ตอนที่ 24 อธิบาย เหตุใดข้าต้องอธิบาย?
หลังจากพูดจบ หลินจิ่วเหนียงก็ถูมือ เดินไปหาหลี่ต้าจุ่ยด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม และต่อยหน้าของหลี่ต้าจุ่ยที่กำลังหวาดกลัวอย่างโเี้
กรี๊ด!
หลี่ต้าจุ่ยกรีดร้องด้วยความเ็ป พยายามหลบกำปั้นด้วยความอับอาย แต่ก็ถูกหลินจิ่วเหนียงวิ่งไล่ทุบตี
หลินจิ่วเหนียงกลายเป็คนโเี้ สิ่งที่นางต้องทำในวันนี้ คือทำให้คนทั้งหมู่บ้านหวาดกลัวและตื่นตระหนกเมื่อเห็นนาง
พวกนี้กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำถึงได้มารบกวนนางทุกวัน เหตุใดไม่ใช้เวลาและความพยายามเช่นนี้ไปกับการพยายามหาเงินเพื่อพัฒนาชีวิตตัวเองบ้าง?
แม้ว่าจะทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นไม่ได้ แต่หากหาเงินได้มากพอจะซื้ออาหารได้มากขึ้น ก็ไม่ต้องส่งพ่อแม่ของตัวเองไปตายบนูเา
ดังนั้นคนเหล่านี้จึงสมควรถูกทุบตี หากไม่ทำ นางจะไม่อาจระบายความโกรธที่อัดอั้นในใจออกมาได้
ทุกคนต่างตกตะลึง หลินจิ่วเหนียงเป็บ้าไปแล้วหรือ?
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินจิ่วเหนียงที่ดุร้ายเช่นนี้ แม้ว่าหลี่ต้าจุ่ยจะถูกทุบตีจนหน้าบวมช้ำไปหมด แต่ก็ไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปห้ามปรามนาง เพราะกลัวว่านางจะหันมาทุบตีตัวเองแทน อีกทั้งยังหวาดกลัวด้วยว่านางจะถูกเทพเ้าแห่งขุนเขาเข้าสิง
หลินจิ่วเหนียงเหนื่อยกับการทุบตีจึงหยุดมือพลางแค่นแสยะ สมัยโบราณนี่ก็ดีอยู่อย่าง ตรงที่หากมีเหตุผลมากพอก็สามารถทุบตีคนจนปางตายได้ ตราบใดที่ไม่ทำร้ายจนถึงตาย
ใครบอกให้คนพวกนี้ให้โง่เขลาจนหลอกง่ายเองเล่า แทนที่จะไปแจ้งทางการ แต่กลับยอมรับการลงโทษอย่างโง่เขลาโดยไม่กล้าไปฟ้องทางการ สรุปได้ว่าคนเหล่านี้ล้วนมีความคิดหนึ่งในใจ คือไม่เห็นทางการอยู่ในสายตา
“เจ็บหรือไม่?”
หลินจิ่วเหนียงนั่งยอง ๆ มองหลี่ต้าจุ่ยที่มีสีหน้าเหยเกเพราะความเ็ปด้วยสายตาชั่วร้าย เมื่อเห็นว่าหลี่ต้าจุ่ยยังกล้าจ้องนางอย่างดุร้าย นางก็ยิ้มเย็น แล้วเอื้อมมือออกไปตบหน้าอีกฝ่ายอีกสองสามครั้ง:
“หลี่ต้าจุ่ย ข้าบอกเ้าไปแล้วว่าอย่ายุ่งกับข้า เหตุใดเ้าถึงไม่เชื่อฟังและยังอยากยั่วประสาทข้าอีก”
หลังจากพูดจบ ไม่ว่าหลี่ต้าจุ่ยจะแค้นเคืองเพียงใดนางก็ไม่สน และเดินไปหยิบสมองเสือดาวที่ตกลงบนพื้นขึ้นมา หลังจากผ่านการหมักมาทั้งคืน ต้องบอกว่ากลิ่นคาวปนเน่านี้ทำให้ทานทนแทบไม่ไหวจริง ๆ
นางพยายามเก็บอาการ แล้วหยิบสมองเสือดาวมาวางไว้บนฝ่ามือต่อหน้าทุกคน ก่อนเลิกคิ้วขึ้น “สมองของหลิวซื่อหลางงั้นหรือ?”
นางไม่คิดจะบอกว่าคนเหล่านี้จินตนาการกันไปเอง แต่กลับมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “ช่วยไม่ได้ ข้าชอบกินสมองเสียด้วย โดยเฉพาะสมองของมนุษย์”
เมื่อพูดต่อหน้าพวกเขาจบ นางก็หยิบสมองเสือดาวไปจ่อที่ปาก แล้วยกมือซ้ายขึ้นบัง
ชาวบ้านในหมู่บ้านอันเล่อต่างตกตะลึงเมื่อเห็นเช่นนี้ พวกเขาถอยหนีไปหลายก้าว หลินจิ่วเหนียงกินสมองของหลิวซื่อหลางจริง ๆ ดูนางเคี้ยวสมองในมือสิ...
