“นี่พี่รู้ไหม นิยายวายเองก็มีฉากเซอวิสเยอะนะ “
“เห แบบที่นิยายของพี่ฉากถ่ายทอดลมปราณชายหญิงจำเป็ต้องแก้ผ้าแต่กับชายชายไม่ต้องสินะ”
“ใช่แล้ว ของหนูนะมีเยอะกว่าพี่มากเชียวละอย่างเช่น ...เวลาถ่ายทอดลมปราณต้องจูบ”
“ห๊ะ จูบเนี่ยนะ! ถ้าเกิดคนจูบหน้าตาไม่ดีแย่เลย”
“จะไปมีผู้ชายหน้าตาธรรมดาจูบกันในนิยายวายได้ไงเล่า ..”
“นั่นสิน๊า ก็เป็เซอวิสนี่”
ไม่รู้ทำไมผมถึงได้ฝันถึงน้องสาวแต่เมื่อลืมตาขึ้นมาผมก็เข้าใจแล้วทำไมถึงฝันเช่นนั้น วินาทีที่ลืมตาตื่นผมเห็นเทพธิดาคนงามอยู่แนบชิด ใบหน้าขาวนวลหมดจด เธอผู้นั้นหลุบตาลงพาให้แพขนตางอนงามทาบทับใบหน้า เส้นผมสีดำขลับยาวพลิ้วตกลงมาที่ตัวผมบางส่วนไม่ว่าจะมองตรงไหนก็ทั้งสวยทั้งน่ารักราวกับเทพธิดาคนงาม
“อือ..” ผมครางในลำคอยามที่ััได้ถึงอะไรอบอุ่นผ่านเข้ามา ริมฝีปากนุ่มแนบชิดมือของเธอเชยคางพาให้ริมฝีปากของพวกเราแแ่บางสิ่งไหลผ่านเข้ามามันทั้งอ่อนโยนและอบอุ่นจนพาให้ร่างกายสบาย
ผมชะงักเมื่อคิดได้ว่าพวกเรากำลังจูบกันอยู่...
“อ๊ะ ...” กำลังของผมกลับมาแล้วผมจึงผลักเธอออก ร่างกายร่วงหล่นบนฟูกนอนอีกครั้งหนึ่งหัวของผมวิ้งเสียจนต้องกุมเอาไว้
“ใจเย็นก่อนข้ามิได้ทำร้ายเ้าเพียงแต่กำลังถ่ายลมปราณให้ ...เ้าฝึกวิชาจนลมปราณแตกซ่าน” เทพธิดาผู้นั้นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอออกจะทุ้มแม้จะเป็เสียงที่อ่อนโยนเสียจนราวกับสายน้ำก็ตาม
หืม...เสียงทุ้ม
“นายเป็ใคร ? ” ผมขมวดคิ้วมองชายเบื้องหน้าให้เต็มตา เขามีใบหน้าหมดจดทั้งองศาคิ้วและรูปหน้างดงามยิ่งกว่าอิสตรี ริมฝีปากหวานฉ่ำแดงระรื่น รูปร่างสูงโปร่งทาบทับด้วยอาภรณ์โบราณสีขาวบริสุทธิ์ส่งเสริมให้ดูสูงส่งชวนมอง เส้นผมดำขลับเหยียดยาวถึงสะโพกถูกรวบไว้ด้วยควาน
นี่มันเป็การแต่งกายในสมัยก่อน...
