ตอนที่ 11
ภายในห้องนอนเปิดไฟสลัวเพียงดวงเดียว แสงสว่างจากโคมไฟติดเพดานเป็ลูกทรงกลมมีรอยปุ่มยื่นทิ้ง่รอบวงสีเหลืองนวลของมันส่องกระทบใบหน้าเ้าของห้อง เห็นองค์ประกอบในหน้าทั้งรูปปากและจมูกเพียงเสี้ยว ส่วนเปลือกตานั้นปิดลงอยู่ในอุ้งมือใหญ่
ข้อศอกที่ยันอยู่บนโต๊ะทำงาน แทบจะพับอ่อนมันเป็ครั้งแรกในชีวิตก็ย่อมได้ ที่หัวใจตนรู้สึกเสียดวาบคล้ายได้ยินเสียงเสียดสีของภาชนะโลหะ
กงจักรนั่งนิ่งหายใจบางเบา ดวงตาหม่นเศร้าเมื่อลืมขึ้น น้ำตาที่เกือบจะไหลเมื่อครู่ถูกกลืนเก็บเข้าไว้ส่วนลึก แล้วถามตนเองว่าทำไมต้องมาเสียใจกับแค่...ผู้หญิงคนหนึ่ง
เขาหยิบสมุดวาดเขียนที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดท่ามกลางเงาสลัวราง ภาพดวงตาคู่นั้นทอประกายแสงอ่อนมือของเขาสั่นขึ้นเล็กน้อยและเผลอกดขอบสมุดเล่มบางจนยับแล้วภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ลอยเด่นขึ้น ท่ามกลางดวงตาคู่นั้น
ร่างของชมพูรักอยู่ในอ้อมแขนคุณกำธรแล้วประโยคที่เขาตวาดใส่หล่อนก็ผุดขึ้น ‘ออกไป...เธอออกไปจากที่นี่ซะ ใครใช้ให้เธอมาอยู่ที่ตรงนี้’
มือข้างหนึ่งฉีกกระดาษแผ่นนั้นเสียงดังแควกเขาหายใจถี่กระชั้น และฉีกแผ่นกระดาษครึ่งหนึ่งในมือจนเป็เศษเล็กเศษน้อยร่วงลงพื้นหินแกรนิตในห้อง ส่วนหน้ากระดาษที่ติดคาอยู่ที่เล่มเขาก็ขยำมันทั้งๆอย่างนั้น จนภาพวาดดวงตานั้นย่นยับ และมีรอยแหว่งเป็่
เขาเกลียดหล่อน...เขาเกลียดคุณตาและเขาหมายมาดในใจ ว่าจะทำทุกวิถีทางให้คนทั้งคู่เ็ปอย่างสาสม
เธอจะไม่มีวันมีความสุข ผู้หญิงอย่างเธอ มันก็หิวเงินหิวราคะ จนหน้ามืด
เขาคิดว่าความเ็ปที่เกิดขึ้นเขา้าจะปกป้องความรู้สึกของคุณนงพะงา หากแท้จริงนั้นสิ่งที่เขาอ้างถึงทางความคิด เขาทำเพื่อแก้ปมความเ็ปของตนเอง
กงจักรนอนไม่หลับความกระวนกระวายใจยังติดอยู่ปลายความคิด ชายหนุ่มจึงเดินออกมานอกตัวบ้านหวังจะใช้ต้นไม้ใบหญ้า ผลัดเอาความรู้สึกไม่ดีทิ้ง แล้วก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมถึงเดินมายังบ้านหลังใหญ่
น่าแปลกที่รถของคุณกำธรไม่อยู่ทั้งที่ความจริงเพิ่งจะได้เมียใหม่มา น่าจะอยู่กกกอดเสียให้พอใจ เขานึกเช่นนั้นแต่บางทีคุณตาอาจจะพาแม่นั่นไปปลอบประโลมกันที่์ตามโรงแรมก็เป็ได้
ยิ่งคิดก็ยิ่งว้าวุ่นใจแล้วร่างสูงก็เดินเข้าไปในตัวบ้าน เดินผ่านโถงกลางหันรีหันขวางเพียงครู่นึกอยากรู้นักว่า ‘เมียใหม่’ ของคุณตาอยู่ที่ห้องไหนกันแน่
แล้วคนป้อนข้อมูลก็เดินออกมาจากหลังบ้านพอดี“ยังไม่นอนเหรอคะคุณจักร”
เสียงป้าแจ่มนำมาก่อนตัวเธอพาร่างท้วมเข้ามายืนใกล้หลานผู้เป็นาย นึกห่วงความรู้สึกชายหนุ่มไม่น้อยแต่คงนึกคันปากมากกว่า “คงไม่ได้มาดูเมียคุณท่านหรอกใช่ไหมเพราะั้แ่หัวค่ำผู้หญิงคนนั้นก็เอาแต่ร้องไห้ แล้วก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องคุณท่านเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ขาน...แต่ป่านนี้คงอาจจะหัวเราะร่าแล้วก็ได้”
กงจักรทำหน้านิ่ว“หมายความว่ายังไง”
“แหมคุณจักรคะ ผู้หญิงสมัยนี้เหลี่ยมจัดจะตายไป ป้าเคยดูในละครทีวีเห็นพวกเมียน้อยมันก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้นล่ะ ต่อหน้าสามี ต่อหน้าคนอื่นมันก็ทำเป็บีบน้ำตา ผู้หญิงคนนี้ก็คงเป็เหมือนเมียน้อยในละครนั่นล่ะ” ป้าแจ่มสรุปความคิดตนเองผสมโรงกับละครทีวีที่เคยดู
กงจักรหน้าบึ้งฉับพลันน้ำเสียงที่เอ่ยทุ้มต่ำ “ถ้าคิดจะเป็เมียน้อยมันก็ต้องได้บทเรียน”
เขายืนฟังป้าแจ่มรายงานเื่คุณกำธรเพิ่มเติมและสอบถามถึงคุณนงพะงา ใจความว่าคุณยายของเขาก็เก็บตัวจับเจ่าอยู่ในห้องเช่นกันและสั่งกำชับว่าอยากอยู่คนเดียว
พอฟังถึงความทุกข์ใจในตัวคุณยายเขากลับนึกเปลี่ยนใจ หันหลังเดินกลับบ้านของตน ไม่นึกจะไปต่อปากต่อคำใดอีก...ปล่อยให้คน ‘ปากเปิด’ ยืนค้างเสียอารมณ์
.................................