บทที่ 24 ปล่อยให้ลู่ชิงเมิ่งไปจัดการ!
ลู่เจียวเจียวพูดจบก็ไม่เปิดโอกาสให้ลู่ชิงเิแย้ง ยกมือขึ้นทันที "งั้นเรามาลงคะแนนกันดีกว่า ตอนนี้ใครเห็นด้วยให้ลู่ชิงเมิ่งรับผิดชอบเื่นี้ ยกมือขึ้น!"
“ฉันเห็นด้วย”
“ฉันก็เห็นด้วย ลู่ชิงเมิ่งเอาแต่ี้เีมาตลอดได้เวลาทำอะไรที่มันเป็ประโยชน์สักที!”
“ฉันเห็นด้วย”
ในชั่วพริบตา ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ต่างยกมือขึ้น
เมื่อเห็นภาพนี้ลู่ชิงเมิ่งโกรธจนแทบคลั่ง สมแล้วที่ทุกคนในตระกูลลู่ต่างอยากจะกลั่นแกล้งเธอให้ตาย คนพวกนี้มันช่างใจดำอำมหิต!
สุดท้าย ลู่ชิงเมิ่งได้แต่มองไปที่ลู่กั๋วฟู่
อย่างไรก็ตาม เธอเป็คนดูแลเื่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่เกี่ยวข้องกับเื่นี้แม้แต่น้อย ไม่ว่าอย่างไรควรเป็ลู่เจียวเจียวจากฝ่ายธุรกิจควรจะเป็คนออกหน้า
แต่ทว่าลู่กั๋วฟู่ที่เป็พ่อของลู่เจียวเจียว จะเป็ไปได้ยังอย่างไรที่เขาจะยื่นมือเขามาช่วยเธอ?
ลู่กั๋วฟู่พยักหน้าแล้วพูดว่า
“ลู่เจียวเจียวพูดถูก ชิงเมิ่งครั้งที่แล้วแม้แต่เศรษฐีโจวยังเอ่ยปากชมความสามารถของเธอ แถมเธอยังได้เลื่อนตำแหน่งเป็ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทโดยตรง ซึ่งแต่เดิมก็มีบางคนไม่เห็นด้วยเื่นี้ถือเป็โอกาสที่ดีที่สุดที่เธอจะได้พิสูจน์ตัวเอง”
“ถ้าเธอสามารถทำให้เราร่วมมือกับตระกูลหวังได้ ต่อไปในบริษัทก็จะไม่มีใครมาพูดอะไรเธออีก ดันนัั้นเื่นี้ต้องมอบให้เธอแล้ว!”
“ลุงใหญ่ค่ะ!”
ลู่ชิงเมิ่งรู้สึกน้อยใจอย่างที่สุด
ลู่กั๋วฟู่แค่อยากปกป้องลูกสาวตัวเอง! ยังกล้าพูดออกมาอย่างชอบธรรมแบบนี้อีก!
“ฮึ่ม! ลู่ชิงเมิ่ง เธอยังไม่รีบขอบคุณอีก? นี่เป็โอกาสที่ดีนะ! หลายคนอยากได้ยังไม่ได้เลย!”
“แต่จำไว้นะ ถ้าทำพัง เธอไม่ต้องมาอยู่ที่นี่อีก ไสหัวออกไปจากตระกูลลู่ซะ!”