“นาย ? “บุรุษผู้นั้นหยุดไปชั่วครู่ั์ตาคู่สวยราวหงส์หรี่ลง “หวังฮ่าวเซวียนเ้าฝึกวิชาจนลืมเลือนไปแล้วหรือ ...ข้าคือซ่งจี้หยางศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับเ้า”
ผงเงยขึ้นมองซ่งจี้หยางตัวเอกของนิยายวายเื่ ‘ยามจันทร์คล้อยเ้าแย้มยิ้ม’ ในนิยายนั้นพรรณนาถึงเขาไว้ว่าเป็บุรุษรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้างดงามเยี่ยงอิสตรีเส้นผมสีดำขลับราวปีกอีกา รอบกายมีกลิ่นหอมเย็นราวกับดอกกุ้ยฮวา ดอกไม้ที่ดูงดงามสูงส่งราวกับตัวตนของเขา ในยามที่พบกันต่อหน้าคำพรรณนานั้นมิได้เกินจริงไปแม้แต่น้อย
ผมลูบหน้าอกของตัวเองมองดูเส้นผมที่ร่วงหล่นบนฟูกนอนเช่นนั้นแล้วผมคงเป็ หวังฮ่าวเซวียน...หนึ่งใน 3 ตัวร้ายของเื่ ผมมองไปรอบๆ ที่ที่ตัวร้ายผู้นี้อยู่คือหอนิลกาฬมันคือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่เก็บม้วนคัมภีร์ของสำนักเอาไว้เป็ของผู้หุบเขาแห่งความตายแห่งนี้
หวังฮ่าวเซวียนนั้นเป็ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับซ่งจี้หยางเขาเป็เด็กกำพร้าที่ไต่เต้าขึ้นมาจนได้กลายเป็ 1 ใน 4 เ้าผู้ครองหุบเขาของสำนัก ทว่าเขามักใหญ่ใฝ่สูงเรียนวิชานอกรีตจนลมปราณตีกลับใน่ที่กำลังเป็ตายถูกซ่งจี้หยางช่วยถ่ายทอดลมปราณให้จนรอดชีวิตและพลังกล้าแกร่งขึ้น ความจริงหวังฮ่าวเซวียนควรจะซาบซึ้งใจในตัวซ่งจี้หยางกลับกันเขามีสันดานชั่วช้านอกจากจะไม่ตอบแทนบุญคุณกลับคิดลอบทำร้ายซ่งจี้หยางตอนฝึกวิชาจนอีกฝ่ายเกือบตาย ส่วนตัวเขาถูกเพื่อนสนิทของซ่งจี้หยางฆ่าตาย
ผมลูบหน้าอกตัวเองอีกครั้งหวังฮ่าวเซวียนนั้นถูกกระบี่แทงที่หน้าอกจนตายในดาบเดียว
“เ้าเป็อะไรหรือไม่ ...เ้ายังไม่หายดี” ซ่งจี้หยางถามผมอีกครั้งร่างสูงนั้นโน้มตัวลงมาเชยคางผมก่อนจะแนบริมฝีปากนุ่มลงมาอีกครั้งเป่าลมปราณอบอุ่นให้อีกครั้งหนึ่ง
“...” ผมตัวแข็งค้างแม้แต่มือก็ทำท่าประหลาดไว้กลางอากาศ
นี่ผมกำลังโดนผู้ชายจูบเป็ครั้งที่สอง...
“ข้า...” ในเมื่อรับรู้แล้วว่าที่แห่งนี้คือในนิยายวายเื่นั้น ยุคสมัยที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเซียนและภูติผีปีศาจผมจำเป็เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามปรับบทพูดให้เข้ากับยุคนี้แต่เมื่อเอ่ยไปก็ไม่รู้จะกล่าวอะไร
จะบอกเขาว่านายช่วยถ่ายทอดลมปราณอย่างอื่นนอกจากการจูบได้ไหม...ว่าแต่ในนิยายวายนี่มีวิธีถ่ายทอดแบบอื่นไหมนะ
“วางใจเถิดพวกเราเป็ศิษย์ร่วมสำนักกันข้าจะดูแลเ้าเอง” ซ่งจี้หยางสมกับเป็เคะพิมพ์นิยมจิตใจสูงส่งโอบอ้อมอารีย์เหลือเกิน
ทว่าเขาเป็คนที่ทำให้หวังฮ่าวเซวียนตายผมไม่ควรอยู่ใกล้เขานัก...
