หลังจากเหตุการณ์ในคืนที่หิมะกลายเป็พายุฝนพร้อมทั้งสายฟ้าผ่าลงทิศหนึ่งของเมืองหลวง เวลาก็ได้ผ่านไปเพียงสองวัน แรกเริ่มผู้คนให้ความสนใจในเื่นี้ไม่น้อย ทว่าในวันนี้กลับมีข่าวที่สั่นะเืยิ่งกว่าเกิดขึ้น นั่นคือการยกเลิกพิธีมงคลสมรสระหว่างคุณหนูใหญ่ตระกูลแม่ทัพกับองค์ชายสี่ แม้ข่าวลือที่เกิดขึ้นจะยังไม่ถูกประกาศอย่างเป็ทางการ ทว่าต้นขั้วก็มาจากในวังหลวงที่พูดต่อๆ กันมา จึงค่อนข้างมั่นใจว่าข่าวลือนั้นเป็ความจริง
บริเวณศูนย์การค้าใจกลางเมืองหลวงที่มีผู้คนพลุกพล่านจับจ่ายใช้สอย ต่างพูดถึงเื่นี้กันไม่ขาดสาย ทำให้ข่าวใหญ่ยิ่งแพร่สะพัดออกไปรวดเร็วจนเกินควบคุม แน่นอนว่าส่วนหนึ่งผู้คนต่างรู้สึกเสียดาย ทว่าก็มีคนส่วนใหญ่ที่ดีใจและสนับสนุนให้เป็เช่นนั้น โดยเฉพาะบุตรสาวขุนนางหลากหลายสกุลที่หมายตาองค์ชายสี่อยู่ แม้พระองค์จะถือกำเนิดจากหวงกุ้ยเฟยที่เป็รองฮองเฮาอยู่ขั้นหนึ่ง ทว่าด้วยอำนาจที่หนุนหลังนั้นถือว่าไม่ใช่ธรรมดา
“เ้าว่าเป็เื่จริงหรือ ที่มีนักพรตทูลกล่าวกับองค์ฮ่องเต้ว่าหนิงฟางหรงจะนำมาซึ่งความโชคร้ายหากแต่งเข้าวังองค์ชายสี่ จนเป็เหตุให้มีข่าวลือยกเลิกงานมงคลสมรสเช่นนี้” หวงปิงหลิงเอ่ยเสียงใสราวกับ้าทราบมูลความจริง
“จริงเสียยิ่งกว่าจริง เดิมทีข้าก็คิดว่านางไม่เหมาะสมอยู่แล้ว งดงามมากแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ไร้ความสามารถไร้ความเป็กุลสตรี สู้เ้าก็ไม่ได้ แม้จะงามไม่เท่า ทว่าเื่ความสามารถเหนือกว่าเห็นๆ” สหายนามเยี่ยนเหวินซินเอ่ยสำทับ พลางยกยอคุณหนูหน้าหวานตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม หารู้ไม่ว่าสหายของตนกลับยิ้มกระตุกกับคำว่า งามไม่เท่า
แท้จริงแล้ว...นั่นเป็คำชมใช่หรือไม่
“เหวินซิน เ้าก็ชอบกล่าวเกินจริงอยู่เรื่อย” ถึงกระนั้นก็ยังคงสงวนท่าทีเอาไว้ แต่สายตาก็เหลือบมองผู้คนรอบตัวที่สนใจบทสนทนาของพวกนางด้วยเช่นกัน หวงปิงหลิงเป็ถึงคุณหนูผู้เกิดจากฮูหยินเอกของเ้ากรมพิธีการ คนส่วนใหญ่จึงค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตานางดี มิใช่เพราะอะไร แต่คุณหนูผู้นี้ชอบเที่ยวเล่นในที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ในศูนย์การค้ากลางเมืองแห่งนี้ก็เช่นกัน และนางมักทำให้ผู้คนสนใจอยู่เสมอ
“เกินจริงที่ใดกัน ก็เ้าทั้งเก่งกว่า อ่อนหวานกว่า องค์ชายสี่พี่ชายของข้า เหมาะกับเ้ามากกว่าฟางหรงเสียอีก” เยี่ยนเหวินซินกล่าวเน้นคำว่าพี่ชายออกมาด้วยเสียงอันดัง บิดาของนางแม้จะเป็น้องชายต่างมารดากับหวงกุ้ยเฟย เยี่ยนเหวินซินก็อดไม่ได้ที่จะวางท่าใหญ่โตราวกับภูมิใจนักหนา
