นับนทีหยุดฝีเท้าลงเมื่อยกอาหารออกมาจากห้องครัวแล้วพบว่าลูกสาวของเขากำลังนั่งอยู่บนตักของอัศดินทร์พร้อมของเล่นชิ้นใหม่ที่อัศดินทร์คงเอาติดตัวมาให้แกด้วยหันไปสบตากับเอกภพเองก็กำลังมองอัศดินทร์กับของขวัญสลับกับนับนทีราวกับกำลังถามย้ำว่าจะเอาแบบนั้นจริงๆเหรอแน่ใจเหรอ นายดูสิพ่อกับลูกเขาเข้ากันได้ดีขนาดไหน
นับนทีกลัวสายตาที่เอาแต่ตั้งคำถามของเอกภพจึงก้าวหนีเดินนำไปยังโต๊ะอาหารที่เพื่อนๆของอัศดินทร์ทยอยเดินทางมาครบแล้วต่างเป็คนที่นับนทีคุ้นเคยทั้งหมดในจำนวนนั้นมีเพียงบางคนที่เอกภพยังไม่เคยเจอนับนทีจึงทำหน้าที่เป็คนแนะนำเอกภพให้เด็กๆรู้จักแล้วปาร์ตี้อาคารค่ำเล็กๆก็เริ่มขึ้น
“หนูลงมานั่งเก้าอี้ตรงนี้กับแม่ดีกว่าค่ะให้น้าอัศทานข้าวสะดวกๆนะคะ” นับนทีบอกลูกสาวหากแต่อัศดินทร์กอดร่างของแกไว้
“ให้แกนั่งนี่เถอะเดี๋ยวผมป้อนแกเองพี่ทานเยอะๆผมว่าพี่ผอมไปนะ” อัศดินทร์ตอบพร้อมรอยยิ้มแล้วก้มลงไปพูดอะไรสักอย่างกับเด็กหญิง
เป็อีกครั้งที่สายตาของนับนทีสบกับเอกภพโดยอัตโนมัติและเอกภพก็เลิกคิ้วขึ้นใส่เป็เชิงคำถามนับนทีค้อนเพื่อนทางสายตาที่กดดันไม่เลิกก่อนสายตาจะมาหยุดลงฝั่งตรงข้ามที่อัศดินทร์กำลังชี้ชวนให้เด็กหญิงตัวน้อยทานอาหาร
“กลับมาคราวนี้เอาไงจะเข้าไปทำงานที่บริษัทพ่อเลยไหมหรืออยากอยู่เฉยๆก่อน”เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยถามอัศดินทร์ขึ้นเมื่อเริ่มทานอาหารได้สักพักและถามสารทุกข์สุกดิบกันทั่วทุกคนแล้ว
“เอหรือจะแต่งงานก่อนนะ เห็นขึ้นแคปชั่นออกหว๊านหวาน นี่พาแฟนมาให้รู้จักบ้างดิส๊วยสวย หุ่นก็ดี๊ดี”อัศดินทร์ยังไม่ทันได้ตอบคำถามเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มอีกคนก็เอ่ยเย้าขึ้นมาก่อนเป็เหตุให้ทั้งกลุ่มส่งเสียงโห่แซวขึ้นมาทันทีจนต้องเสหน้าหนีทั้งอมยิ้มเมื่อโดนเพื่อนส่งเสียงแซวไม่หยุด
“เลิกแซวน่ายังไม่รีบขนาดนั้น อีกนานกว่าจะแต่ง พวกเราเพิ่งย่างยี่สิบห้าเองนะรีบอะไรขนาดนั้น” อัศดินทร์ตอบปฏิเสธเพื่อนอย่างอารมณ์ดี
“แล้วว่าไงเื่พาแฟนมาเจอกันหน่อยอ่ะ”เพื่อนผู้หญิงคนเดิมถามย้ำและทั้งกลุ่มก็ส่งเสียงรบเร้าอัศดินทร์ขึ้นมาพร้อมกันทันทีต่างหัวเราะสนุกสนานเมื่อไล่ต้อนอัศดินทร์ได้
“เออๆ ไว้โอกาสเหมาะๆจะชวนมาแต่พวกแกต้องนัดรวมตัวกันให้ครบนะ ลากไอ้น้อยหน่ามาให้ได้ ไกลแค่ไหนมันก็ต้องมา”