“ไม่ต้องลำบากเ้า เรียกผู้อื่นมาดูแลข้าเถิด” ผมหันไปมองนอกจากซ่งจี้หยางก็ไม่มีผู้ใดในหอนี้อีก จริงสิหวังฮ่าวเซวียนไม่รับศิษย์...
“หวังฮ่าวเซวียนสมัยก่อนพวกเราสนิทสนมกันทว่าเมื่อได้หุบเขาเ้ากลับห่างเหิน เ้าบอกข้าทีว่าข้าทำสิ่งใดผิดต่อเ้าหรือไม่ ? ” ั์ตาคู่สวยราวกับอัญมณีเลอค่านั้นหลุบลง ใบหน้างดงามโศกตรมเขาสวยจนทำให้ผมเกือบหวั่นไหว
ผมจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า ไม่ใช่หวังฮ่าวเซวียนในนิยายเสียหน่อย...
‘เพิ่มภารกิจ สนับสนุนการเติบโตของตัวเอก’
เสียงติ้งดังขึ้นมาในหัวพร้อมกับเสียงโมโนโทนเหมือนตอนเล่นเกม ...เดี๋ยวนะไอ้ภารกิจนี่คืออะไร!
“หวังฮ่าวเซวียน ? ” ซ่งจี้หยางเห็นผมนิ่งไปเขาเอ่ยถามขึ้นมาอีกรอบ ใบหน้างดงามโน้มตัวลงมาชิดใกล้แล้วจูบที่สามก็เกิดขึ้นอีกจนได้
อย่าเอะอะก็ถ่ายทอดปราณได้ไหม!
แม้จูบของซ่งจี้หยางจะทำให้ผมดีขึ้นจนมีเืฝาดทว่าผมก็ไม่ได้อยากให้ผู้ชายทั้งแท่งมาจูบผมบ่อยๆ หากเป็สาวงามก็ว่าไปอย่าง
“ต่อไปนี้เ้าอย่ามาหาข้าอีกเลย”
เพื่อชีวิตน้อยๆ ของผมนายอย่ามายุ่งกับผมเลย
‘เริ่มเควส เป็เพื่อนกับตัวเอก’
เสียงติ้งดังขึ้นในหัวผมอีกครั้งผมขยับกรามไปมาร่างกายอ่อนเพลียสุดแสนเถียงในใจอย่างดื้อรั้น
ไม่มีวัน ! นายจะฆ่าฉันอีกรอบใช่ไหม!
‘หากท่านไม่ทำเควส ท่านจะจบชีวิตลงเดี๋ยวนี้ ทางเราจะเก็บกู้ดาต้าที่เข้ากับบทนี้เพื่อมาทำหน้าที่แทน ‘
โอ๊ย...เป็ระบบที่ใจร้ายชะมัด!
“ซ่งจี้หยางได้โปรดเป็พะ...” คำว่าเพื่อนหยุดเอาไว้ที่ปลายลิ้นผมขมวดคิ้วรู้สึกหากเอ่ยขอซ่งจี้หยางเป็เพื่อนไปจะต้องคิดว่าผมถูกธาตุไฟเข้าแทรกแล้วระดมจูบจนปากผมเปื่อยเป็แน่ หวังฮ่าวเซวียนนั้นเกลียดอีกฝ่ายเข้ากระดูกดำไม่มีทางเอ่ยเป็เพื่อนได้แน่ ผมจึงเปลี่ยนคำพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสราวกับตัวร้าย “ในเมื่อเ้าอยากทำดีนักเช่นนั้นก็ดูแลข้าจนกว่าจะหายแล้วกัน แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าข้าไม่ซาบซึ้งน้ำใจใดใดของเ้า”
