ในจังหวัที่ทุกคนกำลังครุ่นคิด ที่ด้านนอกห้องโถงงานเลี้ยงก็มีร่างเงาหลายร่างปรากฏตัวขึ้น
พวกเขาสวมเสื้อผ้าหรูหราหลากสีสัน
คนกลุ่มนี้มีตั้งแต่วัยกลางคนรวมไปถึงวัยชรา ส่วนความแข็งแกร่งก็คือระดับเทพยุทธ์จนไปถึงรัดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นกลาง
พวกเขาคือผู้อาวุโสหรือผู้นำตระกูลภายในเมืองหลวงแสงจันทร์ รวมไปถึงตัวตนระดับสูงจากกองกำลังชั้นยอดที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงเท่าไหร่
พวกเขามาที่นี้ก็เพราะออร่าที่แข็งแกร่งจำนวนมากจู่ๆก็ปะทุขึ้นที่พระราชวัง พวกเขาถึงได้รีบมาที่พระราชวังทันที เพื่อดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้นที่นี้
เพราะออร่าที่พวกเขาสัมผัสได้มีแต่ตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ขึ้นไปทั้งนั้น แถมมีมากกว่าสามสิบจุดอีกด้วย ทำให้พวกเขารีบมาทันที
ไม่ว่าจะเป็นชายชราในชุดคลุมสีเขียวอ่อน ใบหน้าผอมแห้ง รูปร่างเตี้ยเล็กน้อย แต่เขากลับเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรแสงจันทร์ เยว่หลางซือ ผู้นำตำหนักหมื่นวิถี
“ แม้แต่ท่านเยว่หลางซือก็ยังปรากฏตัว ”
“ ไม่ใช่แค่ท่านเยว่หลางซือเท่านั้น ตาเฒ่าจากกองกำลังชั้นยอดต่างก็ปรากฏตัวขึ้นที่งานเลี้ยงนี้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นคนของห้าตระกูลใหญ่ก็ตาม ”
“ เรื่องนี้มันไม่ธรรมดาเลย พวกเรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ ”
เหล่าตัวตนระดับสูงพากันพูดคุยก่อนที่จะเข้าไปในโถงงานเลี้ยง
ไม่นานพวกเขาก็พบกับฉากที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจ ซึ่งก็คือ พวกเขาเห็นคนของตระกูลมู่กำลังคุกเข่าอยู่ด้านหน้าชายหนุ่มคนหนึ่ง
นอกจากนี้ตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ พวกเขากก็รู้จักเพียงแค่เฉียงกั่วเท่านั้น แต่คนอื่นพวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
เมื่อคนกลุ่มนี้เข้าไปด้านในห้องโถงงานเลี้ยง พวกเขาก็กลายเป็นจุดสนใจทันที เนื่องจากพวกเขาคือตัวตนที่มีชื่อเสียงในอาณาจักรแสงจันทร์ทั้งยุคก่อนและยุคปัจจุบัน
“ เกิดอะไรขึ้น ” เยว่หลางซือถามขึ้นทันที สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและสับสน
จักรพรรดิเยว่เทียนซานและคนอื่นๆพากันทำความเคารพเยว่หลางซือและอธิบายให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้นทุกๆคนก็มองไปที่ชายชราของตระกูลมู่สองคน พวกเขาคืออดีตผู้นำตระกูลมู่ มู่เมิงตู้และอดีตผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลมู่ มู่เซียวคง