อ้วก!
ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนอดไม่ได้ที่จะถอยไปอาเจียน หลายคนมองหลินจิ่วเหนียงด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว นางกินสมองของมนุษย์จริง ๆ
“หลินจิ่วเหนียงถูกเทพแห่งขุนเขาเข้าสิงจริง ๆ และอาหารโปรดของเทพแห่งขุนเขาก็คือสมองมนุษย์”
ไม่รู้ว่าใคระโประโยคนี้ขึ้นมาในฝูงชน ทำให้คนอื่น ๆ รีบถอยหลังกรูดด้วยความกลัว
หลินจิ่วเหนียงยกยิ้ม แล้วยกมือขึ้นเช็ดมุมปากเปื้อนเื แล้วมองพวกเขา เฮ้ “พวกเ้าอยากลองหรือไม่? สมองเ้าลูกชายคนนี้มันช่างอร่อยเหลือเกิน ให้ข้าเอาสมองมนุษย์มาให้ แล้วมาลองกินด้วยกันหรือไม่?”
“สมองสด ๆ นี้อร่อยมาก มีสีขาวนุ่ม กลิ่นคาวหอมหวาน นุ่มลื่นเหมือนกินเต้าหู้ ต่อให้ทิ้งไว้ตั้งนานแล้ว แต่สมองนี้ก็ยังอร่อยอยู่ หากยังสด ๆ ละก็…”
เมื่อพูดจบ นางก็แลบลิ้นเลียปาก พร้อมทำหน้าดื่มด่ำกับรสชาติที่ค้างอยู่ในคอ
อ้วก!
ทุกคนรังเกียจอย่างยิ่ง มองหลินจิ่วเหนียงด้วยความตื่นตระหนกและอดไม่ได้ที่จะถอยหนี พลางจ้องมองหลินจิ่วเหนียงอย่างหวาดระแวง เพราะกลัวว่าจู่ ๆ นางจะหยิบมีดขึ้นมากระโจนใส่
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของพวกเขา หลินจิ่วเหนียงก็อารมณ์ดีและเลิกคิ้วขึ้น “พวกเ้าแน่ใจหรือว่าไม่อยากลอง?”
เมื่อเห็นพวกเขาถอยออกไป นางก็ก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน “เชื่อข้าเถอะ มันอร่อยจริง ๆ แน่ใจหรือว่าพวกเ้าไม่อยากแบ่งไปลองจริง ๆ? การกินสมองคนเข้าไป อาจช่วยชดเชยให้สมองของพวกเ้าฉลาดขึ้นมาได้บ้าง”
การค่อย ๆ ก้าวมาหาทีละก้าวของหลินจิ่วเหนียง ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านอันเล่อบางคนโกรธ
มีคนหยิบหินขึ้นมาขว้างใส่หลินจิ่วเหนียงอย่างโเี้ “ปีศาจ ออกไป ออกไปจากหมู่บ้านของเราเสีย”
เมื่อเห็นดังนั้น คนอื่น ๆ ก็หยิบก้อนหินขึ้นมา แล้วโยนใส่หลินจิ่วเหนียง โดยบอกให้นางออกไปและอย่าทำร้ายพวกเขา
หลินจิ่วเหนียงคาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหว นางตั้งตัวไม่ทันอยู่พักหนึ่ง และเมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้กำลังจะโยนหินใส่นางอีกอย่างบ้าคลั่ง นางก็นึกเย้ยหยัน แล้วรีบเอื้อมมือไปหยิบตะกร้าด้านข้างขึ้นมาบังหน้าไว้
เสียงก้อนหินกระทบตะกร้าดังไม่ขาดสาย
“พวกท่านทำอะไรกัน เหตุใดถึงทำร้ายท่านแม่ของข้า!”
ทันใดนั้นเอง เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธของเด็กหนุ่มที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของหนักตกลงสู่พื้น จากนั้นร่างหนึ่งก็วิ่งไปขวางหน้าหลินจิ่วเหนียงไว้
การปรากฏตัวของหลิวซื่อหลางทำให้หลายคนใ แต่ก้อนหินในมือของพวกเขาถูกปาออกไปแล้ว มันจึงปลิวไปโดนหลิวซื่อหลางแทน
ใบหน้าของหลิวซื่อหลางเหยเกด้วยความเ็ป ขณะที่ลงจากูเา เขาคิดว่าที่บ้านน่าจะมีฟืนไม่เยอะพอ เขาจึงอยากตัดฟืนบางส่วนเพื่อนำกลับไป แยกกันไปเพียงไม่นานก็เห็นคนรุมทำร้ายแม่ของเขาเสียแล้ว
สีหน้าของหลินจิ่วเหนียงเหี้ยมเกรียม นางยื่นมือออกไปดึงหลิวซื่อหลางออกไปโดยไม่ลังเล “ข้าบอกเ้าแล้วว่าเ้าไม่จำเป็ต้องมายุ่งเื่ของข้า ใครบอกให้เ้ามายุ่งเื่ของข้า?”