“จัดไปจ้าแฟนพร้อมเมื่อไหร่ขอให้บอกเดี๋ยวจะได้ให้น้อยหน่ามันเตรียมตัวมาเจอแฟนของหนุ่มที่ฮ็อตที่สุดในกลุ่มคุณอัศดินทร์ เวียงวานนท์ คนฮ็อตคนเดิม" เสียงปรบมือเกรียวกราวดังขึ้น
นับนทีนั่งฟังเด็กๆแซวกันไปมาก็ได้แต่อมยิ้มตามไปด้วยเหมือนบรรยากาศเก่าๆกลับมาอีกครั้งความโชคดีในชีวิตของอัศดินทร์อีกอย่างคือการที่ได้มีกลุ่มเพื่อนดีๆแม้จะต้องเจอความเ็ปมากที่สุดในชีวิตอย่างการถูกแฟนหักหลังก็ยังมีกลุ่มเพื่อนช่วยประคับประคองไม่ให้เดินไปในเส้นทางที่ผิดจนสามารถเป็อัศดินทร์ได้อย่างทุกวันนี้
“พี่ดูสิพวกนี้แซวผมยับเลยพี่ช่วยผมหน่อยสิ” อัศดินทร์หันมาทำเสียงอ้อนขอความช่วยเหลือกับนับนที
“เสียใจเพราะพี่ก็รอดูแฟนนายเหมือนกัน”แต่นับนทีแกล้งอัศดินทร์กลับ เกิดเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือขึ้นทั้งโต๊ะเพราะต่างชอบใจที่แกล้งอัศดินทร์ได้อัศดินทร์ทำปากงอง้ำใส่นับนทีจนนับนทีต้องหลุดหัวเราะออกมาคนวัยหนุ่มสาวนี่ช่างน่ารักและสดใสกันจริงๆนับนทีคิดอย่างนั้นผิดกับเขาที่เลยเลขสามมาถึงสองปีแล้วและยังอยู่ในสถานะแม่คนภาระหน้าที่ทำให้มีความจริงจังเข้ามาแทนที่จนบางทีนับนทีก็คิดว่าตัวเองค่อนข้างจะเครียดเกินไป
“เหอะไม่มีใครทีมผมเลย” อัศดินทร์ทำเสียงขึ้นจมูกใส่นับนทีและเพื่อนๆก่อนจะก้มลงไปหาเด็กหญิงที่ยังนั่งอยู่บนตักและกำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆเพื่อเอ่ยถาม“ของขวัญทีมน้าอัศไหมคะ”
“ของขวัญทีมน้าอัศค่ะ”เด็กหญิงตอบรับเสียงสดใสทันทีหากแต่ผู้ใหญ่ที่ห้อมล้อมอยู่ก็หลุดหัวเราะขำออกมาเพราะเห็นว่าก่อนหน้าแกไม่ได้สนใจว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกันแม้แต่นิดนอกจากอาหารตรงหน้าที่แกกำลังทานอย่างเอร็ดอร่อยหากแต่เมื่อถูกผู้ใหญ่ถามแกก็คล้อยตามในทันทีก่อนจะหันไปสนใจอาหารต่อ
“อย่างน้อยก็มีลูกทีมคนนึงล่ะ”อัศดินทร์อวดขณะประทับริมฝีปากลงกลางกระหม่อมเล็กของเด็กหญิงผู้ซึ่งกลายเป็ลูกทีมเพียงหนึ่งเดียวของเขานับนทีก้มหน้าลงซ่อนยิ้มกับกิริยาอ่อนโยนที่อัศดินทร์แสดงต่อเด็กหญิง
“เออแล้วนี่อยู่บ้านหรือออกมาอยู่ข้างนอก”
“ตอนแรกก็ว่าจะอยู่บ้านแต่อยู่แค่สองสามวันก็ชักอยากออกมาอยู่ข้างนอกแล้วล่ะ”อัศดินทร์ตอบเพื่อนอย่างเซ็งๆ และเพื่อนๆก็รู้สาเหตุของสีหน้าเซ็งๆนี้เป็อย่างดี
“ก็น่าอยู่หรอกต้องเจอกันทุกวันใครจะไม่อึดอัด”
