด็กน้อยวัยสิบสองผู้รักษาอารมณ์ได้อย่างเยือกเย็นจึงเป็เพียงอีกคนที่มีสติมากพอจนสามารถเข้าช่วยเหลือเจสันในขณะนี้ได้
เศษผ้าสกปรกที่ใช้พันหัวไหล่หนาเตอะถูกถึงออกอย่างช้า ๆ เืยังคงไหลซึมออกมาจนมันเปียกชุ่มและส่งกลิ่นคาวไปทั่ว ไม่นานนักทุกคนก็เห็นาแสีแดงเข้มจนเกือบดำ เป็รอยฟันขนาดใหญ่ที่กัดจนทะลุเนื้ออย่างน่ากลัว ิัรอบแผลแดงจัดและร้อนระอุ
“แผลใหญ่เกินไป เราจะต้องเย็บแผล” ซิสเตอร์ลิซ่าผู้ผ่านการฝึกฝนด้านการปฐมพยาบาลจากทางศาสนจักร พูดอย่างใจเย็น เธอกำลังใช้พลังพิเศษจนร่างทอแสงอ่อน ๆ น่าเสียดายที่มันเป็เพียงพลังระดับต่ำซึ่งช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูเร็วขึ้นเท่านั้น อาการของเจสันจึงยังไม่พ้นขีดอันตราย
“ข้าจะไปหยิบเข็มกับด้ายสะอาด” ซิสเตอร์แอนบอกสหายก่อนจะหันหน้ามาทางลูกศิษย์คนสำคัญ “เ้ารีบไปดูว่าสิ่งที่เจสันขนมาบนแคร่ไม้คือตัวอะไร แล้วรีบกลับมาบอกพวกเรา ไปเร็ว!”
เด็กน้อยพยักหน้า ก่อนจะวิ่งไปยังที่เกิดเหตุรวดเร็ว เมื่อมาถึง เขาก็เห็นซากหมีขนสีน้ำตาลตัวใหญ่ แม้มันจะตายไปแล้ว แต่ร่างกายของคิทก็สั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ มันเป็สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเมื่อพบเจอตัวตนของสิ่งที่แข็งแกร่งมากกว่า
(มันตายไปแล้ว จะกลัวอะไร? ... นิ่ง ๆ หน่อย) เขากำลังสะกดใจตัวเองไม่ให้ตกอยู่ในความหวาดกลัว ไม่นานนักเท้าทั้งสองข้างก็ก้าวต่ออย่างมั่นคง สายลมวูบหนึ่งพัดมาทักทายเหมือนให้กำลังใจจนจิตใจที่วุ่นวายสงบนิ่ง เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าและแนวต้นสน ก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณ
(ขอให้พี่เจสัน อยู่รอดปลอดภัยด้วยเถอะ สาธุ!)
เมื่อซากร่างสัตว์ร้ายไม่อาจสร้างความกลัวให้เด็กน้อยได้อีกต่อไป มือเล็ก ๆ และสายตาคมกริบก็ตรวจสอบมันอย่างถี่ถ้วน คิททุ่มสุดกำลังเพื่อออกแรงดันให้ร่างใหญ่ดั่งขุนเขาพลิกหงายท้อง แม้จะเหนื่อยหอบจนแทบหมดแรง แต่เขาก็ได้ลักษณะสำคัญของเ้าหมีเพื่อไปบอกซิสเตอร์ แผงอกกว้างที่มีขนสีขาวเป็ลวดลายคล้ายจันทร์เสี้ยวเป็สิ่งที่โดดเด่นอย่างมาก
แม้จะกังวลว่าซากหมีจะเน่าเสียหากทิ้งเอาไว้ แต่โชคดีที่อากาศใน่นี้เย็นจัด คงจะถ่วงเวลาเน่าเปื่อยของมันได้มากเพียงพอ คิทจึงคลายความกังวลลงไปเปลาะหนึ่ง หลังจากนั้นเด็กน้อยก็รีบวิ่งไปแจ้งข้อมูลสำคัญให้ผู้าุโทราบ
เมื่อทราบว่ามันเป็เพียงหมีจันทร์เสี้ยวอกขาวที่ตัวใหญ่กว่าปกติ สองซิสเตอร์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก คิทได้แต่มองหน้าพวกเธออย่างไม่เข้าใจ ความรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ของเขายังน้อยเกินไปจริง ๆ อีกทั้งความรู้ด้านการแพทย์ก็น้อยนิดเสียเหลือเกิน มีเพียงความทรงจำจากการฝึกฝนระหว่างเข้าอบรมในคลาสปฐมพยาบาลเบื้องต้นบนโลกใบเก่าเท่านั้น
