“จีจี้ จีจี้ เ้าพลาดอีกแล้วแค่เพียงดููแลความเรียบร้อยของแท่นบรรทมของฝ่าาแค่นี้เ้ากลับทำให้ผิดพลาดได้”
เสียงจีบปากจีบคอของขันทีข้างกาย แอบสาวของฝ่าาดังลั่นออกมาจากห้องบรรทมของฮ่องเต้ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าสนมหกตำหนัก สามพันนางฟาดเรียบไม่มีเหลือ จีจี้วิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไปข้างในห้องบรรทมในอาภรณ์หลวมโครกของกงนู่ (ข้ารับใช้ต่ำสุดในวังหลวง) คนใหม่
อายุเพิ่งจะสิบเจ็ดปีในปีนี้ ใบหน้าจืดชืดไร้การแต่งแต้มเกล้ามวยผมเรียบตึงแต่ ไม่ได้ปักปิ่นงดงามเหมือนคนอื่นๆ แม้จะวิ่งเข้ามาเร็วแค่ไหนก็ต้องชะงักกึก ก้มหน้ายืนกุมมือสำนึกผิด
ฝูเยว่ฮ่องเต้ ยืนขมวดคิ้วอยู่ไม่ไกลนัก ใบหน้าหล่อเหลาแต่ในยามเคร่งเครียดเช่นนี้จีจี้ไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมอง ถึงกล้าก็ไม่กล้าสบตาคมที่เหมือนเหยี่ยวทะเลทราย สายตาคมกริบจ้องจับเหยื่อด้วยความหิวโซน่ากลัวยิ่งนัก เขาว่าฝ่าาหล่อเหลาแล้วยังมีแรงดึงดูดบางอย่าง ใครบ้างที่เขาใกล้ฝ่าาแล้วสติไม่หลุดลอย เหล่านางในยังพูดกันว่าฝ่าามักจะเอาแต่ใจอีกทั้งในแต่ละคืน มักจะเื่มาก เื่หญิงงามจนใครต่อใครต่างขยาดกลัว แต่ก็อีกนั่นแหละหญิงงามอันดับหนึ่งในแต่ละปีฝ่าาฟาดเรียบแต่ไม่ยอมแต่งตั้งใครเป็ฮองเฮา ตัดมาที่จีจี้หญิงงามอันดับที่ร้อยหรือตกอันดับ แล้วยังไม่ได้เป็บุตรีขุนนางคนใดในวังหลวง เข้ามาเพราะโชคช่วยจึงได้แต่เพียงตำแหน่งกงนู่
ฝ่าาผู้เลื่องลือกิตติศัพท์อยู่ที่นี่ด้วยหรือคิดว่ามีแต่ คูมแม่กงกงแอบสาววัยเกือบชราคนเดียวเสียอีก
“ให้นางจัดการเสียใหม่ เ้าออกไปได้แล้ว”
เสียงนุ่มนวลลอยมาตามลมอีกทั้งน้ำเสียงไม่ได้ดุด่าอย่างที่จีจี้คิดไว้แต่แรก
“เพฮะฝ่าา ฝ่าาจะบรรทมแล้วก็เรียกขงจื้อ จะได้รีบนำนางในเข้ามาปรนนิบัติเพฮะ”
“อืม ข้ายังไม่ง่วงอ่านฎีกาอีกหน่อย พรุ่งนี้มีประชุมเหล่าขุนนาง นางในนำนางเข้ามาได้เลย แต่ให้นางนอนรอข้าบนแท่นนอนไปก่อน"
จีจี้เดินไปที่แท่นบรรทมจัดแจงรื้อแท่นบรรทมที่กลับหัวกลับหาง ผิดหลักฮวงจุ้ย พลาดได้อย่างไร ดึงผ้าปูแท่นบรรทมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ฝูเยว่ฮ่องเต้กำลังจะทรุดกายลงบนพื้นอ่านฎีกา กลับต้องลุกขึ้นยืนพุ่งตัวมายังจีจี้ดึงผ้าปูมากำไว้ทว่าร่างเล็กกับติดมือมาด้วยเพราะไม่ยอมปล่อยผ้าปู ถลาเข้าหาอกกว้างกลิ่นกายบุรุษหอมฟุ้ง เผลอสูดดมจนเต็มปอดเขาว่าหากเราเข้าใกล้ใครจนได้กลิ่นกายของเขาแสดงว่าเราเข้าใกล้เขาเกินไปแล้วจะหลงรักเขาในไม่ช้าฉะนั้นถอยห่างออกมาเสียจึงดี
