บทที่ 17 : ยืมเงิน
ณ บ้านหลังน้อยของอาเถากับมารดา เสียงเคาะประตูปลุกสองแม่ลูกให้ตื่นจากเวลานอนกลางวันแสนสบาย อาเถาพลิกตัวไปมาอย่างคนไม่อยากตื่นนอน เขาเพิ่งกินข้าวหน้ากระต่ายย่างแสนอร่อยไป ตอนนี้กำลังหลับฝันหวาน
เป็ซ่งอี้หรานที่ตื่นก่อน เธอเดินงัวเงียไปเปิดประตู คนที่มาเคาะคือแม่สามีที่เธอเพิ่งเคยพบครั้งแรกหลังมาอยู่ร่างนี้ เธอมักจะให้อาเถานำของกินอร่อยๆ ที่ทำไปให้คุณแม่หลิน เมื่อ่อาหารกลางวันหล่อนก็ให้อาเถานำขากระต่ายย่างหนึ่งขาไปให้คุณแม่หลินที่ทุ่งนา
“คุณแม่มีอะไรคะ?”
คุณแม่หลินพูดด้วยใบหน้านิ่งเฉย เธอเคยปะทะกับลูกสะใภ้สามมาหลายครั้ง แม้อีกฝ่ายจะทำดีกับหล่อนและหลานใน่นี้ เธอก็ยังไม่วางใจ คนเรากลับตัวกลับใจได้ แต่คงไม่ใช่ในชั่วข้ามคืน
“พี่สะใภ้ใหญ่ป่วยเป็ไข้นอนซมลุกไม่ขึ้นมาสามวันแล้ว ฉันคิดว่าเงินที่ลูกชายฉันส่งมาให้เธอคงยังไม่หมด” คุณแม่หลินไม่กล้าเอ่ยตรงๆ ว่ามาขอเงิน ส่วนเงินสิบหยวนที่บุตรชายให้ต่อเดือนนั้นถูกส่งไปให้ต้าเฉินหมดแล้ว
“ค่ะ ที่เขาให้คุณแม่หมดแล้วเหรอคะ?” ซ่งอี้หรานรู้ดีว่าหญิงแก่คนนี้้าอะไร แต่เธอคิดว่าสามีได้ช่วยเหลือครอบครัวตัวเองไม่น้อยเลย ครอบครัวอื่นได้เดือนละสิบหยวนนอนตีพุงกันสบายไปแล้ว
คุณแม่หลินชะงัก เห็นไหมล่ะ! ว่าแล้วยังไม่ทิ้งสันดานเดิม “เงินนั่นส่งให้ต้าเฉินหมดแล้ว หน้าที่การงานของเขาจำเป็ต้องใช้เงินเข้าสังคม คูปองของเธอถ้าใช้ไม่หมดก็เอามาให้ต้าเฉินบ้างก็ได้”
คุณแม่หลินเห็นลูกสะใภ้ทำอาหารที่มีเนื้อมาให้หลายครั้งแล้ว หล่อนคิดว่าสองแม่ลูกอาจจะใช้ไม่หมดก็ได้ ยิ่งเห็นลูกสะใภ้สามผอมลงไปกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง คุณแม่หลินยิ่งมั่นใจและยินดี สะใภ้สามไม่ได้ทำงาน จะกินเยอะไปทำไมให้เปลือง
“ฉันเองก็ไม่พอใช้ค่ะ คุณแม่มาเพื่อบอกแค่นี้ใช่ไหมคะ?” ซ่งอี้หรานทำเป็ไม่เข้าใจ
