ท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยปราณสังหารภายในโรงประมูลฟ้าขจี ความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของฉินกง รองเ้าสำนักพรรคอีกาโลหิตนั้น หนักหน่วงราวกับขุนเขาธาตุเหล็กที่กำลังจะถล่มลงมาทับผู้คนเบื้องล่าง โคมระย้าหยกที่เคยส่องแสงนวลตาสั่นระฆังรัวเร็วจนแทบจะร่วงหล่นลงมาแตกสลาย พื้นพรมขนสัตว์ที่หนานุ่มบัดนี้กลับดูแข็งกระด้างภายใต้แรงกดดันจากยอดฝีมือระดับก่อตั้งรากฐาน จอมยุทธ์ระดับต่ำหลายคนในห้องโถงเริ่มมีสีหน้าซีดเผือด บางคนถึงกับต้องโคจรลมปราณสุดกำลังเพื่อป้องกันไม่ให้กระอักเืออกมา
หลินเทียนซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเื้ัเสาหินขนาดใหญ่ รู้สึกได้ถึงการสั่นไหวของด้ามกระบี่หักที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เจตนารมณ์กระบี่จากชิ้นส่วนบนเวทีและด้ามกระบี่ในมือของเขากำลังเรียกหากันราวกับพี่น้องที่พลัดพรากมานานนับพันปี พลังงานสีครามในจุดตันเถียนของเขาเริ่มหมุนวนเร็วขึ้นโดยไม่อาจควบคุม เขาต้องกัดฟันแน่นและใช้ความสงบนิ่งจากวิถีความว่างเปล่าในการสะกดข่มไม่ให้พลังหลุดรอดออกมาจนเป็ที่สังเกต
"เ้าเฒ่าเสียสติ! เ้ากล้าิ่เกียรติพรรคอีกาโลหิตต่อหน้าจอมยุทธ์ทั้งเมืองชิงเฟิงเชียวหรือ!" ฉินกงแผดเสียงะโจนกำแพงห้องโถงสั่นะเื ดวงตาสีแดงฉานของเขาจ้องเขม็งไปที่ชายชราในชุดมอซอ "ในยุทธภพนี้ มีเพียงคนตายเท่านั้นที่กล้าเสนอราคาแข่งกับข้า!"
ชายชราผู้ถูกตราหน้าว่าเสียสติยังคงนั่งจิบสุราจากจอกไม้เก่าๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน เขายกจอกขึ้นส่องกับแสงโคมระย้าพลางหัวเราะหึๆ ในลำคอ "น้ำใจของเ้าช่างกว้างขวางนักคุณชายฉิน... ข้าเพียงแค่เสนอราคาตามกฎของโรงประมูล หากเ้าไม่มีเงินพอจะสู้ ก็ควรจะถอยไปนั่งนิ่งๆ ให้เหมือนสุนัขที่เชื่อฟัง ไม่ใช่เที่ยวมาเห่าหอนข่มขู่ผู้อื่นเช่นนี้"
"เ้า!" ฉินกงโกรธจัดจนปราณสีม่วงดำพวยพุ่งออกมาจากร่าง ก่อตัวเป็รูปเงาอีกาั์ที่ดูน่าสยดสยองเหนือศีรษะ "ในเมื่อเ้าเลือกทางตาย ข้าก็จะสนองให้! ฆ่ามันซะ!"
สิ้นคำสั่ง ศิษย์พรรคอีกาโลหิตระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่เก้าห้าคน พุ่งทะยานจากระเบียงชั้นสองลงมายังโต๊ะของชายชราพร้อมกันราวกับฝูงนกแร้งรุมทึ้งเหยื่อ ดาบยาวอาบยาพิษนับสิบเล่มวาววับในแสงไฟ มุ่งหมายจะสับร่างของชายชราให้กลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา
บรรดาจอมยุทธ์ในห้องโถงต่างพากันลุกพรึบถอยห่างด้วยความใ ซูเหยียนและเหล่าศิษย์สำนักบุปผา์เองก็กำพัดในมือแน่น เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจลุกลาม แต่หลินเทียนกลับสังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติ ชายชราคนนั้นยังคงไม่วางจอกสุราลงเลยด้วยซ้ำ!
