(ทำการแก้ไขเนื้อหาในวันที่ 1/12/2565 เวลา 16.30)
ตอนที่ 29
หนทางรอด
“ท่านถังเหว่ย...” เพียงพริบตาเดียวร่างของถังเหว่ยก็ออกมาจากห้องรับแขกและเข้าประชันหน้ากับเหล่าองครักษ์ที่กำลังยืนเฝ้าระวังอยู่ด้านนอกเข้าพอดีถึงถังเหว่ยจะเป็ผู้ติดตามของแขกผู้มาเยือนแต่จะเข้าไปในเรือนด้านในโดยที่ท่านาุโหวังยังไม่ได้อนุญาตนั้นก็ไม่อาจปล่อยให้ทำได้แต่ถึงจะทราบหน้าที่ของตัวเองดีเหล่าองครักษ์ทั้งสี่ก็ยังรู้อีกด้วยว่านายเหนือหัวของถังเหว่ยคือใครและมีอำนาจมากแค่ไหน
“หยุดถังเหว่ยเอาไว้ อย่าให้เขาเข้าไป”ระหว่างที่เหล่าองครักษ์กำลังลังเลอยู่นั้นฝ่ายหวังอี้ฝู่กลับออกมาจากห้องรับแขกและสั่งให้คนของสำนักปราบมารที่ขึ้นตรงกับวังหลวงเข้าขัดขวางองครักษ์ประจำตัวขององค์จักรพรรดิเสียอย่างนั้นแถมสาเหตุที่พวกเขาต้องเข้าไปขวางก็คือการปกป้องผู้ฝึกฝนวิชามารที่เป็ศัตรูกับพวกเขาอีกด้วย
“ท่านถังเหว่ย สถานที่นี้เป็พื้นที่ของท่านาุโหวังคนภายนอกห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระหว่างที่เหล่าองครักษ์คนอื่นๆกำลังสับสนว่าจะทำอย่างไรดีอยู่ๆฉินิผู้สวมใส่หน้ากากกวางกลับยื่นแขนออกมาขวางทางถังเหว่ยเอาไว้ไม่ยอมให้อีกฝ่ายผ่านเข้าไปเสียอย่างนั้น
“นี่เป็คำสั่งขององค์จักรพรรดิพวกเ้ากล้าขัดขวางงั้นหรือ” ถังเหว่ยมองเหล่าองครักษ์จากสำนักปราบมารด้วยดวงตาอันแหลมคมด้วยระดับฝีมือขององครักษ์ทั้งสี่ตอนนี้เกรงว่าจะไม่ใช่คู่มือของถังเหว่ยแม้แต่น้อย
“ขออภัยด้วยขอรับท่านถังเหว่ย บังเอิญว่าข้ามิใช่คนหูเบาเสียเท่าไหร่หากไม่ได้ยินจากพระองค์เองหรือมีหนังสือพระราชโองการมาแสดงพวกข้าก็ไม่สามารถปล่อยท่านเข้าไปได้”ไม่ใช่แค่ฉินิเท่านั้นที่เข้ามาขวางแต่ยังมีเยี่ยนเหวินผู้สวมใส่หน้ากากหมูอีกคนที่เข้ามาร่วมด้วย
“ฮ้าๆ น่าแปลกจริงๆที่ผู้าุโและศิษย์ระดับสูงของสำนักปราบมารพากันปกป้องผู้ฝึกฝนวิชามารกันถึงขนาดนี้พวกเ้าทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ” ยังไม่ทันได้ปะทะกันเสียงหัวเราะของเทียนอวี้องค์จักรพรรดิคนปัจจุบันก็ดังขึ้นพร้อมๆกับร่างของพระองค์ที่กำลังเดินออกมาจากห้องรับแขกยามนี้หากพระองค์ออกปากสั่งคำเดียวสิ่งที่เยี่ยนเหวินอ้างออกมาก็ไร้ความหมาย