“ย่อมได้ “น้ำเสียงนุ่มนวลดังขึ้นซ่งจี้หยางสมกับเป็นายเอกประเภทดาวพระศุกร์นิยายประโลมโลกเขาเป็คนดีโลกสวยเหลือเกินมีคนบอกว่าจะไม่ซาบซึ้งน้ำใจที่ช่วยเหลือก็ยังจะช่วยเหลือเขาอีก เขาคลี่ยิ้มบางเบาก่อนที่จูบจากคนงามจะแนบลงอีกครั้ง คราวนี้มันเป็จูบที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำตัวของผมเย็นสบายขึ้นนี่คือปราณของซ่งจี้หยางตัวเอกที่ฝึกฝนวิชาเกล็ดน้ำแข็ง
เพียงแต่จูบคราวนี้ของเขามันช่วยผมได้มาก ...ในตอนนี้ผมฝึกวิชานอกรีตจนลมปราณตีกลับวิชาที่หวังฮ่าวเซวียนฝึกนั้นส่วนมากเป็ธาตุไฟพอถูกความเย็นช่วยประโลมทำให้ร่างกายของเขาเริ่มสมดุล
จริงๆ แล้วพวกเขามีธาตุที่ตรงข้ามเป็ศัตรูแต่หากนำมาช่วยเหลือกลับเกื้อกูลได้อย่างดี
“เ้าหิวหรือยัง ข้าทำข้าวต้มเอาไว้ให้” มือที่ขาวราวหยกชั้นดีประคองถ้วยข้าวต้มเขาดีขนาดนี้ทำผมนึกสงสัยในตัวหวังฮ่าวเซวียนในนิยาย เหตุใดนายจึงได้เกลียดชังคนผู้นี้และเหตุใดซ่งจี้หยางยังคอยนึกถึงหวังฮ่าวเซวียนทั้งที่ตายไปแล้ว ระหว่างพวกเขามีเื่อันใดเกิดขึ้นกันแน่
ผมนวดขมับตัวเองร่างกายอ่อนแอเป็อย่างมากกินข้าวต้มพอเห็นคนงามโน้มตัวมาได้แต่ยกมือห้าม ใช้ั์ตาแข็งกร้าวของตัวเองตอบเขากลับไป
ไม่ ...วันนี้ผมถูกนายจูบไปเยอะแล้วสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างผมขอเวลาทำใจบ้างเถอะ
ซ่งจี้หยางดูแลผมดีมากเขาไม่เพียงแต่ถ่ายทอดลมปราณให้อย่างสม่ำเสมอ ข้าวปลาอาหารเขาก็เป็คนทำพูดก็พูดเถอะข้าวต้มที่เขาทำมันอร่อยกว่าอาหารโรงพยาบาลสิบเท่า จะมองก็เพลินตายิ่งเขาเข้าใกล้กลิ่นหอมของดอกไม้ก็อบอวนไปทั่วราวกับเป็น้ำหอมธรรมชาติ กลิ่นกายกรุ่นโดยไม่ต้องประทินโฉมนี่น่าอิจฉาชะมัด ผมนอนเป็ปลาทูตากแห้งได้สามวันจึงมีแรงขยับเขยื้อนสิ่งแรกที่ทำคือไปอาบน้ำ
เมื่อก่อนผมอาบน้ำทุกวันแต่นับั้แ่มาโลกนี้แม้แต่น้ำผมยังไมได้แตะ หวังฮ่าวเซวียนไม่ได้มีกลิ่นกายหอมกรุ่นแบบซ่งจี้หยางนะ ...
