บทที่ 8: ของขวัญแต่งงาน
แสงสว่างเจิดจ้าจากกระบี่ฟ้าค่อยๆ เลือนหายไป ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ยอดเขาเนินร้อยบุปผาอีกครั้ง
เมื่อฝุ่นควันจางลง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนคือ... หลุมลึกขนาดมหึมา รูปทรงเหมือนรอยดาบที่ฟาดผ่าแผ่นดิน ความลึกของมันมองไม่เห็นก้น ส่วนขุนพลศิลาผู้หยิ่งผยองเมื่อครู่นั้น ไม่เหลือแม้แต่เศษกรวดให้ดูต่างหน้า สลายหายไปพร้อมกับแรงะเิที่มันตั้งใจจะก่อ
เยี่ยนชื่อเสียยืนปากอ้าตาค้าง ดาบในมือร่วงหล่นลงพื้นดัง เคร้ง เขามองไปที่หลุมั์สลับกับมองชายหนุ่มชุดขาวที่ยืนพัดวีผมเบาๆ อยู่หน้าแท่นพิธี
"นี่เ้า... เ้า..." เยี่ยนชื่อเสียพูดไม่ออก ลิ้นแข็งไปหมด "วิชาเมื่อกี้มัน... ขั้นเทวะชัดๆ! เ้าเป็ใครกันแน่? เซียนลงมาจุติ? หรือปีศาจพันปีจำแลงมา?"
ไป๋อวิ๋นหุบพัดจีบ ตีหน้าตายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ท่านเยี่ยนพูดเกินไป ข้าก็แค่ยืมพลังฟ้าดินมาใช้นิดหน่อย... แถมยังควบคุมแรงไม่ค่อยดี ทำลายทัศนียภาพไปตั้งเยอะ สงสัยต้องจ่ายค่าเสียหายให้เ้าที่เ้าทางเพิ่มซะแล้ว"
"นิดหน่อย!?" เยี่ยนชื่อเสียะโลั่น "ผ่าูเาหายไปครึ่งซีกเนี่ยนะนิดหน่อย! ข้าฝึกวิชามาสิบปี ยังทำได้แค่รอยขีดข่วน!"
หนิงไฉ่เฉินและเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนที่เพิ่งหายใ รีบคลานเข้ามาโขกศีรษะให้ไป๋อวิ๋น "ขอบคุณคุณชายไป๋! ขอบคุณท่านเทพเซียน! บุญคุณครั้งนี้พวกข้าตายแล้วเกิดใหม่ก็ชดใช้ไม่หมด!"
ไป๋อวิ๋นรีบเข้าไปประคองทั้งสองให้ลุกขึ้น "หยุดๆๆ ไม่ต้องโขกหัว ข้าไม่ใช่ศาลเ้า... อีกอย่าง พิธีแต่งงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว พวกท่านควรจะไปฉลองกัน ไม่ใช่มานั่งกราบข้า"
เขาหันไปพยักหน้าให้อาเจาท์
อาเจาท์ (ที่กำลังเก็บก้อนทองคำที่ปาไปเมื่อครู่กลับใส่ถุง) วิ่งเหยาะๆ เข้ามา พร้อมยื่นซองกระดาษสีแดงปึกหนาให้ไป๋อวิ๋น
"พี่หนิง แม่นางเสี่ยวเชี่ยน..." ไป๋อวิ๋นยื่นซองแดงให้หนิงไฉ่เฉิน "นี่คือของขวัญวันแต่งงานจากข้า"
หนิงไฉ่เฉินรับมาเปิดดู มือไม้สั่น "นี่มัน... โฉนดที่ดิน? แล้วก็ตั๋วเงิน..."
"โฉนดร้านค้าในตลาดเมืองจินหัว เป็ทำเลที่ดีที่สุด" ไป๋อวิ๋นอธิบาย "ท่านเป็บัณฑิตมีความรู้ แต่โลกนี้ความรู้กินไม่ได้ถ้าไม่มีทุนรอน ข้าซื้อร้านนี้ไว้ให้ท่านเปิดโรงเรียนสอนหนังสือ หรือจะเปิดร้านขายภาพวาดตำราก็ได้ ส่วนด้านหลังเป็เรือนพักอาศัย ท่านกับแม่นางเสี่ยวเชี่ยนจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่ต้องเร่ร่อนอีก"
"คุณชาย..." หนิงไฉ่เฉินน้ำตาไหลพราก "ข้า... ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไร"
"ตอบแทนด้วยการใช้ชีวิตให้มีความสุข" ไป๋อวิ๋นตบไหล่เขา "ดูแลนางให้ดี นางยอมทิ้งความเป็ะ ยอมเสี่ยงิญญาแตกสลายเพื่อมาอยู่กับท่าน อย่าทำให้ข้าผิดหวังที่ลงทุนไปตั้งเยอะ"
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนมองไป๋อวิ๋นด้วยสายตาซาบซึ้ง นางย่อกายคำนับ "คุณชายไป๋... ท่านเปรียบเสมือนบิดามารดาผู้ให้กำเนิดใหม่ เสี่ยวเชี่ยนสัญญาว่าจะปรนนิบัติดูแลสามีเป็อย่างดี จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเพื่อตอบแทนเมตตาธรรมของท่าน"
"ดี" ไป๋อวิ๋นยิ้มกว้าง "อ้อ... ส่วนเื่จอมมารเขาดำ ไม่ต้องกังวล ขุนพลของมันตายไปแล้ว แถมข้ายังฝากรอยแผลไว้ที่หน้าผานี้ด้วยปราณกระบี่ กลิ่นอายของข้าจะป้องกันไม่ให้พวกสมุนปีศาจกล้าเข้ามาใกล้อีกอย่างน้อยร้อยปี พวกเ้าวางใจได้"
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ประตูเมืองจินหัว
หนิงไฉ่เฉินและเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน (ซึ่งตอนนี้สวมหมวกผ้าคลุมหน้ากันแดด และเดินเหินได้เหมือนคนปกติด้วยอิทธิฤทธิ์ของจี้หยกและพิธีผูกวาสนา) มาส่งไป๋อวิ๋นที่หน้าประตูเมือง
เยี่ยนชื่อเสีย สะพายดาบใหญ่ ยืนกอดอกพิงกำแพงเมืองอยู่ข้างๆ รถรถม้า
"ท่านเยี่ยน..." ไป๋อวิ๋นทักทาย "ท่านจะไปไหนต่อ?"
