บทที่ 08
เพรียวเห็นสภาพของเพื่อนเธอก็คิดว่ามารีคงไม่มีแรงที่จะไปเรียนแน่ ๆ
หญิงสาวเรียกให้เพื่อนลุกขึ้นมาอาบน้ำ เพื่อจะได้ไปกินข้าวที่เธอสั่งขึ้นมาให้ใหม่
“ร้านนี้แกชอบไง กินเยอะ ๆ สิ”
เพรียวบอกกับเพื่อน เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่เขี่ยอาหารในจาน ไม่ยอมกินมันเสียที
อาหารในจานเพรียวสั่งมาจากร้านโปรดของมารี ถ้าเป็ปกติแล้ว มารีจะกินไม่ต่ำกว่าหนึ่งจานแน่ ๆ
“แล้วนี่แกไม่ไปเรียนหรือไง?”
มารีวางช้อน เงยหน้าถามเพื่อน เธอกินอะไรไม่ลงจริง ๆ มันฝืดคอไปเสียหมด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อลันนอกจาก มารีเคยผ่านความเสียใจเ่าั้มาได้ แต่ครั้งนี้มันเจ็บยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านมา...
“แกอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก” เพรียวว่า
“ได้สิ...ฉันโตแล้วนะ” มารีเอ่ยออกมา เธอพยายามฝืนยิ้มให้เพรียว ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาวุ่นวายเพราะเธอมากนัก
“เดี๋ยวค่อยไปเรียน่บ่ายละกัน อยู่เป็เพื่อนแกก่อน” เพรียวบอก “กินข้าวหน่อยเถอะ คำสองคำก็ยังดีนะ”
มารีพยักหน้า ก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวกินคำสองคำอย่างที่เพื่อนพูดจริง ๆ
เพรียวส่ายหน้าน้อย ๆ “บอกคำสองคำ ก็คำสองคำจริง ๆ นะแก”
มารีอดยิ้มออกมาไม่ได้ เธอคิดว่าตัวเองโชคดีที่วันนี้ยังมีเพรียวอยู่
“ขอบคุณนะ”
“แกหยุดทำตาซึ้งเหอะ ไม่สมกับเป็แกเลย”
“ทำไมอ่า ต้องเกรี้ยวกราดโวยวายหรือไง” มารีว่า
เพรียวพยักหน้า ยังไงก็ได้ มารีจะเป็แบบไหนก็ได้ ดีกว่ามานั่งป่วยใจอยู่แบบนี้
“เพรียว...”
“หื้ม...”
“จะว่าไปแกก็สวยดีเหมือนกันนะ”
มารีเท้าคางมองหน้าเพื่อนแล้วยิ้มหวานออกมา หากั์ตาของเธอยังคงดูเศร้า เพรียวเองก็รู้ว่าเพื่อนพยายามที่จะร่าเริงสดใส
“แน่นอน ฉันสวย” เพรียวยอมรับ “ฉันจะไม่ปฏิเสธ”
“แกก็สวย แล้วเมื่อไหร่จะมีแฟนอะ?” มารีเลิกคิ้วถาม
“ก็ไม่มีคนมาจีบอะ” เพรียวพูดไปตามความจริง
มารีมุ่นคิ้วคิดตาม ก็อย่างที่เพรียวว่าจริง ๆ ั้แ่คบกันมา เธอก็ยังไม่เห็นมีคนมาจีบเพรียว มารีคิดว่าเพรียวเป็คนที่สวยใช้ได้เลย น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน
“แกไม่เปิดใจหรือเปล่า?”
“แกก็เห็นมั้ยมิลค์ ว่ามีคนเข้าหาฉันที่ไหนกัน” เพรียวว่า
“แล้วเตโชล่ะ?”
เพรียวชะงักไปนิด แล้วมองหน้าเพื่อน
“ก็เห็นชัดอยู่ว่าหมอนั่นชอบแก!”
“แล้วแกชอบเตโชหรือเปล่า?”
มารีถามเพื่อนอย่างจริงจัง เพรียวมองหน้าเพื่อนอย่างแปลกใจ เธอคิดว่ามารีกำลังจะทำอะไรสักอย่าง
“แกถามทำไม?”