อีกคนขมวดคิ้วก้มลงมองร่างเล็กแค่อก เอื้อมมือจะโอบกอดด้วยอารมณ์พาไป แต่กลับกลายเป็ผลักร่างบางออกห่าง
“เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ส่วนนี้ส่งไปทำลายเสีย”
มองอาภรณ์หลวมโครกที่ขัดั์ตายิ่งนัก นางในส่วนมากจะสวมอาภรณ์เปิดเผยเนื้อหนัง บางคนก็สวมอาภรณ์รัดรูปดึงสายรัดเอวคอดกิ่วน่ามอง แต่กงนู่ใหม่นางนี้นางทำอะไรของนางช่างขัดตายิ่งนัก
จีจี้อ้าปากค้าง
“ยังไม่ได้ใช้เลย แล้วผ้านี่ก็..ก็เป็ ข้าที่อบด้วยน้ำอบมาทั้งวัน”
ต้องใช้เวลาทั้งวันจึงจะได้กลิ่นหอมที่หอมทนทานดวงตาแข็งกร้าวมองมายังจีจี้
“เ้ากล้าขัดบัญชาข้าหรือ”
จีจี้หลบตา ก่อนจะหอบเอาผ้าปูที่นอนเดินหน้าเง้าออกมากลับมาที่ห้องข้างๆ
จีจี้นั่งเท้าคางเอามือเขี่ยเตาไฟทำใจเย็นทั้งๆ ที่ภายในร้อนรุ่ม
“อืมมม มีเหตุผลฝ่าามิชอบอะไรที่ทำให้ขัดตา เ้าเป็กงนู๋คนใหม่น่าจะระวังตัวให้มากอีกอย่างรื้อออกแล้วก็ควรจะเปลี่ยนใหม่ เหมือนนางในในแต่ละคืนที่หากฝ่าาบอกให้กลับไปแสดงว่าถูกปลดออกจากตำแหน่ง กลับเข้ามาได้ใหม่”
กงกงแอบสาวกล่าวเบาๆ เมื่อจีจี้นั่งเฝ้าผ้าปูที่นอน ที่นำว่าวางไว้บนเตาที่ด้านล่างเผากำยานจนควันคละคลุ้งไปทั่วห้องให้กลิ่นกำยานหอมซึมเข้าสู่เนื้อผ้าก่อนฟ้าจะมืด จงใจให้ทันเวลาที่จะนำนางในเข้ามา
“ข้าอยากทำงานในวังหลวงแม้จะต่ำชั้นเป็แค่กงนู่ทำงานรับใช้สารพัดก็ต้องยอม กงกงท่านคิดว่าข้าจะทำได้ไหม”
น้ำเสียงบ่งบอกชัดเจนว่ามุ่งมั่น กงกงแอบสาวยิ้มอ่อนโยน
“เ้ามีความมุ่งมั่นเช่นข้าในตอนนั้นไม่ผิดจีจี้ แต่เ้าควรรู้ไว้ว่าในวังหลวง เ้ามีนายนับร้อยนับพันจะให้ถูกใจเสียทุกคนคงไม่ได้ ทางที่ดีจะต้องรู้จักการหลบหลีก”
จีจี้พยักหน้า
“เอาอย่างนี้ ข้าให้เ้ามีหน้าที่จัดการแท่นบรรทมฝ่าาเพียงอย่างเดียว ส่วนหน้าที่อื่นหรือเื่ที่ต้องคอยรับใช้สนมนางในคนอื่น คงต้องเอาไว้หลังจากที่เ้า ทำเื่นี้ได้หมดจด ข้าอาสาพูดกับขันทีคุมงานแทนเ้าเองข้าออกรับแทนให้เอง"
จีจี้ยิ้มกว้างรอยยิ้มส่งให้ใบหน้าสว่างใส