เวลานี้สีหน้าของมู่เมิงตู้และมู่เซียวคงบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความโกรธ
“ บัดซบไอลูกชั่ว!!! ” มู่เมิงตู้คำรามออกมาทันที ที่แท้ก็เป็นเพราะตระกูลมู่ของเขาไปท้าทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งนายน้อยของกลุ่มคนระดับอาณาจักรสวรรค์นี้
สีหน้าของมู่สือเฟิงก็ยิ่งย่ำแย่ยิ่งกว่าเก่า อีกอย่างเขาก็ไม่สามารถตองโต้อะไรได้เพราะมันเป็นความผิดของเขาจริงๆ ใครจะคิดล่ะว่าชายหนุ่มที่พวกเขาไม่เห็นหัวจะมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้
“ คุณชายได้โปรดยกโทษให้ตระกูลมู่ของข้าได้ไหม? ” มู่เมิงตู้รีบเดินมาขอโทษทันที
“ ความจริงแล้วข้าก็ไม่ได้อยากใช้วิธีการนี้ แต่มันก็เป็นเพียงการจัดฉากขึ้นเท่านั้น ส่วนตระกูลมู่ของเจ้านั้นเดินเข้ามาในแผนเฉยๆ ” หยวนหมิงเย่ยิ้ม
ทันใดนั้นทุกๆคนก็พากันสงสัยว่านี้คือแผนอะไรกันทำไมต้องเล่นใหญ่แบบนี้
หยวนหมิงเย่ไม่ตอบเขาหยิบของบางอย่างออกมาจากอุปกรณ์มิติ
มันคือแผ่นหยกสีทองที่ดูเก่าแก่และบริสุทธิ์ นอกจากนี้มันยังมีตัวอักษรสีทองอยู่บนนั้น
หยวนหมิงเย่ใส่ลมปราณเข้าไปด้านใน ก่อนที่แผ่นหยกสีทองจะเปร่งแสงออกมา จากนั้นมันก็มีเสียงเหมือนกับบทสวดดังขึ้นมาเรื่อยๆ
ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนล้มลงกับพื้นและกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด และอีกไม่กี่ลมหายใจก็มีหญิงชราคนหนึ่งล้มลงเช่นกัน
เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับทุกๆคนอย่างมาก พวกเขามองดูคนอื่นๆล้มลงด้วยความประหลาดใจ
ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ตัวตนระดับสูงหลายสิบคนก็ล้มลงกับพื้นและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แม้กระทั้งตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นต้นจากกองกำลังชั้นยอดก็เป็นไปด้วยเหมือนกัน แม้กระทั้งผู้มาใหม่จากกองกำลังต่างๆก็มีบางคนที่ล้มลงด้วยความเจ็บปวด
“ ฆ่าพวกมันทิ้งซะ ” เสียงของหยวนหมิงเย่ดังขึ้น
“ รับคำสั่ง ” เสียงของคนจากหอเฟิงเซียงดังขึ้นก่อนที่จะปลิดชีพทุกๆคนที่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
“ หยวนหมิงเย่เจ้าคิดที่จะทำอะไร ”
“ หยวนหมิงเย่ เจ้าคิดหรือว่าเจ้ามีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งแล้วจะทำอะไรก็ได้ ”
เวลานี้เหล่าตัวตนระดับสูงที่เห็นว่าสหายหรือผู้อาวุโสของตัวเองถูกสังหารก็ยิ่งโกรธ แต่ถอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะลงมือเพราะพวกเขาเองก็กลัวตายเหมือนกัน
แม้กระทั้งเยว่หลางซือก็ยังมีจิตสังหารที่ปะทุออกมา
“ เงียบ!!! ” เยว่เทียนซานตะโกนขึ้นทำให้เสียงก่นด่าเงียบหายไป
