่เวลาสี่ปีในการฝึกฝนเพื่อเป็นักรบในดินแดนทางใต้ที่โหดร้ายไม่ว่าจะเป็สัตว์ร้าย สถานที่พิษร้าย โรคภัย ความลำบากที่ต้องเผชิญบั่นทอนความรู้สึกฮึกเหิมของความเยาว์วัย ความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวหลอมละลายจนแทบไม่เหลือสิ่งเหล่านี้อาจจะหล่อหลอมให้กลายเป็นักรบผู้ยิ่งใหญ่และหลอมละลายให้เป็เถ้าธุลีเป็ฝุ่นดินเช่นเดียวกันยศตำแหน่งความสูงศักดิ์ไม่สำคัญกับการที่ต้องทำให้ตนมีชีวิตรอดออกไป
เช่นเดียวกับฟูฮันหยีที่ต้องเผชิญ เมื่อชีวิตครึ่งหนึ่งก้าวเข้าสู่ประตูนรกความไว้ใจ ความจริงของชีวิต การทรยศหักหลังของผู้ที่เรียกว่าพี่น้อง มิตรสหายแสงสว่างความหวังของชีวิตพลันสลายหายไป
ความมืดมิด เ็ปทรมานที่ยาวนานไม่รู้วันคืนดวงตาสีนิลที่เคยงดงามกลับมืดมิดไร้ประกายแสงเพราะพิษท่ามกลางสติที่พร่าเลือนด้วยพิษไข้ และาแทั่วร่างหนึ่งเดียวที่กระตุ้นให้เขามีความหวังขึ้นมาคือบทสนทนาของคนทั้งสอง
“ท่านยายช่วยพี่ใหญ่ ด้วยนะเ้าคะ”
“ทำไมพวกเราต้องช่วยเขาด้วยเขาคือบุตรชายของใครเ้าลืมไปแล้วอย่างนั้นหรือ”
“แต่ท่านยายกับท่านแม่ สอนข้ามาตลอดว่าใครเป็ผู้ก่อความแค้นไว้กับเราเราต้องตอบแทนคืนต่อคนผู้นั้น เพราะฉะนั้นพี่ใหญ่ไม่เกี่ยวกับเื่เ่าั้ด้วยนี่เ้าคะ”
“เ้าอย่าลืมว่า เขาเป็บุตรของใครหยินน่า”
“ข้ารู้ แต่ข้าก็รู้ด้วยว่าพี่ใหญ่เคยช่วยข้าไว้และเขาก็คือพี่ชายของข้าเช่นกัน” ใบหน้าน่ารัก เอ่ยอย่างดื้อดึง
“หยินน่านี่เ้า..... ได้ถ้าเ้า้าเช่นนั้น ข้าจะช่วยชีวิตเขาก็ได้”ประกายจากดวงตาคู่งามฉายแววดื้อรั้น ทำให้หญิงชราที่ดูเลี้ยงเด็กสาวมากับมืออยากจะบีบขยำแก้มนุ่มทั้งสองข้างของนางเป็การลงโทษ
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านยาย”
หญิงชรามองร่างของเด็กหนุ่มที่ไม่พบเจอมาสี่ปีถ้าไม่บังเอิญที่นางพาหยินน่าเดินทางท่องเที่ยวเสาะหาสมุนไพรตามใต้หุบเขาริมลำธารไปเรื่อยๆ แล้วละก็คงไม่พบร่างของเด็กหนุ่มที่เกี่ยวกับกิ่งไม้ใหญ่ทำให้รอดชีวิตมาได้อย่างปาฎิหารย์แต่ก็มีาเ็สาหัสเจียนตายเช่นกัน ถ้าไม่ได้รับการรักษา ไม่ว่าจะเป็ดวงตาที่มืดมิดเพราะโดนพิษแขนขาที่หัก กระดูกร้าว าแทั่วร่าง รอดชีวิตจนมาพบกับพวกนางได้คงเป็เพราะ์ลิขิตเอาไว้แล้ว
"เ้า้ามีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่"หญิงชราขบคิดก่อนสายตาจะเลื่อนไปที่เด็กหญิงตัวน้อยที่เดินไปเดินมารอบๆพี่ชายของนาง ก่อนที่จะเอ่ยถามออกไป
"ขะ ข้าต้อง ้า....."