“จริงๆก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วล่ะแค่รำคาญ ชอบมาวอแวให้อารมณ์เสีย” อัศดินทร์เอ่ยเสียงสะบัดบ่งบอกความรำคาญจริงๆ
“ว่าก็ว่าพวกเรานี่โง่เป็ควายทั้งกลุ่มเลยนะ ถูกความใสบังตาจนมองแก่นแท้ของเค้าไม่ออกร้ายลึกชนิดมองยังไงก็ไม่สามารถคิดว่าเขาจะเป็แบบนั้นได้”เพื่อนผู้หญิงเอ่ยขึ้นด้วยความเจ็บใจ เพราะยังจำได้ดีถึงวันที่รู้ธาตุแท้ของเพียงดาวซึ่งเป็สาเหตุให้อัศดินทร์มีอาการอกหักปางตายคราวนั้นได้
“ระวังไว้หน่อยล่ะอัศไม่ใช่ว่าแม่จะหวังเคลมทั้งพ่อทั้งลูกนะ” หญิงสาวเอ่ยย้ำกับอัศดินทร์
อัศดินทร์สีหน้ากร้าวขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้นเอ่ยเสียงแน่วแน่ “ไม่มีวันที่ผู้หญิงแบบนั้นจะได้รับโอกาสครั้งที่สองจากกูหรอก”
ทุกคนในที่นั้นต่างเข้าใจความรู้สึกถูกทรยศของอัศดินทร์ดี่เวลาแห่งความเ็ปในตอนนั้นต่างอยู่ข้างๆและช่วยกันประคับประครองอัศดินทร์กันทุกคนทำให้คิดถึงเพื่อนคนสำคัญอีกคน
“นี่วิดีโอคอลไปเยาะเย้ยยัยน้อยหน่าหน่อยเป็ไงเห็นพวกเรารวมกลุ่มครบแบบนี้ต้องตาลุกเป็ไฟแน่”
“เอาสิๆยังไม่ได้คุยกับมันเลยั้แ่กลับมาจะอาทิตย์แล้ว”อัศดินทร์คลายสีหน้าเครียดขมึงลงและเอ่ยสนับสนุนในที่สุดจึงมีการวิดิโอคอลหาน้อยหน่าที่กดรับอย่างรวดเร็วทันที
“ไงลิงกูกลับมาแล้วนะครับ” อัศดินทร์ทักน้อยหน่าก่อน
“ไฮ้ไอ้คุณชายกลับมาแล้วเหรอวะ กลับมาั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ส่งข่าวเลยโด่ว”น้อยหน่าร้องเสียงดังทักทายมาทันทีเพื่อนๆต่างพากันหัวเราะขำคนที่เสียงดังที่สุดในกลุ่มไม่เว้นแม้แต่ในวิดิโอคอลที่เสียงดังไม่เบาเช่นกัน
“กลับมาสามสี่วันแล้วนี่ๆมึงดูสิครับว่ากูอยู่กับใครบ้าง”อัศดินทร์แพลนโทรศัพท์ไปจนรอบโต๊ะอาหารให้เพื่อนๆโบกมือทักทายน้อยหน่าน้อยหน่าส่งเสียงวี้ดว้ายหนักขึ้นกว่าเดิมแล้วเอ่ยทักทายทุกคน
“โหย มากันครบเลยพี่นับก็มา ของขวัญคนสวยของน้าน้อยหน่าก็มา ไหนจะอาหารเลิศรสฝีมือของพี่เอกอีกฉันอยากไป ฉันอยากไปปปป” น้อยหน่าโอดครวญมาตามสายจนเพื่อนๆต่างพากันหัวเราะ
“ลาออกสิแล้วมาทำงานบริษัทกู”อัศดินทร์หันโทรศัพท์กลับมาคุยกับน้อยหน่า
“นี่พูดจริงป่ะ”น้อยหน่าทำน้ำเสียงสนใจขึ้นมาจนเพื่อนๆโห่แซว
“จริงสิครับกูจะกลับมายึดสมบัติคืน จะไม่ให้แม่เลี้ยงฮุบได้แม้แต่บาทเดียว”อัศดินทร์พูดทีเล่นทีจริง แต่น้อยหน่ากลับส่งเสียงมาอย่างชอบใจ