ผมบิดตัวร่างกายของหวังฮ่าวเซวียนนั้นเป็ผู้ฝึกตนหากไม่ได้ถูกปราณตีกลับเพราะความโลภเขาคงเป็ยอดคนมันดีกว่าร่างกายเก่าของผมมาก สามารถเดินไปทะเลสาบใกล้เคียงได้โดยไม่เหนื่อย ผมก้มมองดูเงาที่สะท้อนบนผิวน้ำหวังฮ่าวเซวียนนั้นเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีหน้าตาของเขาดูอ่อนเยาว์กว่าคนรุ่นเดียวกัน เขามีใบหน้ารูปไข่เพราะ่นี้อ่อนแอกินอะไรไม่ค่อยลงทำให้แก้มซูบไปนิดแต่ยังปรากฏใบหน้าน่ามอง ดวงตากลมส่องประกายราวกับดวงดาว ผมวัดความสูงของหวังฮ่าวเซวียนดูเหมือนจะเตี้ยกว่าซ่งจี้หยางอยู่มาก
หากซ่งจี้หยางคือชายหนุ่มผู้งดงามราวกับมวลบุปฝาหวังฮ่าวเซวียนก็เป็เด็กหนุ่มที่น่าเอ็นดูไม่น้อย เป็ลักษณะที่ถ้าได้เป็พระเอกในนิยายต้องเป็พวกที่พี่สาวโอ๋ ผมชักอยากเดินทางตกพวกพี่สาวมาแล้วสิรู้ไหมภรรยาที่เป็ไทป์พี่สาวนั้นก็เร้าใจไม่หยอก
ผมถอดเสื้อผ้าดึงรั้งที่ผูกผมปล่อยให้เส้นผมสีดำขลับยาวถึงสะโพกร่วงหล่นคนสมัยนี้ไว้ผมยาวเกะกะเหลือเกิน ขาแช่ลงในน้ำพลันความรู้สึกผ่อนคลายแผ่ไปทั่วตัวรู้สึกดีเหลือเกินแต่มันจะดีกว่านี้ถ้ามีแชมพูกับสบู่น่าเสียดายตามที่น้องสาวเล่าให้ฟังในยุคสมัยนี้ยังไม่มีการประดิษฐ์ จะมีก็แต่การอาบน้ำพร้อมกับกลีบกุหลาบราวกับคนในวังแต่เื่เช่นนั้นยุ่งยากเกินไป
ใครกำลังมา ? ร่างกายของหวังฮ่าวเซวียนในนิยายนี้ดีเหลือเกินเขาสามารถได้ยินเสียงฝีเท้า ผมหันกลับไปพบเข้ากับบุรุษในชุดสีดำขลับั้แ่หัวจรดปลายเท้า ใบหน้าคมคายหล่อเหลารูปร่างสูงใหญ่แผ่นกลิ่นอายเงียบสงบยามที่ซ่งจี้หยางขยับเข้ามาใกล้ราวกับขาวดำในพริบตานั้นหัวสมองผมมีชื่อหนึ่งขึ้นมา
“ที่ว่าเ้านั้นกำลังอ่อนแอท่าจะจริง” ชายผู้มองอีกฝ่ายสายตานั้นพาให้ผมจำเป็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของหวังฮ่าวเซวียนเอาไว้ อย่างไรเขาก็เป็ผู้ครองหุบเขาเป็ตัวร้ายที่เก่งกาจทัดเทียม ขาก้าวขึ้นจากน้ำหยิบเอาเสื้อตัวในขึ้นสวมปกปิดไว้เพียงของสงวนสะบัดปลายผมยาวไว้ด้านหลังคลี่ยิ้มร้ายกาจ
“ถึงข้าจะอ่อนแอลงทว่าเ้าก็มิอาจเอาชนะข้าได้แน่นอน หลี่ป๋อเหวิน”
ใช่แล้วเขาคือชายที่จะแทงผมจนตายในอนาคต
“เ้ายังปากดีไม่เคยเปลี่ยน” เขาเงยหน้าใช้ความสูงพอกับซ่งจี้หยางกดดันจนผมรู้สึกอยากวิ่งไปดื่มนมเดี๋ยวนี้ หวังฮ่าวเซวียนเป็เด็กกำพร้ามาก่อนอดมื้อกินมื้อจนถูกเ้าสำนักเก็บมาเลี้ยงเขาพลาด่เวลาเติบโตที่ดีไปแล้ว
“เขาเพิ่งหายไข้อย่าทำอะไรหักโหม” คนที่ห้ามปรามก็ยังคงเป็เทพธิดาที่แสนงามอย่างซ่งจี้หยางเขาเข้ามาขวางผมกับหลี่ป๋อเหวิน มือเรียวดั่งเทียนไขเก็บเสื้อผ้าหยิบขึ้นมาสวมใส่ให้ด้วยท่วงท่าราวกับนางฟ้า
