ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะหน้าห้องนอนดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงใสของสาวใช้ที่คุ้นเคย "คุณหนูคะ คุณเฟยหลงเชิญพบที่ห้องทำงานค่ะ"
หนิงหลงที่กำลังยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจกชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเวลานี้มาถึงแล้ว
"ได้จ้ะ ฝากบอกเฟยหลงด้วยนะว่าฉันกำลังแต่งตัวอยู่ เดี๋ยวจะรีบตามไปค่ะ"
"รับทราบค่ะคุณหนู" เสียงฝีเท้าข้างนอกค่อยๆ ห่างออกไป
หนิงหลงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางลูบข้อมือตัวเองเบาๆ สายตาที่จ้องมองกระจกเต็มไปด้วยความกังวล ‘เฟยหลงต้องอยากให้ฉันอธิบายเื่ทั้งหมดแน่ๆ ทั้งเื่ที่ฉันทำตัวแปลกไปก่อนหน้านี้... และเื่วันสิ้นโลกที่เขายังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์’
ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด
เมื่อผลักประตูเข้าไป หนิงหลงพบว่าเฟยหลงนั่งรออยู่บนโซฟากลางห้อง ท่าทางของเขาดูสุขุมและนิ่งเฉยจนเดาใจไม่ถูก เธอค่อยๆ เดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ เขา ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน
‘จะเริ่มจากตรงไหนดีนะ?’ หนิงหลงคิดในใจอย่างว้าวุ่น เื่ราวมันประดังประเดเข้ามามากเหลือเกิน ทั้งการเร่งปรับปรุงบ้านพักให้กลายเป็ป้อมปราการ การกักตุนเสบียงพิกัดฝนดาวตก และความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิด เฟยหลงกลับไม่ได้เอ่ยปากเร่งรัด เขาเพียงแต่จับจ้องใบหน้าของเธอด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยคำถามแต่ก็แฝงไปด้วยความห่วงใย จนสุดท้ายหนิงหลงก็เป็ฝ่ายทนความกดดันไม่ไหวเสียเอง
"เฟยหลงจ๊ะ... มีอะไรอยากถามพี่ก็ถามมาได้เลยนะ พี่สัญญาว่าจะตอบทุกอย่าง... ไม่ปิดบังอีกแล้ว" เธอเอ่ยเสียงอ่อน
เฟยหลงขยับตัวเล็กน้อย ั์ตาของเขามีร่องรอยของการพยายามทำความเข้าใจ
"ได้ครับ งั้นผมขอเริ่มที่คำถามสำคัญ... พี่รู้เื่วันสิ้นโลก รู้เื่พวกซอมบี้ และไอ้เ้าผลึกสีเขียวนั่นได้ยังไงครับ? เหมือนพี่จะรู้ล่วงหน้าแบบละเอียดมากด้วย"
หนิงหลงสูดหายใจเข้าลึกๆ มองสบตาเขาด้วยความจริงใจ "ใช่จ้ะ พี่รู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมด... พลังนี้มาจาก 'สร้อยแห่งดวงดาว' ที่หญิงชราที่พี่เคยช่วยชีวิตไว้มอบให้มา" เธอชูข้อมือขึ้นให้เขาดู "มันคือสร้อยชิ้นนี้จ้ะ"
เฟยหลงหรี่ตาลงมองข้อมือขาวนวล "ก่อนหน้านี้มันเป็สร้อยข้อมือปกติทั่วไปจ้ะ แต่พอผ่านไปแค่คืนเดียว มันก็ซึมเข้าิักลายเป็รอยสัก (Tattoo) แบบนี้เลย"
ชายหนุ่มเอื้อมมือมาจับข้อมือของเธออย่างถือวิสาสะ เขาพลิกข้อมือเธอไปมา ตรวจสอบอย่างละเอียดราวกับจะค้นหาความจริง
0"สร้อยสวยดีนะครับ..." เขาพึมพำพลางใช้นิ้วลูบไปบนรอยสักนั้นเบาๆ คล้ายพยายามจะลบมันออกด้วยความหมั่นเขี้ยว
"มันลบไม่ออกหรอกจ้ะ! พี่ไม่ได้ไปสักมาเล่นๆ นะ" หนิงหลงทำหน้าบูดบึ้งใส่คนขี้แกล้ง
"พี่เห็นภาพนิมิตในอนาคตจริงๆ ว่าโลกจะลุกเป็ไฟ มีสัตว์ประหลาดกินคนที่เรียกว่าซอมบี้ และผลึกสีเขียวพวกนั้นก็คือหัวใจสำคัญของเื่ทั้งหมด"
เฟยหลงเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังขึ้นมาทันที "แล้วยังไงต่อครับ? พอเห็นอนาคตเลวร้ายแบบนั้น หนิงหลงก็เลยหาวิธีป้องกันทุกอย่างคนเดียว ทั้งปรับปรุงบ้าน ตุนเสบียง ทำโน่นทำนี่จนยุ่งอยู่พักใหญ่... โดยที่ไม่ยอมบอกผมเลยสักคำ?"
