บทที่ 7
ดวงดี มีโชค?
คนของพี่ซานหรือว่า ลั่วซานมารับเธอและเหวินห่าวหรานถึงที่บ้าน โชคดีที่ข้าวของไม่ได้มีอะไรมาก มีแค่เสบียงอาหาร ของใช้และเครื่องครัวั้แ่กลับมาจากตัวเมืองก็เตรียมการเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อคนของลั่วซานมาถึงก็สามารถเก็บของแล้วเดินทางไปพร้อมอีกฝ่ายได้เลย
บ้านในตัวเมืองฉางเต๋อเป็บ้านชั้นเดียว มีสองห้องนอน สองห้องโถง ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องเก็บของอย่างละหนึ่ง ในพื้นที่กว้าง 1 ไร่ อยู่ออกมานอกตัวเมืองนิดหน่อย ใกล้กับูเาและไม่ไกลจากแหล่งน้ำ เป็บ้านที่อยู่สุดซอย ห่างจากตัวเมืองราวๆ 2 กิโลเมตร นับว่าใช้เวลาเดินเท้าเข้าตัวเมืองไม่นาน
“พรุ่งนี้พี่ซานจะแวะมาตอนเย็น”
“ได้” ห่าวหรานบอกกับคนของลั่วซาน
ก่อนจะเข้าไปสำรวจตัวบ้าน บ้านหลังนี้กลางเก่ากลางใหม่ สภาพดูดีเพราะมีการซ่อมแซม ดูเหมือนของข้าวของทุกอย่างครบ คงต้องขอบคุณพี่ซานที่จัดการทุกอย่างให้
“ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล คุณควรไปให้คุณหมอตรวจดูอาการเสียหน่อย”
“ฉันไม่เป็ไร เดินพอได้” แม้จะลำบากเล็กน้อย แต่ก็เดินไปไหนมาไหนได้
“พรุ่งนี้ฉันจะไปกับคุณด้วย” อยากจะไปดูโรงพยาบาลในเมืองเสียหน่อย มีเครื่องมือและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพอที่จะทำการผ่าตัดรักษาให้เขาหรือเปล่า
“อืม” เปล่าประโยชน์ที่จะเอ่ยค้านเธอ เขาพอจะรู้จักนิสัยใจคอของเธออยู่ไม่น้อย ดูเหมือนเป็คนมีเหตุผล แต่ลึกๆ แล้วเธอหัวรั้นมาก
การเจรจาเื่การค้าขายเป็ไปได้ด้วยดี ไป๋ถิงถิงส่งหน้าไม้ให้กับลั่วซาน 60 ชุด ตามที่ตกลงกันไว้ หักค่าบ้านและค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ทำให้ได้เงินก้อนหนึ่งมา
นอกจากนี้ยังเสนอขายธนู ที่เธอทำขึ้นมาเอง น่าเสียดายที่ลูกศรของธนูไม่ได้ทำมาจากโลหะ ไม่อย่างนั้นอานุภาพของอาวุธจะมีมากกว่าเดิม เน้นพัฒนาระยะการยิงและน้ำหนักที่เบา ขนาดเล็กพกพาง่าย สามารถถอดและประกอบได้ ยกเว้นส่วนที่เป็กลไกสำคัญ ป้องกันการลอกเลียนแบบ ส่วนนี้เธอเป็คนคิดค้นขึ้นมาเอง อาศัยความรู้จากโลกที่เธอจากมาก
หน้าไม้และธนูกลไก ใช้งานได้ยาวนานและระยะการยิงก็ไกลกว่า เหมาะสำหรับงานลอบสังหารและจากจู่โจมที่ไร้เสียง
“คุณหมอ อาการของสามีดิฉันเป็ยังไงบ้างคะ?” ไป๋ถิงถิงเอ่ยถาม
“กระดูกผิดรูปคงไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้”
“ไม่ใช่ว่าถ้าผ่าตัดจะมีโอกาสกลับมาเดินได้เป็ปกติหรอกเหรอ?”