“เชียร์สุดใจค่ะแต่กูยังไม่อยากเสี่ยงหรอกนะคะ เผื่อมึงถอดใจไม่รับ่บริษัทต่อทิ้งกูไปต่างประเทศกลางคันกูจะกลายเป็หมาที่ทิ้งเงินเดือนหลายหมื่นเพื่อไปตกงานค่ะ”
“ไม่มีแบบนั้นหรอกน่ากูหนีมาพอแล้ว ต่อไปมีแต่ท้าชนลูกเดียว มึงลาออกมาได้เลยกูให้เยอะกว่าที่ทำงานเดิมมึงตอนนี้” อัศดินทร์กล่าวอย่างใจป้ำจนทั้งกลุ่มร้องหูยแซวขึ้นมา
“ถึงจะอยากได้ใจแทบขาดก็ยังไม่ได้ค่ะกูยังติดโปรเจ็กต์อยู่ต้องทำให้จบ ไหนจะแฟนอีกถ้าเขาไม่ให้ไปก็คงไปไม่ได้”
“เออเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน งั้นก็ไม่ต้องมา” อัศดินทร์แกล้งทำเสียงประชดเพื่อนสนิท
“แหมๆใครมันจะไปเหมือนมึงล่ะคะ สวมแหวนหมั้นไม่พอต้องถ่ายรูปคู่ลงไอจีหวานเหมือนราดน้ำตาลั้แ่โน่นยันถึงไทย”แต่อัศดินทร์กลับโดนน้อยหน่าย้อนกลับอย่างเจ็บแสบและโดนเพื่อนๆโห่แซวขึ้นอีกจนอัศดินทร์เป็ฝ่ายหมดท่าเอง
“ไม่พูดกับมึงละพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกล่ะกูจะเคลียร์ตำแแหน่งเลขาไว้ให้”
“โอ้โห กราบค่ะท่านอัศกูต้องไปอ้อนแฟนละ ได้ถึงตำแหน่งเลขาเ้านายสุดฮ็อตขนาดนี้กูต้องรีบคว้าไว้”น้อยหน่าทำเสียงตื่นเต้นพอใจ เพื่อนๆรอบด้านต่างส่งเสียงสนับสนุนเป็การใหญ่
“เออ แค่นี้นะว่างก็มากรุงเทพนัดกินข้าวกันหน่อย” อัศดินทร์ทิ้งท้าย
“ได้ค่า”น้อยหน่ารับคำ ก่อนจะทิ้งท้ายลาด้วยการทักทายนับนทีและเอกภพ “พี่นับ พี่เอกสบายดีนะคะ”
อัศดินทร์ส่งโทรศัพท์ให้นับนทีคุยกับน้อยหน่า
“สบายดีจ้าคิดถึงน้อยหน่า ไม่ได้เจอกันจะปีแล้วมั้งเนี่ย”
“งานรัดตัวมากค่ะพี่นับปลีกตัวไปหาไม่ได้เลยพอตำแหน่งสูงงานก็ยิ่งสุม เฮ้อ อยากไปรวมตัวด้วยจัง”
“ทุกคนก็อยากให้น้อยหน่ามาไม่มีใครคุยสนุกเท่าน้อยหน่าแล้ว”
“โอ๊ยคิดถึงแต่ก่อนนะคะดื่มกันยันเช้า บางคนก็ต้องลากกลับเหมือนหมา”นับนทีหันหน้าจอไปหาอัศดินทร์เมื่อน้อยหน่าเอ่ยแบบนั้นทั้งกลุ่มที่ทราบถึงวีรกรรมเมาเหมือนหมาของอัศดินทร์ดีต่างก็ส่งเสียงหัวเราะลั่นออกมา
“ใครเมาเหมือนหมาวะ”อัสดินทร์ไม่ยอมรับ น้อยหน่าเบ้ปากใส่และส่งเสียงโต้ตอบกลับมา
“ใครล่ะที่เอาแต่เพ้อคร่ำครวญเหมือนหมาแถมเมาเหมือนหมาอีก พี่นับวันนี้อย่าให้มันดื่มมากนะ ไม่งั้นภาระพี่นับแน่ๆ”น้อยหน่าทำทีกำชับนับนทีจนทุกคนหัวเราะขำออกมาอีก
“หุบปาก จะไปไหนก็ไปแค่นี้โว้ย บาย” อัศดินทร์กดปิดวิดีโอคอลโดยไม่ยอมให้น้อยหน่าร่ำลาเพื่อนๆต่างหัวเราะงอหงายให้กับเพื่อนสนิทคู่กัดทั้งสองโดยน้อยหน่าได้ส่งแชทมาด่าอัศดินทร์อีก
“ไอ้บ้าอัศ!!!”