คำพูดของเขาทำให้หนิงหลงก้มหน้าลงอย่างคนทำความผิด "ใช่แล้วจ้ะ..."
"แต่ทำไมไม่บอกผมล่ะครับ? หรือว่า... หนิงหลงไม่ไว้ใจผม?" น้ำเสียงของเฟยหลงเข้มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนถึงความน้อยใจที่ซ่อนอยู่深處
"ไม่ใช่นะ! ไม่ใช่แบบนั้นเลย!" หนิงหลงรีบปฏิเสธพัลวัน
"คุณพ่อกับเฟยหลงเป็ครอบครัวเพียงคนเดียวของพี่ พี่จะไปไม่ไว้ใจได้ยังไงคะ... พี่แค่คิดว่า ถ้าบอกไปตอนที่ทุกอย่างยังปกติ ทุกคนคงหาว่าพี่บ้า พี่เลยกะว่าจะรอให้วันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ ให้ทุกคนเห็นซอมบี้กับตาตัวเองก่อน จะได้ไม่ต้องอธิบายให้ยาก..."
เธอหยุดพักหายใจ ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกินใจมากขึ้น "อีกอย่าง พี่เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว พี่คิดเอาเองว่าพี่จัดการได้...
พี่แค่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน ไม่อยากให้คุณพ่อกับเฟยหลงต้องมากังวลไปกับพี่ พี่... พี่คิดน้อยเกินไปจริงๆ"
หยาดน้ำใสเริ่มคลอที่หน่วยตา "พี่ขอโทษนะเฟยหลง ถ้าพี่บอกเร็วกว่านี้ พยายามอธิบายให้มากกว่านี้ ตอนนี้คุณพ่อก็คงอยู่กับเราที่นี่ ไม่ต้องติดค้างอยู่ที่นั่น... แต่พี่สัญญานะ พี่จะไปรับคุณพ่อกลับมาบ้านเราให้ได้ พี่สาบานจ้ะ!"