“ไปได้แล้ว รีบไปจัดแท่นบรรทมเสียใหม่ ขันทีกำลังจะนำนางในเข้าถวายตัวแล้วจะไม่ทันเวลา”ขงจื้อกงกงดึงมือจีจี้ให้ลุกขึ้น จีจี้หอบเอาผ้าปูที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกำยานหอมมาเหน็บไว้ที่เอว เดินตามกงกงไปในทันที
ฝูเยว่ฮ่องเต้ยังนั่งอ่านฎีกา จีจี้เดินผ่านไปแล้วพร้อมกับกงกง เขาจึงเหลือบตามองจีจี้จากด้านหลัง ส่ายหน้ากับอาภรณ์หลวมโครกนั้น
“ฝ่าา วันนี้นางในระดับกลางเพราะเป็คืน เก้าค่ำแล้ว”
“อืมเก้าค่ำ ข้าเบื่อที่จะต้องสับเปลี่ยนหมุนเวียนนางในตามดวงจันทร์แล้ว มันหมุนวนซ้ำๆ จนน่ารำคาญ”จีจี้จัดแจงปูแท่นนอน
"ฝ่าาก็ทรงแต่งตั้งฮองเฮาเสีย วันไหนเบื่อสนมนางในจะได้ไปร่วมแท่นนอนกับฮองเฮา”
ขงจื้อแนะนำ
“ไม่ข้ายังไม่เห็นว่าใครจะเหมาะที่จะเป็ฮองเฮา กลิ่นอะไร”สุดดมกลิ่นกำยาน
“เอ่อ เอ่อกลิ่นกำยานเพฮะ”
“ข้าเกลียดกลิ่นนี้ นี่เ้าไม่รู้หรือไร”
“เอ่อเอ่อ”
จีจี้รีบ ทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้น
“ฝ่าาไว้ชีวิตด้วย จีจี้เอ๊ยข้าน้อยเป็คนอบผ้าปูแท่นนอนด้วยกลิ่นนี้เองเพราะคือ่เร่งด่วน”
เผลอแทนตัวเองว่าจีจี้ ฝูเยว่เหลือบตามองกับคำกล่าวน่าเอ็นดูนั้น
“ไปเปลี่ยนมาใหม่”
“ตะตะแต่ฝ่าานางในกำลังจะเข้ามาแล้ว”
“ไม่ต้อง ให้รอไปก่อนจนกว่าจะได้กลิ่นที่ถูกใจข้า”
“แต่ทุกครั้งฝ่าาก็ทรงนิยมกลิ่นหอมของ ต้นกฤษณา”
ขงจื้อกล่าวทักท้วง
“แต่วันนี้ข้าไม่ชอบไปเตรียมมาใหม่”ขงจื้อโบกมือให้จีจี้หอบผ้าปูออกไปก่อนจะเดินตาม
“ให้กงนู่นางนั้นเปลี่ยนอาภรณ์ด้วยกลิ่นเหม็นนั่นติดอาภรณ์ของนางข้าได้กลิ่นแล้วพาลคลื่นเหียน”
“เพฮะฝ่าา”ดึงมือจีจี้ออกมา
“กงกงท่านบอกข้ามาถือว่าเอาบุญฝ่าานิยมกลิ่นกำยานกลิ่นไหนกันแน่”ขงจื้อถอนหายใจหันมามองหน้า จีจี้
“สิ่งที่คาดเดาได้ยากที่สุดคือพระทัยของฝ่าา”
“แล้วข้าจะหากลิ่นไหนที่จะโดนใจพระทัยฝ่าา”
“ความจริงเื่นี้ต้องเป็ธุระของหอซักล้างแต่นี่ยามฉวีแล้ว (19.00-20.59น.) จะให้พวกนางจัดการก็คงไม่เหมาะนักอีกอย่างจะต้องเสียเวลาอีกมาก เช่นนั้นคงต้องงัดตำราเสียแล้วกระมัง”
“ข้าจะล่วงรู้ทุกอย่างก็คงไม่ไหว”จีจี้ส่ายหน้า
“ฝ่าาทรงนิยมกลิ่นหอมอ่อนๆ อีกทั้งกลิ่นนั้นยังทำให้การ อุ่นเตียงหอมหวาน และตราตรึงใจเ้าคิดว่าเราควรใช้กลิ่นไหนดี”
“ข้าคิดออกแล้ว”