ทุกๆคนพากันหยุดมองไปที่จักรพรรดิเยว่เทียนซาน
“ นี้คือแผนที่ข้าและคุณชายหยวนคิดขึ้นมาเพื่อกำจัดคนทรยศ ” เยว่เทียนซานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทุกคนที่ได้ยินก็ตกใจและไม่คิดว่าจักรพรรดิเยว่เทียนซานจะเข้าร่วมแผนการนี้ด้วย
“ องค์จักรพรรดิ บอกมาว่านี้คือแผนอะไร!! ” เยว่หลางซือถามขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำ
“ คนที่ถูกสังหารไปคือสายสืบของลัทธิมารสีชาด” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวออกมา
คนที่รู้จักลัทธิมารสีชาดก็พากันตกใจและไม่อยากเชื่อ ส่วนคนที่ไม่รู้ก็ถามกับคนที่รู้ จนในที่สุดพวกเขาก็รู้จักลัทธิมารสีชาด
“ อย่างที่ทุกคนรู้ดี ลัทธิมารสีชาดเต็มไปด้วยพวกเลวทราม ใช้ชีวิตผู้บริสุทธิ์ในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง สาเหตุที่ข้าสามารถรู้ได้ว่าใครเป็นคนของลัทธิมารสีชาดก็เพราะบดสวดเต๋านี้ ซึ่งมันจะทำลายตัวอ่อนที่ถูกฝั่งอยู่ในร่างกายของคนๆนั้นจนได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส ” หยวนหมิงเย่กล่าว
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ทุกๆคนก็มองดูศพของสหายที่อยู่ไมไกล พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าสหายของพวกเขาจะเป็นคนของลัทธิมารสีชาด
“ เป็นลัทธิมารสีชาดจริงๆด้วย ข้าจำสัญลักษณ์บนธงนี้ได้ ” ชายชราคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับทำธงออกมาจากอุปกรณ์มิติของคนที่เพิ่งถูกสังหารไป
จากนั้นพวกเขาก็ค้นอุปกรณ์มิติของคนที่ตายและก็พบว่าพวกเขามีการติดต่อกับลัทธิมารสีชาดจริงๆ
“ นึกไม่ถึงเลยว่าลัทธิมารสีชาดได้แทรกซึมเข้ามาในนี้นานแล้ว ”
เสียงพูดคุยของทุกๆคนดังขึ้น
“ สรุปแล้ว สาเหตุที่พระองค์เรียกประชุมพวกเราก็เพราะต้องการที่จะกำจัดพวกลัทธิมารสีชาดสินะ ” หลินจ้าน ผู้นำตระกูลหลินกล่าวขึ้นด้วยความจริงจัง
“ เป็นเช่นนั้น เพื่อที่จะกำจัดพวกลัทธิมารสีชาดที่แฝงตัวอยู่ในตัวตนระดับสูงของอาณาจักร ข้าจึงต้องใช้วิธีการที่โหดร้ายและรวดเร็วที่สุด แต่นึกไม่ถึงเลยว่าคุณชายหยวนจะร้ายกาจกว่านั้น โดยที่เขาใช้คนของตระกูลมู่เป็นเหยื่อโดยที่แสร้งทำเป็นเปิดเผยความแข็งแกร่งเพื่อเรียกตัวตนระดับสูงที่ไม่ได้มางานเลี้ยงให้มาที่นี้ ” เยว่เทียนซานพยักหน้ารับ
ทันใดนั้นทุกๆคนก็มองไปที่หยวนหมิงเย่ด้วยความเคารพและชื่นชม เขาสามารถใช้สถานการณ์ให้เป็นประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
“ สำหรับพวกทรยศนั้น โยนพวกมันให้สัตว์อสูรกิน ” เยว่เทียนซานกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