ใบหน้าที่เคยสดใสบัดนี้เศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงบทเรียนราคาแพงที่เธอต้องแลกมาด้วยความห่วงใยสมาชิกในครอบครัว เธอสัญญากับตัวเองว่าต่อจากนี้จะไม่ตัดสินใจอะไรเพียงลำพังอีก
"พี่ขอโทษนะ... ยกโทษให้พี่สักครั้งนะจ๊ะเฟยหลง" เธอช้อนสายตามองเขาอย่างอ้อนวอน ท่าทางก้มหน้ายอมรับผิดนั้นดูน่าเอ็นดูจนคนตัวโตกว่าใจอ่อนยวบ
เฟยหลงถอนหายใจยาว ความโกรธเคืองละลายหายไปสิ้น "ครั้งนี้ผมจะยกโทษให้ก็ได้ครับ... แต่อย่าให้มีครั้งต่อไปนะ"
เขามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขารู้ว่าที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพื่อเขา "ผมรู้ว่าหนิงหลงหวังดี... ถึงแม้บางเื่ผมจะไม่้าให้แบกรับคนเดียวก็เถอะ"
"จ้ะ! พี่สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว" หนิงหลงฉีกยิ้มกว้างทันทีที่ได้รับการอภัย (แม้ในใจจะแอบคิดถึงแผนการเก็บผลึกคนเดียวที่เพิ่งพับเก็บไปเมื่อครู่ก็ตาม)
"แล้วก็เื่คุณพ่อ... ต่อไปนี้หนิงหลงจะทำอะไรต้องบอกผมก่อน ห้ามแอบทำอะไรลับหลังเด็ดขาด" เฟยหลงดักคออย่างรู้ทัน
"ถ้าเกิดเื่ขึ้นแล้วหนิงหลงเป็อะไรไปโดยที่ผมไม่รู้... ผมจะทำยังไง?"
"จ้ะๆ พี่ไม่ทำแล้วจ้ะ รู้ทันไปหมดเลยนะเรา" หนิงหลงบ่นอุบอิบ พลางคิดในใจว่าเฟยหลงเวลานี้ดุอย่างกับเสือ ใครจะไปกล้าขัดใจรอบสอง
ความลับในมิติ
เฟยหลงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเหมือนจะอ่านใจ "แล้วสร้อยดวงดาวนี่... นอกจากทำนายอนาคตแล้ว มันทำอะไรได้อีกครับ? เมื่อวานผมเห็นจู่ๆ หนิงหลงก็หยิบถุงมือกับกล่องออกมาจากกลางอากาศ ทั้งที่ไม่ได้ถืออะไรออกมาจากบ้านเลย"
หนิงหลงตาโต "เก่งจังที่สังเกตเห็น... นอกจากเห็นอนาคตแล้ว ในสร้อยนี้ยังมี 'มิติ' ที่กว้างใหญ่ไพศาลมากจ้ะ ในนั้นมีทั้งูเา แม่น้ำที่มีปลาหลากสี มีสวนผลไม้ แล้วก็มีบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่เก็บพวกอาวุธกับตำราฝึกฝนเอาไว้ด้วยนะ เป็ตำราที่แค่อ่านก็จำได้และเก่งขึ้นมาทันทีเลยล่ะ... และที่สำคัญที่สุด ในนั้นมี 'เวก้า' อยู่ด้วยคะ"
"เวก้า?" คิ้วของเฟยหลงขมวดเข้าหากันทันที "เวก้านี่ใครครับ? ผู้ชายหรือผู้หญิง? นี่มีใครแอบเข้ามาใกล้ชิดหนิงหลงโดยที่ผมไม่รู้เหรอ?"
หนิงหลงหลุดขำกับท่าทางหึงหวงไม่เข้าเื่ของชายหนุ่ม "เวก้าเป็สัตว์ต่างโลกจ้ะ หรือจะเรียกว่าสัตว์เทพก็ได้ ตัวสีขาวนุ่มนิ่ม รูปร่างเหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ มีเขาแล้วก็มีปีกด้วยนะจ๊ะ... น่ารักที่สุดในโลกเลย!"
เมื่อเห็นหนิงหลงพูดถึง 'เวก้า' ด้วยแววตาเป็ประกายเยิ้มหยดย้อย เฟยหลงก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาตงิดๆ แม้จะเป็แค่สัตว์เลี้ยง แต่การที่มีสิ่งมีชีวิตอื่นมาแย่งความสนใจจากเขาไปแบบนี้มันก็น่ารำคาญไม่น้อย
"ไม่พามาแนะนำตัวหน่อยละครับ?"