“ฉันถามแก ไม่ใช่ให้แกมาถามกลับนะ”
เพรียวมองหน้าเพื่อนอีกครั้ง ก่อนจะตอบ
“ไม่ได้ชอบ”
“จริงนะ?”
เพรียวมองหน้าเพื่อนแววตาเอือมระอา เป็เชิงให้รู้ว่าถ้าไม่เชื่อแล้วจะถามทำไม
“โอเค ๆ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ” มารีรีบบอก เพราะเกรงว่าเพื่อนจะด่า
“ตกลงแกถามเพื่ออะไร?”
“แกเคยบอกฉันไม่ใช่เหรอ ว่าให้ลองมีผัวใหม่ ให้ลองกับคนอื่น เผื่อจะติดใจไง” มารีเอ่ย ดวงตาของเธอฉายแววปวดร้าว
เพรียวอึ้งไป วันนั้นเธอเพียงแค่พูดไปอย่างนั้น เพราะรู้ว่ามารีไม่มีทางทำแบบนั้น
“แกจะบ้าเหรอมิลค์!” เพรียวเสียงดังใส่เพื่อน
“ไม่รู้อะ! ฉันอยากลองจริง ๆ เผื่อจะติดไง” เสียงมารีสั่น เธอไม่กล้าแม้จะสบตาเพื่อนด้วยซ้ำ
เพรียวพ่นลมหายใจออกมา เธอรู้ดีว่ามารีดื้อแค่ไหน หากคิดจะทำอะไร ก็ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว ในฐานะเพื่อน อยากเตือนให้คิดใคร่ครวญนานกว่านี้หน่อย
“คิดให้นานหน่อยมิลค์ จะคบใครสักคน ไม่ใช่เื่ที่จะต้องทำมาเพื่อประชดใครนะ!”
“ฉันไม่ได้ประชด!” มารีเถียงกลับมา หันมามองเพื่อนแววตาดื้อรั้น
“แกประชด!”
“เออ! ฉันประชด แต่แล้วยังไงอะ! ยังไงตอนนี้ฉันก็โสด ฉันจะมีผัวใหม่แล้วมันจะทำไม! หรือว่าแกชอบเตโช! ถ้าแกบอกว่าชอบ ฉันก็จะไม่ยุ่งกับเค้าไง! แกบอกมาสิ”
มารีเหมือนจะเริ่มพาลไปหมด เพรียวเห็นเพื่อนแล้วเธอก็อ่อนใจ
“เอาเถอะ...ยังไงฉันก็ห้ามอะไรแกไม่ได้อยู่แล้ว อยากทำอะไรก็ทำเลย” เพรียวกล่าวจบก็เก็บจานข้าวของตัวเองเดินไปล้างในอ่าง
มารีมองตามเพื่อนด้วยแววตารู้สึกผิด เธอรู้ว่าเพื่อนเป็ห่วง แต่มารีคิดว่าเธอเลือกแล้ว เธอก็จะทำ
“ฉันไปละนะ” เพรียวบอกก่อนจะไป
มารีหน้าหงอย หลุบตาลงมองเพื่อน เพรียวจึงเดินมาหา มองเพื่อนอย่างเข้าใจว่าในตอนนี้มารีกำลังเ็ปและสับสนมาก ๆ
“มิลค์...”
มารีเงยหน้ามองเพื่อน เธอคิดว่าเพื่อนจะโกรธจนไม่ยอมพูดด้วยเสียอีก
“ไม่โกรธเหรอ?”
“โกรธสิ...แต่เป็ห่วงมากกว่า”
เพรียวบอก แล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งลงตามเดิม น้ำเย็น ๆ ตอนล้างจานโดนมือ ทำให้ใจเธอเย็นลง
“แกลองคิดให้ดูนะมิลค์ ถ้าเกิดเตโชชอบแกจริง ๆ แล้วรู้ว่าแกเปิดทางให้เค้าเพราะ้าประชดคนอื่น แกคิดว่าเค้าจะไม่เสียใจเหรอ?”
“ฉันมีวิธีของฉัน...” มารีพูดไปเรื่อย ในหัวของเธอตอนนี้ยังไม่มีวิธีการที่ว่าอะไรทั้งนั้น
“วิธีอะไร?”
“ฉันจัดการได้น่า!”
เพรียวถอนหายใจ ฟังดูก็รู้ว่ามารียังไม่ได้คิด “เออ ๆ ตามใจเลย! คนอย่างแก ใครห้ามไม่ได้หรอก!” สุดท้ายเพรียวก็อดที่จะประชดไม่ได้ แต่นั่นก็เพราะเธอเป็ห่วงนั่นแหละ
“เพรียว...รินมันได้โทรหาแกบ้างหรือเปล่า?” มารีถามเสียงแ่
“เปล่าหรอก”
มารีแค่นหัวเราะออก คล้ายสมเพชตัวเองเสียมากกว่า สำหรับเื่เพื่อนเอง เธอเองก็เจ็บมาก ๆ ไม่คิดว่าเพื่อนที่เธอรักจะทำแบบนี้กับเธอได้ลงคอ
“แกเข้าข้างฉันหรือเปล่า?” มารีเคลื่อนมือไปกุมมือของเพื่อนเอาไว้
เพรียวนิ่งไป...
“ถ้ามันคุยกับแก แกจะคุยกับมันหรือเปล่า?”
มารีถามอีก เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็เด็กที่จะถูกแย่งของรักไปอย่างไรอย่างนั้น เมื่อระรินแย่งอลันไปได้แล้ว ตอนนี้คนที่เพื่อนที่รักก็คือเพรียว
“แกคิดว่ารินมันจะกล้ามาคุยกับฉันหรือไง”
มารีคิดตาม ก็จริงอย่างที่เพรียวพูดนั่นแหละ ระรินยังมีหน้ามาคุยกับพวกเธออีกหรือ หลังจากวันนี้ไปก็คงมองหน้ากันลำบาก
“เดี๋ยวฉันไปแล้ว...แกมีอะไรก็โทรหาฉันนะ” เพรียวบอกอย่างเป็ห่วง กลัวว่าถ้าไปแล้วเพื่อนจะคิดมากตอนอยู่คนเดียว
มารีพยักหน้า เธอยิ้มอย่างมั่นใจ หวังจะให้เพื่อนสบายใจด้วย
“ยังไงก็ฝากเลคเชอร์งานให้ด้วยนะ”
สองวันต่อมา...
อลันนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงด้านหลังห้องส่วนตัวที่คลับ ปกติเขาไม่สูบบุหรี่จัดเช่นนี้ เพราะมารีไม่ชอบ เธอไม่ได้ขอให้เขาเลิก แต่ทุกครั้งเวลาจูบกัน หญิงสาวก็จะบ่นเื่กลิ่นบุหรี่ เขาจึงลดมันลงไปโดยปริยาย
สองวันมานี้เขาติดต่อมารีไม่ได้เลย เหมือนว่าเธอจะบล็อคทุกช่องทางการติดต่อของเขา ติดต่อไปทางเพรียว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็ไม่เต็มใจที่จะพูดเื่ของมารีให้เขาฟังแล้ว
บุหรี่ในมือหมดมวน เขาจุดมันขึ้นมาสูบอีกครั้ง สีหน้าเครียดจัด เป็กังวล ครานี้มารีดูใจแข็งมาก เมื่อก่อนเธอยังเปิดโอกาสให้คุย ให้ขอโทษ ให้ได้เจอ แต่ตอนนี้เธอเงียบหายไปเลย
อลันกลัวว่าความผิดครั้งนี้ เขาจะทำให้เขาเสียมารีไปจริง ๆ และแน่นอน! อลันจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้น
“แอล!”
เสียงเรียกของเพื่อนดังขึ้นจากด้านหลัง แดนเดินมานั่งตัวบนโซฟาที่วางอยู่ด้านนอกระเบียงเพื่อไว้สำหรับนั่งรับลมชิว ๆ
อลันหันกลับมาหาเพื่อนเล็กน้อย
“อะไร” น้ำเสียงนั้นหมดอาลัยตายอยาก
“มีคนมาหา”
อลันชะงักไป หัวใจของเขาเต้นระรัว ด้วยคิดว่าอาจจะเป็มารี แต่เมื่อสายตาเหลือบมองเห็นใครบางคนที่เดินมาหยุดตรงหน้าประตู เขาก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
“ริน...”
อลันพึมพำเรียกชื่ออีกฝ่าย แดนรู้สึกได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เขาจึงลุกขึ้นเพื่อเดินออกไปที่นี่
แดนเองก็รู้ว่าเพื่อนของเขาเ้าชู้ อลันมักจะมีผู้หญิงอื่นตอนที่คบกับมารี แต่กับระริน...มันเกินไป เขาเองก็เคยเตือนเพื่อนแล้ว แต่มันฟังเสียที่ไหน จนสุดท้ายก็อย่างที่เห็น
ระรินรอจนแดนปิดประตูแล้วออกไป จากนั้นเธอเดินมาหยุดตรงหน้าอลัน
ชายหนุ่มเบือนหน้าหนี เขาคิดว่าคุยกับระรินรู้เื่แล้วสำหรับความสัมพันธ์ที่จบลง ฉะนั้น อลันคิดว่าระรินกับเขาไม่ควรเจอกันอีก
“จะไม่หันมามองหน้าเมียเก่าเลยเหรอคะ?” ระรินจงใจพูดยั่วประสาทเขา
“จบก็คือจบเถอะริน” อลันกล่าวออกมาโดยไม่มองหน้า เขายังนึกโกรธที่ระรินทำให้มารีไปที่นั่นในคืนนั้น
ระรินหัวเราะเบา ๆ เธอนึกสมเพชอลันเหลือเกิน ดูเถอะ! เขานึกว่าทั้งหมดนี่ ตัวเขาไม่ได้มีส่วนผิดหรืออย่างไร
“พี่แอลคิดว่าเป็ความผิดของรินคนเดียวจริง ๆ เหรอคะ?” ระรินถามเขา
อลันดับบุหรี่ในมือ พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้โกรธ แล้วหันมาคุยกับระริน
“พี่รู้ว่าพี่เองก็ผิด พี่จึงไม่อยากทำผิดอีกไง!”
ระรินยิ้ม เธอยิ้มราวกับว่ามีอะไรน่ายินดี
“อยากจะแก้ตัวเหรอคะ?” ระรินยกมือปิดปากหัวเราะ ราวกับมีเื่น่าขัน “คิดว่าครั้งนี้มิลค์จะให้อภัยพี่เหรอคะ?”
อลันเงียบไป นั่นคือสิ่งที่เขาไม่มั่นใจเอาเสียเลย
“เพราะว่ารินรู้ไงว่าถ้ามิลค์รู้ มิลค์จะไม่ให้อภัยพี่แน่ ๆ รินก็เลยบอกให้มิลค์ไปที่นั่น” ระรินพูดไปยิ้มไป “พี่แอลก็เห็นนี่คะ วันนั้นน่ะ เค้กเละหมดเลย”
อลันกัดฟันกรอด เขาพยายามระงับอารมณ์ รู้สึกว่าระรินคือผู้หญิงที่ร้ายกาจหรือเกิน
“เธอมันสวยแต่รูป จูบไม่หอมจริง ๆ”
ระรินหน้าเจื่อนไปนิด หากเธอก็เหยียดยิ้มออกมา
“เหรอคะ? แต่เหมือนพี่จะลืมไปนะ ว่าระหว่างเรา มันยิ่งกว่าจูบซะอีก”
“กลับไปได้แล้ว!” อลันเอ่ยปากไล่ เขาเริ่มทนไม่ได้
“เลิกหวังเถอะค่ะว่ายัยมิลค์จะให้อภัยพี่ จะบอกให้นะคะ ตอนนี้ ใคร ๆ ก็พูดกันว่ามิลค์อะมีผัวใหม่แล้ว” ระรินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม เธอกระชับกระเป๋าสะพายแล้วหันกลับ
“เดี๋ยว!” อลันร้องเรียกไว้
ระรินยิ้มอย่างพอใจ แล้วหันหลังกลับมา
“เรียกทำไมเหรอคะ? หรือว่าติดใจริน?” เธอเลิกคิ้วกวนประสาท
“ที่พูดหมายความว่ายังไง?”
“ผัวใหม่ของมิลค์เหรอคะ?” ระรินแสร้งทำหน้าตาใส่ซื่อ
“...”
“เตโชไงคะ...พี่จำได้หรือเปล่า คนที่เคยจีบยัยมิลค์ไง!”