เื่ที่อัศดินทร์เมาเหมือนหมาและถูกหิ้วกลับไปส่งที่คอนโดถูกขุดขึ้นมาพูดอีกครั้งและแน่นอนว่านอกจากเื่ที่อัศดินทร์เมาหนักจนถูกหามกลับยังเกิดเื่สำคัญเื่หนึ่งขึ้นในคืนนั้นเช่นกันเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งได้ก่อเกิดขึ้นนับนทีใจเต้นรัวกลัวว่าอัศดินทร์จะคิดถึงเื่นี้เช่นกันและเมื่อหันไปมองอัศดินทร์ก็พบว่าอีกฝ่ายมองนับนทีอยู่ก่อนแล้วจึงต้องรีบเบนสายตาหนีกลัวว่าอัศดินทร์จะอ่านสายตาออก
งานเลี้ยงเลิกราตอนสี่ทุ่มกว่าๆโดยทุกคนทิ้งท้ายว่าจะต้องมีการนัดรวมตัวกันให้บ่อยขึ้นเพราะสมาชิกใกล้จะพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วขาดเพียงน้อยหน่าคนเดียวเท่านั้นแล้วจึงแยกย้ายกันเนื่องจากวันนี้เลยเวลานอนมาเล็กน้อยเด็กหญิงเพียงขวัญจึงหลับคาตักของอัศดินทร์และอัศดินทร์ก็อาสาอุ้มแกมาส่งถึงรถของนับนที
“ส่งแกมาให้พี่เถอะอัศก็กลับได้แล้ว”นับนทียื่นมือออกไปจะรับร่างลูกมาวางในคาร์ซีทหากแต่อัศดินทร์กลับบอกว่า
“พี่เปิดประตูสิผมอุ้มแกไปวางเอง”
นับนทีรีบกุลีกุจอเปิดประตูรถให้อัศดินทร์อุ้มเด็กหญิงลงไปนอนในคาร์ซีทของแกและรัดเข็มขัดให้เรียบร้อยอัศดินทร์ยืดตัวขึ้นมายืนอยู่ด้านหน้านับนทีเมื่อจัดการดูแลเด็กหญิงเรียบร้อย
“ขอบใจมากที่อุ้มแกมาส่งถึงรถ”
“เทียบไม่ได้กับที่พี่ช่วยดูแลผมเมื่อสี่ปีก่อนนั่นหรอก”
อัศดินทร์ยิ้มให้และนับนทีก็ยิ้มตอบนอกจากร่างกายที่เติบโตขึ้นเป็ชายหนุ่มแล้วอัศดินทร์ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังอ่อนโยนและใจดีกับเขาเสมอ
“นายยังใจดีกับพี่เสมอ”
“เหมือนที่พี่ใจดีกับผมเสมอไง”
“ขอบคุณนะนายกลับบ้านเถอะ”
“ผมขอขับรถตามไปส่งพี่ที่บ้านได้มั้ยอยากรู้บ้านพี่ด้วย” อัศดินทร์ร้องขอ
“อ้อพี่ยังไม่เคยพานายไปนี่เนอะ เอาสิ” นับนทีไม่อาจปฏิเสธ อัศดินทร์ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดทำให้นับนทีรู้ว่าตัวเองไม่สามารถแยกตัวออกห่างอีกฝ่ายอย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกได้เลยเพราะอัศดินทร์ต้องรู้สึกสงสัยแน่ๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกระทันหันของนับนทีมาถึงตรงนี้นับนทีปลงตกแล้วว่าความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนพี่น้องคงต้องงอกงามไปตามทางของมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ไม่มีทางที่เขาจะเลิกคบอัศดินทร์เป็พี่น้องได้
ดังนั้นคืนนี้ด้านหลังของนับนทีจึงมีเ้าของรถคันงามขับตามมาส่งถึงบ้านและเป็คนอาสาอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยไปส่งถึงในบ้าน
“พี่ไปเปิดประตูสิผมจะอุ้มแกไปส่งให้ที่ห้องนอนเอง”อัศดินทร์อาสา
“อ้อ โอเค” นับนทีไม่ปฏิเสธเพราะกลัวว่าอัศดินทร์จะเสียใจจึงเดินนำไปไขกุญแจเข้าบ้านและเปิดประตูออกกว้างให้อัศดินทร์ได้อุ้มเด็กหญิงเข้าไปด้านในก่อนจะรีบเดินนำไปยังชั้นสองเพื่อเปิดประตูห้องนอนของแกให้