"แต่เ้าต้องเจอความเ็ปอีกครั้ง เ้าจะทนได้แน่หรือ"
"ได้ ข้าทนได้"
"ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน กับการช่วยเ้าในครั้งนี้"
"ดะ ได้...."
"ข้าหวังว่า เมื่อเ้าตื่นขึ้นมาอีกครั้งเ้าจะไม่เปลี่ยนใจในคำขอนี้"
"หยินน่า นำผ้านี่อุดปากเขาแล้วเอาเชือกนี่มัดรอบตัวเขาไว้กันการดิ้นหนีได้"
"เ้าค่ะ ท่านยาย"
“อื้อ....อื้อ..... (พวกท่านทำอะไร! ) ”
“ข้าจะเริ่มรักษาให้เ้าอย่างไรเล่า บุตรชายของชานหยู”
"เรียบร้อยแล้ว เ้าค่ะท่านยาย"
"อืม งั้นเราเริ่มกันเถอะ"
“แต่ว่า ท่านยายจะไม่ให้ท่านพี่ ทานยาระงับปวดหรือยาสลบก่อนหรือเ้าคะ”
“ไม่หละ สิ้นเปลืองเปล่าๆ ถือว่าฝึกฝนไปในตัว เจ็บกายมันเื่เล็กหยินน่าแต่เจ็บที่ใจมันเื่ใหญ่กว่ามาก จงจำไว้ให้ดี”
“เ้าค่ะ ท่านยาย” ดวงตากลมโต มองไปที่หญิงชราและเอ่ยรับคำอย่างหนักแน่น
แกร๊ก!! "อื้อออออออออ"
ท่ามกลางความเ็ปที่แล่นพล่าน รวดร้าวไปทั้งร่างสิ่งเดียวในความมืดมิด สิ่งเดียว ที่เป็ตัวกระตุ้นผลักดันคือเ้าของมือเล็กจ้อยที่คอยดูแลเขาเป็อย่างดีและก็เป็มือที่เขา้าจะผลักไสให้ออกห่างเช่นกันมือเล็กของนางที่ป้อนยารสชาติสุดบรรยายเ่าั้ให้กับเขาผู้ที่ดวงตายังมืดมิดอยู่และนางยังรับรองว่าจะช่วยเขาได้
"ท่านพี่ ทนขมหน่อยนะเ้าคะ ยาตัวนี้ข้าปรุงขึ้นมาเองแต่รับรองแก้ปวดจากาแได้ผลแน่นอนท่านเป็คนแรกเลยนะที่ได้ทานยาที่ข้าปรุงขึ้นมา”
“...................................”(ข้าขอตัวช่วยได้หรือไม่)
...........................................................................................
.............................................................................
..........................................................
“..อื้ม.....” ชายหนุ่มผละออกมาเล็กน้อยเพื่อให้ร่างบางในอ้อมกอดได้สูดหายใจก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนจะประกบแนบชิดลงมาที่ริมฝีปากอิ่มแดงหวานล้ำของหญิงสาวอีกครั้งเรียวลิ้นใหญ่ค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กนุ่มนิ่มของนางมือข้างหนึ่งเปลี่ยนไปโอบประคองท้ายทอยของหญิงสาวเพื่อที่จะได้มอบจุมพิตอย่างถนัดถนี่ส่วนอีกข้างค่อยๆ สอดเข้าไปในชุดนอนเนื้อนิ่มของร่างงามมือสากของชายหนุ่มััเอวคอด สะโพกผายก่อนจะเลื่อนขึ้นสูงเพื่อััทรวงอกอิ่มโตเต็มมือของหยินน่ามือหนาบีบเฟ้นทรวงอกงามหนักเบา จนหญิงสาวเกิดความเสียวซ่านไปทั่วกายสาวอย่างไม่อาจควบคุมได้
"อืมมมมม..."
“อื้อ...”
"อืมมมมม..."