“หากหายดีแล้วจงไปพบเ้าสำนักด้วย พวกเราได้เวลาเปิดรับศิษย์แล้ว” หลี่ป๋อเหวินมองซ่งจี้หยางสลับกับผมท่าทางเขาจะหึงหวงนางฟ้าตรงหน้า “แต่เ้าคงไม่สนใจ”
ใช่แล้วหวังอ่าวเซวียนไม่เคยรับศิษย์ ทว่าผมจะรับ...ตอนที่เจ็บป่วยแล้วอยู่ตัวคนเดียวเช่นนี้ลำบากเหลือเกินหากมีศิษย์ผมก็จะเรียกใช้ได้ไม่ต้องถูกซ่งจี้หยางจูบเอาๆ แบบนี้
“ปีนี้ข้าจะรับ”
การรับศิษย์ของ 4 ขุนเขาของสำนักนั้นจัดขึ้นทุกๆ 5 ปีพวกเขาจะรับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปมาเพื่อฝึกเป็เซียนแน่นอนว่าผมและซ่งจี้หยางเป็เ้าหุบเขาที่อายุน้อยที่สุด ซ่งจี้หยางเกิดจากความสามารถของตนเองส่วนหวังฮ่าวเซวียนเกิดจากวิชานอกรีตสูบไอมารเพื่อฝึกตน
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เ้าไปหาเ้าสำนักด้วย” บุรุษผู้ทรงอาภรณ์ดำสะบัดชายผ้าหันหลังกลับผมบอกได้เลยว่าเขาเหมาะกับการเป็โมเดลลิ่งเอามากๆ ั์ตาคมคู่นั้นหันกลับมาที่ผมและซ่งจี้หยาง “จี้หยางกลับกันได้แล้ว”
“หวังฮ่าวเซวียนยังไม่หายดีข้าจะอยู่ดูแลเขาต่ออีกหน่อย” ซ่งจี้หยางสมกับเป็นายเอกนิยายพิมพ์นิยมเหลือเกินเขาเหมือนกับนางฟ้าแม้อีกฝ่ายจะไม่ดีต่อเขาก็ยังคงปฏิบัติด้วยดี
แต่วันนี้นายจะไม่จูบผมแล้วใช่ไหม ...
“ตามใจเ้า” หลี่ป๋อเหวินนั้นมองดูพวกเราอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันจากไป ผมมองตามแผ่นหลังแกร่งนั้นเขาคือคนที่ผมเชียร์ให้เป็พระเอกเื่ เขานี่ละเหมาะสมที่สุดแล้วอยู่เคียงข้างซ่งจี้หยางมาั้แ่ยังเยาว์แถมยังห่วงอีกฝ่ายยิ่งกว่าอะไร เพียงแต่พอคิดว่าคนแบบนี้จะต้องฆ่าผมแล้วก็ทำให้ใจของผมสาปแช่งเขา ...
ขอให้นายไม่ได้เป็พระเอกเื่นี้!
“เ้ายืนไหวหรือไม่ ? ” แขนบอบบางคู่นั้นยื่นมาประคองผม เพราะผู้ฝึกตนนั้นมีพลังกำลังไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดาทำไม้แม้จะเห็นบอบบางปานต้นหลิวแต่ก็ยกตัวผมขึ้นได้
ช่างเป็ตัวเอกที่เอะอะก็ทำอะไรโดยไม่ถามความสมัครใจสักนิด...นายเพิ่งถามว่ายืนไหวไหมก็ยื่นมือขึ้นแบกขึ้นไหล่เสียแล้ว ผมถูกอีกฝ่ายแบกขึ้นหลังเดินกลับไปที่หอในสมองเขากำลังครุ่นคิดเื่ยิ่งใหญ่ มันเป็เื่ที่ขึ้นกับความเป็ความตาย
จะเป็เพื่อนกับซ่งจี้หยางได้อย่างไร ? ตอนนี้ความสัมพันธ์ของผมกับอีกฝ่ายอยู่ระหว่างก้ำกึ่งเนื่องจากซ่งจี้หยางเป็นายเอกคนดีโลกสวยทำให้เขายื่นมือช่วยทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่หากอาการของเขาทุเลาแล้วซ่งจี้หยางย่อมต้องจากไป...ว่าแต่ระบบ้าให้เป็เพื่อนกันแบบใดกัน ?
