บทที่ 29 ข้ากำลังทำสปาปราณิญญาอยู่น่ะ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เยี่ยหลิงหลงและเสวียนอิ่งอยู่ในหอตำราเป็เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็ม
ในเดือนนี้ นางอดหลับอดนอนทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝึกฝนอย่างไม่หยุดหย่อน ใช้วิธีคำนวณนับไม่ถ้วนเพื่อวิเคราะห์ขั้นตอนของข้อจำกัดยุ่งยากนี้
จนถึงวันนี้ นางถือยันต์หลายแผ่นเดินไปที่บันได ติดไว้ที่จุดสำคัญทุกจุด หลังจากติดเสร็จแล้ว ข้อจำกัดทั้งหมดก็ส่องแสงสีทองออกมา อักขระ้าก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ตอนนี้ เยี่ยหลิงหลงหยิบเสวียนอิ่งขึ้นมายืนอยู่ตรงกลางของข้อจำกัด ยืมพลังของมัน ใช้ปลายกระบี่วาดอักขระที่ซับซ้อนตรงกลางของข้อจำกัด
ขณะที่วาด พลังของข้อจำกัดก็ต่อต้านพวกเขาอย่างต่อเนื่อง เยี่ยหลิงหลงใช้พลังทั้งหมด อดทนต่อความเ็ปและแรงต้านที่แข็งแกร่ง บรรจงเขียนทีละขีด
แสงสีทองยิ่งเรืองประกาย ส่องสว่างไปทั่วทั้งหอตำรา แสงมากมายพุ่งออกจากหน้าต่างของหอตำรา ทำให้หอตำราทั้งหลังดูเหมือนส่องแสงสีทองเรืองรองทั่วทิศ
แม้แต่สำนักข้าง ๆ ก็เห็นแสงนี้ ศิษย์และผู้าุโต่างสงสัยใคร่รู้มองไปทางสำนักชิงเสวียนเป็ตาเดียว
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมในสำนักชิงเสวียนถึงมีแสงสว่างขนาดนี้"
"หรือว่าเกิดเื่ใหญ่อะไรขึ้น รีบส่งคนไปถามสำนักชิงเสวียนเร็วเข้า เดี๋ยวจะโดนหางเลขไปด้วย!"
"แต่นั่นแสงสีทองนะ บางทีสำนักชิงเสวียนอาจมีเื่ดีก็ได้"
ศิษย์ที่พูดโดนตบหัวแทบทิ่ม
"สำนักชิงเสวียนไม่มีแม้แต่ปราณิญญา จะมีเื่ดีอะไร พวกเขาทั้งสำนักไม่มีใครปกติสักคน ไม่ช้าก็ต้องพินาศ ไปเร็ว อย่าให้พวกเขาลากเราไปเกี่ยวข้องด้วย"
ตอนที่แสงสีทองส่องสว่างเรืองรอง เ้าสำนักชิงเสวียน หัวซิวเยวี่ยน ที่ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนในที่สุดก็โผล่หัวออกมา เขายืนอยู่บนยอดเขาอีกฟากมองไปทางหอตำรา คิ้วขมวดเป็ปม
ขณะที่เขากำลังจะออกไปตรวจสอบสถานการณ์ ก็มีเสียงดังมาจากประตูใหญ่ของสำนักชิงเสวียน
เมื่อชะเง้อออกไป เขาเห็นศิษย์จากหลายสำนักใกล้เคียงยืนอออยู่หน้าประตู ทุกคนดูคุ้นตามากราวกับแขกประจำที่มักมาร้องเรียนที่สำนักชิงเสวียน
ดูเหมือนว่าพวกเขาก็เห็นแสงสีทองจากหอตำราเช่นกัน ตอนนี้คงมาสอบถามสถานการณ์
หัวซิวเยวี่ยนตั้งใจจะรีบไปในทันที แต่เขาไม่ไปพบคนเหล่านี้ ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะเผยแพร่ข่าวลืออะไรออกไปอีก สำนักชิงเสวียนเก็บตัวเงียบมาหลายปี ค่อย ๆ ถูกลืมไปจากสายตาผู้คน เขาไม่อยากเข้าสู่จุดสนใจของปวงชนในตอนนี้
ดังนั้น เขาจึงต้องละทิ้งความตั้งใจที่จะไปหอตำรา รีบไปที่ประตูหน้าเพื่อพบศิษย์จากสำนักอื่นที่มาร้องเรียนเป็อันดับแรก
แสงสีทองจากหอตำรายังทำให้ศิษย์คนอื่น ๆ ของสำนักชิงเสวียนใด้วย เผยลั่วไป๋ หนิงิเฉิง และจี้จื่อจั๋ว ต่างก็มุ่งตรงไปยังหอตำรา
"ศิษย์พี่ใหญ่ ทำไมหอตำราของพวกเราถึงมีแสงสีทอง? หรือว่ามีคนอยู่ข้างใน?" หนิงิเฉิงถาม
"แย่แล้ว!"