"ตอนนี้ยังออกมาไม่ได้จ้ะ เพราะเวก้าเดินทางมาไกลมากจนพลังงานเกือบหมด แต่พี่หาทางเติมพลังให้เขาได้แล้วนะ"
"คงเป็ผลึกสีเขียวสามก้อนนั้นใช่ไหม?" เฟยหลงถามอย่างรู้ทัน
"ใช่จ้ะ! ถ้ามีผลึกเยอะๆ เวก้าก็จะแข็งแรงพอที่จะออกมาข้างนอกได้"
"แล้วต้องใช้เท่าไหร่ครับ?"
"เดี๋ยวพี่ถามให้จ้ะ พี่สื่อสารทางจิตกับเขาได้" หนิงหลงหลับตาลงชั่วครู่ ‘เวก้าจ๊ะ ้าผลึกอีกเท่าไหร่ถึงจะออกมาข้างนอกได้?’
เสียงเล็กๆ ตอบกลับมาในหัว [้าอีกสิบชิ้นขอรับเ้านาย! ตอนนี้เรามีสามแล้ว ขาดอีกแค่เจ็ดชิ้นขอรับ!]
"เวก้าบอกว่า้าอีกเจ็ดชิ้นจ้ะ" หนิงหลงลืมตาขึ้นบอก
เฟยหลงนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย "เมื่อวานลูกน้องผมรายงานว่าพบผลึกสีเขียวตกอยู่ในพื้นที่โรงงานที่ผมเพิ่งซื้อไว้ติดกับบ้านพักเรานี่เองครับ ผมสั่งให้พวกเขาเฝ้าไว้ห้ามใครแตะต้อง เพราะกลัวว่ามันจะมีอันตราย เดี๋ยวผมจะไปเอามาให้ครับ"
"จริงเหรอ! งั้นพี่เอาอุปกรณ์ไปให้นะ" หนิงหลงสะบัดมือเบาๆ พรึ่บ! ถุงมือเก็บเกี่ยวพิเศษและกล่องนิรภัยสำหรับบรรจุผลึกก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะทันที
"เฟยหลงจะไปตอนนี้เลยไหมจ๊ะ? ไกลหรือเปล่า?" หนิงหลงถามด้วยท่าทางตื่นเต้นจนเนื้อเต้น เธออยากเห็นผลึกพวกนั้นใจจะขาด
"ไม่ไกลครับ แค่โรงงานข้างๆ นี่เอง แต่หนิงหลงรออยู่ที่นี่แหละครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง ข้างนอกมันยังไม่ปลอดภัย" เฟยหลงรีบเบรกทันทีเพราะความเป็ห่วง
"พี่ขอไปด้วยได้ไหมจ๊ะ... นะๆๆ" หนิงหลงเริ่มใช้แผนไม้ตาย เธอขยับเข้าไปใกล้ พลางส่งสายตาปริบๆ ออดอ้อนแบบที่เฟยหลงมักจะแพ้ทางเสมอ
"มันอันตรายครับ..." เฟยหลงพยายามใจแข็ง แม้ใจจะเริ่มสั่นคลอนกับใบหน้าสวยที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ
"ให้พี่ไปเหอะนะ พี่ว่างมากกกก จริงๆ นะจ๊ะ" เธอไม่พูดเปล่า แต่ยังขยับเข้าไปกอดแขนเขาแล้วเขย่าเบาๆ พลางทำหน้าเศร้าเหมือนลูกแมวถูกทิ้ง "นะ... เฟยหลงนะ ให้พี่ไปไถ่โทษเื่ที่พี่ปิดบังเธอไง"
เฟยหลงมองแขนที่ถูกกอดแล้วถอนหายใจยาวอย่างคนยอมจำนน "ก็ได้ครับ... เห็นว่าอยู่ใกล้ๆ หรอกนะ ห้ามดื้อห้ามซนเด็ดขาด"
"เย้! ไปกันเลยจ้าาา!" หนิงหลงะโโลดเต้นด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปเตรียมตัวทิ้งให้เฟยหลงยืนยิ้มส่ายหน้าอยู่คนเดียวในห้องทำงาน
……………………………..