“อื้อ...”ชายหนุ่มมอบจุมพิตหวานที่นำมาซึ่งความเสียวซ่านให้แก่หญิงสาวจนพอใจแล้วก็คลายอ้อมกอดของตนออกให้หญิงสาวเป็อิสระแล้วค่อยๆ ผละถอยห่างออกมาให้หญิงสาวได้มองเห็นกายหนาได้อย่างเด่นชัด หยินน่าค่อยๆปรือดวงตาขึ้นมองคนตรงหน้าตนอย่างเต็มสองตาดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่มีขนตายาวงอนรับกับใบหน้างามสวยหวานสบประสานสายตาเข้ากับดวงตาสีนิลลึกล้ำของชายหนุ่มประกายตาของคนตรงหน้าทำให้หัวใจของนางก็กระหน่ำสั่นระรัว โยกไหวไปมาใบหน้าร้อนผ่าวและผิวกายร้อนรุ่มจนรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว
ส่วนชายหนุ่มเพ่งมองหญิงสาวตรงหน้าให้เต็มสองตาให้สมกับที่หายหน้าไปจากร่างบางมานานหน้าดวงหน้าสวยหวาน ดวงตาคมที่มีใฝ่เม็ดเล็กที่หางตาส่งผลให้ใบหน้างามดูเย้ายวนอีกทั้งเนื้อตัวหญิงสาวที่นุ่มนิ่มหอมกรุ่น กระตุ้นความ้าส่วนลึกของบุรุษได้เป็อย่างดีและนางคือสตรีที่เขายินยอมก้าวผ่านกำแพงความรู้สึกอันบางเบานั้นออกมา
“พี่ใหญ่....”
“ข้าไม่ใช่พี่ชายของเ้า”เมื่อชายหนุ่มได้ยินคำเรียกขานของหญิงสาวในอ้อมกอด ฟูฮันหยีเอ่ยแย้งทันทีอย่างไม่เสียเวลาคิดแต่อย่างใด
“มันคือความจริง ทุกคนในเผ่าต่างรับรู้ว่าท่านคือพี่ชายของข้าพี่ชายต่างมารดาของข้า ฟูฮันหยี”
“ไม่ใช่ ข้าไม่ใช่พี่ชายของเ้า ั้แ่วันนั้นข้าก็ไม่ใช่พี่ชายของเ้าอีกต่อไปแล้วหยินน่า แต่ข้าฟูฮันหยีคือบุรุษของเ้าและเ้าก็คือผู้หญิงของข้า” ชายหนุ่มพูดจบก็ประกบจูบปากอวบอิ่มของนางอีกครั้งอย่างหิวกระหายและรุนแรงอย่าง้าที่จะลงโทษร่างบางลิ้นใหญ่อุ่นร้อนสอดแทรกเข้าไปพัวพันลิ้นเล็ก จมูกโด่งเลื่อนลงมาซุกไซร้ไปทั่วลำคอทิ้งรอยแดงไปทั่วอย่าง้าประกาศให้ผู้ที่ได้เห็นร่องรอยเหล่านี้ได้รู้ว่าสตรีผู้นี้ถูกตีตราจองไว้แล้ว
ฟูฮันหยี ต้องทนข่มกลั้นความ้าของตนไว้ชายหนุ่มโอบกอดร่างบางนิ่งๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างสะกดกลั้นความรู้สึก
“แฮ่ก...แฮ่กกก....” เสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนของหยินน่า เมื่อหลุดพ้นจากจุมพิตลงโทษของชายหนุ่มดังแ่เบาหยาดเหงื่อที่หายไปได้ซึมขึ้นมาที่ผิวกายอีกครั้ง สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยเขินอายเมื่อรับรู้ถึงตัวตนของชายหนุ่มที่แข็งตุงภายในกางเกงหนังสัตว์ผ่านเนื้อผ้าบางเบาของนาง
ไม่นานหลังจากเมื่อเสียงลมหายใจของชายหนุ่มกลับเป็ปรกติพอนึกถึงการทะนุถนอม ความใส่ใจที่ชายหนุ่มมอบให้ น้ำตาจากดวงตาคู่งามก็รินไหลลงมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้มันไหลจนั์ตาพร่าเลือนได้แต่มองชายหนุ่มผ่านม่านน้ำตา