ตอนนี้ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่มียา ไม่มีผ้าสะอาดเหมาะสำหรับการทำแผล ไม่มีน้ำเกลือ ไม่มีเบตาดีน ไม่มียาฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบ หรือแม้แต่แก้ปวด ทุกสิ่งดูขัดสนไปหมด แต่คนพวกนี้ก็ยังพยายามสุดความสามารถ เข็มที่งอโค้งอันเล็กจิ๋วถูกลวกในน้ำร้อนพร้อมด้ายหยาบคุณภาพดีที่สุดที่พวกเขาสามารถหาได้ จากนั้นฝีมือการเย็บแผลของซิสเตอร์ลิซ่าที่ติดขัดเล็กน้อยเพราะมืออันสั่นเทาก็ดำเนินไป ทุกครั้งที่เข็มเล่มเล็กแทงทะลุเนื้อข้างาแที่ถูกล้างจนสะอาด เจสันก็จะกระตุกเล็กน้อยเพราะความเ็ป
คิทได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างปวดใจ เขารู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถในด้านนี้อย่างสิ้นเชิง จิตใจได้แต่นึกอยากทำอะไรเพื่อช่วยเหลือ เมื่อคิดได้ครู่หนึ่ง เ้าเด็กน้อยก็หันไปมองพี่ใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ แล้วกวักมือเรียกเขาไปห้องครัวด้วยกัน
เวลานี้ คงมีแต่เขาที่ทำน้ำซุปให้คนป่วยได้ แผลของเจสันพาดยาวั้แ่เนินอกซ้ายไปยังแผนหลัง ซิสเตอร์ลิซ่าคงใช้เวลาสักพักในการจัดการมัน
สิ่งที่คนป่วยเพราะการเสียเืมากและได้รับาแฉกรรจ์้า คือ การพยาบาลที่ถูกต้อง และสารอาหารช่วยฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มเกลือแร่เพื่อชดเชยของเหลวที่เสียไป นอกจากนี้ก็ยังเป็ยารักษาาแที่เหมาะสม แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มียาสมุนไพรสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้
ธัญพืชสองถ้วยใหญ่กำลังถูกเจมส์ใช้โม่หินบดพวกมันให้เป็ผงละเอียด คิทหยิบกระเทียมป่าที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อเล็กน้อยมาสับรวมกับเห็ดแชนเทอเรลที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย กระดูกและหัวปลาแซลมอนที่ตากแห้งเอาไว้ถูกหยิบมาใช้ เขาทอดมันจนมีกลิ่นหอม แล้วใส่ลงไปในหม้อที่มีน้ำเดือดเพื่อเคี่ยวเอาสารอาหารออกมาให้ได้มากที่สุด
เมื่อกระดูกถูกช้อนออก เจมส์ก็ยื่นถ้วยผงธัญพืชให้กับน้องชายอย่างรวดเร็ว อาหารมื้อนี้ต้องซดคล่อง ไม่มีอะไรติดคอเพื่อให้สะดวกต่อการป้อนคนป่วย คิทตั้งสมาธิทำอาหารอย่างเคร่งเครียดเพื่อไม่ให้โจ๊กเหลวไหม้ติดก้นหม้อ ผักที่หั่นเอาไว้ถูกเทลงไปเพื่อต้มรวมกันใน่สิบนาทีสุดท้าย