่นี้เผยลั่วไปเพิ่งพบวิธีทะลวงคอขวด มุ่งมั่นฝึกฝนจนลืมศิษย์น้องหญิงเล็ก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางกลับมาจากหอตำราหรือยัง เสียงดังขนาดนี้จะเป็นางหรือไม่?
ถ้าเป็นาง เสียงดังขนาดนี้ นางที่อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานจะทนไหวหรือ?
"เมื่อหนึ่งเดือนก่อนศิษย์น้องหญิงเล็กไปที่หอตำรา ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังอยู่ข้างในหรือเปล่า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนิงิเฉิงและจี้จื่อจั๋วก็ตะลึงงัน
"ถึงว่าทำไมเดือนนี้ถึงเงียบผิดปกติ ที่แท้ก็เพราะศิษย์น้องหญิงเล็กไม่อยู่นี่เอง!" หนิงิเฉิงร้องด้วยความประหลาดใจ
"ข้าเห็นศิษย์พี่ใหญ่เดือนนี้แทบไม่อยู่ในเรือนเลย ข้าคิดว่าท่านพาศิษย์น้องหญิงเล็กไปฝึกฝน ที่แท้ท่านทิ้งนางไว้ที่หอตำรา!"
จี้จื่อจั๋วเบิกตากว้าง เขาตั้งใจจะพาศิษย์น้องหญิงเล็กออกไปเที่ยวเล่น แต่รอมาหนึ่งเดือนก็ไม่เห็นนางแม้แต่เงา เดิมทีเขากำลังจะไปหาถึงเรือนของนาง ไม่คิดเลยว่า...
เมื่อพูดจบ ศิษย์พี่ทั้งสามก็ทะยานไปยังหอตำราทันที
ในขณะที่พวกเขามาถึงหน้าประตูหอตำรา แสงสีทองก็ส่องสว่างเจิดจ้าสุดขีด จนทำให้แทบลืมตาไม่ขึ้น
แต่หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ แสงสว่างก็ค่อย ๆ หม่นแสงก่อนจะเลือนหายไป หอตำรากลับคืนสู่สภาพเดิม
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก!"
ศิษย์พี่ทั้งสามร้องอุทานออกมาพร้อมกัน แล้ววิ่งขึ้นไปบนหอตำรา ั้แ่ชั้นหนึ่งจนถึงชั้นห้า แต่ก็ไม่เห็นร่องรอยของศิษย์น้องหญิงเล็กเลย ยิ่งไม่เห็นความเคลื่อนไหวอื่นใด เงียบสงบราวกับไม่เคยมีใครอยู่ที่นี่มาก่อน
"เื่มันจบแล้ว ศิษย์น้องหญิงเล็กไม่ได้หายไปใช่หรือไม่"
"เ้าคนปากเสีย! อย่าสาปแช่งศิษย์น้องหญิงเล็กของข้านะ!"