น้ำเสียงของลู่เจียวเจียวเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
ส่วนคนรอบข้างก็ไม่มีใครคิดจะช่วยพูดให้ลู่ชิงเมิ่งแม้แต่คนเดียว
เพราะเื่ราวเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ลู่ชิงเมิ่งกลายเป็เป้าโจมตีของคนทั้งตระกูลลู่ ทุกคนต่างมองว่าเธอเป็ตัวอัปยศของตระกูล อยากจะกำจัดเธอให้พ้นทาง
ไม่ว่าใคร ก็สามารถเหยียบย่ำเธอได้
แต่ในทางกลับกันลู่เจียวเจียว คือคนคุมบังเหียน ผู้นำตระกูลลู่ก็คือพ่อของเธอ แถมแฟนของเธอยังเป็คุณชายของร้านยาเย่าหวัง ใคร ๆ ก็เลยอยากจะประจบเธอ
ดังนั้น ในตระกูลลู่ชิงเมิ่งไม่มีทางสู้ลู่เจียวเจียวได้
สุดท้ายเื่นี้ก็ตกเป็ภาระของลู่ชิงเมิ่ง
ที่น่ารังเกียจยิ่งกว่าคือ ลู่เจียวเจียวยังไม่หน่ำใจยังบังคับให้ลู่ชิงเมิ่งสัญญาว่าถ้าล้มเหลวจะยอมออกไปจากตระกูลลู่
ไม่นานก็ถึงวันที่ต้องไปคุยเื่ความร่วมมือ
ในห้องทำงานของหวังปิน
หวังปินทำหน้าเ้าเล่ห์ กำลังนั่งจิบไวน์ชั้นดีในมือ
แม้ว่าเขาจะแต่งตัวหรูหราแค่ไหนก็ไม่สามารถปกปิดออร่าที่น่ารังเกียจของเขาได้
โดยเฉพาะใบหน้าของเขานั้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็อสุรกายราวกับว่าเทพธิดาหนี่วา*[1]ที่ใช้มือปั้นคนแต่กลับใช้เท้าเหยียบตอนปั้นเขา
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักออกลู่ชิงเมิ่งในชุดเสื้อเชิ้ตกับกระโปรงทรงสอบเดินเข้ามา
เห็นหวังปินนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของลู่ชิงเมิ่งก็ฉายแววหวาดกลัว เพราะผู้ชายคนนี้คือฝันร้ายของผู้หญิงทุกคนในเจียงหนาน
และก็เป็อย่างที่คิดพอเธอเข้ามา หวังปินก็ใช้สายตาเ้าเล่ห์กวาดมองเธอั้แ่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบัง สุดท้ายก็ไม่ลืมหยุดมองหน้าอกของเธอนานขึ้นอีกหน่อย
ทันทีที่เห็นลู่ชิงเมิ่งความปรารถนาในใจของหวังปินก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที ผู้หญิงคนนี้สามารถบรรยายได้ว่าสวยจนล่มบ้านล่มเมืองได้
ไม่ว่าจะเป็รูปร่างหรือหน้าตา ต่างก็งดงามเลิศล้ำ
ตลอดหลายปีมานี้ ผู้หญิงที่ผ่านมือเขามามีไม่ต่ำกว่าแปดร้อยคน แต่เขากลับไม่เคยมีความปรารถนาที่จะเอาชนะรุนแรงเท่านี้มาก่อน
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภ
เขายังเลียริมฝีปากตัวเองราวกับเป็หมาป่าหิวโหยเห็นเหยื่อ
เมื่อลู่ชิงเมิ่งเห็นท่าทางเช่นนี้ของหวังปิง เธอก็รู้สึกขนลุกจนแทบจะอาเจียน
แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “ขอโทษนะคะ ฉันมาสาย”
“ฮ่าๆ! ไม่เป็ไร! ในเมื่อมาสาย ก็ชดเชยให้ฉันทีหลังก็แล้วกัน! สาวสวยอย่างคุณลู่ ฉันยังไม่เคยลิ้มลองเลย!”
