The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 68 ใจสู้หรือเปล่า

    เครดิตภาพจาก  https://www.wallpaperflare.com


           ค่าพลังของมาวินที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นดังนี้ 

     

    ชื่อ มาวิน    เทพอัศวิน

    ระดับ 9 อาชีพขั้นที่ 1 ไร้อาชีพ

    พลังชีวิต 100                    กำลัง 7                     โชค 6

    พลังกาย  55                 ความเร็ว 18               ปัญญา 7

    พลังเวทย์   0                     ทนทาน 7                  ทักษะ 12

               

               ทุกคนที่เห็นค่าพลังนี้ ล้วนเซ็งบ่อนไปตามๆกัน เพราะมันอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมากจนแทบจะเรียดดิน โดยเฉพาะโจจี้ เขาถึงกับสบถออกมาดังๆ 


    “ บ้าเอย ทำไมค่าพลังถึงได้ห่วยแบบนี้ ” 


    “ หา…..ค่าพลังของชั้นมันห่วยขนาดนั้นเลยเหรอ บ้าน่า เครื่องเสียรึเปล่า ตาเฒ่า ” มาวินหันไปโวยศาสตราจารย์อ็อคซี่


    “ ชั้นชื่อศาสตราจารย์อ็อคซี่ ไม่ใช่ตาเฒ่าโว้ย อีกอย่าง เครื่องไม่มีวันเสียหรอกเพราะสมองกลชิ้นนี้ได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดี นายพูดแบบนี้ ดูถูกฝีมือกันนี่หว่า ” ศาสตราจารย์อ็อคซี่โวยกลับมั่ง 


    “ อ้าว แล้วทำไมค่าพลังของชั้นถึงห่วยแตกแบบนี้ ” มาวินลุกขึ้นยืน พร้อมตวาดใส่แบบไม่นึกเกรงกลัว


    “ ก็เพราะนายมันห่วยเองต่างหาก ” โจจี้ร่วมวงวิวาทอีกคน 

                 


           ขณะที่ทั้งสามคนกำลังโต้เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เหมยลี่ก็เกิดอาการคิ้วกระตุก ความสงสัยและสับสนพุ่งทะยานอย่างรุนแรง เพราะก่อนวัดค่าพลังเธอมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าต้องทะลุไปถึงระดับที่ 20-25 แต่กลับหยุดแค่ระดับ 9 


    “ น่าแปลกจริงๆ พลังของหมอนี่ควรจะสูงกว่านี้ซิ เพราะเจ้าลิงติ๊งต๊องฝึกหนักขนาดนั้น อีกประการ ถ้าระดับอยู่แค่นี้จริง แล้วที่ผ่านมามันสู้กับศัตรูได้ยังไง บางคนที่เคยต่อกรเป็นถึงพวกอาชีพระดับสองเลยนะ ” เหมยลี่คิดใคร่ครวญ แต่มองมุมใด ก็ไม่สมเหตุผลเลยในโลก The Dark world ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าพวกอาชีพระดับ1 จะชนะพวกอาชีพระดับ 2 

              


            เหมยลี่ขบคิดอยู่นาน แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบมารับรอง ทว่าอึดใจต่อมา เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ 


    “ เฮ้ หยุดทะเลาะกันก่อน ชั้นคิดอะไรได้แล้ว ” เหมยลี่ร้องบอกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่กำลังโต้เถียงกันอย่างเมามัน 

              


           ทั้งสามหยุดทะเลาะอย่างฉับพลัน แล้วหันมามองเด็กสาวร่างสูงเป็นตาเดียว จากนั้นก็กลับไปวิวาทกันต่อ

           


           เหมยลี่ยืนมองความวุ่นวายอยู่ครู่หนึ่งเด็กสาวร่างสูงก็เกิดอาการขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือทั้งสองกำแน่นด้วยไฟแค้นที่สุมอยู่ภายใน วินาทีต่อมา เธอก็โผนเข้าไปเขกกะโหลกของเด็กหนุ่ม


    “ โป๊ก ” 


    “ เจี้ยก….. ” 

           


           เสียงกำปั้นอัดกระบาลน้อยๆของเด็กหนุ่มดังสนั่น ไม่ทันที่โจจี้จะได้พูดอะไร หน้าหล่อๆก็ถูกกระทุ้งด้วยหมัดลุ่นๆจนหงายหลังลงไปนอนคว่ำกับพื้น


    “ โครม ” 

              


           เสี้ยววินาทีต่อมา เด็กสาวร่างสูงหันไปหาศาสตราจารย์อ็อคซี่หวังเก็บงานชิ้นสุดท้าย แต่ก่อนที่เท้าขวาจะตวัดไปที่ขมับ เธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ถ้านักวิทยาศาสตร์เฒ่าสลบไป คงไม่มีใครใช้งานสมองกล


    “ อะ…..เอ่อ…..ชะ……ชั้นไม่ดื้อแล้ว แม่หนู หยุดทะเลาะตลอดกาลเลย แฮะๆ ” ศาสตราจารย์เฒ่ายิ้มแหยๆ เหงื่อแตกท่วมกาย


    “ อืม…..ดีมาก ว่าง่ายๆ จะได้อยู่ยาวจนแก่ตาย ” เด็กสาวยกเท้าลง ก่อนลั่นคำขู่ 

              


             แม่เสือสาวมองสองหนุ่มที่นั่งคลำส่วนที่ถูกอัดจากนั้นก็ตวาดด้วยเสียงอันดัง 


    “ พวกนายเลิกสำออย แล้วมาฟังแผนของชั้น” 

                


           สองหนุ่มหันมามองหน้ากันเอง ทั้งคู่มีความคิดตรงกัน


    “ สำออยบ้าอะไร มือเท้าหนักระดับช้างถีบแบบนี้ ใครจะไม่เจ็บเล่า ” 


    …………………….