“ท่านพี่โปรดฟังข้าก่อน ถึงข้าจะรับผู้ฝึกฝนวิชามารเข้ามาก็รับมาเพื่อหาทางรักษาเท่านั้นไม่ได้คิดคดต่ออาณาจักรเลย”หวังอี้ฝู่เห็นสถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ก็ได้แต่รั้งเทียนอวี้เอาไว้ไม่ให้ออกปากสั่งเหล่าลูกน้องของตนได้
“ทำไมเื่นั้นข้าจะไม่รู้แผนการรักษาของเ้าข้าเป็คนสั่งให้ตีตกไปเอง แทนที่จะหาหนทางรักษาเ้าไปนั่งคิดค้นหาวิธีสังหารผู้ฝึกฝนวิชามารได้ง่ายดายกว่าเดิมไม่ดีกว่าหรือ”จักรพรรดิเทียนอวี้ส่ายหน้าด้วยท่าทีไม่เห็นด้วย ความสามารถของหวังอี้ฝู่นั้นเป็ของจริงไม่อย่างนั้นเทียนอวี้คงจะไม่ฝากฝังหน้าที่ค้นคว้าตำรามารให้กับเขาหรอกเพียงแต่่หลังนี้หวังอี้ฝู่กลับสนอกสนใจวิธีรักษาผู้ฝึกฝนวิชามารขึ้นมาเสียเฉยๆทำให้การศึกษาวิธีการกำจัดผู้ฝึกฝนวิชามารเริ่มดำเนินการช้าลงเรื่อยๆ
“ทำไมกัน... ท่านไม่เข้าใจหรือว่าการรักษาจะทำให้ชีวิตของผู้ฝึกฝนวิชามารกลับมาเป็เหมือนเดิมแบบนั้นพวกเราจะช่วยเหลือคนของอาณาจักรเราได้มากมายเลยนะ” หวังอี้ฝู่ย่อมทราบดีว่าคนที่ปัดตกวิธีการรักษาของตนไปนั้นย่อมเป็เทียนอวี้อยู่แล้วแต่ถึงอย่างนั้นหวังอี้ฝู่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนที่เกลียดวิชามารที่สุดคนหนึ่งกลับไม่ยินดีจะหาทางรักษามัน
“วิธีการรักษาของเ้าจำเป็ต้องใช้ความยินยอมจากผู้ฝึกฝนวิชามารด้วยมิใช่หรือไงไอ้พวกผู้ฝึกฝนวิชามารมันก็กระหายในพลังกันทั้งนั้น ต่อให้วิธีรักษาของเ้าจะสำเร็จจริงจะผู้ฝึกฝนวิชามารสักกี่คนกันที่ยอมรับการรักษาเมื่อเทียบกับการช่วยเหลือคนเพียงหยิบมือด้วยวิธีนี้สู้เ้าคิดค้นวิธีสังหารผู้ฝึกฝนวิชามารให้มากๆจะได้ไม่มีวิชามารทำให้ผู้คนเ่าั้ต้องทนทุกข์ไม่ดีกว่าหรือ”ยิ่งพูดท่าทีของเทียนอวี้ก็ยิ่งรุนแรง แต่สิ่งที่เทียนอวี้พูดมาก็เป็ความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้ผู้ฝึกฝนวิชามารส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่้าพลังอำนาจถึงได้มัวเมาจนยอมฝึกฝนวิชาที่ทำร้ายทั้งตัวเองและผู้อื่นส่วนผู้ฝึกฝนวิชามารที่ต้องฝึกฝนอย่างจำใจอย่างชุนหยางนั้นกลับมีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้นจริงๆ
“แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ไม่จำเป็ต้องฆ่าเขาทันทีนี่ขอรับเขานั้นมีความสามารถที่จะช่วย...”หวังอี้ฝู่พยายามหาข้ออ้างมายื้อชีวิตของชุนหยางเอาไว้เพราะชุนหยางนั้นมีพร์ที่น่าเหลือเชื่อและอาจจะช่วยงานหวังอี้ฝู่ได้เป็อย่างดีเพียงแต่ระหว่างที่หวังอี้ฝู่กำลังจะยกเื่ความสามารถปรับแต่งวิชาของชุนหยางขึ้นมานั้นหวังอี้ฝู่ก็นึกตระหนักเื่หนึ่งขึ้นมาได้นั่นคือองค์จักรพรรดิไม่ได้สนใจว่าการรักษาจะคืบหน้าไปถึงไหนต่อให้ชุนหยางสามารถทำให้การรักษาประสบความสำเร็จได้จริงพระองค์ก็คงจะฆ่าทิ้งอยู่ดีหรือต่อให้อ้างว่าชุนหยางสามารถช่วยพัฒนาวิธีการรับมือกับผู้ฝึกฝนวิชามารได้แต่หน้าที่นี้ก็มีหวังอี้ฝู่คอยทำอยู่แล้วพระองค์ไม่มีทางยอมรับความช่วยเหลือจากผู้ฝึกฝนวิชามารง่ายๆเป็แน่
“เขาสามารถช่วยท่านเื่ดินแดนมารบัญญัติได้...”เพื่อดึงความสนใจของเทียนอวี้หวังอี้ฝู่ตัดสินใจพูดเื่ของดินแดนมารบัญญัติขึ้นมาหากจะให้องค์จักรพรรดิใช้งานผู้ฝึกฝนวิชามารก็ต้องเลือกงานที่มีแต่ผู้ฝึกฝนวิชามารเท่านั้นถึงจะทำได้สิ
“เ้าหมายความว่าอย่างไร” ทันทีที่ได้ยินเื่ดินแดนมารบัญญัติเทียนอวี้ก็มีท่าทีสนใจอย่างเห็นได้ชัดดินแดนมารบัญญัตินั้นเป็เมืองที่ถูกผู้ฝึกฝนวิชามารยึดเอาไว้และตัดขาดจากการปกครองของอาณาจักรหลงเหมินมาหลายสิบปีแล้วแถมการจะจัดการกับพวกมันยังถือเป็เื่ยากลำบากมากเพราะผู้นำทั้ง 5แห่งดินแดนมารบัญญัตินั้นล้วนแล้วแต่เป็ผู้ฝึกฝนวิชามารระดับเดียวกับผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่เก่งกาจที่สุดในอาณาจักรทั้งสิ้นหากจะเข้าปราบปรามดินแดนมารบัญญัติอย่างจริงจังก็คงต้องใช้ยอดฝีมือทั้งอาณาจักรเข้าปราบและต่อให้ปราบสำเร็จความเสียหายที่เกิดขึ้นคงเกินกว่าผู้ใดจะรับผิดชอบไหวแถมยังเสี่ยงต่อการโดนอาณาจักรข้างเคียงบุกโจมตีระหว่างกำลังของอาณาจักรอ่อนแอด้วย
“ท่านไม่คิดหรือว่านี่คือโอกาสมีไม่บ่อยหรอกนะที่จะมีผู้ฝึกฝนวิชามารมาอยู่ฝั่งเราแบบนี้” เห็นเทียนอวี้เริ่มสนใจหวังอี้ฝู่ก็พอจะเห็นทางรอดให้กับชุนหยางได้บ้างถึงมันจะเป็เพียงการซื้อเวลาก็ยังดีกว่าปล่อยให้ชุนหยางโดนสังหารจนตายภายใต้คมกระบี่ของถังเหว่ยแน่ๆ
“เ้ากำลังจะบอกว่าพวกเราสามารถใช้เ้าสองคนนั่นเป็สายสืบให้เราได้อย่างนั้นหรือ”เทียนอวี้หาใช่คนโง่งมไม่ ยามได้ยินหวังอี้ฝู่เกริ่นนำเื่ดินแดนมารบัญญัติเทียนอวี้ก็พอจะเดาได้แล้วว่าหวังอี้ฝู่กำลังจะยื่นข้อเสนออะไรแน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดีว่าหวังอี้ฝู่ใช้วิธีนี้เพื่อซื้อเวลา แต่การส่งสายลับเข้าไปสืบเื่ภายในดินแดนมารบัญญัตินั้นถือเป็สิ่งที่คนของสำนักปราบมารพยายามกันมาหลายปีแต่เพราะรอบตัวของผู้ฝึกฝนวิชามารทั้ง 5 นั้นจะมีเพียงผู้ฝึกฝนวิชามารเท่านั้นที่เข้าถึงได้ทำให้สำนักปราบมารไม่อาจสืบเื่ของผู้นำของดินแดนมารบัญญัติได้เสียที