อัศดินทร์วางร่างเล็กลงบนเตียงนอนของแกอย่างแ่เบาและดึงผ้าห่มมาห่มให้ก่อนจะถอยออกมายืนเคียงนับนทีโดยสายตายังจับจ้องอยู่ที่ร่างของเด็กหญิงแกละเมอขยับตัวเล็กน้อยนับนทีจึงหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงและตบก้นแกเบาๆจนแกหลับสนิทลงอีกครั้ง
“แกน่ารักมากจริงๆตาโตเหมือนพี่แต่ส่วนอื่นๆไม่ค่อยเหมือน แต่พอประกอบกันแล้วน่ารักมาก” อัศดินทร์ที่เดินไปหยิบกรอบรูปถ่ายของเด็กหญิงที่วางอยู่โต๊ะมุมหนึ่งขึ้นดูเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มในน้ำเสียงมีความเอ็นดูอยู่เต็มที่
ในขณะที่นับนทีก้มหน้าไม่กล้าสบตาอัศดินทร์เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าส่วนประกอบบนใบหน้าที่ไม่เหมือนเขาเพราะแกเหมือนอัศดินทร์นั่นเองในใจของนับนทีทั้งอิ่มเอมที่ในที่สุดก็ได้รู้ว่าอัศดินทร์เอ็นดูยัยหนูและในขณะเดียวกันก็เ็ปที่เขาไม่สามารถบอกสถานะที่แท้จริงของยัยหนูให้อัศดินทร์ได้รู้
“ดึกมากแล้วผมกลับดีกว่าพี่จะได้พักผ่อน”อัศดินทร์วางกรอบรูปลงที่เดิมและเดินมาหานับนทีที่ยังนั่งอยู่บนเตียงลูกพร้อมเอ่ยลา
“เดี๋ยวพี่ไปส่งข้างล่าง”
อัศดินทร์พยักหน้ารับและเดินนำออกจากห้องไปก่อนนับนทีเดินตามร่างสูงลงไปยังเบื้องล่างมองจากด้านหลังแบบนี้อัศดินทร์ทั้งไหล่กว้างและตัวสูงสมบูรณ์แบบอย่างน่าชื่นชมต่างกับเด็กผู้ชายตัวผอมเมื่อสี่ปีก่อนโดยสิ้นเชิง
“พี่ซื้อบ้านเมื่อไหร่”
“ตอนรู้ว่ามีของขวัญก็วางแผนเื่บ้านก่อนเลยอันดับแรกอยากให้เค้ามีพื้นที่ได้วิ่งเล่นบ้าง ถึงจะเล็กๆก็ยังดี”
“พี่เก่งเหมือนเดิมเลยเลี้ยงลูกคนเดียว ทำงานคนเดียว” อัศดินทร์หันมาสบตานับนทีและเอ่ยชื่นชมจริงจัง
“ความจำเป็มันบังคับให้พี่ต้องเข้มแข็งน่ะถ้าพี่อ่อนแอพี่จะดูแลลูกไม่ได้”นับนทีเอ่ยพร้อมระบายยิ้มเมื่อคิดว่าแรงผลักดันให้เขาสู้ก็คือลูกนั่นเองลูกทำให้นับนทีกล้าที่จะเริ่มต้นสู้กับอะไรใหม่ๆอย่างเช่นกิจการร้านเสื้อผ้าของเขาที่กว่าจะสำเร็จและอยู่ตัวได้จนถึงวันนี้ก็ต้องผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วนเพียงแต่นับนทีไม่ยอมแพ้และเก็บทุกประสบการณ์มาแก้ไขจนสามารถมีวันนี้ได้
“ผมจะดูพี่ไว้เป็ตัวอย่าง”
“นายเก่งอยู่แล้ว”นับนทีตบลงที่บ่ากว้างเบาๆเมื่อเดินออกมาถึงรถ
“ไม่หรอกผมคงโดนตาแก่ทั้งหลายในบริษัทยำเละแน่ๆ ประสบการณ์การทำงานผมยังไม่มี”อัศดินทร์เอ่ยด้วยสีหน้ากังวลอย่างที่นับนทีไม่เคยเห็นมาก่อนหากเป็อัศดินทร์เมื่อสี่ปีก่อนการเข้าไปสืบทอดงานบริษัทของพ่อไม่เคยอยู่ในหัวเลยแม้แต่นิดนอกจาก้าจะเที่ยวไปวันๆเท่านั้นหากแต่ตอนนี้อัศดินทร์เปลี่ยนไปมากและนับนทีก็ประจักษ์เป็อย่างดีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่เด็กๆแล้ว
“ประสบการณ์มันต้องสะสมไปเรื่อยๆนายเพิ่งจบใหม่ยังไงก็ต้องขาดตรงนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้แต่พี่เชื่อว่าความรู้ที่นายมีมันมากพอจะทำให้นายผ่านทุกอย่างไปได้ นายเก่งอยู่แล้วพี่เชื่อ”