“โรงพยาบาลเราไม่มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการผ่าตัด”
“แล้วที่ไหนถึงจะมี คุณหมอพอจะให้คำแนะนำได้ไหม?” อย่างน้อยการผ่าตัดก็เพิ่มโอกาสให้อีกฝ่าย
“ต้องเป็โรงพยาบาลที่เมืองฉางชา แต่การผ่าตัดเต็มไปด้วยความเสี่ยงและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก”
“เื่ค่าใช้จ่ายไม่เป็ปัญหา แล้วที่หมอบอกว่ามีความเสี่ยงมีมากแค่ไหน?”
“อันนี้หมอตอบไม่ได้” เทคโนโลยีการแพทย์ของยุคนี้ลำบากอยู่ไม่น้อย ไม่มีเครื่องมือมาอำนวยความสะดวกและเพิ่มความแม่นยำในการรักษาให้กับแพทย์เลย
“ถิงถิง ผมไม่เป็ไร” เหวินห่าวหรานบอกกับหญิงสาว ในใจรู้สึกขอบคุณเธอที่ไม่ทิ้งเขาไว้ข้างหลัง
“เอาไว้เรามีเงินมากกว่านี้ฉันจะพาคุณไปที่ฉางชา” เพื่อตอบแทนที่เขาช่วยสอนและดูแลเธอมาตลอด จนตอนนี้เธอสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและผู้คน แม้ความคิดและธรรมเนียมปฏิบัติบ้างอย่าจะมองว่าไร้สาระเป็อย่างมากก็เถอะ
หากไม่มีเขาเธอคงลำบากไม้น้อย เธอไม่คิดที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเพียงคนเดียวยังไงบุญคุณก็ต้องตอบแทน ชายหนุ่มมีน้ำใจ ไม่เคยคิดร้าย ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน เขาไม่เคยทำให้เธอลำบากใจ การหาหนทางรักษาเขาให้กลับมาเดินได้ปกติอีกครั้ง คือสิ่งตอบแทนเพียงอย่างเดียวที่อยากทำให้เขา
เหวินห่าวหรานมองหญิงสาวที่เป็ภรรยาด้วยความซาบซึ้งใจ ใน่ฤดูร้อนที่ผ่านมาถ้าไม่ได้เธอช่วย ฤดูหนาวก็คงมีอาหารไม่เพียงพออย่างแน่นอน
เธอเป็ผู้หญิงที่เรียนรู้เร็ว มีความอดทนสูง อดทนต่อความยากลำบาก ไม่เคยปริปากบ่นแม้จะต้องทำงานตากแดด จากร่างกายที่ผอมแห้ง ตอนนี้ร่างกายของเธอไม่ผอมแห้งแล้ว ต้องขอบคุณอาหารที่กักตุนเอาไว้ ทำให้ตลอดสามเดือนในฤดูหนาวไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ
นอกจากกินอาหารที่มีจนอิ่มท้อง หญิงสาวยังขยันฝึกฝนร่างกายอยู่เสมอ ระยะเวลา 6 เดือนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน เขาได้เห็นมันอยู่ทุกวัน หลังจากกลับจากโรงพยาบาลก็แวะซื้อของเข้าบ้าน โดยของส่วนใหญ่ได้ให้คนของลั่วซานัดซื้อเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็พวกแป้ง ธัญพืช เครื่องปรุง แล้วก็เสื้อผ้าที่สั่งตัดเอาไว้อีกคนละ 6 ชุด