“อืมเช่นนั้นเ้าไปจัดการเื่นี้แล้วอย่าลืม เปลี่ยนอาภรณ์ของเ้าเสียใหม่ ฝ่าาทรงไม่พอพระทัยกลิ่นที่ติดตัวเ้าไปอย่าทำให้ฝ่าาทรงกริ้วอีก ข้าจะไปที่เรือนคัดตัวนางในบอกกล่าวพวกเขาว่าอย่าเพิ่งให้นางในเข้าไปในยามนี้”
จีจี้ สาวเท้าไปยังห้องเครื่องที่เป็ที่ที่เดียวที่ยังมีดวงไฟสว่างไสวพวกเขาทำงานเตรียมเครื่องเสวยกันทั้งคืน เลือกหยิบบางอย่างมากำไว้ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้อง โรยสิ่งที่อยู่ในมือลงบนเตาอบกำยาน เลือกหยิบผ้าปูผืนใหม่มาวาง้า ก่อนจะเปลืองอาภรณ์ของตัวเองออกยกขึ้นมาจรดที่ปลายจมูก
“เหม็นจริงๆ ด้วย”
ปลดอาภรณ์สีขาวสะอาดชั้นในลงไปกองกับพื้นร่างเปลือยเปล่าขาวสล้างใต้แสงไปอกอูมอวบอิ่มเบียดชิดกันอย่างสวยงามกับเอวคอดกิ่ว เรียวขาเนียนยาวขาวผ่อง
กลิ่นกำยานที่เพิ่งถูกเผาเมื่อครู่หอมหวนยิ่งนัก จีจี้อมยิ้มก้าวเดินไปพลิกผ้าปูที่นอน้าลงไปด้านล่างทั้งๆ ที่ร่างเปล่อยเปล่าเพียงอึดใจ กลับไปหยิบอาภรณ์ตัวใหม่บนราวแขวน สวมลงไปในทันที
“เคล๊งงง”
เสียงบางอย่างร่วงลงพื้น จีจี้หันหน้าหันหลัง ร่างสูงของฝูเยว่ฮ่องเต้ก้มลงเก็บฝาโถกำยานที่ตัวโถยังอยู่ในมือทั้งหน้าและใบหูแดงระเรื่อ
“กงจื้อเล่า ข้านำกำยานกลิ่นที่ชอบมาให้เ้า ไม่สิมาให้กงจื้อ เพื่อว่าเ้าจะได้รู้ว่าข้าชอบกลิ่นไหน”
จีจี้ยกมือขึ้นรวบชายผ้าตรงอกอวบที่ยังไม่ทันได้ปิดกระดุมเข้าหากัน ฝูเยว่ไล่สายตาตรงร่องอกชิดมาที่หน้าท้องเรียบเนียน มันเขี้ยวกับสะดือบุ๋มที่หยอกเย้าสายตาตรงหน้าท้องเนียนนั่น
มองต่ำลงมาทว่าไม่ได้เห็นในสิ่งที่ทำให้ใจสั่นเพราะอาภรณ์เ้ากรรมถูกรวบด้วยมืออีกข้างมาปิดบังไว้พอดี ฝูเยว่กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ กลัวว่าจีจี้จะเห็นมัน สายรัดเอวยังห้อยอยู่อย่างนั้นเ้าอาภรณ์เ้าปัญหาตัวนั้นที่ยังไม่ได้ติดกระดุมยังเผยให้เห็นขาเนียนขาวโผล่ออกมาจากรอยแยกของอาภรณ์ ทั้งเรียบเนียนและขาวสล้าง ฝูเยว่หลุบตามองโถกำยานในมือ
จีจี้เอื้อมมืออย่างทุลักทุเลมารับเอาโถกำยานก้มลงสูดดมช้าๆ สายตาคมเบือนหน้าหนีเพื่อไปกลืนน้ำลายลงคอเสียอีกทาง
“กลิ่นชะมด” (ช่วยบำรุงร่างกายกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตช่วยในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ และกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของคนที่ได้กลิ่น)