"ข้าว่าจะกลับไปบำเพ็ญเพียรที่เขาอี๋ซานสักพัก" เยี่ยนชื่อเสียถอนหายใจ "เห็นฝีมือเ้าเมื่อคืนแล้ว ข้ารู้สึกว่าตัวเองยังอ่อนหัดนัก ต้องไปฝึกใหม่... แต่อย่าคิดว่าข้าจะยอมแพ้นะ! สักวันข้าจะเก่งกว่าเ้าให้ได้!"
"ข้าจะรอวันนั้น" ไป๋อวิ๋นหัวเราะ แล้วโยนไหสุรา 'นารีแดง' ให้เยี่ยนชื่อเสียสองไห "เอาไปแก้หนาวระหว่างทาง"
เยี่ยนชื่อเสียรับไหสุรา ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน "ขอบใจ! ถ้ามีเื่สนุกๆ หรือมีปีศาจตัวไหนที่เ้าี้เีจัดการ ก็ส่งข่าวมาหาข้าได้!"
พูดจบ ยอดมือปราบปีศาจก็ะโตัวลอย หายลับไปในกลีบเมฆ (แม้ท่าลงจะเซนิดหน่อยเพราะฤทธิ์สุรา)
ไป๋อวิ๋นหันกลับมามองคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเป็ครั้งสุดท้าย "ลาก่อน พี่หนิง แม่นางเสี่ยวเชี่ยน... ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร"
"เดินทางปลอดภัยขอรับคุณชาย!" หนิงไฉ่เฉินประสานมือคารวะจนรถม้าลับสายตาไป
บนรถม้าที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
อาเจาท์ผิวปากอย่างอารมณ์ดี ขณะบังคับม้าไปตามเส้นทางหลวง "นายน้อย... งานนี้จบสวยนะขอรับ ข้าเห็นแววตาของสองคนนั้นแล้ว ซึ้งจนน้ำตาจะไหล (ถ้าข้าไม่หิวข้าวซะก่อน) ...ว่าแต่ เราจะไปไหนกันต่อ?"
ไป๋อวิ๋นเอนหลังพิงเบาะ หยิบ 'สมุดบันทึกชะตาฟ้า' เล่มเก่าๆ ออกมาเปิดดู หน้ากระดาษที่เคยเขียนเื่ราวของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน บัดนี้ตัวอักษรสีดำที่ทำนายถึงความตาย ได้เปลี่ยนเป็ตัวอักษรสีทองสว่างไสว เขียนว่า 'ครองคู่ชั่วนิรันดร์'
"เป้าหมายต่อไป... เมืองหลวง" ไป๋อวิ๋นเอ่ยเสียงขรึม
"เมืองหลวง?" อาเจาท์หูผึ่ง "โอ้! เมืองหลวงมีของกินอร่อยเยอะแยะเลย! ว่าแต่มีเื่อะไรที่นั่นหรือขอรับ?"
ไป๋อวิ๋นปิดสมุดลง แววตาคมกริบฉายแววเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย "ที่นั่น... มีกลิ่นอายของ 'ภาพวาด' ที่กินคนได้"
"ภาพวาดกินคน?" อาเจาท์ทำหน้างง "หมายถึงราคาแพงจนคนซื้อต้องอดตายเหรอครับ?"
"ไม่ใช่เ้าโง่..." ไป๋อวิ๋นเอาพัดเคาะหัวคนขับรถเบาๆ "ข้าหมายถึงปีศาจที่ใช้ 'หนังมนุษย์' มาวาดเป็ภาพสาวงามเพื่อสวมใส่... ปีศาจพลิกผิว (Painted Skin)"
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าทางทิศเหนือ (ทิศของเมืองหลวง) ดูมืดครึ้มผิดปกติ ราวกับมีเมฆดำขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
"และครั้งนี้... ดูเหมือนมันจะไม่ใช่แค่ปีศาจตัวเล็กๆ ที่หลงผิดธรรมดา" ไป๋อวิ๋นพึมพำ "ข้าได้กลิ่นของการสมคบคิด... ระหว่างปีศาจ กับ ขุนนางในราชสำนัก"
"งานใหญ่อีกแล้วสินะขอรับ..." อาเจาท์ถอนหายใจ "งั้นข้าขอเบิกค่าเสี่ยงภัยล่วงหน้าได้ไหมนายน้อย?"
"ขับรถไปเถอะน่า!"