ฟูฮันหยีมองสตรีในอ้อมกอดที่หยาดน้ำตาไหลรินลงมาอย่างนิ่งอึ้งพูดไม่ออกเป็เวลานาน “เ้าเป็อะไร ข้า ข้า ทำให้เ้าเ็ปตรงที่ใด”ไม่พูดเพียงอย่างเดียว ชายหนุ่มเริ่มจับลูบคลำไปทั่วเรือนร่างงามไม่หยุด
“ไม่.....ไม่ใช่”หยินน่าข่มความเศร้าและความเขินอายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วพยายามหยุดมืออุ่นร้อนของชายหนุ่มที่จับไปทั่วเรือนร่างของนางก่อนที่จะเอ่ยคำออกไปเมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของอีกฝ่าย
“ข้ากลัว...ข้ากลัวเื่ของเรา จะต้องมีคนไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนเื่ของเราไม่มีใครยอมรับได้” ยิ่งพูดระบายสิ่งที่หวาดกลัวในจิตใจออกมาหยาดน้ำตาก็ยิ่งรินไหลจากดวงตาคู่งามมากยิ่งขึ้น
“ชู่ไม่ร้อง นิ่งซะนะคนดี ไม่ร้องนะ” เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนหวานปลอบประโลมหญิงคนรักอย่างแ่เบาแต่หนักแน่นชายหนุ่มโอบกอดร่างบางนุ่มนิ่มของหญิงสาวไว้ มือหนาลูบแผ่นหลังนางเบาๆพลางปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พี่ใหญ่ ข้าไม่ ฮึก ไม่อยากจากท่าน ข้าไม่อยากสูญเสียท่านไป ข้าไม่้าฮึก ฮือๆๆ”
“มันจะไม่เกิดขึ้น หยินน่า เ้าจะไม่มีวันจะสูญเสียข้าไปและข้ายิ่งไม่มีวันยินยอมที่จะสูญเสียเ้าไปเช่นเดียวกัน”
“พรุ่งนี้ข้าจะประกาศเื่ของเราและจัดงานแต่งของเราอีกสองวันต่อจากนี้วันที่เ้าอายุครบสิบหกหนาวและหยินฮูเดินทางกลับมาที่เผ่าเพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับท่านชายจ้าวหลีเหว่ย”
ใบหน้างามเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาเงยขึ้นมาสบสายตากับดวงตาสีนิลเข้ม อย่างตกตะลึง
“หยินน่า เ้าก็น่าจะได้ยินคำเรียกขานที่คนในเผ่าเรียกข้า”
“ชานหยูผู้โเี้”
“ใช่ และข้าจะปลิดชีพทุกคน ที่คัดค้านเื่ของเรา”
“เ้าจะเป็นายหญิงใหญ่ของเผ่าหรวนตี้ และเป็เมียคนเดียวของข้าชานหยูฟูฮันหยีผู้นี้”
“แต่ข้า ข้าเป็บุตรของ...”ริมฝีปากอุ่นร้อนประกบลงบนริมฝีปากอิ่มเอิบของนางอีกครั้งอย่างอ่อนหวานชักจูงให้นางลืมเลือนเื่ต่างๆจนหมดสิ้น
เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเป็การบอกถึงการหลับใหลของหญิงสาวในอ้อมกอดได้เป็อย่างดีฟูฮันหยีมองใบหน้างามแสนหวานล้ำของผู้เป็น้องสาวและคนรักอย่างหลงใหลพลันนึกถึงครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้างามและอีกครั้งตอนที่ดวงตาได้รับการรักษาและสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ ่ระยะเวลานั้นวันคืนหลอมละลายความรู้สึกผิดถูกออกไปจากใจจนหมดสิ้น มีเพียงความ้าอย่างแรงกล้า สายเืของบิดาในกายเขาอาจจะรุนแรงกว่าที่คาดคิดเพราะไม่ว่าจะอย่างไร และจะต้องใช้วิธีไหนขอแค่ได้สตรีที่ตนรักจนหมดใจเขาก็จะทำ และจะยอมรับกับทุกสิ่งที่นางทำ ขอแค่มีนางอยู่ข้างกายก็พอ