“ฉันมาขอยืมเงิน พี่สะใภ้ใหญ่เธอมีลูกสาวหนึ่งคนกับลูกชายหนึ่งคน ถือว่าทำให้ตระกูลเฉินแตกรากแตกกอ เธอเองก็ควรจะคบหากับบรรดาพี่สะใภ้บ้าง อย่าเอาเวลาไปขลุกตัวอยู่กับแม่ม่ายเหม่ยนั่น” คุณแม่หลินเตือนด้วยความหวังดี แม่ม่ายทุกคนล้วนถูกนินทาลับหลังในแง่ร้าย ลูกสะใภ้สามของเธอ่นี้ถูกพูดว่าอาจกำลังมีความรักกับหนุ่มในตัวอำเภอ เพราะคบหาแม่ม่ายเหม่ย ทั้งยังขยันเข้าไปในตัวอำเภอเสียเหลือเกิน อาเถาเองก็ได้กินดีใส่ของดี มีบางคนใจกล้าเอ่ยขึ้นว่าอาเถาอาจมีพ่อใหม่ลับๆ คุณแม่หลินไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชอบให้มีข่าวลือเหล่านี้
“ฉันกับพี่เหม่ยจะเจอกันก็ต่อเมื่อเด็กๆ ล่าสัตว์ได้ พวกเราเป็แม่ พอลูกๆ หาเนื้อมาได้ก็แบ่งกัน ฉันไม่รู้ว่ามีตรงไหนไม่เหมาะสม”
“คบหาแม่ม่าย เข้าเมืองบ่อย ทั้งความเป็อยู่อาเถาก็ดีเกินหน้าเกินตาเมื่อก่อน ชาวบ้านเขาไม่พูดต่อหน้า แต่เอาไปลือกันลับหลัง แต่ละคำที่พวกเขาพูดกันนั่น ฉันฟังแล้วจะเป็ลม”
“คุณแม่อย่าไปฟังเลยค่ะ คนเราฟังเื่ไร้สาระมากเข้าจะแก่เร็ว”
“ช่างเื่นั้นไปก่อน ฉันมายืมเงินห้าหยวน หมอหลิ่วบอกว่าต้องซื้อยาต้มมากินถึงจะอาการดีขึ้น เ้าสามส่งเงินมาเมื่อไรฉันจะคืนให้” คุณแม่หลินไม่อยากบากหน้ามายืมเงินสะใภ้สามสักนิด ทว่าเงินในบ้านส่งไปให้ลูกชายคนโตหมดแล้ว พอมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เงินจึงขาดมือไม่เหลือแม้แต่ซื้อยา
“คุณแม่เข้ามาดื่มชาก่อนซิคะ ฉันจะไปหยิบเงินให้” หากบิดามารดาสามีเจ็บไข้ เธอยินดีออกเงินให้โดยไม่คิดอะไร ทว่าสำหรับครอบครัวพี่ใหญ่สามีนี้ เป็เหมือนบ่อน้ำที่เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม
คุณแม่หลินเข้าไปตามคำเชิญ “เห็นพี่สะใภ้ใหญ่บอกว่าเธอปลูกผัก ฉันคิดว่าเธอทำเล่นๆ เสียอีก นี่ปลูกจริงจังเป็หมู่เลย” คุณแม่หลินมองผักหลายชนิดที่โตเต็มวัยด้วยความชื่นชม ลูกสะใภ้สามเริ่มเอางานเอาการแบบนี้เธอค่อยวางใจลงได้
หวังว่าเ้าสามกลับมาแล้ว หล่อนจะไม่หาเื่ชวนทะเลาะอีก
ซ่งอี้หรานขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร พี่สะใภ้ใหญ่มาเห็นได้อย่างไร? อีกฝ่ายไม่เคยมาหาเธอ เธอเองก็ไม่เคยไปหาอีกฝ่าย เช่นนั้นคงมีแค่กู้จวิ้นคนนั้นมาแอบมองบ้านเธอแล้ว กำแพงแ่าขนาดนี้พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
เธอนำชาชั้นดีที่สุดที่ร้านสหกรณ์รัฐจะมีออกมาชงให้แม่สามี “คุณแม่ดื่มชาค่ะ”