ทหารองครักษ์รีบนำศพของคนทรยศจากไปทันที
เวลานี้ทุกๆคนต่างก็สนใจหยวนหมิงเย่และตระกูลมู่
หยวนหมิงเย่เหลือบมองตระกูลมู่ก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ อยู่ในจวนสองปีและสมบัติครึ่งหนึ่งของตระกูลเจ้าคิดว่าอย่างไร? ”
“ ตกลงขอรับ ” มู่เมิงตู้รีบตกลงทันที ต่อให้ต้องใช้สมบัติทั้งหมดของตระกูลเขาก็ยินยอมที่จะจ่าย อีกอย่างจากเวลาสิบปีลดลงเหลือสองปีก็นับว่าคุณชายหยวนให้ทางหนีเขาแล้ว ถ้าหากเขายังคิดเอาอะไรมากกว่านี้เกรงว่าคงได้ถูกสังหารแน่ๆ
“ อย่างนั้นก็ดี พรุ่งนี้ข้าจะให้เฉียงกั่วไปหาเจ้าที่ตระกูล ” หยวนหมิงเย่กล่าว
“ ขอร้บคุณชายหยวน ” มู่เมิงตู้กล่าว
หยวนหมิงเย่หันไปมองทุกๆคนก่อนที่จะหยุดอยู่ที่องค์ชายใหญ่เยว่หลงอี้
“ พี่หลงอี้ ข้ามีคำถามที่อยากจะถามท่าน ” หยวนหมิงเย่ถามและเดินไปหา
“ ไม่ทราบว่าคุณชายหยวนอยากถามอะไรหรือ? ” เยว่หลงอี้สงสัย คนอื่นๆก็รู้สึกสงสัย
“ ข้าอยากถามท่านว่า ท่านต้องการเป็นรัชทายาทในอาณาจักรเล็กๆแบบนี้หรือว่าท่านอยากไปผจญภัยยังทวีปอื่นพร้อมกับข้า แน่นอนว่าการไปกับข้า ข้าสามารถรับประกันได้อย่างหนึ่งว่า พลังของเจ้าจะไม่ต่ำกว่าระดับสวรรค์วิบัติหรือแม้กระทั้งสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถไปถึงได้ ” หยวนหมิงเย่ถามขึ้น
ทันใดนั้นทุกๆคนในห้องโถงก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับประกันว่าจะไปถึงสวรรค์วิบัติหรือแม้แต่สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์
แม้พวกเขาไม่รู้ว่าสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในระดับไหน แต่ก็คิดว่าน่าจะเหนือกว่าระดับสวรรค์วิบัติอย่างแน่นอน
ทุกๆคนพากันเฝ้ามองไปที่เยว่หลงอี้ เพราะการไปถึงระดับนั้นไม่ใช่ว่าจะไปถึงได้ง่ายๆ แถมถ้าหากเขากลับมาที่อาณาจักรแสงจันทร์ เขาก็จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดแถมอาจจะแข็งแกร่งที่สุดในทวีปหมอกสวรรค์
ทางฝั่งของตระกูลเยว่ เยว่หลงซานและคนอื่นๆพากันกัดฟันด้วยความเครียด พวกเขาต้องการให้เยว่หลงอี้ไปกับคุณชายหยวนเพื่อที่จะทำให้ราชวงศ์เยว่แข็งแกร่งขึ้น
เยว่อวิ๋นเหอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ทำไมไม่ใช่เขาที่ยืนอยู่ตรงจุดนั้น ทำไมหยวนหมิงเย่ถึงชวนพี่ใหญ่แต่ไม่ใช่เขา
เยว่หนานลู่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะแอบหลบออกมาจากห้องโถงงานเลี้ยงทันที
“ ข้าตกลงที่จะไปกับคุณชายหยวน แต่ก่อนหน้านั้นข้าอยากจะถามอะไรบางอย่าง ทำไมท่านถึงเลือกข้า? ” เยว่หลงอี้ถาม
