ความโลภของมนุษย์นั้น เป็บ่อเกิดของความหายนะ
ที่ไม่วันสิ้นสุด ….
“ ตัวข้าชื่อ มาร์วิส แซมซัน เ้าชายแห่งประเทศ โรส คิงดอม ใน่อายุ 9 ขวบ ”
ในตอนที่ข้ายังเด็กก็ข้าสงสัยมาตลอดเลยทุก ๆ ที่ที่ข้าเคยไปนั้นจะไม่ค่อยมีคนอยู่เลยและข้าก็คอยสอดส่องอยู่ตลอดเลยว่าในภายนอกปราสาทแห่งนี้ จะมีเหล่าผู้คนทั่วไปได้ใช้ชีวิตใน “ แบบกบที่อยุู่ในบ่อน้ำแล้วจ้องมองไปยังนกที่บินได้อย่างอิสระแบบข้าหรือไม่ ” หรือพวกเขาจะได้ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระต้องแต่ยังเล็กเหมือนกับ “ นกที่โผยบินอยู่ข้างบนฟากฟ้า แล้วมีความสุขที่อยู่ข้างบนท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ใหม ..?? "
ในทุก ๆ วันข้านั้นคอยเพื่อเฝ้ามองรอให้ท่านพ่อมาเยี่ยมเยียนอยู่ตลอดแล้วคอยซักถามท่านพ่ออยู่เสมอมาว่า ตัวลูกนั้น จะได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ข้างนอกปราสาทแห่งนี้ได้เมื่อใหร่
“ ท่านพ่อก็หันหน้ามาแล้วยิ้ม มาให้ข้าอยู่เสมอ ”
แล้วก็ตอบกลับมาเหมือนทุกที่ ว่าลูกสามารถออกไปได้ทุกเมื่อ ๆ ไม่มีใครฉุดรั้งลูกได้หลอก ก็ต่อเมื่อลูกพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุก ๆ ปัญหาที่จะเข้ามาในตัวของลูกได้ แต่ว่าตอนนี้นั้นยังไม่ถึงเวลาของลูกที่ต้องเผชิญ …..
หลังจากครั้งล่าสุดที่ข้าถามท่านพ่อนั้นไม่นานนัก ท่านพ่อก็ได้ส่งจดหมายผ่านทางเมดประจำตัวข้าว่าวันพรุ่งนี้จะอัศวินอารักขาข้างกายของท่านพ่อเองเข้ามาฝึกฝนเื่การเมืองและการรบ ให้กับข้าทุก ๆ วัน
และวันรุ่งขึ้นก็มีเสียงเอะอะของเมดหน้าประตูปราสาทและในขณะนั้นก็มีคนกำลังเดินเข้ามาไกล้ประตู พร้อมทั้งใส่ชุดอัศวินเต็มยศและมีชุดเกราะสีเงินสง่า เดินเข้ามาข้างหน้าของข้า
“ หน้าตาของเขานั้นข้อนข้างจะดุเลยอีกทั้งตัวที่ใหญ่เหมือนหมีในนิทาน และยังมีกล้ามที่ใหญ่โตอีก !? ”
ข้าถึงว่าเสียงเมดเอะอะ อะไรกันอยู่ข้างนอกนั้นที่แท้เป็อย่างนี้ ๆ เอง
แล้วอัศวินก็มายืนข้างหน้าข้าแล้วทำความเคารพ พร้อมกับแนะนำตัวของตัวเองไป ว่ากระหม่อม …. < เซอร์ วินสัน > ไม่มีชื่อตามหลังขอรับ วันนี้กระหม่อมจะมาได้รับคำสั่งมาจากท่านพ่อของท่านองค์ชายว่าให้กระหม่อมมาสอนเื่ต่าง ๆ ที่ท่านต้องได้รับการเรียนรู้ก่อนจะออกข้างนอกปราสาทขอรับ
หลังจากนั้นไม่นานข้าก็ได้ถูกแนะนำสิ่งต่าง ๆ ในเื่ที่องค์ชายควรได้รู้ก่อนออกจากปราสาท เช่น การเรียนรู้การต่อสู้ เผื่อมีการดักปล้น หรือทำร้าย การเรียนรู้เื่การพูดคุยกับผู้คนสามัญชน เพื่อที่จะได้กลมกลืนไปกับผู้คน
“ แต่พอได้ทำความรู้จักกันแล้วนิสัยสวนทางกับหน้าตามาก !! ”
“ อย่างที่พวกเขาชอบบอกกันสินะ ว่าอย่ามองผู้อื่นจากภายนอก ให้มองจากภายใน ”
ข้านั้นตอนที่อยู่ในปราสาทแห่งนี้จะคอยฝึกทุก ๆ สิ่งมาจากอัศวินองครักษ์ของเสด็จพ่อ อยู่ทุกวัน เพราะเสด็จพ่อได้บอกเอาใว้ว่าอัศวินคนนี้จะช่วยให้เ้าพร้อมที่จะได้ออกไปข้างนอก ในตอนที่เ้าพร้อมทุก ๆ อย่าง ….