ในที่สุดโจ๊กชามใหญ่ใส่ผักและเห็ดราคาแพงก็ถูกปรุงเสร็จในชั่วโมงถัดมา ช่างเป็การกะเวลาที่ค่อนข้างพอดีเพราะซิสเตอร์ลิซ่าเพิ่งตัดด้ายเข็มสุดท้ายไปเมื่อครู่ แผลที่หน้าอกดูไม่ร้ายแรงอะไรจึงไม่ได้รับการเย็บปิดเหมือนแผลที่หัวไหล่ซ้าย เจสันถูกขนย้ายไปห้องดูแลคนป่วยที่ได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงแล้ว เตาผิงถูกจุดไล่อากาศเย็นะเืก่อนที่อาหารเหลวชามใหญ่จะถูกยกเข้ามา
“ให้พี่เขาได้ทานอะไรหน่อยเถอะครับ จะได้มีแรงฟื้นฟูร่างกาย” ซิสเตอร์แอนพยักหน้าขอบคุณ เธอรู้ดีว่าอาหารที่ปรุงโดยคิทมีสรรพคุณแสนวิเศษมากกว่าปกติ จึงไม่ได้ห้ามอะไร ถึงคนป่วยจะยังไม่ได้สติ แต่จับกรอกปากไว้หน่อยคงใช้ได้
ไม่รู้ว่าเป็ปาฏิหาริย์หรือเพราะการปฐมพยาบาลของซิสเตอร์ได้ผลชะงัดนัก ทันทีที่กลิ่นหอมของโจ๊กเห็ดลอยถึงจมูกของคนป่วย สติของเขาก็กลับมาบางส่วน คิทยิ้มดีใจเมื่อเห็นคนหนุ่มฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มันบ่งบอกได้ดีว่าเขาน่าจะปลอดภัยแล้ว
“หอม...จังเลย” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจนเจมส์ต้องวิ่งมาพยุงร่างของคนตัวใหญ่ให้พิงกับหัวเตียง จากนั้นโจ๊กร้อนก็ถูกป้อนอย่างเบามือขณะที่ท้องของเจสันร้องโครกคราก เพียงไม่กี่คำร่างกายก็ทอแสงอ่อน ๆ ให้เห็น เมื่ออาหารเกือบหมดชามคนหนุ่มก็หลับไปด้วยความผ่อนคลาย ปากเลอะโจ๊กถูกเช็ดอย่างเบามือ
ซิสเตอร์ลิซ่าใช้พลังพิเศษของตนเองอีกครั้ง เธอรวบรวมมันจนเข้มข้นที่ฝ่ามือก่อนจะทาบไปบนาแตรงหัวไหล่ จากนั้นคนป่วยก็ถูกทิ้งไว้ให้พักผ่อน ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วแยกย้ายไปทำธุระของตนเอง
สองซิสเตอร์อาสาไปทำอาหารมื้อเย็น ขณะเดียวกันคิทและเจมส์ก็ได้รับมอบหมายให้จัดการกับซากหมีตัวใหญ่ที่เจสันหามาได้ หลังจากเ้าของตื่นขึ้นมาค่อยให้เขาจัดการสมบัติกองใหญ่ของตัวเองอีกที คิทจึงถือมีดเล่มเล็กอันคมกริบไปรอข้างบ่อน้ำขณะที่เจมส์เดินไปขนซากหมีอันหนักอึ้งมาให้เขาจัดการ
“แล้วจะเริ่มแล่ยังไงล่ะนี่....” แค่ร่างที่ตายแล้วนอนกองตรงหน้าก็ยังสูงกว่าหัวไหล่ของเด็กน้อยแล้ว คิทจึงยืนไตร่ตรองอยู่นานว่าจะเริ่มจากส่วนไหน ไม่นานนักก็นึกถึงวิธีการแล่หนูและกระต่ายที่เคยเห็นผ่านตามาบ้าง จึงตัดสินใจลองทำด้วยตนเองดูสักครั้ง
“เริ่มจากรูทวาร แล้วไล่ผ่าส่วนกลางจนถึงคอ แล้วก็....” เจมส์ยืนมองอย่างพะอืดพะอมเมื่อน้องชายเริ่มลงมีดอย่างช่ำชอง มันเป็ซากที่เขาหวาดเสียวที่สุด เพราะมันเป็หมีตัวผู้ ทันทีที่มีดกรีดผ่านส่วนนั้นเจมส์ก็รู้สึกขนลุกไปหมด พี่ชายคนโตไม่รู้เลยว่าในใจของคิทตอนนี้มีเสียงกรีดร้องหนักหน่วงขนาดไหน