“ แม้ว่าข้ากับเจ้าจะเพิ่งเจอกัน แต่เจ้ากับข้านั้นช่วงเวลาที่พูดคุยกันกลับเข้าขากันอย่างดี ต่อให้เจอกันหนึ่งวันก็รู้สึกสนิทกันนานหลายปี ” หยวนหมิงเย่กล่าว นอกจากนี้ที่เขาไม่ได้บอกก็คือ เยว่หลงอี้มีนิสัยอ่อนโยนและรักพี่น้องอย่างมาก เพราะนี้คือนิสัยของเขาที่บรรยายไว้ในนิยายนั่นเอง อีกอย่างเขาก็เชื่อคำบรรยายในนิยายด้วย
เยว่หลงอี้หัวเราะออกมาและกล่าวขึ้นว่า “ ตกลงคุณชายหยวน ข้าเยว่หลงอี้จะติดตามท่านไปด้วย ”
เมื่อได้ยินคำตอบของเยว่หลงอี้ คนของตระกูลเยว่ก็พากันแสดงสีหน้าผ่อนคลายและตื่นเต้นออกมา
“ ดี เดี๋ยวท่านไปดื่มกับข้าที่ภัตตาคารสุ่ยเย่เถอะ ” หยวนหมิงเย่ยิ้ม จากนั้นเขาก็เดินไปหาไป๋หยู่กงและไป๋ซิว
“ คาระวะคุณชายหยวน ” ไป๋หยู่กงและไป๋ซิวรีบกล่าวทักทายทันที
“ ข้าเองก็ชอบพอเหรินซีมานานแล้ว ข้าจึงอยากจะขอหมั่นหมายกับนาง ไม่ทราบว่าท่านไป๋คิดเห็นเช่นไร? ” หยวนหมิงเย่ถามขึ้น
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหยวนหมิงเย่ ไป๋หยู่กงคิดที่จะมัดตัวบุตรสาวของเขาแล้วส่งไปห้องของคุณชายหยวนทันที แต่นั้นมันก็เพียงแค่ความคิด
ส่วนคนจากกองกำลังต่างๆพากันอิจฉาตระกูลไป๋อย่างมาก ถ้าหากเป็นการหมั่นหมายกับตระกูลมู่ พวกเขาก็อาจจะแสดงความยินดีเท่านั้น แต่เมื่อหมั่นหมายกับคุณชายหยวน พวกเขาคิดว่าจะต้องหาของขวัญแต่งงานชั้นเลิศไปมอบให้กับตระกูลไป๋ พร้อมกับคิดที่จะผูกสัมพันธ์กับตระกูลไป๋ ทุกๆคนเชื่อว่าด้วยอำนาจของคุณชายหยวน แม้แต่ราชวงศ์เยว่ก็ไม่กล้าที่จะมีปัญหากับตระกูลไป๋ หลังจากนี้ไปตระกูลไป๋จะรุ่งโรจน์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาก่อนเลย
“ เรื่องนั้นข้าต้องถามบุตรสาวของข้าก่อน ” ไป๋หยู่กงยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น เขาเชื่อว่าไป๋เหรินซีต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน
“ ท่านพ่อข้า… ข้าตกลง ” ไป๋เหรินซีตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ
“ ยอดเยี่ยม ในเมื่อบุตรสาวข้าตกลงแล้ว ข้าเองก็ต้องตอบตกลงเช่นเดียวกันขอรับคุณชายหยวน ” ไป๋หยู่กงกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น หลังจากนี้ตระกูลไป๋จะรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน
“ ท่านพ่อตา ท่านไม่ต้องเรียกข้าว่าคุณชายหยวน เรียกข้าว่าหมิงเย่หรือเย่เอ๋อร์ก็ได้ เพราะถึงอย่างไรท่านก็เป็นพ่อตาของข้า ” หยวนหมิงเย่กล่าว
“ ดี!! ” ไป๋หยู่กงมีความสุขยิ่ง เขารู้สึกว่าเขาโชคดีที่ไม่ได้ตอบรับเรื่องหมั่นหมายกับตระกูลมู่ ไม่อยากนั้นเขาอาจจะไม่กล้ามองหน้าหยวนหมิงเย่แน่ๆ
ทุกๆคนพากันอิจฉาไป๋หยู่กง แม้แต่เยว่เทียนซานก็ยังต้องถอนหายใจ
สำหรับเรื่องที่ตระกูลไป๋จะไปกับเขาไหม เรื่องนั้นก็ต้องไปพูดคุยกับท่านพ่อตาอีกที