"อย่าพูดเล่น ตอนนี้เริ่มหาจากชั้นหนึ่ง ค้นหาทุกซอกทุกมุม แม้แต่ร่องรอยเล็กน้อยก็ห้ามพลาด!" เผยลั่วไป๋พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เมื่อเขาจริงจัง สีหน้าของเขาจะเ็าสุดขั้ว และข่มขวัญคนได้มากที่สุด
หนิงิเฉิงและจี้จื่อจั๋วไม่กล้าประมาท รีบค้นหาความผิดปกติของหอตำราทั้งหลังอย่างละเอียด
ในขณะที่พวกเขาทั้งสามกำลังจะลงบันไดไปตรวจสอบชั้นล่างใหม่เป็รอบที่สอง เสียงของเยี่ยหลิงหลงก็ดังขึ้นกะทันหัน
"ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่หก ศิษย์พี่เจ็ด พวกท่านกำลังตามหาข้าอยู่หรือ"
ได้ยินเสียงนี้ พวกเขาก็ตัวสั่นเทิ้ม รีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างรวดเร็ว ก็เห็นว่าชั้นห้าทั้งชั้นไม่มีอะไรแตกต่างไปจากปกติ และไม่เห็นร่างของศิษย์น้องหญิงเล็กเลย
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าอยู่ที่ไหน เ้าเป็อะไรหรือเปล่า"
"ข้าอยู่นี่ มองขึ้นมาที่ชั้นหกซี่"
สิ้นเสียง ทั้งสามก็หันไปมองบันไดที่นำไปสู่ชั้นหกพร้อมกัน
"อ๊ะ..."
จี่จื่อจั๋วอุทาน ถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เกือบจะเหยียบหนิงิเฉิงเข้าให้แล้ว
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เกิดอะไรขึ้นกับเ้า ทำไมสภาพเป็เช่นนั้น…"
หนิงิเฉิงก็ผงะเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าที่บันไดชั้นหก เยี่ยหลิงหลงโผล่แค่หัว และบนหัวของนางเต็มไปด้วยกระดาษยันต์ ดูเหมือนซากศพพันปีอย่างนั้น ยิ่งมองยิ่งประหลาด
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าไม่เป็ไรใช่หรือ ข้าบอกแล้วว่าอย่าขึ้นไปชั้นหก เ้ากำลังทำอะไรอยู่"
ผู้ที่ใจเย็นที่สุดคือเผยลั่วไป๋ เขารีบเดินขึ้นบันไดไปหาเยี่ยหลิงหลงทันที
เมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นหก เขาเห็นเยี่ยหลิงหลงและกระบี่ของนางนอนอยู่บนพื้นในท่าทางที่ผ่อนคลาย ทั้งคนและกระบี่เต็มไปด้วยกระดาษยันต์ ข้าง ๆ กระจัดกระจายไปด้วยหินิญญาที่สูญเสียพลังิญญาจนกลายเป็หินไร้ค่า
"ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าไม่เป็ไร ข้าแค่เหนื่อยมาก พักสักครู่เพื่อทำสปาปราณิญญาเท่านั้น"
เผยลั่วไป๋ตั้งใจจะถามต่อ แต่ในชั่วขณะนั้นเขากลับตกตะลึงกับภาพตรงหน้า พูดอะไรไม่ออกสักคำ
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าพูดอะไรน่ะ ‘ซือปา’ ข้าไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนเลย เ้านอนอยู่บนพื้นทำอะ..." หนิงิเฉิงพูดไปพลางเดินขึ้นบันไดไป พูดไปได้ครึ่งประโยคก็ชะงักงัน
แม้แต่จี่จื่อจั๋วที่วิ่งขึ้นมาก็หยุดฝีเท้าเช่นกัน ทั้งสองมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง
"ศิษย์… ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าทำอะไรกับหอตำราน่ะ"