(ว๊ากกก จะอ้วกกก พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้างด้วยยยย....) เด็กชายแทบจะสิ้นสติเมื่อลงมีดแรก แต่หลังจากนั้นเขาก็พยายามสะกดจิตตัวเองให้คิดว่ามันคือกระต่ายตัวใหญ่ที่ซิสเตอร์เคยสอนให้แล่เมื่อไม่กี่วันก่อน
(กระต่าย ๆ ๆ หนังกระต่าย ไข่กระต่าย พุงกระต่าย หัวกระต่าย.... ลัลล๊า....) เขา...เสียสติไปแล้ว แต่มือยังคงทำงานต่อไปอย่างมหัศจรรย์
หนังหมีผืนใหญ่ถูกกรีดออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะถูกแผ่ออกเป็แผ่น มีเพียงรูทะลุจากธนูสี่ดอกที่ปลิดชีวิตมันเท่านั้น โชคดีที่ธนูอีกดอกปักทะลุดวงตาไม่ได้ทำให้แผ่นหนังเสียหาย หัวของมันถูกหั่นออกมากองรวมกับเท้าทั้งสี่ข้างที่ยังติดอยู่กับหนังผืนใหญ่ ส่วนละเอียดอ่อนติดกระดูกเ่าั้ต้องได้รับการจัดการอย่างเบามืออีกที
คิทใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงในการแล่เนื้อและเครื่องในทุกอย่างออกจากกระดูก เด็กน้อยมือสั่นเทาเพราะฝืนออกแรงมากเกินไปเป็เวลานาน เจมส์ได้แต่มองความสามารถของน้องชายด้วยความทึ่ง หลังจากนั้นพี่ใหญ่ก็ได้รับคำสั่งให้ไปหยิบถังไม้ขนาดใหญ่ที่สุดมาสามใบ
ก่อนตะวันตกดิน เนื้อที่ล้างเสร็จสิ้นก็ถูกพอกเกลือทิ้งไว้ในถัง เครื่องในถูกล้างจนสะอาดแช่น้ำเย็นไว้ ส่วนแผ่นหนัง เจมส์แนะว่าให้เอาเกลือมาขัดด้านในทิ้งเอาไว้ก่อน เนื่องจากท้องฟ้าใกล้จะมืดเต็มที ท้ายที่สุดคิทก็ใช้ถังไม้ใบสุดท้ายใส่เศษกระดูกติดเนื้อที่เหลือเอาไว้ บางส่วนยังมีเนื้อติดอยู่ค่อนข้างมาก
เขาไม่ดีมีฝีมือดีเยี่ยมถึงขั้นแล่เนื้อทุกส่วนออกมาได้ ได้เพียงแค่นี้ก็ดีมากแล้ว
(เหม็นคาวขนาดนี้ กระเทียมหมดเป็กำแน่ ๆ) เด็กชายบ่นในใจเมื่อคิดเมนูอาหารที่ทำจากหมี ในใจอยากลองทำเนื้อตุ๋น แต่คงต้องออกไปเดินในป่าหาโรสแมรี่มาใช้เสียหน่อย
“อ้ะ...พี่เจมส์ ข้าลืม!” เ้าหนูนึกถึงดีหมีในนิยายหรือเื่เล่าที่เคยอ่าน ว่ากันว่ามันมีสรรพคุณทางยา เขาควรจะแยกมันออกมาเพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต
ร่างเล็กวิ่งตรงไปยังถังไม้ใบใหญ่ก่อนจะเอื้อมมือควานหาตับไตไส้พุงที่คอยให้ััสยอง หลังจากคุ้ยเขี่ยอยู่นาน ส่วนถุงน้ำดีที่ติดกับตับก็ถูกแล่ออกมาอย่างเบามือ และเพราะนึกอยากเล่นสนุกชั่วครู่ หัวใจของมีตัวใหญ่ก็ถูกหยิบออกมาเพื่อสังเกตมันว่าแตกต่างจากหัวใจของหมูหรือของคนอย่างไร
มีดเล็กตัดมันออกจากขั้วปอดอย่างทุลักทุเล แต่เพราะมือที่เหนื่อยล้า จึงทำให้ได้รับาแเล็กน้อย ขณะเดียวกันหัวใจก้อนโตถูกกรีดออกจนเสียรูปทรง สายตาของคิทพลันเห็นว่าข้างในนั้นมีก้อนสีดำเหมือนลิ่มเืหยุ่น ๆ จนต้องง้างรอยกรีดเพื่อหยิบมันออกมา
นิ้วที่เป็แผลััโดนก้อนเืนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ... จากนั้นสติของเด็กน้อยก็ดับวูบไป