“ฉันอยากได้จักรยานเร็วๆ จัง” จะได้ไม่ต้องเดินให้เมื่อย เธอสามารถปั่นให้เขาซ้อนได้ สะดวกเวลาจะไปไหนมาไหน
“พี่ซานรับปากว่าจะหาซื้อให้คงต้องรอสักหน่อย” การซื้อจักรยานต้องสั่งจองล่วงหน้าหลายเดือนเลย
“อืม” มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้เลย ไป๋ถิงถิงเข้าใจว่าเพราะทำไม
“แวะกินบะหมี่กันเถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยชวน ไม่ไกลมีร้านขายบะหมี่อยู่ นี้ก็เลยเที่ยงมาแล้ว
“ได้ กำลังหิวพอดีเลย” ไป๋ถิงถิงถือข้าวของทั้งหมดที่ซื้อ เพื่อให้อีกฝ่ายเดินได้สบายๆ มุ่งหน้าไปที่ร้านบะหมี่ ก่อนจะสั่งบะหมี่มาสองชาม นั่งกินจนหมดแล้วสั่งเพิ่มอีกสองชาม แถมยังสั่งกลับบ้านอีก 4 ห่อ และแวะซื้อซาลาเปากลับมาอีก 10 ลูก
มาอยู่ในเมืองมันดีแบบนี้ มีไฟฟ้าใช้ มีอาหารให้กินไม่ต้องลงมือทำเอง ชีวิตที่สะดวกสบายกว่าที่หมู่บ้านหลายเท่า
ความอดทนตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาไม่เสียเปล่า พอมีแหล่งพลังงานการปรับแก้กลไกอาวุธก็ไม่เป็ปัญหาอีกต่อไป ไฟฟ้าสามารถใช้เป็แหล่งพลังงานได้เป็อย่างดี
“พี่ซานเชิญครับ”
“ฉันซื้อของมาฝาก รับไปอย่าได้เกรงใจ” ทั้งสองคนเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ ข้าวของที่ซื้อมาฝากเพียงแสดงน้ำใจเล็กน้อยเท่านั้น
“ขอบคุณมากนะคะ” ในเมื่ออีกฝ่ายมีน้ำใจ ไป๋ถิงถิงก็รับเอาไว้ รับของแล้วเดินเข้าไปในครัว นำน้ำออกมาต้อนรับแขกที่มาเยือน
“ฉันอยากได้หน้าไม้ของเธอเพิ่มอีก 50 ชุด”
“คงต้องใช้เวลาสักสามวัน” ตอนนี้ชิ้นส่วนของไม้มีพร้อมแล้ว โชคดีที่ได้คนของลั่วซานขนมาให้ทั้งหมด ดูเหมือนว่าหน้าไม้จะเป็ที่้ามากกว่าที่เธอคิดเอาไว้
“ไม่มีปัญหา แต่ขอมากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้” เื่เวลาไม่มีปัญหา แต่จำนวนเขาขอเพิ่ม เพราะต้องส่งไปที่ปักกิ่งและลั่วหยางด้วย
“ได้ค่ะ ฉันจะเตรียมเอาไว้ให้ 100 ชุด” จำนวนไม่น้อย เธอสบมองเ้าของตลาดมืดเขามีสีหน้าพึงพอใจอย่างชัดเจนกับจำนวนที่เธอบอก
“แล้วขาดเหลืออะไรอีกหรือเปล่า ้าอะไรฉันจะให้คนจัดหามาให้” ภรรยาของรุ่นน้องยังมีธนูอีกที่ยังไม่ได้เอาออกมาให้เขาดู ความสามารถของเธอเป็อะไรที่เขาคาดเดาไม่ได้ ดูจากหน้าไม้ที่เธอทำขึ้นมา ต้องยอมรับเลยว่าผู้หญิงคนนี้เก่งกาจจริงๆ