“ขอรับ ข้าขอเวลาเพียงสามปีข้าจะฝึกฝนให้เขากลายเป็สายลับของสำนักปราบมารเองขอรับ”หวังอี้ฝู่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะขอเวลาสำหรับเตรียมตัว แน่นอนว่าเวลาที่หวังอี้ฝู่ขอไปไม่ใช่เพื่อเตรียมตัวให้ชุนหยางกลายเป็สายลับแต่เป็เวลาสำหรับหาวิธีรักษาชุนหยางให้กลับมาเป็มนุษย์ปกติ เพราะหากชุนหยางรักษาจนหายแล้วก็ไม่มีเหตุผลให้ฆ่าเขาอีก
“เป็ทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียวเพียงแต่ข้า...จะไว้ใจผู้ฝึกฝนวิชามารได้งั้นหรือ” เทียนอวี้ย่อมไม่เชื่อใจผู้ฝึกฝนวิชามารอยู่แล้วต่อให้นี่จะเป็โอกาสหนึ่งในล้านที่จะสืบเื่ของดินแดนมารบัญญัติแต่ก็เป็โอกาสที่จะปล่อยผู้ฝึกฝนวิชามารอีกคนเข้าไปร่วมกำลังกับดินแดนมารบัญญัติเช่นกัน
“เ้าคิดว่าไงเล่าฉินิสำหรับคนที่ยอมรับที่เ้านายตัวเองรับผู้ฝึกฝนวิชามารเข้ามาไม่ได้จนต้องแจ้งให้เ้าสำนักจัดการแล้วเ้าคิดว่าข้าควรเชื่อใจผู้ฝึกฝนวิชามารหรือไม่” ระหว่างกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นอยู่ๆเทียนอวี้ก็หันไปถามฉินิผู้ยืนขวางทางถังเหว่ยไม่ยอมห่าง ที่แท้องค์จักรพรรดิก็ทราบเื่ของชุนหยางจากฉินินี่เอง
“ผู้ฝึกฝนวิชามารย่อมเชื่อใจไม่ได้ขอรับ”ฉินิก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามขององค์จักรพรรดิด้วยสิ่งที่ตนกำลังคิดอยู่ในใจจริงๆวันที่หวังอี้ฝู่รับชุนหยางและจูอิงเข้ามาฉินิและองครักษ์คนอื่นๆต่างก็ไม่เห็นด้วยเป็อย่างมากที่พวกตนจะต้องมาคอยดูแลผู้ฝึกฝนวิชามารไปด้วยสุดท้ายฉินิจึงตัดสินใจส่งจดหมายไปแจ้งให้ท่านเ้าสำนักรับทราบว่าหวังอี้ฝู่รับตัวผู้ฝึกฝนวิชามารเอาไว้โดยพลการเพื่อหวังให้เ้าสำนักจัดการทว่าเ้าสำนักไม่มีอำนาจพอจะจัดการกับน้องชายขององค์จักรพรรดิเขาจึงส่งเื่ขึ้นไปถึงองค์จักรพรรดิโดยตรงทำให้เทียนอวี้ถึงกับเดินทางมายังเมืองกวางจิ้งด้วยตัวเองเลยทีเดียว