“ขอบคุณพี่มากนะถึงผมจะล้มแต่ก็ยังดีใจว่ายังไงผมก็ยังมีพี่และก็เพื่อนๆอยู่ข้างๆ”
“อื้มพี่จะอยู่ข้างๆเอง จะรอดูวันที่นายทำสำเร็จ”
“ผมจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังเอาล่ะผมกลับดีกว่าพี่จะได้พัก”
อัศดินทร์ยิ้มออกมาได้ราวกับความกังวลใจเมื่อสักครู่ไม่เคยเกิดขึ้นหลังจากเอ่ยลาแล้วจึงสอดตัวเข้าไปในรถและขับออกจากบ้านของนับนทีไปจอดอยู่ที่ด้านนอกรั้วบ้านโดยไม่ได้ออกตัวไปในทันที
“พี่กลับเข้าบ้านไปก่อนสิ”อัศดินทร์ลดกระจกลงเอ่ยบอก “ผมจะมองจนกว่าพี่จะเข้าไปในบ้านผมถึงจะไป”
“โอเค ขับรถดีๆนะ”นับนทีบอกลาพร้อมรอยยิ้มแล้วล็อคประตูใหญ่หน้าบ้านเดินกลับเข้าไปด้านในเมื่อไปถึงประตูบ้านจึงหันมาโบกมือให้อัศดินทร์ที่ยังไม่ยอมออกรถไปในทันทีแต่ยังโบกมือไล่เขาให้เข้าไปในบ้านนับนทียิ้มให้แล้วเปิดประตูเข้าไปด้านในมองผ่านม่านในห้องรับแขกจึงเห็นว่าอัศดินทร์ออกรถไปในที่สุด
ท้ายรถอัศดินทร์ลับออกไปแล้วนับนทีวางมือที่แหวกม่านออกดูลงอย่างเหนื่อยอ่อนเขาจะรับมือความอ่อนโยนของอัสดินทร์ที่มีต่อเขาและลูกได้ยังไงแค่วันนี้ที่อัศดินทร์พยายามที่จะสนิทกับยัยหนูเพราะคิดว่าเป็ลูกเขาใจเขายังเจ็บร้าวทุกครั้งที่หันไปมองและถ้าหากต้องเป็แบบนี้ไปตลอดชีวิตนับนทีก็ขอภาวนาว่าขอให้จิตใจเขาแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้
นับนทีวางเื่ว้าวุ่นในใจลงแล้วกลับขึ้นมาดูลูกยัยหนูยังหลับสนิทอย่างน่ารักแม้แต่ตอนหลับอย่างที่อัศดินทร์ชมไว้จริงๆแกอ่อนหวานและช่างพูดจนคุณป้าที่มาช่วยเลี้ยงหลงรักแล้วหลงรักอีกนับนทีจึงกลัวมากที่สุดที่จะมีเื่ทำให้แกเจ็บช้ำจนพรากความสดใสนี้ไป
“ถ้าวันหนึ่งเื่ทุกอย่างไม่เป็ไปอย่างที่แม่ตั้งใจหนูกับพ่อจะยกโทษให้แม่ได้มั้ยคะ”นับนทีเอ่ยถามลูกหากแต่หัวใจเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง
อัศดินทร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อก้าวเข้ามาในบ้านแล้วพบว่าเพียงดาวกำลังดื่มอยู่ที่บาร์เครื่องดื่มด้านล่างโดยสวมเพียงชุดนอนบางเบาแนบเนื้อแถมเสื้อคลุมที่สวมทับไม่ได้ผูกผ้ารัดเอวไว้ดังนั้นจึงเห็นสัดส่วนด้านหน้าชัดเจนอัศดินทร์หันหน้าหนีเร่งฝีเท้าจะเดินเลยขึ้นบันไดไม่สนใจหากแต่เพียงดาวถลามาคว้าแขนไว้ก่อน
“อัศไปดื่มมาเหรอทำไมไม่ชวนดาวบ้าง เพื่อนๆอัศก็คนที่ดาวรู้จักทั้งนั้น”
“ปล่อย”อัศดินทร์บอกเสียงต่ำ ไม่แม้แต่จะหันไปมองเพียงดาว
“ดาวมารออัศตั้งนาน”
“คุณพ่อไปไหนซะล่ะถึงได้ปล่อยให้ออกมาเดินยั่วได้”
“อัศก็รู้ว่าสองทุ่มท่านก็เข้านอนแล้ว”เพียงดาวพูดอย่างไม่สะทกสะท้านกับน้ำเสียงดูถูกของอัศดินทร์เป็อัศดินทร์เองที่โกรธกรุ่นขึ้นมากับความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของหญิงสาวจึงหันไปจ้องด้วยดวงตากร้าวแต่นอกจากเพียงดาวจะไม่กลัวแล้วยังใจกล้าเดินมาประชิดอัศดินทร์แล้วรวบกอดตัวอัศดินทร์ไว้เพื่อบดเบียดเรือนร่างเข้าหา
“จะทำอะไร”อัศดินทร์ถามเสียงลอดไรฟัน สันกรามขบเข้าหากันจนเป็สันนูน