“นี่เป็รายการของที่ฉัน้าเพิ่มเติม หวังว่าพี่ซานจะจัดหามาให้ได้” ไป๋ถิงถิงบอกกับอีกฝ่าย เธอยังคงต้องอาศัยเส้นสายของลั่วซานในการจัดซื้อของที่จำเป็ จำเป็ต้องผูกมิตรเอาไว้เพื่อประโยชน์ที่จะได้ร่วมกันในอนาคต
“ไม่มีปัญหา” ลั่วซานรับกระดาษที่อีกฝ่ายยื่นให้
“เื่จักรยานเราของรบกวนพี่ซานด้วยนะครับ” เหวินบอกกับอีกฝ่าย เพื่อความสะดวกเวลาไปไหนมาไหนของไป๋ถิงถิง
“ได้สิ อีกสองวันน่าจะได้มา เดี๋ยวให้คนเอามาให้” รถขนสินค้าจะมาถึงในอีกสองวัน
“ขอบคุณพี่ซานมากครับ ที่เป็ธุระให้”
“ไม่ต้องเกรงใจ ฉันเองเคยเป็หนี้ชีวิตนายอยู่หนหนึ่ง จำไม่ได้เหรอ?” ลั่วซานเอ่ยถาม
“แต่ยังไงผมก็ต้องขอบคุณพี่ซานอยู่ดี” เพราะเื่ที่เขาช่วยชีวิตอีกฝ่ายมันผ่านมานานหลายปีแล้ว อีกอย่างมันก็เป็หน้าที่ของเขาด้วย ไม่ถือเป็หนี้บุญคุณอะไร
“ไม่รบกวนแล้วดีว่า ยังไงขอตัวก่อน”
“ไม่ต้องส่ง” ลั่วซานบอกกับสองสามีภรรยา แล้วเดินจากบ้านมาเอง
สองสามีภรรยาใช้เวลาจัดของที่เหลือให้เข้าที่เข้าทาง บ้านหลังนี้มีสองห้องนอนไม่จำเป็ต้องนอนเบียดกันอีกต่อไป ไป๋ถิงถิงเตรียมที่นอนเอาไว้ แยกผ้าห่มและที่นอนออกเป็สองชุด ห้องนอนทั้งสองอยู่ติดกัน เธอจัดการเตรียมเอาไว้ทั้งสองห้อง
“คุณนอนห้องนี้ ส่วนฉันจะนอนห้องนี้”
“ขอบคุณ” เธอจัดห้องนอนให้เขาเรียบร้อยแล้ว
“มีของอะไรที่ต้องเก็บอีกไหม?” เธอเอ่ยถามเขา
“ไม่มีแล้ว” เธอจัดการให้เขาหมดแล้ว ในครัวและห้องเก็บของเขาก็จัดการเก็บของเรียบร้อยแล้ว
“ถ้านั้นก็พักผ่อนเถอะ”
“อืม” อาหารเย็นมีบะหมี่ที่ซื้อมาและของที่พี่ซานเอามาให้ มีทั้งชา อาหารและของหวาน
ใช้เวลาเพียงสองวันไป๋ถิงถิงก็ประกอบหน้าไม้ 100 ชุดเสร็จ โดยที่มีเหวินห่าวหรานคอยช่วย เธอสอนเขาประกอบ ส่วนหนึ่งเพราะเธอไว้ใจเขา วิธีทำหน้าไม้เป็ความลับทางการค้า เธอเชื่อว่าเหวินห่าวหรานไม่มีทางเอามันไปขายให้ลั่วซานลับหลังเธออย่างแน่นอน
“ฉันจะเข้าป่านะ อยากจะไปสำรวจเขาลูกนั้นเสียหน่อย” ูเาที่อยู่ห่างออกไปราวๆ 8 กิโลเมตร ก็ไม่ค่อยไกลเท่าไหร่
“ระวังตัวด้วย ฉันจะเตรียมอาหารเย็นไว้รอ”
“ได้เลย ฉันจะกลับมาพร้อมกับเนื้อชั้นดีอย่างแน่นอน” ถึงแม้ในเมืองจะพอมีเนื้อขาย แต่มันไม่ได้สดใหม่มีกลิ่น เวลาเอามาปรุงอาหารก็ไม่ค่อยอร่อยเหมือนเนื้อที่สดใหม่
ไป๋ถิงถิงเตรียมของทุกอย่างให้พร้อม ทั้งหน้าไม้และธนูที่เธอทำเอาไว้ใช้เองโดยเฉพาะ ระยะการยิงมันไกลกว่าที่เธอขายให้ลั่วซานสองเท่า