วูบ!
ทันทีที่คมดาบเล่มแรกอยู่ห่างจากคอของชายชราเพียงไม่กี่ชุ่น ชายชราก็เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ หนึ่งครั้ง การเคลื่อนไหวนั้นดูเชื่องช้าและไร้พละกำลัง แต่ในสายตาของหลินเทียนที่ฝึกวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ เขากลับเห็นคลื่นปราณที่โปร่งแสงและบางเบาดุจเส้นไหม พุ่งกระจายออกไปรอบทิศทางในเสี้ยววินาที
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงอาวุธหักสะบั้นดังขึ้นพร้อมกันห้าครั้ง ดาบเหล็กกล้าชั้นดีของศิษย์พรรคอีกาโลหิตถูกตัดขาดราวกับตัดกิ่งไม้แห้ง ร่างของทั้งห้าคนกระเด็นกลับไปกระแทกกับผนังห้องโถงอย่างแรงจนกระดูกแตกละเอียด สิ้นสติไปทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าคู่ต่อสู้ชัดเจนเสียด้วยซ้ำ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง คราวนี้เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด แม้แต่เถ้าแก่เิผู้ดูแลโรงประมูลก็ยังตัวสั่นเทิ้มจนทำค้อนประมูลหลุดมือ
"ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์..." หลินเทียนพึมพำในใจด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด "ชายชราผู้นี้... เขาใช้วิชาแบบเดียวกับข้า! หรือเขาจะเป็ผู้สืบทอดที่เหลืออยู่ของสำนักกระบี่นิรนาม?"
ฉินกงเห็นศิษย์ของตนถูกจัดการอย่างง่ายดายก็เริ่มตระหนักได้ว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับ "ตอ" ขนาดใหญ่ เขาไม่ได้โง่พอจะพุ่งเข้าไปตายเอง จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผน "ในเมื่อเ้าเก่งกาจนึกว่าเป็ผู้วิเศษมาจากไหน เช่นนั้นก็ลองรับ 'ฝ่ามืออีกาสังหาร' ของข้าดูหน่อยเป็ไร!"
ฉินกงวาดมือเป็วงกลม รวบรวมปราณสีม่วงดำจนกลายเป็ลูกบอลพลังงานที่แผ่กลิ่นอายความตายออกมา จากนั้นเขาก็ซัดมันเข้าใส่ชายชราอย่างสุดแรง พลังทำลายล้างของมันมากพอจะพังกำแพงศิลาของเมืองชิงเฟิงให้พินาศได้ในครั้งเดียว
ชายชราถอนหายใจยาว "เหล้าดีๆ กำลังจะเสียรสชาติเพราะขยะอย่างเ้า..."
เขาไม่ได้หลบเลี่ยง แต่กลับยื่นนิ้วชี้ออกมาข้างหน้าเบื้องหน้า เพียงนิ้วเดียวที่ดูเหี่ยวแห้ง กลับดูเหมือนยอดเขาที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ เมื่อฝ่ามืออีกาสังหารประทะกับปลายนิ้วของชายชรา พลังทำลายล้างมหาศาลกลับค่อยๆ ถูกดูดซับและสลายกลายเป็อากาศธาตุต่อหน้าต่อตาผู้คนทั้งห้องโถง!
"สลายสภาวะมีตัวตนให้กลายเป็ความไม่มีตัวตน... นี่คือขั้นที่สามของวิชากระบี่ไร้ลักษณ์!" หลินเทียนเบิกตากว้าง จดจำท่วงท่าและวิธีโคจรลมปราณของชายชราไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ
ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับการปะทะกันของยอดฝีมือ ทันใดนั้นก็เกิดเสียงะเิกึกก้องมาจากทางด้านหลังเวทีประมูล!