“ข้าไม่หวังเกินตัวหรอก แต่ท่านแม่ของข้าก็พูดเช่นนั้น ข้าเองก็หนักใจเพราะฟางหรงก็เป็คนคุ้นหน้าคุ้นตา แต่หากข้าเหมาะสมมากกว่านางจริง อาจเป็ทางเลือกที่ดีก็ได้" หวงปิงหลิงเอ่ยพลางทำท่าทีหนักใจเสียเต็มประดา ทว่าในใจกำลังลิงโลดกับคำเยินยอนั้นของสหาย
ยามนี้ตำแหน่งองค์รัชทายาทว่างเว้นมาสองปีแล้ว ผู้เหมาะสมที่สุดจึงตกเป็ขององค์ชายสี่ไปโดยปริยาย นางกำลังฝันหวานว่าหากได้กลายเป็พระชายาของเขา มิเท่ากับว่าตำแหน่งมารดาของแผ่นดินอยู่ใกล้แค่เอื้อมหรอกหรือ
“เ้าก็รีบไปบอกพ่อของเ้าสิ เป็ถึงเ้ากรมพิธีการสนิทชิดเชื้อกับสกุลเยี่ยนของข้า การเจรจาตกลงคงไม่ยาก” ผู้เป็สหายแนะนำ เนื่องจากบิดาของหวงปิงหลิงมักไปมาหาสู่กับท่านปู่ของนางอยู่เสมอ จนทำให้นางและหวงปิงหลิงกลายเป็สหายสนิทกันจนถึงยามนี้
“เ้าจะรีบไปทำไม หากข้ามีวาสนากับองค์ชายสี่จริงๆ ย่อมปล่อยไปตามโชคชะตา” แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่อากัปกิริยาดูลุกลี้ลุกลนชอบกล
“ก็จริง แต่ฟางหรงนี่สิ ช่างไร้วาสนา ข้าล่ะสาแก่ใจจริงๆ คนอะไรทำตัวราวกับมีความสุขตลอดเวลา ข้าอยากจะเห็นนัก ยามที่นางมีใบหน้าหม่นหมองไปด้วยความเศร้าโศกจะเป็เช่นไร” เยี่ยนเหวินซินยิ้มหยันออกมา วาดหวังไว้ในใจว่าจะต้องไปดูให้เห็นกับตาตนเองให้จงได้
“เหวินซิน เ้าก็เลิกหาเื่นางเสียที ข้าไม่เห็นว่าฟางหรงจะตอบโต้เ้าเลยสักครั้ง” หวงปิงหลิงเอ่ยแย้ง ด้วยรู้จักนิสัยของสหายผู้นี้เป็อย่างดี ก่อนจะยกยิ้มคราหนึ่งเมื่อคนรอบตัวต่างซุบซิบกันเื่พวกนาง นี่จึงเป็เหตุผลที่หวงปิงหลิงชอบอยู่กับเยี่ยนเหวินซินเป็ที่สุด เพราะนางสามารถกลายเป็คนจิตใจดีได้ในสายตาของผู้อื่น เพียงแค่อยู่กับสตรีปากร้ายไร้ความคิดผู้นี้
“เ้าเคยขัดข้าได้ด้วยหรือ ว่าแต่เ้าเถอะ ไม่คิดบอกพ่อของเ้าจริงๆ หรือ เมื่อครู่ข้าเห็นสตรีบ้านอื่นที่พอได้ยินข่าว ก็รีบพากันกลับไปหมดแล้ว หากชักช้าระวังจะชวดเอาได้” เยี่ยนเหวินซินกล่าวอย่างไม่คิดอะไร เลยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าสหายของตนกลับมาลุกลี้ลุกลนขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ล่ะ แต่ตอนนี้ข้ามีธุระ ข้ารีบไปก่อนแล้วกัน คงอยู่เที่ยวเล่นกับเ้าไม่ได้แล้ว” นางกล่าวตัดบททำทีจะปลีกตัวออกไปในทันที ด้วยความเร่งรีบจึงหันไปชนกับสตรีผู้หนึ่งด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว จนทำให้ล้มลงไปกองบนพื้น
“แต่เ้าบอกวันนี้ว่างไม่ใช่หรือ ธุระอันใดกะทันหันเช่น...” ผู้เป็สหายเอ่ยพลางหันตามไป ทว่าพูดไม่ทันจบประโยค สายตาก็ไปปะทะเข้ากับหลี่หรูเยว่ที่ยืนเอามือกอดอกมองมาที่นางอย่างไม่เป็มิตร
“เ้ากล่าวหาสหายข้า” น้ำเสียงใสเอ่ยออกมา ก่อนจะจ้องไปที่สตรีที่ชนนางเมื่อครู่ “ส่วนเ้า จะรีบไปหาบิดาหรืออย่างไร”