“ก็กอดอัศไงคะอัศรู้มั้ยตอนที่อัศไม่อยู่ดาวคิดถึงอัศมากขนาดไหนพยายามติดต่อไปแต่อัศก็บล็อกดาวทุกช่องทางไม่เหลือเยื่อใยอะไรต่อดาวเลยอัศใจร้ายกับดาวมากนะ”เพียงดาวตัดพ้อเสียงออดอ้อนในขณะที่ซุกใบหน้าลงกับอกอัศดินทร์อย่างไม่อาย
“หึระหว่างเรามันยังเหลือเยื่อใยอะไรได้อยู่อีกเหรอ”อัศดินทร์กระชากร่างที่กอดรัดเขาอยู่ออกจากตัวบีบต้นแขนเล็กอย่างไม่ออมแรงขณะที่จ้องหน้าเพียงดาวด้วยสายตากร้าวเขาเหลืออดกับความไม่ละอายใจเลยสักนิดของผู้หญิงคนนี้จริงๆ“คนอย่างเธอฉันไม่อยากมองแม้แต่หน้า อย่ามาแตะต้องตัวฉันอีกหรือถ้าจะให้ดีไม่ต้องพยายามมาพูดกับฉันอีกเลย”
เพียงดาวเกือบล้มเมื่อโดนอัศดินทร์ผลักออกจากตัวหญิงสาวมองอัศดินทร์ด้วยความโกรธผสมปนเปไปกับความห่วงหาจึงเปล่งเสียงร้องไล่หลังอัศดินทร์ไม่เบานัก“อัศน่ะยังรักดาวอยู่ ดาวรู้ สายตาอัศมันฟ้องว่าอัศยังเจ็บกับเื่ของดาวอัศยังมีความรู้สึกต่อดาวไม่เปลี่ยน ดาวไม่ยอมแพ้หรอกดาวจะทำให้อัศรู้ว่ายังไงอัศก็ขาดดาวไม่ได้ อัศคอยดู!”
อัศดินทร์เดินลงส้นแรงๆขึ้นไป้าด้วยความหงุดหงิดเขารู้ว่าที่เพียงดาวกล้าทำแบบนี้คงเพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปไม่น้อยผสมปนเปกับความอัดอั้นตันใจหลายๆอย่างการมาเป็ภรรยาพ่อเขาไม่ใช่เื่สนุกเลยสักนิดนอกจากเงินและข้าวของที่พ่อเขาให้ได้มากมายจนล้นก็ไม่มีอะไรที่พ่อเขาให้เพียงดาวได้อีกเลยพ่อเขาไม่ใช่ตาแก่ที่รักสนุกหากแต่เป็คนที่คร่ำเคร่งกับงานทั้งชีวิตถ้าหากเพียงดาวจะรู้สึกว่าชีวิตวัยสาวเต็มไปด้วยความเหี่ยวเฉาและจืดชืดก็คงไม่แปลกและนั่นก็นำความน่าหงุดหงิดมาสู่อัศดินทร์ไม่น้อยเพราะถ้าเขาจะอยู่ในบ้านนี้ก็คงต้องหาทางรับมือกับเพียงดาวไม่หยุดหย่อนเื่น่าปวดหัวคงมีไม่เว้นแต่ละวัน
ความกรุ่นโกรธในอกทำให้อัศดินทร์ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานเป็พิเศษเพื่อให้ความเย็นของน้ำชะโลมใจเขาให้เย็นลงรวมถึงชะล้างความกรุ่นโกรธในใจให้หมดไปเขายังไม่อยากนอนทั้งที่ตัวเองยังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่อัศดินทร์เป็ประเภทหากโกรธใครแล้วโกรธแรงและไม่หายง่ายๆต้องได้เอาคืนหรือได้ทำอะไรที่รู้สึกว่าทดแทนพอที่จะให้ความกรุ่นโกรธลดลงได้เขาถึงจะหายจากความโกรธยิ่งโดยเฉพาะความโกรธจากคนที่เขาเคยไว้ใจแล้วล่ะก็เขาพร้อมที่จะแผดเผาคนคนนั้นให้มอดไหม้ลงต่อหน้าไม่เหลือชิ้นดีและเพียงดาวก็คือหมายเลขหนึ่งที่อัศดินทร์จะต้องเอาคืนเขาจะทำให้หญิงสาวคนนั้นอึดอัดจนแทบอกะเิอย่างที่เขาเคยโดนปั่นหัวให้โง่เหมือนควายเมื่อสี่ปีก่อน
หลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้ด้วยน้ำเย็นๆที่ปล่อยให้ไหลลงรดหัวอยู่เกือบยี่สิบนาทีเต็มอัศดินทร์จึงคิดอะไรดีๆออกจึงรีบออกมาแต่งตัวแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งถึงใครคนหนึ่งพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“babe”
100%
#ซ่อนรักอัศดินทร์
……………………………………
โปรดติดตามตอนต่อไปค่า