“แต่...แม่นางจูอิง กับ ชุนหยางนั้นเชื่อถือได้ขอรับ”ในตอนที่ส่งจดหมายไปนั้นเป็่เวลาไม่กี่วันแรกที่ฉินิได้อยู่กับพวกชุนหยางหลังจากนั้นเพื่อไม่ให้เหล่าผู้ฝึกฝนวิชามารคลาดสายตาฉินิจึงเฝ้าดูทั้งสองอย่างตั้งใจเป็พิเศษและนั่นก็ทำให้ฉินิได้เห็นความพยายามของทั้งสองตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันถึงมันจะเป็เวลาไม่นานแต่ฉินิและเหล่าองครักษ์คนอื่นๆต่างก็ไม่เคยเห็นผู้ฝึกฝนวิชามารที่ควบคุมตัวเองได้ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาก่อนยิ่งหลังจากนั้นพวกเขาได้รับฟังว่าแท้จริงแล้วทำไมชุนหยางและจูอิงถึงได้ฝึกฝนวิชามารพวกเขาจึงเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อชุนหยางและจูอิงไปอย่างสิ้นเชิงและกล้าจะยืนขวางถังเหว่ยเพื่อปกป้องพวกเขาได้อย่างเต็มใจ
“อืม...แม้แต่ศิษย์สำนักปราบมารก็ยังเชื่อถือพวกมันงั้นหรือน่าประหลาดใจจริงๆ” เสียงหัวเราะขององค์จักรพรรดิทำเอาคนรอบข้างรู้สึกกดดันไม่น้อยหากฉินิพูดแบบนี้ก่อนที่หวังอี้ฝู่จะเสนอเื่สายสืบออกมาฉินิคงโดนสั่งปะามันตรงนี้เลยด้วยซ้ำแต่เพราะเื่ของสายสืบนั้นทำให้เทียนอวี้สนใจมากจริงๆศีรษะของฉินิถึงยังตั้งอยู่บนลำคอของเขาได้
“ข้าจะให้เวลาหนึ่งปีในการเตรียมเ้าผู้ฝึกฝนวิชามารคนนั้นให้พร้อมนอกจากนี้พวกเ้าจะต้องหาวิธีควบคุมไม่ให้เ้าผู้ฝึกฝนวิชามารคนนี้ทรยศพวกเราได้เป็อันขาดและในตลอดหนึ่งปีข้าจะส่งคนมาตรวจสอบทุกเดือนว่าพวกเ้าคืบหน้าไปถึงไหน หากไม่คืบหน้าข้าจะสั่งปะามันทันที”เทียนอวี้พูดจบก็สั่งให้ถังเหว่ยเดินทางกลับไปกับตนและปล่อยให้พวกหวังอี้ฝู่หาทางกันเอาเอง
“แม้แต่แผนถ่วงเวลาก็ถูกดูออกงั้นหรือ”หวังอี้ฝู่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ ท่าทางเทียนอวี้จะรู้ว่าหวังอี้ฝู่ขอเวลาเพื่อหาทางรักษาชุนหยางให้ทันไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ลดระยะเวลาลงแล้วส่งคนมาตรวจสอบเรื่อยๆหรอก
“เอ่อ...ท่านาุโหวังถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัว...” ระหว่างหวังอี้ฝู่กำลังครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อดีเ้าเมืองกวางจิ้งที่ถูกลืมเอาไว้ในห้องรับแขกก็ออกมาบอกลาหวังอี้ฝู่ก่อนจะพาตัวบุตรสาวที่กำลังอยู่ในท่าทีเหม่อลอยกลับออกไปจากเรือนของหวังอี้ฝู่ด้วยอีกคนวันนี้ช่างเหมือนกับฝันร้ายของเ้าเมืองกวางจิ้งจริงๆแต่ท่าทางสำหรับหลัวลี่จูผู้เป็บุตรสาวท่าทางคืนนี้นางคงจะฝันถึงชายหนุ่มผู้นั้นเป็แน่