วันสุดท้ายของการตามหาเทพธิดา บุญได้ไปรับเ้าหญิงเทย่าและผู้ติดตามทั้งห้านายที่โรงแรมทั้งสองแห่งตรงตามเวลานัดหมาย จากนั้นทั้งเจ็ดคนพร้อมกับคนขับรถตู้คนเดิมก็มาถึงสถานีตำรวจก่อนเก้าโมงเช้าเล็กน้อย บุญพาเ้าหญิงเทย่าเข้าไปหาเพื่อนของเธอ โดยคนที่เหลือรอพวกเธออยู่ที่รถตู้
หญิงสาวทั้งสองคนนั่งหน้าโต๊ะทำงานของผู้หมวดซึ่งเป็เพื่อนของบุญั้แ่สมัยเรียนชั้นมัธยม
“เพื่อนของเราขอสวมแว่นกันแดด คงไม่เป็ไรนะ?”
บุญบอกผู้หมวด
“เค้าคงไม่ได้ตาบอดด้วยนะ”
ผู้หมวดหยอกพวกเธอเล่น
“ไม่ได้บอดค่ะ แต่เธอมีเหตุผลที่จำเป็”
บุญช่วยพูดกับเพื่อนเธอแทนองค์หญิง
“ในเมื่อบุญเป็คนพามาก็ไม่เป็ไรหรอก แต่เดี๋ยวตอนที่ไปพบท่านพิสุทธิ์ คุณควรจะถอดแว่นตาออกด้วยนะครับ”
เมื่อผู้หมวดแนะนำพวกเธอเช่นนั้น บุญจึงหันไปมองเ้าหญิงเป็เชิงถาม
“ได้ค่ะ ฉันชื่อเทย่าค่ะ”
องค์หญิงตกลงจะทำตามที่ผู้หมวดแนะนำ
“ข้อมูลคดีนี้ถูกสั่งให้ปิดเป็ความลับ นอกจากจะมีเหตุผลที่สมควร คุณเทย่าช่วยบอกเหตุผลที่คุณ้าทราบข้อมูลของคดีนี้ทีสิครับ”
“ฉัน้าตามหาลูกสาวของผู้หญิงในรูปนี้ค่ะ”
องค์หญิงตอบพร้อมทั้งส่งรูปให้ผู้หมวดดู
“เธอเกิดวันที่ 7 เมษายน วันเดือนปีเดียวกันกับเด็กๆที่เสียชีวิตในคดีนี้ค่ะ”
ผู้หมวดดูรูปแล้วมองหน้าบุญด้วยสีหน้าแปลกใจ แล้วจึงถามองค์หญิง
“ในเมื่อบุญเป็คนบอกว่าเด็กที่เกิดในวันนี้เสียชีวิตไปหมดแล้ว ทำไมคุณยังตามหาเธออีกล่ะครับ? และคุณลองถามผู้หญิงในรูปนี้เื่ลูกของเธอแล้วหรือยังครับ?”
เ้าหญิงเทย่าหันไปมองบุญด้วยท่าทางลังเล ก่อนจะตัดสินใจตอบคำถามผู้หมวด
“เพราะว่าฉันได้เห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์สมัยนั้น ข่าวบอกว่าเด็กคนนี้ได้หายสาบสูญ แต่ข้อมูลทะเบียนราษฎร์กลับบอกว่าเธอได้เสียชีวิตไปแล้วในเวลานั้น ฉันจึงอยากทราบความจริงจากตำรวจค่ะ ส่วนผู้หญิงคนนี้ในข่าวก็ระบุว่าเธอเสียชีวิตในขณะที่ลูกของเธอหายสาบสูญค่ะ”
ทั้งบุญและผู้หมวดต่างก็ใที่ได้ยินเธอเล่าเช่นนั้น
“องค์…เอ่อ…คุณเทย่า”
บุญเกือบเผลอเรียกองค์หญิง
“ความจริงแล้วหญิงในรูปนี้ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 22 ปีที่แล้วหรือคะ?”