“เปล่าเสียหน่อย” นางปฏิเสธทว่ากลับกลอกสายตาไปมาราวถูกจี้จุด ก่อนสาวใช้ประจำกายจะกุลีกุจอช่วยพยุงนางขึ้นมา
“ก็ฟางหรงไม่เหมาะสมจริงๆ ข้ากล่าวหานางตรงไหน เป็เ้าเองที่ไม่เคยลืมตามองความเป็จริง อ้อ..ข้าลืมไป เ้ามันก็เหมือนนาง งดงามแต่ไม่มีมารยาท...” น้ำเสียงของสตรีผู้นี้เอ่ยขึ้นท่ามกลางผู้คนมากมายที่มองมาด้วยความสนใจ จนเกิดเป็เสียงกระซิบกระซาบ และมีไม่น้อยที่เห็นด้วยกับคำกล่าวนั้น
“หรือการพูดจาิ่เกียรติคนอื่น เป็การกระทำที่มีมารยาทอย่างนั้นหรือ” หลี่หรูเยว่ตอบกลับเสียงใส ดวงตาส่อแววฉงนราวกับ้าคำตอบมากกว่าการยอกย้อนอีกฝ่ายจริงๆ ทว่าเพียงเท่านี้ก็ทำให้เยี่ยนเหวินซินมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมา
“เ้า... ข้าเป็ถึงหลานสาวหวงกุ้ยเฟย เป็น้องสาวขององค์ชายสี่ที่จะกลายเป็องค์รัชทายาทในอนาคต เ้ากล้าว่าข้าหรือ” น้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดเอ่ยออกมาอย่างเดือดดาล
“ข้าไม่ได้ว่าเ้า ข้าแค่ถามดูเท่านั้น ทีเ้ายังว่าสหายของข้าเลย” เอ่ยจบ เสียงรอบข้างจึงเริ่มสนับสนุนคำของหลี่หรูเยว่เป็เสียงเดียวกัน ทำให้ความกดดันตกไปอยู่ที่เยี่ยนเหวินซิน
หวงปิงหลิงที่ถือโอกาสเห็นช่องว่างจึงรีบออกมาจากตรงนั้นในทันที เยี่ยนเหวินซินที่ได้สติแล้วกลับมองหาสหายไม่พบ มองไปยังหลี่หรูเยว่ยามนี้ก็รู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมา จึงรีบออกมาจากที่นั่นด้วยความไม่พอใจ
สตรีเช่นไรน่าโมโหเช่นนี้ เหมือนหนิงฟางหรงไม่มีผิด...
หลี่หรูเยว่ออกจากสถานการณ์วุ่นวายก่อนจะขึ้นมานั่งรอบนรถม้าตามลำพัง มือทั้งสองข้างกำชายอาภรณ์แน่น ดวงตาใสกระจ่างเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็เรียบนิ่ง ใบหน้าที่แย้มยิ้มน่ามองอยู่เสมอกลับกลายเป็เหยียดหยันราวกับดูแคลน ก่อนทุกอากัปกิริยาเหล่านี้จะจางหายไปเมื่อสาวใช้ประจำตัวกลับมาจากธุระที่นางไหว้วาน
“คุณหนูรอนานหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่เลย” หลี่หรูเยว่แย้มยิ้มตอบ สาวใช้ของนางจึงยื่นขนมมาให้ผู้เป็นาย
“บ่าวกลัวคุณหนูหิว เลยซื้อติดมาด้วยเ้าค่ะ” สาวใช้ผู้นี้ยิ้มตอบด้วยความสนิทใจ ก่อนจะนึกถึงข่าวลือที่ได้ยินมา “คุณหนูได้ยินข่าวหรือยังเ้าคะ ที่คุณหนูหนิงกับองค์ชายสี่...”
“ได้ยินแล้ว ข้าเป็ห่วงฟางหรงจริงๆ” หลี่หรูเยว่มีสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อเอ่ยถึงสหาย ทว่าภายในอกกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงด้วยความรู้สึกบางอย่าง ที่ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางคาดเดาหรือจับทางได้แม้แต่คนเดียว...