คุณแม่หรินรับชาหอมกรุ่นมาดมด้วยใบหน้าพอใจ ก่อนจะจิบเบาๆ “ชาดีขนาดนี้ ราคาแพงมากแน่ อี้หราน แม่ไม่อยากยุ่งกับค่าใช้จ่ายของบ้านเธอหรอกนะ แต่เอาเถายังเล็กนัก ต่อไปยังต้องแต่งภรรยา ไหนยังจะลูกในอนาคตที่เธออาจจะมีอีก ต้องวางแผนให้ดี เธอดูอย่างฉันซิ ถ้าไม่ได้เ้าสามคอยช่วย ป่านนี้บ้านเฉินเราคงแย่กว่าบ้านแม่ม่ายเหม่ยนั่นอีก” เธอมีบุตรสี่คน ชายสามหญิงหนึ่ง ลูกชายคนโตอยู่ในเมือง ทำงานในหน่วยงานของรัฐ ลูกชายคนรองทำงานเก็บแต้มอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ ลูกชายคนที่สามเป็หน้าเป็ตาของวงศ์ตระกูลได้เป็นายทหารยศใหญ่ ส่วนลูกสาวคนเล็กทำงานอยู่ในมณฑล ตอนนี้บ้านเฉินมีหน้ามีตาที่สุดในหมู่บ้าน ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของเฉินซาน
“ฉันทราบดีค่ะ เงินที่เฉินซานส่งมาให้ฉันเก็บเอาไว้ให้อาเถาต่างหาก ส่วนของพวกนี้เป็เงินที่ฉันปักผ้าส่งร้านค้ารัฐค่ะ”
“ปักผ้า? เธอทำงานฝีมือพวกนั้นเป็ั้แ่เมื่อไร?” คุณแม่หลินเพิ่งรู้ว่าที่ผ่านมาหล่อนไม่เคยรู้จักสะใภ้คนนี้เลย
“เมื่อก่อนฉันเป็แค่พื้นฐาน แต่หลังจากได้รู้จักสหายในเมือง ได้เห็นลวดลายแปลกตา ฉันก็ฝึกทำพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ ค่ะ” ซ่งอี้หรานนำงานที่เพิ่งปักเสร็จมาให้แม่สามีดู
“สวยมาก ผืนหนึ่งได้ถึงสิบหยวนไหม?” คุณแม่หลินเห็นฝีเข็มแล้วรู้สึกชอบ เสื้อของอาเถาปักไม่เยอะเท่านี้ เธอเองก็ไม่ได้สังเกตให้ละเอียดว่าฝีเข็มถี่และทรงพลังถึงขนาดนี้
“แล้วแต่ลายค่ะ ถ้ายากและผืนใหญ่ก็ได้หลายสิบหยวน” ซ่งอี้หรานไม่บอกความจริง ใจจริงเธอไม่อยากบอกแม้กระทั่งเื่ที่ตนปักผ้าขาย เพราะต้องมีคนอยากมาเรียนรู้ด้วยแน่ แต่การใช้ชีวิตของอาเถาปิดอย่างไรก็ไม่มิด เ้าเด็กนั่นตอนนี้กลายเป็ลูกหนังกลมๆ ไปแล้ว
“หลายสิบหยวน!” คุณแม่หลินตาโต หากเธออายุน้อยกว่านี้สักสิบปี สายตาดีกว่านี้ เธอจะมาเรียนรู้จากลูกสะใภ้สาม “เงินเยอะขนาดนั้นให้พวกพี่สะใภ้มาเรียนรู้จากเธอก็ไม่เลวเลยนะ”
“ได้ค่ะ” ซ่งอี้หรานตอบอย่างไม่เสียเวลาคิด งานนี้ไม่ใช่ใครจะลอกเลียนได้ง่ายๆ ต้องใช้สมาธิจดจ่อสูงมาก หากว่อกแว่กนั่งนานๆ หลายชั่วโมงไม่ได้ย่อมไม่เป็ผล