ตูมมม!
ควันไฟสีดำพวยพุ่งขึ้นมาบดบังทัศนวิสัย ชายชุดดำอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีลายปักอีกาโลหิตพุ่งออกมาจากเงามืดเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็การชิงชิ้นส่วนกระบี่พลิกฟ้าบนเวที! พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจเงาพราย อาศัยจังหวะชุลมุนเข้าถึงตัวเถ้าแก่เิในพริบตา
"มีโจรปล้น! คุ้มกันสมบัติเร็ว!" เถ้าแก่เิแผดเสียงร้อง
สถานการณ์กลายเป็ความวุ่นวายโกลาหลในทันที ศิษย์พรรคอีกาโลหิตที่เหลืออยู่รีบพุ่งเข้าหาเวที สำนักบุปผา์เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ซูเหยียนสะบัดพัดเหล็กปล่อยปราณบุปผาโปรยเข้าขัดขวางกลุ่มชายชุดดำปริศนา การตะลุมบอนครั้งยิ่งใหญ่บังเกิดขึ้นใจกลางโรงประมูล
หลินเทียนเห็นเป็โอกาสทอง เขาไม่รอช้าทะยานร่างออกจากเงามืดดุจเสือดาวล่าเหยื่อ เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปที่เวทีโดยตรง แต่ใช้ความว่างเปล่าในการอำพรางกาย ลัดเลาะไปตามคานไม้บนเพดานเพื่อเข้าใกล้ชิ้นส่วนกระบี่จากมุมที่ไม่มีใครคาดคิด
"กระบี่ชิ้นนี้... ต้องเป็ของข้า!" หลินเทียนคำรามในใจ
ในขณะที่มือของชายชุดดำกำลังจะถึงกล่องไม้กฤษณา หลินเทียนก็สะบัดข้อมือเบาๆ ปล่อยปราณกระบี่สีครามแหลมคมดุจเข็มพุ่งเข้าใส่เส้นประสาทที่ข้อมือของโจรชุดดำคนนั้นจนมันต้องชักมือกลับด้วยความเ็ป หลินเทียนทิ้งตัวลงมาจากเพดาน คว้ากล่องไม้กฤษณามาไว้ในอ้อมอกได้สำเร็จ!
"มันอยู่นั่น! เ้าเด็กชุดหนังสัตว์เอาสมบัติไปแล้ว!" เสียงใครบางคนะโขึ้น
สายตาทุกคู่รวมถึงฉินกงและชายชราขี้เมา ต่างหันมาจับจ้องที่หลินเทียนเป็จุดเดียว หลินเทียนรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงมาหาเขาจากทุกทิศทาง
"หนี!" นั่นคือความคิดเดียวในหัวของเขา
เขาใช้กระบวนท่าตัวเบาที่เพิ่งบรรลุจากการฝึกใต้น้ำตก พุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของจอมยุทธ์นับสิบออกไปทางหน้าต่างชั้นบน ความเร็วของเขานั้นน่าทึ่งจนทิ้งไว้เพียงเงาสีครามจางๆ ฉินกงแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น "ตามล่ามัน! อย่าให้มันรอดออกจากเมืองชิงเฟิงไปได้!"
ชายชราขี้เมามองตามร่างของหลินเทียนไป แววตาที่เคยดูง่วงงุนพลันแปรเปลี่ยนเป็ความประหลาดใจและชื่นชม "หืม... เด็กคนนี้... น่าสนใจจริงๆ..."
การวิ่งไล่ล่าข้ามหลังคาบ้านเรือนในเมืองชิงเฟิงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์ หลินเทียนต้องแบกรับทั้งสมบัติล้ำค่าและความแค้นของคนทั้งเมืองไว้บนบ่า บทพิสูจน์ที่แท้จริงของ 'กระบี่นิรนาม' กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนที่ยาวนานที่สุดคืนนี้!