“แต่กลิ่นที่เ้ากำลังใช้นี่ก็พอจะใช้ได้ ข้าได้กลิ่นแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป”เผลอกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง
“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว ฝ่าาข้าน้อยจะจัดการตามนี้”
“อืม ไปสวมอาภรณ์ของเ้าเสียให้เรียบร้อยแบบนี้เกรงว่า…”
จีจี้หันหลังให้ ยกมือขึ้นกลัดกระดุมด้านหน้า ฝูเยว่เอื้อมมือจะรัดสายรัดเอวให้แต่เหมือนจะคิดอะไรได้ ก็อาภรณ์ที่นางสวมยังรุ่มร่ามหลวมโครกเช่นเดิมเขาคงต้องมีบัญชาให้เปลี่ยนเครื่องแบบอาภรณ์กงนู่เสียใหม่เพื่อการนี้
ก้าวขาออกจากห้องไปในทันที
หนึ่งชั่วยามผ่านไป จีจี้หอบเอาผ้าปูผืนใหม่เข้าไปใน ห้องบรรทมอีกครั้ง
ฝูเยว่ นั่งรีรออยู่บนแท่นนอน
กงกงเดินเข้าข้างในก้มลงกระซิบข้างหู
“ฝ่าา นางในมาแล้วพะย่ะฮะ”
หันไปมองจีจี้ที่หนีบผ้าปูไว้กับเอว
“เอ้า เ้ายังไม่ได้ปูผ้าอีกหรือช้าจริงเชียว”
จีจี้ถลาเข้าไปที่แท่นบรรทม บรรจงปูผ้าเสียใหม่ ขันทีสองคน แบกร่างนางในเข้ามาร่างนางในที่ห่อด้วยผ้าห่ม ด้านในไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเปลือยเปล่าล่อนจ้อน กันการลอบพกพาอาวุธเพื่อสังหารฮ่องเต้แต่ยังไม่ทันจะได้วาง เพราะจีจี้ยังเก้เก้กังกังในการเปลี่ยนผ้าปูยิ่งรีบยิ่งผิดพลาด ฝูเยว่ส่ายหน้า
“นำนางออกไป”
น้ำเสียงเฉียบขาดยิ่งนัก
“ฝ่าา เอ่อ..เอ่อนำนางในเข้ามาแล้วมีสิ่งที่ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทหรือพะย่ะฮะถึงต้องให้นางไป”
“ข้า คืนนี้ง่วงนอนเสียเต็มที อีกอย่าง (ชี้มือไปยังจีจี้ที่ยังจัดแท่นบรรทมไม่แล้วเสร็จ) ”
ขงจื้อรีบไปแย่งไม้แย่งมือจีจี้
“กงกง ไม่ต้องแล้วให้นางทำไป ส่วนพวกเ้าออกไปเสียให้หมด ข้าจะทำโทษนางที่ทำให้ข้าไม่ได้นอนเสียทีให้นางปูอยู่อย่างนี้ทั้งคืนดีไหม”
จีจี้ใจหล่นไปที่ตาตุ่ม กงกงเอื้อมมือกุมมือจีจี้ไว้
“ข้าเอาใจช่วยเ้าจีจี้”กะพริบตาปริบๆ ก้าวเดินตามขันทีที่แบกร่างห่อด้วยผ้าห่มของนางในออกไป จีจี้ก้มหน้าก้มตาปูแท่นบรรทมต่อไป
“ไม่ต้องปูแล้ว”จีจี้เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาสายตาแสดงความสงสัย
“ทะทะทำไม เพคะ”
“มานี่”จีจี้ยืนนิ่ง ก้มหน้ามองผ้าปูเหมือนไม่เคยเห็นมันมาก่อน
“ข้าบอกให้มานี่”เสียงเข้มขึ้นมาทันที