“เธอไม่หวงวิชา? ตรงไหนบอกพี่สะใภ้ไม่ได้ก็ไม่ต้องสอน ให้พวกนั้นปักแบบพื้นฐานก็ได้ ได้เงินผืนละสี่ห้าหยวนก็ดีมากแล้ว” คุณแม่หลินยอมหน้าด้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้หลานๆ อีกสี่คนมีอาหารกิน ตอนนี้อาเถาตัวกลม ส่วนหลานคนอื่นๆ นั้นหัวโต เมื่อใดที่ซ่งอี้หรานส่งของกินดีๆ ไปให้ บรรดาหลานชายหลานสาวจะรุมล้อมกัน บางครั้งเผลอทำน้ำลายหกใส่ถ้วย
คนเป็ปู่เป็ย่าอยากให้หลานๆ ได้กินเพิ่มอีกสักคำก็ยังดี
“เื่นี้ฉันเองก็กะเกณฑ์ไม่ได้ค่ะ บางคนทำได้บางคนทำไม่ได้”
คุณแม่หลินพยักหน้า “ฉันเข้าใจ”
“นี่เงินค่ะ” ซ่งอี้หรานนำเงินห้าหยวนมาให้แม่สามี “คุณแม่เก็บผักกลับไปด้วยซิคะ อีกไม่กี่วันแตงน่าจะสุก สุกแล้วฉันจะให้อาเถานำไปให้นะคะ”
“ไม่เป็ไรๆ เก็บไว้กินเถอะ ที่บ้านก็ยังมีผักสดอยู่ แต่ผักที่เธอปลูกไว้แก่ได้ที่แล้วนะ ชวนพี่สะใภ้เธอมาช่วยกันดองซิ” คุณแม่หลินเข้าใจว่าลูกสะใภ้สามไม่อยากคบหากับสะใภ้คนอื่นๆ แต่เธอไม่เห็นด้วย พี่น้องกันอย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด หากภรรยาห่างเหินเข้ากันไม่ได้ แล้วเกิดพวกลูกๆ ของเธอมีปัญหากันในอนาคตเล่า! ดูพวกผู้เฒ่าต้นตระกูลเฉินเ่าั้เป็ตัวอย่าง ทำไม่ดีกับสามีหล่อนไว้เยอะ เพราะเชื่อคำยุแยงภรรยา ตอนนี้บ้านเธอมีหน้ามีตา พวกเขาได้แต่มองด้วยความอิจฉา
“ถ้าดองไม่ไหวฉันจะไปเรียกนะคะ” เื่ปักผ้าเธอไร้หนทางปฏิเสธ เพราะจะถูกแม่สามีกล่าวหาว่าเห็นแก่ตัวไร้น้ำใจ แต่เื่ผักนี้ เธอกับเหม่ยเหนียงทำกันสองคนได้
สะใภ้สองคนนั้นไม่น่าคบหา เื่ที่พี่สะใภ้อยู่ดีๆ ก็เป็ไข้ซ่งอี้หรานแอบสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจจะเอาเวลามาสอดส่องเธอตอนกลางคืน ตากน้ำค้างจนเป็หวัดก็เป็ได้
เธออยู่ไม่สุข เดินหารอยรั่วรอบกำแพงบ้าน และเธอเจอจุดหนึ่งจริงๆ ดูเหมือนเกิดจากฝีมือของมนุษย์ใช้ของมีคมเจาะช่องเล็กๆ พอส่องเห็น ซ่งอี้หรานหากิ่งไม้มาอุดรูนั้นไปก่อน
หากพี่สะใภ้ใหญ่ไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเธอก็แล้วไป แต่หากยังระรานกันไม่เลิกก็คงต้องเปิดศึกกันสักตั้ง!
……………………………………………อีบุ๊คเล่ม 1https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30