เธอถามองค์หญิงด้วยท่าทางไม่สบายใจ เพราะเธอยังไม่รู้มาก่อนตลอดเวลาที่ถามหาคนที่เหมือนหญิงผู้นี้
“ใช่ค่ะ”
องค์หญิงตอบและเห็นบุญมีสีหน้ากังวลจึงหันไปบอกผู้หมวด
“หากทางตำรวจบอกเราสองคนเื่ผลการสืบสวนคดีอุบัติเหตุที่หญิงผู้นี้เสียชีวิต และผลการตามหาลูกสาวของเธอ เราสองคนจะขอบคุณอย่างมากค่ะ”
ผู้หมวดเปิดดูแฟ้มคดีสักครู่จึงตัดสินใจบอกพวกเธอ
“หญิงผู้นี้เสียชีวิตในอุบัติเหตุรายที่เจ็ดของคดีนี้พร้อมกับสามีของเธอจริงครับ และลูกสาวของพวกเขาซึ่งมีอายุสิบเดือนได้หายไปจากที่เกิดเหตุ ไม่พบว่ามีร่องรอยการเสียชีวิตของเด็ก และจากการพยายามตามหาเด็กคนนี้ถึงสามปีก็ไม่พบร่องรอยใดๆ จึงได้ปิดคดีและสันนิษฐานว่าเด็กได้เสียชีวิตไปแล้วครับ ที่จริงผมก็ไม่เห็นว่ามีข้อมูลอะไรที่ต้องปกปิดนะครับ”
องค์หญิงมีสีหน้าสงสัยจึงถามผู้หมวด
“มีเพียงแค่นี้เองหรือคะ? แล้วเื่ชายอีกคนที่เสียชีวิตใกล้กับคนทั้งสองในที่เกิดเหตุล่ะคะ ไม่มีกล่าวถึงในรายงานบ้างเลยหรือคะ?”
“ไม่เห็นมีนี่ครับ”
ผู้หมวดตอบอย่างงงๆ แล้ววางแฟ้มหน้าที่เกี่ยวกับคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีเด็กสูญหายให้เธอทั้งสองดู แล้วเปลี่ยนให้ดูทีละหน้าเพราะไม่เห็นว่ามีข้อมูลส่วนไหนที่น่าจะปกปิด
“อ๊ะ! นี่ค่ะ”
เ้าหญิงเทย่าเห็นข่าวที่เธอเคยอ่าน
“ข่าวนี้มีเขียนถึงชายอีกคนที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเนื่องจากเขาถูกรถชนด้วยค่ะ”
ผู้หมวดจึงยกแฟ้มกลับไปอ่านข่าวที่องค์หญิงพูดถึงอยู่ครู่หนึ่ง
“จริงด้วยครับ แต่ในรายงานก็ไม่ได้มีกล่าวถึงชายคนนี้เลยนะครับ เค้าอาจโชคร้ายถูกรถคันนี้เสียหลักพุ่งชนโดยบังเอิญ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จึงไม่ได้มีการกล่าวถึงในรายงานก็ได้ครับ”
ผู้หมวดแสดงความเห็น
“ก็ไม่น่าจะใช่นะคะ เพราะข่าวก็บอกว่ากระจกประตูที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังมีรูะุอยู่ด้วย และชายคนนี้น่าจะเป็คนยิง จึงไม่น่าจะถูกด้านหน้าของรถคันนี้ชนได้นะคะ มันออกจะดูผิดธรรมชาติเกินไปค่ะ”
องค์หญิงตั้งข้อสังเกต ผู้หมวดจึงก้มหน้าอ่านข่าวอีกรอบหนึ่งและพยักหน้ายอมรับ ขณะที่บุญแปลกใจที่องค์หญิงทราบรายละเอียดในที่เกิดเหตุมากกว่าข้อมูลในรายงานของตำรวจซะอีก
“ประเด็นนั้นคุณเทย่าคงต้องลองสอบถามท่านพิสุทธิ์ดูแล้วล่ะครับ เพราะตำรวจที่นี่ไม่มีใครทราบเื่คดีที่เกิดขึ้นในขณะนั้นหรอกครับ ส่วนอีกท่านที่เคยทำคดีนี้เวลานั้นก็คือท่านสารวัตรจรัญ ท่านก็ได้ย้ายไปประจำที่โรงพักในจังหวัดลำปางนานแล้วครับ”
ผู้หมวดแนะนำองค์หญิง
“นอกจากรายนี้แล้ว รายอื่นมีอะไรที่ผิดปกติบ้างรึเปล่า?”