หวังปินไม่ได้พูดจาอ้อมค้อม แสดงความคิดในใจออกมาตรง ๆ ราวกับว่าลู่ชิงเมิ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็แค่ของเล่นของเขา
ลู่ชิงเมิ่งตัวสั่นเทา พยายามตั้งสติ แล้วพูดว่า “ที่ฉันมาวันนี้ อยากจะคุยเื่ความร่วมมือระหว่างตระกูลเรากับคุณหวังค่ะ”
“เพราะตระกูลเราทั้งสองต่างก็ได้รับโอกาสร่วมมือกับตระกูลโจว อีกทั้งธุรกิจของเราทั้งสองก็ทำเกี่ยวกับเครื่องสำอางเหมือนกัน ถ้าเราร่วมมือกันได้ ก็ต้องได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย วันนี้ฉันก็เตรียมแผนการร่วมมือมาด้วย เชิญคุณดูได้เลยค่ะ”
พูดจบ ลู่ชิงเมิ่งก็ยื่นเอกสารในมือให้หวังปิน
หวังปินมองเอกสารนั้นแต่กลับไม่มีท่าทีอยากจะรับ ซ้ำยังเลี่ยงเอกสารไปจับมือลู่ชิงเมิ่งแทน
“คุณลู่ ไม่ต้องพูดเื่ไร้สาระพวกนี้แล้ว เอกสารพวกนี้ก็ไม่ต้องเตรียมมา”
“ถ้าครอบครัวของคุณอยากร่วมมือกับครอบครัวของผมอย่างจริงใจ คุณก็น่าจะรู้ว่าแค่ปรนนิบัติผมให้ดี ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา”
ลู่ชิงเมิ่งขมวดคิ้ว รีบชักมือตัวเองกลับ “คุณหวัง คุณเข้าใจผิดหรือเปล่าคะ?”
เห็นปฏิกิริยาของลู่ชิงเมิ่ง หวังปินก็ขมวดคิ้ว
แต่ไม่นานเขาก็เก็บอาการ ยกแก้วไวน์ขึ้นรินไวน์แทน
เขาไม่ได้รินไวน์แดงที่ควรรินตอนคุยธุรกิจแต่เป็เหล้าขาวที่มีแอลกอฮอล์ แถมยังรินจนเต็มแก้ว!
“คุณลู่ เชิญดื่มแก้วนี้ก่อน ค่อยคุยกัน”
บนใบหน้าของหวังปินเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ขอโทษนะคะ คุณหวัง ฉันไม่ดื่มเหล้าค่ะ”
ลู่ชิงเมิ่งรีบโบกมือ
“ไม่ดื่มก็หัดดื่มได้ ไม่เห็นเป็ไร ดื่มซะ”
หวังปินไม่ยอมง่าย ๆ
“แต่ฉัน...”
ลู่ชิงเมิ่งทำท่าทางลังเล
“ผมบอกแล้วว่า ผมไม่ชอบพูดจาไร้สาระ เธอดื่มก่อนแล้วค่อยว่ากัน หรือว่า แค่เหล้านิดๆหน่อยๆ เธอยังไม่เต็มใจให้เกียรติผม? เธอดูถูกผมที่เป็ถึงคุณชายใหญ่ของตระกูลหวังงั้นเหรอ?”
น้ำเสียงของหวังปินเริ่มไม่พอใจ
ได้ยินแบบนี้ ลู่ชิงเมิ่งก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่รับแก้วไวน์มาตั้งใจจะจิบเล็กน้อย
แต่ตอนที่เธอกำลังจะยกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปาก หวังปินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับลุกขึ้นยืนทันที แล้วรินเหล้าขาวเต็มแก้วเข้าปากลู่ชิงเมิ่งโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
แอลกอฮอล์ที่รุนแรงไหลทะลักเข้าไปในลำคอของลู่ชิงเิ ความรู้สึกแสบร้อนแผ่กระจายไปทั่วปากและลำคอของเธอในทันที ใบหน้าของลู่ชิงเิแดงก่ำ เธอเอามือปิดคอตัวเอง แล้วก็ไอออกมาอย่างรุนแรง
ไม่นานฤทธิ์เหล้าก็ทำงาน ความรู้สึกวิงเวียนแล่นเข้าสู่สมองของลู่ชิงเมิ่ง