หลิวซื่อหลางฝืนยิ้ม แล้วยกมือขึ้นจับหลังที่าเ็ของตนเอง “ท่านเป็แม่ของข้า จะให้ข้าเพิกเฉยต่อท่านได้อย่างไรเล่าขอรับ”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันกลับไปมองชาวบ้านที่อยู่ข้างหลัง เมื่อมองตาพวกเขา หลิวซื่อหลางก็รู้สึกขาอ่อนแรงเล็กน้อย แต่ก็ยังพยายามเก็บอาการอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้ตัวเองดูไม่ขี้ขลาด
“พวกท่าน... พวกท่านทำร้ายท่านแม่ข้าเพราะเหตุใด? ขอโทษท่านแม่ข้าเดี๋ยวนี้!”
ทุกคนฟื้นตัวจากอาการตกตะลึง บางคนอดพูดออกมาไม่ได้
“หลิวซื่อหลาง เ้าไม่ได้ถูกแม่ของเ้าควักสมองจนตายหรอกหรือ? นางกินสมองของเ้าต่อหน้าเรา เ้า เ้าตายไม่สงบ ิญญาของเ้าจึงกลับมาแก้แค้นงั้นหรือ? คนที่ฆ่าเ้าอยู่ข้างเ้านั่นไง”
“ใช่แล้ว สมองเ้าถูกควักออกมา เ้าจะยังไม่ตายได้อย่างไร?”
……
หลิวซื่อหลางตกตะลึง เขาตายเพราะถูกควักสมองอะไรกัน?
ท่านแม่กินสมองเขางั้นหรือ?
เมื่อได้ยินคำว่าสมอง หลิวซื่อหลางก็ตระหนักได้ทันทีว่าพวกเขาต้องเข้าใจผิด ส่วนท่านแม่ของเขาก็ี้เีเกินกว่าจะอธิบาย พวกเขาจึงคิดว่าเขาถูกแม่ฆ่าและควักสมองออกมา
เขาหันกลับไปมองหลินจิ่วเหนียงอย่างช่วยไม่ได้ “ท่านแม่ เหตุใดท่านไม่อธิบายให้พวกเขาฟังเล่าขอรับ?”
หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเยาะ “อธิบาย เหตุใดข้าต้องอธิบายด้วย?”
“ข้าเป็ปีศาจที่ถูกเทพแห่งขุนเขาเข้าสิง ข้าเชี่ยวชาญเื่การกินสมองคน โดยเฉพาะสมองของคนโง่”
หลิวซื่อหลางปวดหัว “ท่านแม่ ท่านพูดเื่เหลวไหลอันใด?”
จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ แล้วมองทุกคน “พวกท่านอย่าไปฟังเื่เหลวไหลของแม่ข้าเลย มันไม่มีเื่อันใดหรอก หากแม่ของข้าควักสมองข้าออก ข้าคงตายไปนานแล้ว จะมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร สมองนั้นเป็สมองของสัตว์”
“แม้ว่านางจะไม่ได้ฆ่าควักสมองเ้า แต่พวกเราก็เห็นนางกินสมองดิบต่อหน้าต่อตา” เอ้อร์ล่ายจื่อเยาะเย้ย “ดังนั้นนางจึงเป็ปีศาจ นางถูกเทพแห่งขุนเขาเข้าสิง นางเป็หญิงกาลกิณี”
“เ้าหมายถึงสิ่งนี้หรือ?”
หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเยาะ แล้วใช้มือขวาล้วงไปที่แขนเสื้อซ้าย เมื่อนางเอาออกมาอีกครั้ง ก็มีบางอย่างอยู่ในมือของนาง ซึ่งก็คือสมองของเสือดาวนั่นเอง
เมื่อครู่นี้นางแค่หลอกพวกเขา โดยใช้มุมอับสายตา ทำให้พวกเขาคิดว่านางกินสมองเสือดาวจริง ๆ แต่ความจริงแล้ว สมองนั้นถูกนางใส่เข้าไปในช่องว่างมิติ
ฮ่าๆ เป็ไปดังที่คาดไว้ คนโง่ก็คือคนโง่วันยังค่ำ แค่กลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำให้พวกเขาเข้าใจผิดได้ สมควรโดนหลอกแล้ว
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
เกือบโดนปาหินตายแล้วถ้าซื่อหลางไม่มาเนี่ย อย่าประมาทความโง่งมงายของชาวบ้านหมู่บ้านนี้สิจิ่วเหนียง
ไหหม่า(海馬)