“อย่าข้ามไปที่เขาอีกลูก มันอันตราย” เหวินห่าวหรานเอ่ยเตือน
“เจอสัตว์อันตรายไม่จำเป็ต้องเสี่ยง จำที่ฉันบอกได้ใช่ไหม?” เขาอดที่จะห่วงหญิงสาวไม่ได้ ถ้าหากเขาเดินเหินได้สะดวกคงไปกับเธอแล้ว
“ฉันจำได้ดี จำลักษณะสัตว์ป่าได้ทุกชนิดที่คุณสอน คุณสบายใจได้” ตอนนี้ร่างกายของเธอแข็งแรง ไม่ได้อ่อนแอเหมือนตอนแรกๆ แล้ว
ไป๋ถิงถิงลัดเลาะไปตามทางขึ้นเขา นอกเมืองเองก็มีเขตเพาะปลูกเหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังเช้าอยู่ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องลงแปลงนา เธอสาวเท้าเดินลัดเลาะด้วยความว่องไว ด้วยฝีเท้าที่เบา ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงตีนเขา เธอขึ้นเขาอย่างไม่ลังเล เลือกวางกับดักไก่ป่า แล้วก็สัตว์อื่นๆ จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าไปสำรวจป่า
ช่างอุดมสมบูรณ์มีพืชพรรณหลากหลายชนิด ระบบนิเวศน์ที่ซับซ้อนมีสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย ทั้งพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตที่เล็กจนสายตาเราไม่อาจมองเห็นอย่างพวกเชื้อราและแบคทีเรีย
“เสียงน้ำ” หูของเธอได้ยินเสียงแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล สองเท้าสาวเท้าเดินมุ่งหน้าไปหาเป้าหมายในทันที แน่นอนว่าแหล่งน้ำก็ต้องมีสัตว์ในเธอล่า
และมันก็เป็จริงอย่างที่เธอคิด ที่ริมธารน้ำเธอเจอกับฝูงกวาง เนื้อของมันกินได้ตามที่เหวินห่าวหรานบอกกับเธอ รสชาติมันคงดีไม่น้อย ร่างบางเคลื่อนไหวอย่างเบาฝีเท้า เลือกกวางตัวโตเต็มวัย ลูกศรเล็กเข้าไปที่คออย่างแม่นยำ ลูกศรสองลูกที่ถูกยิงในเวลาไล่เลี่ยกันเข้าเป้า
“เรียบร้อย” ร่างกายแข็งแรง ทำให้ศักยภาพการให้พละกำลังของเธอดีมาก ถึงไม่เทียบเท่าเธอในร่างเดิม แต่ก็ถือว่าดีมาก
“อ่า หนักเหมือนกันนะเนี่ย” เธอต้องแบกมันลงไป แค่คิดก็เหนื่อยใจ คิดถึงระบบขนส่งสุดไฮเฮคจากโลกก่อนเป็อย่างมาก
“ถ้ามียานขนส่งสบายไปแล้ว” เธอพึมพำออกมา
“บิงโก!!” สมองอันชาญฉลาดพยายามหาวิธีที่ง่ายและสบายที่สุดที่จะพากวางตัวโตเต็มวัยลงไปจากเขา สายตาของเธอกวาดมองไปรอบ ก่อนจะมองหาเถาวัลย์ และหาต้นไผ่
ไม่มียานขนส่งก็สร้างอย่าอื่นมาแทนก็ได้ ไม่ต้องแบกกวางที่มีน้ำหนักตัวราวๆ 120 กิโลกรัมลงเขา แน่นอนว่าการแล่เอาแต่เนื้อแล้วลงเขาไปมันสะดวกสบาย แต่มันอันตราย กลิ่นเืของกวางจะดึงดูดสัตว์นักล่าเข้ามา