               

           ศาสตราจารย์อ็อคซี่พาทั้งสามไปอีกห้อง มีแผงสมองกลขนาดเท่าโต๊ะทำงานวางอยู่ที่ท้ายห้องเหนือขึ้นไปปรากฏจอใหญ่ขนาด 50 นิ้วติดอยู่ที่ผนัง ฝั่งตรงกันข้ามมีแท่นทรงกลมที่ใหญ่พอให้สามคนขึ้นไปเหยียบ แสงสีฟ้าเปล่งประกายออกมาจางๆ 


    “ แน่ใจแล้วเหรอว่าจะทำแบบนี้ เพราะเท่าที่ดูจากค่าพลังของเจ้าหนูคนนี้ บอกได้เลยว่าอันตรายมาก บางทีอาจถึงขั้นเสียชีวิตเลยนะ ” ศาสตราจารย์อ็อคซี่เตือนอีกครั้ง สีหน้าเคร่งเครียด 

              


           เหมยลี่นิ่งเงียบ ดวงตาคมเข้มขมวดนิ่วเป็นเชิงใช้ความคิด ส่วนโจจี้แอบลุ้นให้แม่เสือสาวเปลี่ยนใจ เพราะเห็นด้วยกับศาสตราจารย์เฒ่า ทางด้านมาวิน เขาได้แต่กลืนน้ำลายหลายเฮือกใหญ่ แม้เด็กหนุ่มหัวเขียวจะไม่รู้อะไร แต่ก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังรอคอย


    “ ให้เจ้าลิงหัวเขียวเข้าดันเจี้ยนระดับ 20 ตกลงตามนี้ ” เหมยลี่ตอบเสียงเข้มอันบ่งบอกถึงจิตใจที่แน่วแน่

          


            ทันทีที่มีประกาศิต โจจี้ก็รุดเข้ามาตบไหล่มาวินพร้อมกล่าวแผ่วเบา น้ำเสียงโศกเศร้าราวกับมีใครตาย

     

    “ เหอๆ เจ้าน้องชายหัวเขียว นายมีอะไรจะสั่งเสียมั้ย ” 


    “ ยังไม่ตายเฟ้ย ” มาวินสะบัดแขนออก ท่าทางฉุนเฉียว จากนั้นก็หันไปทำตาละห้อยใส่เหมยลี่


    “ นี่ชั้นต้องไป ใช่มั้ย ” 


    “ ใช่ ” เหมยลี่ตอบสั้นๆ 

              


           มาวินเดินคอตกไปหยุดยืนกลางแท่นทรงกลม เด็กหนุ่มหันกลับมามองเหมยลี่อีกครั้ง แววตาแฝงแวววิงวอน จากนั้นก็กล่าวขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย


    “ ไม่ไปได้มั้ย เท่าที่ฟังมา ชั้นคงไม่รอดจากงานนี้ ” 


    “ ใช่ เจ้าหนูนั่นมันกลัวแล้ว เลิกล้มแค่นี้เถอะ เหมยลี่ ” โจจี้ได้ที เขาจึงเข้ามาขอร้องเด็กสาวร่างสูงอีกคน 


    “ ไม่ได้ ” เหมยลี่ตอบกลับเสียงดังจนโจจี้และศาสตราจารย์เฒ่าเกิดอาการผวาเพราะกลัวจะโดนมือเท้าระดับช้างถีบรอบสอง แต่เด็กสาวกลับมองมาที่มาวินพร้อมกล่าวอย่างจริงจัง 


    “ นายไม่อยากพิสูจน์ตัวเองเหรอ ถ้าผ่านการทดสอบ ก็จะพูดได้เต็มปากว่าตัวเลขที่ปรากฏบนเครื่องวัดพลังนั้นไม่สำคัญตัวนายมีความสามารถพอที่จะทำภารกิจฮันเตอร์และแกร่งพอจะเดินทางกลับไปหาคนรัก ” 

               


           เพียงได้ยินคำพูดที่แทงทะลุถึงหัวใจ อากัปกิริยาของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนไป ดวงตาเล็กเรียวที่ขลาดเขลากลับกลายเป็นดุดัน สีหน้าผันแปรเป็นจริงจังปิดท้ายด้วยการตะโกนกลับมา


    “ มาเลย ชั้นพร้อมแล้ว ” 

               


           เหมยลี่ยิ้มมุมปาก ท่าทางพอใจ เธอหันไปสั่งศาสตราจารย์อ็อคซี่ 


    “ เดินเครื่องย้ายมวลสาร เพื่อส่งเจ้าลิงตัวนี้ไปดันเจี้ยนระดับ 20 ได้แล้ว ศาสตราจารย์ ” 


    “ เฮ้อ…เอาก็เอา ” ศาสตราจารย์เฒ่าส่ายหัวไปมา เขาจำใจรับคำ ก่อนจะกดปุ่มบนแผงควบคุมสมองกล 

              


           แท่นทรงกลมส่องแสงสีฟ้าออกมาอย่างฉับพลัน กระแสนั้นเริ่มอาบไปทั่วร่างของมาวิน ครู่หนึ่ง มันก็เข้มขึ้นจนกลบทับกายเล็กบาง ไม่นาน แสงนั้นก็จางหายไปเหลือไว้แต่ความว่างเปล่า



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน