บทที่ 13
หาเงินออกจากเมือง
ไหสุราตั้งเรียงรายอยู่เบื้องหน้า ลี่ถังเฝ้ามองคุณหนูของตนมาสักพักใหญ่ มองเห็นว่าคุณหนูของตนกำลังยุ่งวุ่นวายกับพวกสุราเ่าั้
“ คุณหนูเ้าคะ ท่านสุราได้ด้วยอย่างงั้นหรือเ้าคะ… ” บ่าวรับใช้คนสนิทเดินเข้ามาจ้องมอง
ซูฉีที่ยืนอยู่แสดงรอยยิ้ม นางหันมองลี่ถังก่อนที่จะกล่าว “ แน่นอนข้าสามารถทำได้ ”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของคุณหนู บ่าวรับใช้ผู้นี้แสดงใบหน้าสงสัยมากขึ้นไปอีก ก่อนหน้านี้คุณหนูของนางแม้แต่จะทำอาหารสักอย่างหนึ่งยังไม่สามารถทำได้ แล้วจะสามารถทำสุราได้อย่างไร
เมื่อยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งสงสัย บ่าวรับใช้ผู้นี้ััได้ั้แ่เดินทางมาที่ดินแดนแห่งนี้ มองเห็นว่าคุณหนูของตนนั้นเปลี่ยนไปเราหน้ามือเป็หลังมือ
ไม่เพียงแค่มีนิสัยใจคอที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถอีกหลายๆอย่างที่นางไม่เคยเห็นปรากฏขึ้นมาจนน่าประหลาด
ถึงแม้ว่าจะรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับเื่นี้ แต่อย่างไรนางเองก็เป็เพียงแค่บ่าวรับใช้ สำหรับบ่าวรับใช้แบบนางไม่มีสิทธิ์เอ่ยถามเื่ของผู้เป็นาย ในตอนนี้เลยแต่ตั้งคำถามภายในใจ
“ นี่ลี่ถังเ้ารู้หรือไม่สุราพวกนี้ถ้าขายออกไปทั้งหมดข้าจะได้ส่วนแบ่งมากขนาดไหน ”
“ สามตำลึงเงินเลยนะ!!!! สุราหายสิบไหที่อยู่เบื้องหน้า ถ้าสามารถขายหมดพวกเราจะได้สามตำลึงเงิน ” ซูฉีแสดงแววตาเปล่งประกายเป็รูปเงิน
สุราที่อยู่บริเวณด้านหน้า มีประมาณสิบถึงยี่สิบไห ถ้าขายได้ทั้งหมดลองเฉลี่ยและก็แบ่งออกมาเป็สัดส่วนที่นางจะได้รับ นางจะได้เงินถึงสามตำลึงเงิน
มันเป็เงินที่มาก สำหรับเงินขนาดนี้สามารถใช้จ่ายได้หลายสิบวันอย่างสบายๆ มากกว่าค่าแรงของนางตั้งหลายวันร่วมกัน
เพราะแบบนั้นจะไม่ให้นางแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความเปล่งประกายแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อผลประโยชน์หลายอย่างกำลังอยู่ด้านหน้า
“ คุณหนูหาเงินให้ได้มากมายก็ดีอยู่หรอกเ้าค่ะ แต่ว่าคุณหนู้าเอาเงินพวกนั้นไปทำอันใดอย่างงั้นหรือเ้าคะ ” ในตอนนี้ทั้งสองอยู่ภายในเมืองชายแดน เมืองชายแดนแห่งนี้มันเป็เมืองชนบท ของสวยๆงามๆอย่างเช่นพวกเครื่องประดับก็ไม่มี
และอีกหลายๆอย่างที่คาดส้นแตกต่างจากเมืองหลวงอย่างชัดเจน ตอนนี้ถึงแม้ว่าจะมีเงินมากไปบางทีมันอาจจะทำให้พวกนางนั้นอันตราย
“ ออกจากเมืองแห่งนี้อย่างไรเล่า ”
“ ออกจากเมืองแห่งนี้? ”
“ ใช่แล้วเ้าคิดว่าพวกเราจะอยู่ที่เมืองแห่งนี้ไปจนตายอย่างงั้นรึ ในตอนนี้าที่เพิ่งผ่านพ้นมาเ้าได้หนึ่งาแข้าสลบไปสามวัน”
“ เ้าคิดว่าถ้าาครั้งหน้ามาถึงพวกเราจะมีชีวิตรอดหรือไม่ ” ซูฉีกล่าวตามความจริง
จุดประสงค์ของนางในตอนนี้ คือการเก็บเงินสักก้อนก่อนที่จะเดินทางออกไปจากเมืองแห่งนี้แล้วไปหาเมืองใหม่ปักหลัก
