เสียงลมหายใจของทุกคนยังคงหอบถี่ ร่างมหึมาของ Ravager นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ท่ามกลางเศษกระเบื้องที่แตกร้าวและคราบเืสีเข้มที่กระจายเป็วงกว้าง กลิ่นคาวเืคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของซูเปอร์มาร์เก็ตที่ถูกทิ้งร้าง
ในความเงียบที่เข้าปกคลุม เสียงสะอื้นแ่เบาเล็ดลอดออกมาจากหลังประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกปิดตาย หลินเยว่ก้าวเข้าไปใกล้ประตูเหล็กที่บิดเบี้ยวจากการโจมตีของ Ravager เธอเคาะเบา ๆ “ปลอดภัยแล้วค่ะ พวกเรามาช่วย”
เสียงสะอื้นเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับคนด้านในไม่กล้าเชื่อสิ่งที่ได้ยิน จากนั้นจึงมีเสียงฝีเท้าสั่น ๆ เดินเข้ามาใกล้ประตู “รหัส… รหัสปลดล็อกคือ 4-2-7-9” เสียงนั้นแหบพร่าด้วยความหวาดกลัวและอ่อนล้า
เจย์รีบไปที่แผงควบคุมด้านข้างประตู แม้หน้าจอจะแตกจนมองไม่เห็นตัวเลข แต่ระบบััยังคงใช้งานได้อยู่ เขากดตัวเลขตามลำดับที่ได้ยิน ปี๊บ! กลไกล็อกส่งเสียงคลายตัว ประตูเหล็กค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นความมืดสลัวภายในห้องเก็บสินค้า
ด้านใน มีผู้รอดชีวิตสี่คนกอดกันอยู่ตรงมุมห้อง หญิงสาวผมสั้นในชุดพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปรอะเปื้อน ชายวัยกลางคนที่แขนมีผ้าพันแผลพันลวก ๆ หญิงชราร่างเล็กที่ใบหน้าซีดเซียว และเด็กชายอายุประมาณสิบขวบที่กอดตุ๊กตาผ้าไว้แน่น ดวงตากลมโตของเขามองมายังพวกเขาด้วยความหวาดระแวงปนความหวัง
ทันทีที่เห็นว่าทางปลอดภัยแล้ว หญิงสาวผมสั้นก็ทรุดลงร้องไห้สะอึกสะอื้น “ขอบคุณ… ขอบคุณจริง ๆ…” เธอพยายามลุกขึ้น ก่อนโค้งศีรษะให้หลินเยว่และทุกคนอย่างลึกซึ้งจนแทบจะติดพื้น “ฉันชื่อเรย์ เป็หัวหน้ากะที่นี่ ถ้าไม่ได้พวกคุณ… พวกเราคงไม่รอด” น้ำเสียงของเธอสั่นจนพูดต่อไม่จบ มีนรีบเข้าไปประคอง “ไม่เป็ไรแล้วค่ะ ปลอดภัยแล้ว”
เด็กชายชะโงกหน้าออกมาจากหลังหญิงชรา ดวงตากลมโตของเขาจับจ้องไปที่อาร์คที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังหลินเยว่ “พี่คนนั้น… ไม่ใช่มนุษย์ใช่ไหม?” คำถามตรงไปตรงมาของเด็กน้อยทำให้ทุกคนชะงัก คินเกร็งขึ้นเล็กน้อย มือของเธอเลื่อนไปใกล้ด้ามปืน นัทหยุดหายใจไปชั่วขณะ หลินเยว่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่ออธิบาย แต่เด็กชายกลับยิ้มออกมาอย่างบริสุทธิ์ “แต่พี่เขาช่วยพวกเรา” เขากอดตุ๊กตาแน่นกว่าเดิม “ถ้าอย่างนั้นพี่เขาเป็คนดี”
ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง ประโยคสั้น ๆ จากเด็กคนหนึ่งกลับแทงทะลุความหวาดกลัวและอคติทั้งหมดที่ผู้ใหญ่มี คินหลบสายตา เจย์ดันแว่นขึ้นอย่างเงียบ ๆ ด็อกเตอร์ถอนหายใจเบา ๆ อาร์คมองเด็กชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองหลินเยว่ ราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมคำพูดนั้นจึงทำให้ทุกคนเงียบ หลินเยว่รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ เธอหันไปลูบผมเด็กชายเบา ๆ “ใช่จ้ะ พี่เขาเป็คนดี” เด็กชายยิ้มกว้างทันที
มีนตรวจอาการผู้รอดชีวิตทุกคนอย่างรวดเร็ว ชายวัยกลางคนมีไข้ต่ำแต่ยังไม่พบสัญญาณติดเชื้อ หญิงชราขาดน้ำอย่างหนัก ส่วนเรย์อ่อนเพลียแต่ไม่มีาแร้ายแรง เมื่อทุกคนได้ดื่มน้ำและอาหารจากคลังเก็บของของหลินเยว่ สีหน้าก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรย์มองสิ่งของที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยความตะลึง แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมา เธอดูเหมือนจะยอมรับว่าโลกนี้ไม่มีอะไรเป็ไปตามสามัญสำนึกอีกแล้ว
“ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทน… แต่ฉันมีข้อมูล” คำพูดนั้นทำให้เจย์เงยหน้าทันที เรย์หยิบแผนที่กระดาษที่ขีดเขียนด้วยลายมือออกมาจากกระเป๋า “ก่อนที่ระบบไฟจะดับ มีทหารกลุ่มหนึ่งแวะมาซื้อเสบียง พวกเขาพูดถึง ‘จุดอพยพ’ ว่ากำลังเกิดความวุ่นวาย มีผู้ติดเชื้อแฝงตัวเข้าไป และตอนนี้ประตูถูกปิดไม่ให้ใครเข้า”
หลินเยว่หัวใจหนักอึ้ง “หมายความว่าพวกเราจะเข้าไปไม่ได้?” เรย์พยักหน้าช้า ๆ “ถ้าไปตอนนี้ อาจสายเกินไป”
ระบบปรากฏขึ้นทันที
【ภารกิจทางเลือกสำเร็จ】
【รางวัล:】
•ค่าประสบการณ์ +300
•แผนที่ทางเลือกสู่ฐานทัพสำรอง
•ปลดล็อกข้อมูลสำคัญ
แสงสีทองวาบผ่านสายตา หลินเยว่รู้สึกถึงพลังใหม่ที่ไหลเวียนทั่วร่าง เธอเลื่อนระดับขึ้น
【หลินเยว่ Lv. 4 → Lv. 5】
แต่ข่าวที่ได้รับกลับทำให้หัวใจเธอหนักกว่าเดิม จุดหมายแรกของพวกเขา อาจไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป หลินเยว่เงยหน้าขึ้น มองสมาชิกทีมและผู้รอดชีวิตที่เพิ่งได้รับการช่วยเหลือ หนทางข้างหน้าซับซ้อนขึ้นอีกขั้น แต่ตอนนี้ เธอไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง และไม่ว่าเส้นทางจะเปลี่ยนไปอย่างไร เธอจะพาทุกคนไปให้ถึงวันพรุ่งนี้ให้ได้ เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังได้หยั่งรากขึ้นอย่างเงียบงันแล้ว