บ่ายวันเดียวกัน บริเวณตำหนักภายในวังหลัง หนิงฟางหรงเอนกายบนพนักพิงด้วยท่าทีสงบ เสี่ยวถิงและเสี่ยวเถาคอยปรนนิบัติพัดวี หลังจากวันนั้นที่คุณหนูของพวกนางมอบหมายงานสำคัญจนทำเสร็จลุล่วงไปได้อย่างดี สองแฝดจึงได้คำตอบจากผู้เป็นายว่านาง้าที่จะล้มงานมงคลสมรสในครั้งนี้ แม้จะมีสิ่งที่ไม่เข้าใจว่าเป็เพราะเหตุใด ทว่าสิ่งหนึ่งที่สองแฝดมั่นใจนั่นคือ คุณหนูของพวกนางมีแววตาที่เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งกิริยาท่าทางก็ราวไม่ใช่คนเดิม
แม้พวกนางทั้งสองจะสงสัยมากเพียงใด ก็ยังไม่มีใครกล้าถาม กระทั่งมาถึงวันนี้ ก็ทนต่อความรู้สึกที่ว่านั่นไม่ไหว จึงเอ่ยถามออกไปตรงๆ
“คุณหนูเ้าคะ หากบ่าวถามสิ่งใดออกไป คุณหนูอย่าว่าบ่าวเหลวไหลเลยนะเ้าคะ” เสี่ยวถิงเอ่ยขึ้น รู้สึกถึงความกดดันประหลาดจากสตรีที่อยู่ตรงหน้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ทั้งที่คุณหนูเพียงหันสายตามามองอย่างเรียบเฉยเท่านั้น
“เ้ากำลังคิดว่าข้าเปลี่ยนไปใช่หรือไม่” หนิงฟางหรงกล่าวเสียงเรียบ เพียงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของเสี่ยวถิงและเสี่ยวเถาก็รู้สึกอุ่นในใจขึ้นมา สาวใช้ทั้งสองภักดีและซื่อสัตย์เพียงใด เื่นั้นหนิงฟางหรงรู้ดีที่สุด ในชาติก่อนแม้จะมีทางเลือกให้สองแฝดหลุดรอดไปจากขุมนรกที่นางเผชิญ ทว่าทั้งคู่กลับเลือกที่จะอยู่รับใช้นางจนตัวตาย
สองแฝดพยักหน้าหงึกหงักโดยพร้อมเพรียง จึงเห็นว่าผู้เป็นายหยัดกายขึ้นนั่งหลังตรงท่าทางสง่าจนผิดวิสัยไปจากเดิม มือบางของหนิงฟางหรงเอื้อมไปจับมือของทั้งสองแฝดมากุมเอาไว้ ก่อนจะลูบไปมาอย่างเบามือ ยิ่งทำให้สาวใช้ทั้งสองมองหน้ากันไปมา
“ข้าก็ยังเป็ข้า มิใช่ใครอื่น เพียงแต่ข้าได้รู้ความจริงในเื่ราวบางอย่างที่จะทำให้พวกเราและครอบครัวอยู่ในอันตราย จากนี้หากพวกเ้ารู้สึกกังขาในพฤติกรรมแปลกไปเหล่านี้ จงรู้เอาไว้อย่างหนึ่ง นั่นเพราะข้าไม่ใช่สตรีไร้เดียงสาและอ่อนแออีกต่อไป หากใครดีมาข้าจะดีกลับ แต่หากใครร้ายมาข้าก็จะร้ายกลับกว่าพวกมันเป็ร้อยเท่าพันเท่า” สีหน้าท่าทางจริงจังของหนิงฟางหรงทำให้ทั้งเสี่ยวถิงและเสี่ยวเถาชะงักงัน ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใดจึงรู้สึกว่าในคำพูดเ่าั้ เป็ถ้อยคำที่พวกนางสามารถเชื่อถือได้ จนคล้อยพยักหน้าตอบรับผู้เป็นายในทันที
“เ้าค่ะ บ่าวเชื่อคุณหนู” เสี่ยวถิงตอบกลับ ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาภายในตัวเรือน จึงถืออาสาออกไปดู
เมื่อหนิงฟางหรงที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงด้านนอก ใบหน้าที่เคยสงบนิ่ง จึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือแล้วตามเสี่ยวถิงออกไป กระทั่งเสี่ยวเถาก็ยังรู้สึกตกตะลึง แท้จริงแล้วคุณหนูคนเดิมของนาง กลับมาแล้วใช่หรือไม่..
********************
มาแล้วค่าาาา พรุ่งนี้ รืนนี้ ก็ยังจะลง7โมงเช้าด้วยนะคะ เป็วันละ2ตอน อีก2วันสุดท้าย จริงๆนะ 555
อย่าลืมกดใจ กดติดตาม หรือคอมเม้นท์ให้ไรต์หน่อยเน้ออออ
…เพิ่มเติม…
ไรต์บุหลันรังรอง มีเพจ Facebook และ Tiktok แล้วน้า สามารถไปติดตามพูดคุยกันได้นะคะ☺❤
https://www.facebook.com/profile.php? id=100088829591788&mibextid=ZbWKwL
Tiktok
https://www.tiktok.com/@pom_wps.3001? _t=8cmBVnjG2Es&_r=1