ไม่จำเป็จะต้องเมืองที่ใหญ่โตแต่ขอให้ออกห่างจากเมืองชายแดนแห่งนี้ประมาณหนึ่งก็พอ
เพราะว่าเมืองแห่งนี้มีารบราฆ่าฟันบ่อยครั้ง ซึ่งาที่เพิ่งผ่านพ้นมาก็เป็สิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ ในครั้งนี้ลี่ถังาเ็สาหัสเกือบจะสิ้นชีวิต ซูฉีเองก็สลบไปสามวัน
ไม่มั่นใจว่าถ้าครั้งหน้าามาถึงอีกหรือว่ารุนแรงกว่านี้พวกนางทั้งสองที่เป็เพียงสตรีตัวเล็กๆจะรักษาชีวิตของตนเองได้หรือไม่
จุดประสงค์ของนางในตอนนี้คือเก็บเงินสักก้อนและก็รีบออกจากเมืองนี้
“ ข้าไม่ได้อยากตายที่สถานที่แห่งนี้หรอกนะ ”
“ พวกเราจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าพวกเราจะโดนเนรเทศออกมาจากเมืองหลวงแล้วก็ตาม ” นางตั้งปณิธานแน่วแน่แววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความจริงจังมองมาที่บ่าวรับใช้ของตน
“ เอาล่ะไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว ช่วยกันคนละไม้คนละมือ สุราพวกนี้เป็ของดีพวกเรามาช่วยกันขนส่งไปที่โรงสุราของนายหญิงจื่อกันเถอะ ”
“ เ้าค่ะ!!! ”
หนึ่งนายหนึ่งบ่าวช่วยกันคนละไม้คนละมือขนสุราพวกนี้ขึ้นไปบนรถม้าที่จ้างวานเอาไว้บริเวณด้านนอก
ซูฉีจ้างรถม้าขนส่งมาหนึ่งคัน เพื่อขนส่งสุราพวกนี้ไปยังโรงสุราที่ตั้งอยู่ที่ถนนถัดห่างออกไป
หลังจากนั้นได้ทำการขนส่งของพวกนี้ไปถึงมือของนายหญิงจื่อ สุราพวกนี้จะถูกจำหน่ายภายในร้านขายสุราของนายหญิงจื่อ
ถ้าสุราทั้งหมดคล้ายโหมดนางจะได้รับเงินส่วนแบ่งในการค้า โดยการค้าขายในครั้งนี้นางไม่ใช่คนโง่ ยุคสมัยของซูฉีนางมองเห็นการค้าขายมามากมาย
เพราะแบบนั้นเงื่อนไขในการค้าขายสุรานี้นางจึงกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน นายหญิงจื่อจะได้รับค่านายหน้าในการค้าขายหรือค่าสถานที่
ส่วนเื่ค่าใช้จ่ายในการผลิตสุราทั้งหมดนางจะเป็คนรับผิดชอบ ซูฉีได้รับเงินจากการขายสุราประมาณแปดส่วนส่วนอีกสองส่วนถูกหักออกไป
แน่นอนว่านี่คือเงื่อนไขที่สามารถรับได้ทั้งสองฝ่าย ถ้าขายหมดในรอบแรกซูฉีคิดเอาไว้แล้วว่าตนเองจะได้เงินประมาณสามตำลึงเงิน
เงินส่วนนั้นสามารถนำมาใช้ได้หลายอย่าง นางมีเงินเก็บอยู่สองร้อยเหรียญทองแดงหรือประมาณสองตำลึงเงิน
รวมทั้งหมดแล้วนางน่าจะมีเงินประมาณห้าตำลึงเงินในอีกไม่กี่วัน ซูฉีเริ่มคิดแผนการถัดไปหรือว่าแผนการต่อๆไปในการจัดการเื่ราวต่างๆ
สภาพการณ์ภายในเมืองแห่งนี้เริ่มกลับคืนสู่สภาพเดิม เพราะว่าเมืองแห่งนี้เกิดาอยู่บ่อยครั้ง พวกชาวเมืองจนเห็นว่ามันเป็เื่ปกติ
ใช้เวลาในการฟื้นฟูเมืองเพียงไม่กี่วันเท่านั้นสภาพจิตใจของเหล่าผู้คนภายในเมืองก็คงกลับมาเป็เหมือนเดิม
กิจการร้านค้าหลายๆอย่างในตอนนี้มันเริ่มกลับมาเปิดแม้ว่าเมืองจะยังซ่อมแซมไม่เสร็จ
…
เข้าสู่ต้นเดือนหก
อากาศใน่นี้ไม่ร้อนไม่หนาว เป็อากาศที่อบอุ่นเมืองชายแดนแห่งนี้มีอากาศที่บริสุทธิ์ หลังจากผ่านพ้นภัยามาหลายวัน ซูฉีนำเอาสุราของตนเองที่มักขึ้นมาได้ไปขายภายในโรงสุรา