บุญถามเพื่อนเธอบ้าง
“ความจริงก็ดูผิดปกติทุกรายนะ เพราะรายงานบอกว่าทุกรายเป็อุบัติเหตุที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ แม้แต่รายหลังๆ ที่ท่านสารวัตรจรัญซึ่งเป็ผู้หมวดในขณะนั้นส่งคนไปคุ้มกัน ก็ยังเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเด็กได้อีก แต่ผลสรุปสุดท้ายของคดีนี้สรุปว่าทุกรายเป็อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ไม่มีผู้กระทำผิดครับ”
ผู้หมวดเล่าคร่าวๆและสรุปให้ฟัง
“หา! ไม่มีผู้กระทำผิด ทั้งๆ ที่มีรูะุบนรถที่เกิดเหตุหรือ?”
บุญแย้งข้อสรุปของคดีด้วยความข้องใจ
“ทั้งๆ ที่มีเด็กสูญหายไปคนนึงหรือคะ?”
องค์หญิงก็เสริมข้อโต้แย้งด้วยเช่นกัน
“ทั้งๆ ที่มีเด็กสิบกว่าคนที่เกิดวันเดียวกันเสียชีวิตน่ะหรือ?”
บุญกล่าวเสริมอีกข้อด้วยความข้องใจ
“ทั้งๆ ที่ยังมีคนจำนวนมากรอบตัวเด็กๆ ที่เสียชีวิตอีกด้วยหรือคะ?”
องค์หญิงยังไม่หมดข้อข้องใจ
“เดี๋ยว…คุณสองคนหยุดก่อน”
ผู้หมวดเริ่มปวดหัวกับเพื่อนของเขาและองค์หญิง
“ผมว่าใจเย็นๆ กันก่อนนะครับ คดีนี้ปิดมาเกือบ 20 ปีแล้ว ไม่มีใครในที่นี้ทราบเื่ราวที่เกิดในขณะนั้น ผมว่าคุณทั้งสองเก็บข้อสงสัยนี้ไว้ถามท่านพิสุทธิ์ตอน 11 โมงจะดีกว่าครับ”
บุญยิ้มเห็นด้วย แล้วหันไปบอกองค์หญิง
“งั้นเราไปพบท่านพิสุทธิ์กันเลยนะเพ…เอ่อ…นะคะ คุณเทย่า”
เธอเกือบจะเผลออีก
“เราจะต้องหาตัวคนผิด! เพื่อทวงความเป็ธรรมให้กับเด็กๆที่เสียชีวิตนะคะ!”
บุญกล่าวอย่างหนักแน่นราวกับจะปลุกระดม
“ใช่ค่ะ! เพื่อทวงความเป็ธรรมให้กับคนจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิตไปด้วย!”
องค์หญิงก็เริ่มรู้สึกฮึกเหิมอีกเช่นกัน
“ค่ะ เพื่อกำจัดอิทธิพลมืดไม่ให้พวกมันได้ใจ!”
บุญยังคงปลุกระดมต่อ
“ถูกต้อง! เพื่อไม่ให้มีคนบริสุทธิ์ต้องมารับเคราะห์อีก!”
องค์หญิงเสริมต่อ ผู้หมวดเริ่มปวดหัวกับเธอทั้งสองอีก
“เพื่อหาเทพธิ…เอ่อ”
บุญเกือบพลั้งปากอีกจนองค์หญิงต้องสะกิดเธอ
“...หาเด็กที่สูญหายไปให้พบให้ได้!”
เธอแก้ได้ทัน
“นี่บุญ…เธอพาเพื่อนมาเพื่อประท้วงกันในโรงพักหรือไงเนี่ย?”
ผู้หมวดถามบุญก่อนที่จะยิ่งไปกันใหญ่
“ตอนนี้เพิ่งจะเก้าโมงครึ่ง ยังไม่ถึงเวลานัด อีกหนึ่งชั่วโมงเราถึงจะนำทางเธอไปพบท่านพิสุทธิ์ให้ ตอนนี้พวกคุณทำอย่างอื่นรอไปก่อนนะ แต่อย่าเที่ยวไปปลุกระดมใครเข้าอีกล่ะ”
“ได้สิ งั้นเราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
บุญบอกผู้หมวดก่อนจะหันไปถามองค์หญิง
“คุณเทย่าไปด้วยกันมั๊ยคะ?”
องค์หญิงยิ้มแล้วตอบเธอ
“ไม่ล่ะค่ะ”