เธอถึงได้ไม่ดึงลูกศรของหน้าไม้ออกจากร่างของกวางที่ล่ามาได้ ป้องกันไม่ให้มีเืจากการล่า ไม่มีกลิ่นเืก็ปลอดภัยจากสัตว์นักล่า แม้ว่าจะไม่เคยเจอมันตัวเป็ๆ แต่เท่าที่รู้ว่าก็ระวังตัวเอาไว้ก่อนเป็ดีที่สุด
“ตรงนั้นมีถ้ำ” ไป๋ถิงถิง นำกวางที่ล้าได้เข้ามาในถ้ำที่อยู่ไม่ไกล ในถ้ำไม่มีสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตที่อันตราย จากนั้นหาอะไรมาปิดปากถ้ำเอาไว้ ปากถ้ำมีขนาดไม่กว้างมาก แค่เมตรหน่อยๆ เท่านั้น
ในขณะที่เธอลัดเลาะอยู่ในป่ากำลังจะตัดต้นไผ่ ก็ได้ยินเสียง ปัง ดังมาจากที่ไกลๆ มันเสียงของอาวุธ ไวเท่าความคิด เธอมุ่งหน้าไปที่ต้นเสียงที่อยู่ไกลออกไป แล้วก็พบกับกลุ่มคนที่อาวุธครบมือจำนวนสิบกว่าคน ที่กำลังขนบางอย่างอยู่
“อ่า...ดวงดีอะไรขนาดนี้วะถิงถิง”
“ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานาน ทดสอบร่างกายหน่อยก็ดีเหมือนกัน” เธอพึมพำออกมา ร่างบางที่อยู่บนต้นไม่สูง จ้องกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่วางตา ทุกคนถืออาวุธปืน ไม่แน่ว่าของที่พวกมันขนอยู่จะเป็อาวุธ แต่อาจจะเป็อย่างอื่นก็ได้ เธอไม่สามารถมองเห็นว่าอะไรที่อยู่ในลังไม้ ลังใหญ่ที่พวกมันกำลังขนอยู่
แต่สิ่งที่กล้าฟันธงก็คือมันคือสิ่งผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
มือบางกำชับอาวุธหน้าไม้ในมือ ระยะนี้สามารถเก็บเป้าหมายได้อย่างสบายๆ เพียงแต่หากเธอลงมือพวกมันก็จะรู้ตำแหน่งเธอเช่นกัน
ลุยสิวะ รออะไร
พรึ่บ
ปั่ก
ปั่ก
ปั่ก
ปั่ก
กลุ่มชายฉกรรจ์ล้มลงทีละคน ลูกศรของหน้าไม้เล็งไปที่หัวใจของทุกคน ทำให้ตายในการยิงครั้งเดียว ร่างบางะโลง ใช้เถาวัลย์ในการทรงตัว จากนั้นยิงหน้าไม้ในมือออกไป
ปั่ก
ปั่ก
อดีตหัวหน้านักรบย่อมไม่ทำให้ศัตรูของเธอมีโอกาสตอบโต้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเรี่ยวแรงและพละกำลังในตัวตอนนี้มาจากไหน มันเหมือนพลังของเธอในร่างก่อนเลย หน้าไม้ของเธอสามารถยิงลูกดอกออกไปได้ 5 ลูกพร้อมกัน อาศัยแค่ความเร็วและความแม่นยำเท่านั้น
การโจมตีกลุ่มคนจำนวน 11 คนจบลงภายในหนึ่งนาที
“เหลือเชื่อเลย” เธอพึมพำออกมา
“พลังกลับมาแล้ว”
“ว่าแต่พวกมันลักลอบขนอะไร?” มือเรียวเปิดฝากล่องไม้ ออกมาดู แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง
“นี่มัน!!...”