เพราะใน่วัยเด็กของข้านั้น้าที่อยากจะเห็นโลกภายนอกกำแพงปราสาทแห่งนี้จริง ๆ ข้าจึงต้องเตรียมพร้อมใว้เสมอ และอีกทั้งยังต้องเตรียมพร้อมเื่วิชาการแล้วการเข้าร่วมสังคมเพืิ่อที่จะเป็ที่ยอมรับของผู้คนในชนชั้นสูง และสามัญชน ได้ในภายภาคหน้าข้า จึงต้องหมั่นฝึกฝนและทบทวนทุก ๆ อย่าง เพราะท่านพ่อคอยพูดเสมอว่าใน่ที่กำลังจะโตเป็่ที่ต้องหมั่นฝึกฝนและทำความเข้าใจการเมือง การบริหาร การรบ ให้ถูกต้องที่สุด เพราะ่นี้เป็่เวลาแห่งการเรียนรู้ที่สุดของลูก “ ท่านพ่อพูดด้วยหน้าตาที่เศร้า ”
ในตอนนั้นข้านั้นก็ไม่รู้เื่อะไรเลย ……
จนเวลาล่วงเลยมา …
“ ปีดวงดาราที่ 24 ่วัย 15 ปีขององค์ชาย ”
ในคืนที่ท้องฟ้าสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและเสียงดนตรีของงานเทศการของอนาจักรแห่งนี้ได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้มีความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ที่อีกด้านหนึ่งของอีกฝั่งของงาน นั้นคือความวุ่นวานของ องค์ชายและองครักษ์
“ แฮ๊ก ๆ ๆ สีหน้ากระวนกระวายขององครักษ์ พร้อมทั้งวิ่งอยู่ ”
นั้นองค์ชายท่านจะไปใหนหลอพะยะคะ
“ ข้าได้หันไปมองด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น ”
เราจะออกไปข้างนอกดูงานเทศการหนะ !!
องค์ชายท่านจะรีบวิ่งไปใหนพะยะคะงานเทศการมันไม่หนีไปใหนหลอกนะองค์ชาย โปรดสำรวมด้วยเรายังอยู่ในปราสาทอยู่นะพะยะคะ !!
“ ข้าได้ทำสีหน้าไม่พอใจแล้วหันกลับไปมอง ”
แล้วตอบกลับไปว่า !!
คนทั้งปราสาทแห่งนี้รู้นิสัยของเรากันหมดแล้วจะไปสนใจพวกเขาทำไม ตอนนี้เราจะรีบไปดูงานเทศการเพราะเราต้องแต่เกิดมาเสด็จพ่อไม่ยอมให้เราออกมาจากวังเลยเราเลยไม่เคยเห็นมาก่อนเลยหนะงานเทศการ
“ พร้อมทำสีหน้าที่มีความสุข ยิ้มแย้ม ”
ในตอนที่เราขอเสด็จพ่อออกมาแล้วท่านอนุญาติเรามีความสุขมากเลยนะท่านไม่รู้หลอ
เฮ้อ !!