‘สามารถไปมาหาสู่กันได้ เพื่อประโยชน์ต่อบทเพื่อการเติบโตของตัวเอก’
ตัวเอกของนิยายเื่นี้คือซ่งจี้หยางนั่นหมายความว่าไม่ว่ายังไงระบบก็จะให้ผมเป็งูพิษคอยทำลายซ่งจี้หยางเพื่อให้เขาแข็งแกร่งขึ้น เป็ดั่งตัวร้ายที่ให้ตัวเองเหยียบย่ำและก้าวต่อไป
แบบนี้ความตายของผมก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้วสิ
“ซ่งจี้หยาง” ผมขมวดคิ้วนึกถึงนิสัยของหวังฮ่าวเซวียนคนผู้นั้นคงไม่ขอบคุณผู้ใดง่ายๆ “อาการป่วยของข้ามิอาจหายได้โดยง่ายต่อไปนี้อาจต้องพึ่งพาปราณของเ้า ต่อไปนี้เ้าสามารถเข้าออกที่นี่ได้อย่างอิสระ”
“เ้า...” ซ่งจี้หยางวางผมลงบนเตียงใบหน้างดงามราวเทพธิดาคลี่ยิ้มผมนึกถึงชื่อนิยายขึ้นมาแทบในทันที ยามเขายกยิ้มนั้นงดงามยิ่งกว่าจันทร์กระจ่ายที่ลอยนวลอยู่บนฟากฟ้าเสียอีก “พวกเราจะกลับไปเป็ดังเดิมได้หรือไม่ ? ”
อะไรคือดังเดิม หวังฮ่าวเซวียนเคยสนิทสนมกับซ่งจี้หยางหรือ ?
“ข้าแค่อยากได้คนที่จะรักษาอาหารของข้าเท่านั้น แน่นอนว่าหุบเขาของเ้าเองก็ต้องให้ข้าเข้าออกอย่างอิสระด้วย”
“ห้องของข้ายังรอเ้าอยู่เสมอหวังฮ่าวเซวียน” ยามตัวเอกยกยิ้มนั้นพาให้มวลดอกไม้ละอาย สวยงามจนตาพร่ามันเป็เช่นนี้นี่เอง
เชิญชวนชายชาตรีเข้าห้องนายไม่กลัวถูกปล้ำเลยหรือไงนายเป็เคะของนิยายเื่นี้นะ!