นางขายสุรารอบแรกหมดภายในสามวัน เงินที่นางได้มาก็เงินเป็ก้อนส่วนแบ่งตามที่ตกลงเอาไว้นั่นคือสามตำลึงเงิน
“ นี่ส่วนแบ่งของเ้า ” จื่อหรานยื่นถุงเงินจำนวนหนึ่งให้กับซูฉี
ซูฉีรับมันเอาไว้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางหยิบถุงเงินขึ้นมาแล้วก็เปิดดูมองเห็นเงินก้อนที่อยู่ด้านในภายในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความยินดี
นี่คือเงินก้อนแรกที่หามาได้ด้วยพลังของพลังิญญา จื่อหรานกล่าวชมเชยออกมา “ รสชาติของสุราเ้าเป็ที่ถูกปากอย่างที่ข้าคิดเอาไว้จริงๆ ”
“ ตอนนี้ผู้คนภายในเมืองส่วนใหญ่แล้วดื่มสุราของเ้าเป็มากที่สุด และมีสุราอื่นๆตามมา ”
“ เงินก้อนนี้ที่เขามอบให้กับเ้าเป็เงินส่วนแบ่งที่เราควรจะได้ ถ้าเ้าอยากจะขายสุราในรอบหน้าเมื่อไรเ้าก็นำเข้ามาขายที่ร้านของข้าได้ทันที ”
“ เข้าใจแล้วเ้าค่ะ!!! ” ซูฉีพยักหน้าตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้ม
ซูฉีได้เงินก้อนมาแถมยังได้ค่าแรงประจำวัน ในตอนนี้เงินเก็บใน่หลายวันที่ผ่านมานางจึงมีประมาณหกถึงเจ็ดตำลึงเงิน
ด้วยเงินจำนวนนี้สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง สิ่งที่นางอยากจะทำเป็อย่างแรกคือการซ่อมแซมบ้าน บ้านที่อยู่อาศัยมีรูและก็มีแต่ไม้เก่าๆ
ถ้าใช้เงินจำนวนที่ได้มาซ่อมแซมบ้านคงจะดีกว่า ในตอนนี้ก็เข้าสู่เดือนหกแล้วอีกไม่กี่เดือนความหนาวเย็นจงจะเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้
นางไม่อยากแข็งตาย เพราะแบบนั้นจึงคิดจะใช้เงินในส่วนนี้จ้างคนงานหรือว่าจ้างช่างไม้สักคนมาซ่อมแซมบ้านของนาง
ซูฉีได้รับการแนะนำจากนายหญิงจื่อ ว่าภายในเมืองแห่งนี้มีช่างไม้ผู้หนึ่งที่รู้จักกับนายหญิงจื่อ เขาอาศัยอยู่บริเวณทางทิศเหนือของเมือง รับหน้าที่เป็คนซ่อมบ้านของเมืองแห่งนี้ ราคาไม่แพง
ซูฉีรีบมุ่งตรงไปที่อยู่อาศัยของช่างไม้ผู้นั้นทันที เดินทางมาถึงในย่านนี้นางไม่เคยเดินทางเข้ามาภายในย่านนี้มาก่อน
รู้สึกแปลกหูแปลกตาเป็อย่างมาก “ อยู่ในเมืองแห่งนี้ก็เกือบเดือนได้แล้ว ”
“ ไม่เคยมาในย่านนี้มาก่อนเลย เต็มไปด้วยผู้คนมากมายสถานที่แห่งนี้มันอะไรกัน ” นางเดินสำรวจอย่างแปลกหูแปลกตา ย่านนี้ดูแตกต่างจากย่านอื่นๆภายใน
ในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น ซูฉีไปกระแทกเข้ากับบางอย่างเข้ามันแข็งราวกับหินจนทำให้ร่างกายของนางเอนล้มไปด้านหลัง
ตู้บ!!
“ โอ๊ย!!! ” เสียงร้องด้วยความเ็ป สะโพกของนางกระแทกลงพื้นอย่างเต็มแรงราวกับว่ามันจะหัก นางยกมือขึ้นมาจับกุมบริเวณใบหน้าส่ายศีรษะไปมาก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมอง
มองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าที่นางเดินชนถึงกับอุทานร้องออกมา “ ั์!!! ”
จบบท