องครักตอบกระหม่อมรู้เื่ต้องนานแล้วพะยะคะ เพราะท่านพ่อของท่านบอกกระหม่อมก่อนที่จะบอกท่านเป็เดือน ๆ แล้วแต่แค่ท่านยังไม่ค่อยมีเวลาว่างจะมาเยี่ยมท่านเพื่อที่จะบอกกับตัวของท่านเอง ก็เท่านั้น งั้นเราไปกันเลยใหมขอรับข้าได้เตรียมรถม้ามารอรับท่านใว้ที่หน้าปราสาทของท่านแล้ว
ข้าตอบ อืมได้เลย วินสัน
“ พร้อมทั้งสีหน้ายิ้ม พร้อมทั้งทำหน้าเศร้า !? ”
และแล้วข้าก็ได้ออกจากปราสาทเป็ครั้งแรกไปยังงานเทศการของเมืองจนในที่สุด ข้าตื่นเต้นสุด ๆ เลยแต่กำลังจะถึงงานอยู่ ๆ รถม้าก็ได้หยุดลงก่อนถึงงาน
“ ข้าก็ได้สงใส พร้อมทำหน้ามึน งง ”
องครักก็ได้พูดกับข้าว่า
ก่อนที่ท่านจะเข้างานเทศการนั้นก่อนอื่นนั้นท่านต้องใส่เสื้อพวกนี้ก่อนเป็เสือของสามัญชนใส่กันพร้อมกับหมวก เพื่อแเีไปกับพวกผู้คนเพื่อที่จะได้ไม่แปลกแยก ข้าก็ใส่ด้วยเหมือนกัน …
“ เสื่อยืดสีเทาไม่มีลวดลายอะไรเลย กางเกงขาสั้นสีดำ รองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาล หมวกเองก็สีน้ำตาล ”
กระหม่อมจะออกไปแต่งข้างนอกนะพะยะคะ ถ้าท่านแต่งเร็วก็จะได้ไปร่วมงานเร็วนะพะยะคะ
ทันใดนั้นองครักก็เปิดประตูออกไปข้างนอก ข้าก็รีบแต่งตัวโดยเร็วเพืิ่อไม่ให้เสียเวลาในการไปงานเทศการ
ข้าได้ะโออกมา วินสัน !!
ข้าเสร็จแล้วท่านเสร็จแล้วหรือยังวินสัน !!
วินสันก็ได้เปิดประตูออกมาแล้วมานั่งแล้วบอกคนขับรถม้าว่าไปได้ ให้ไปจอดตรงจุดที่เราได้เตรียมการกันเอาใว้ด้วยนะ !!
คนขับรถม้า ก็ตอบกลับมาว่า ขอรับ !!
และแล้วก็ได้มาถึงสถานที่ ๆ เตรียมจอดรถม้าแล้วข้าก็ได้รีบเปิดประตูแล้วลงมาจากรถม้าโดยทันที่แล้ววินสันก็พูดว่าท่านต้องทำในสิ่งที่พวกเราเตรียมกันมาท่านเข้าใจหรือไม่่ ?
ข้าก็ตอบกลับไปว่าเข้าใจแล้ว น่า !!
แล้วเราก็เดินตามตอกซอกซอยไปกันจนถึงสถานที่จัดงานและทันใดนั้นข้าก็ได้
“ เอามือปิดปังแสง พร้อมทั้งยิ่มร่า อย่างมีความสุข ”
เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นไม่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนนั้นก็คือเหล่าผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด แล้วยังมีร้านอาหารตามข้างทางที่มีสีสันสดใส อีกทั้งยังมีของขายมากมายพร้อมทั้งมีของเล่นที่ข้าไม่เคยเห็นเยอะจนสุดหูลูกตา แต่ทั้งใดนั้นเองข้าตื่นเต้นมากเสียจนไม่ได้มองวินสันที่อยู่ไกล้ และแล้วก็หลงทางจนในที่สุด
**********************************************************************************
ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เข้ามาอ่านกันด้วยนะครับ
ฝากทุกท่านติชมกันได้ตามอัธยาศัย เพื่อเป็กำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ^^