“ดวงดีจริงๆ” ทั้งสองลังไม้มีดาบที่ทำจากโลหะเนื้อดีอยู่ไม่น้อย เป็ดาบยาวขนาดพอเหมาะมือ อาวุธปืนและลูกะุอีก 5 กระบอก ไป๋ถิงถิงไม่ลืมที่จะเก็บอาวุธของพวกมันไปด้วย
จากนั้นรีบขนของในลังไม้ทั้งสองลังออกจากที่ตรงนี้ทันที กลิ่นเืจะดึงดูดสัตว์นักล่าเข้ามาในไม่ช้า กว่าจะแบกกลับมาถึงที่ถ้ำ ก็ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ เล่นเอาแทบหมดแรก
“ถึงสักที”
“เหนื่อยเป็บ้า”
“พลังหายไปไหนแล้ววะ หรือว่าเข้าใจผิดไปเอง” ตอนที่ต่อสู้ไม่สิ จะเรียกว่าต่อสู้ไม่ได้ พวกมันไม่ได้สู้ด้วยซ้ำ เธอเก็บเรียบราวกับพวกมันเป็เป้านิ่ง นั้นไม่เรียกว่าการต่อสู้
เธอนั่งลงกับพื้น แล้วเอากระบอกน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย ร่างกายรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเหมือนจะเป็ลม
พรึ่บ...
“เชี่ยยย” เธอร้องสบถออกมาเสียงดัง
“ไอ้หลุมดำเฮงซวย” เธอไม่ได้ฝันไปอย่างแน่นอน อยู่ๆ ก็มาโผล่ที่นี้อีกแล้ว
"ทำไมเป็แกทุกทีเลย" มันเป็เวรกรรมที่เธอไปะเิหลุมดำมาหรือเปล่า อยู่ๆก็ทำให้เธอต้องมาติดอยู่ในหลุมดำอย่างปริศนา
เมื่อกี้ยังดวงดีอยู่เลย แล้วไอ้หลุมดำเฮงซวยมันมาได้ไง ที่สำคัญเธอจะออกจากไปจากที่นี้ได้ยังไง? สมองของเธอเริ่มประมวลผล คิดหาเหตุผลมาเชื่อมโยงและคาดเดาความเป็ไปได้
พรึ่บ..
“อยู่ที่เดิม” เธอคว้าก้อนหินสีดำที่ลอยอยู่ในห้วงแรงโน้มถ่วงมากำเอาไว้ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ มันไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนครั้งก่อนๆ
“ใจกลางหลุมดำ มาได้ไงวะ” เหมือนอยู่ๆ มันก็ปรากฏขึ้น ทั้งๆ ที่ครั้งก่อนที่สำรวจเธอมั่นใจว่ามันไม่มี ร่างบางสาวเท้าเดินไปที่ใจกลางของหลุมดำปริศนา
“เดี๋ยวนะ ห้วงมิติ ห้วงเวลา” สมองนึกถึงหลักควอนตัม และกฎของแรงโน้มถ่วงที่ไม่เป็ตามกฎของธรรมชาติ ใจกลางหลุมดำมีความซับซ้อนของมิติเป็อย่างมาก กฎและหลักเกณฑ์ทั่วไปใช้กับมันไม่ได้
ใจกลางของมันเหมือนสมองกลขนาดใหญ่ ที่มีความคิดและวิวัฒนาการของตัวเอง
ตอนนี้ใจกลางหลุมดำปรากฏตรงหน้าของเธออีกครั้ง
“พลัง”
“การเคลื่อนไหว” ร่างบางทดสอบความเป็ไปได้ กับการคาดเดาของเธอ
ในที่สุดก็ค้นพบคำตอบที่...
..............