“ต่อไปนี้เ้าไม่ต้องมาแล้ว ข้าสามารถเดินเหินได้แล้วไม่ต้องรบกวนเ้าอีกต่อไป” ผมมองดวงตาหงส์คู่นั้นมันหม่นหมองลงพาให้เกือบจะกลืนน้ำลายตัวเองได้แต่ท่องไว้ในใจ
สวยแค่ไหนก็ตัวผู้โว้ย ตัวผู้! ตั้งสติหน่อยยังมีโลลิน่ารักรอนายอยู่อีกมากมาย
“เอาเถิด ..” ซ่งจี้หยางมองดูผมชั่วครู่เขาระบายลมหายใจออกมา “อย่างน้อยขอให้คืนนี้ข้าดูแลเ้าเป็ครั้งสุดท้ายเถิด”
เขาจะนอนที่นี่ ? ผมกระแอมไอพยายามคีพลุคเอาไว้อย่างสุดความสามารถ โอ้ว นายอย่าทำแบบนี้สิถ้าพ่อชุดดำนั่นรู้เข้าผมไม่ถูกเขาผ่าแยกร่างเป็สองส่วนหรือไร เป็นายเอกหัดสำรวมบ้างอย่ามาอ่อยเรี่ยราดแบบนี้
ผมที่มีประสบการณ์อ่านนิยายวายร่วมกับน้องสาวมาถึง 10 เล่ม 8 ใน 10 เล่มนั้นส่วนมากเมะเป็ประเภทเอะอะปล้ำ เอะอะหื่น การที่นายเอกอย่างเื่มาให้ท่าขอนอนด้วยถ้าเป็ชายอื่นนายโดนปล้ำไปแล้วนะรู้ตัวไหม
“ได้สิ ..งั้นก็ขึ้นมา” ผมเปิดผ้าห่มชักชวนนายเอกของเื่ขึ้นมานี่โชคดีแค่ไหนที่เป็ผมไม่มีทางปล้ำนายอย่างแน่นอน
“...” ซ่งจี้หยางมองพื้นที่ว่างด้วยั์ตาดุจหงส์ เขาส่ายหน้าก่อนหันมาแย้มยิ้มมันเป็รอยยิ้มที่งดงามจับใจ ร่างสูงโปร่งขึ้นไปบนตั่งบดเบียดกับผม เนื้อตัวของเขาเย็นสบายมาก ...สบายจนในคืนนั้นผมเผลอขยับเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
*******************************
เป็คราแรกในรอบ 6 ปีที่เขายินยอมขยับเข้าใกล้ข้า ซ่งจี้หยางได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหวังฮ่าวเซวียนได้แต่ปิดปากเพราะรอยยิ้มนั้นไม่อาจหุบลงได้
ไม่เคยนึกว่าจะมีโอกาสเช่นนี้ข้ากับเขาเหินห่างมาถึง 6 ปี ั์ตาหลุบลงนึกถึงในยามเยาว์ข้าเดินทางกับอาจารย์พบพานกับเด็กน้อยที่ที่น่าสงสารผู้หนึ่ง ท่ามกลางกองซากศพมีเพียงั์ตาสีทับทิมนี้ที่ส่องประกายราวกับอัญมณีเจิดจ้า
‘เป็แก้วมณีที่ควรค่าแก่การลับคม’
ท่านอาจารย์กล่าวเช่นนั้นโอบอุ้มเด็กไร้หัวนอนผู้หนึ่งมาเลี้ยงดูในยามนั้นพวกเรายังจับจูงมือกันหัวเราะพากันแอบอ่านหนังสือต้องห้ามทว่านับั้แ่ได้หุบเขานี้เ้าก็แปรเปลี่ยนไป เหินห่างข้าราวกับคนไม่รู้จักกัน
“ใบหน้าตอนนอนก็ยังคงเดิม” มือเกลี่ยยังไรผมมองดูใบหน้ายามหลับเพียงแต่ข้าคิดว่าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นิสัยของหวังฮ่าวเซวียนหาใช่เช่นนี้ ...ไม่ได้บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้ เพราะถูกลมปราณตีกลับหรือ อาการาเ็มีผลทำให้ลักษณะนิสัยเปลี่ยนไป ?
ข้ายังต้องคอยดูอีกต่อไปสักเล็กน้อย...
“อือ ...เย็น” มือข้างนั้นยื่นมากอดรัดเอาไว้จนอึดอัดััของเขาพาให้ข้าคลี่ยิ้ม ราวกับคืนวันเก่าที่ย้อนกลับมาชิดใกล้ วิชาที่ข้าฝึกนั้นทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิเยือกเย็นดั่งจันทร์ส่วนเขาเร่าร้อนดั่งไฟในยามที่กกกอดเอาไว้อุณหภูมิของพวกเราสองคนจึงได้สมดุล
ราวกับพรหมลิขิตเลยมิใช่หรือ ?