ตอนนี้สมิท สา แจ็ค และเมย์ ต่างอยู่ในห้องสัมภาษณ์เปลี่ยนอาชีพเฉพาะตน สมิทนั้นเลือกจะเป็การ์เดี้ยน (Guardian) เพราะมีสกิลสนับสนุนการใช้โล่ ส่วนสาที่เลือกใช้อาวุธคฑาเวทนั้น จะเปลี่ยนเป็เมจิเซี่ยน (Magician) แจ็คที่เลือกดาบั์นั้นจะเปลี่ยนเป็ซอร์ดแมน (Swordman) และสุดท้ายเมย์ เธอเปลี่ยนอาชีพเป็เรนเจอร์ (Ranger) ซึ่งเป็อาชีพสายลงดันเจี้ยนหาของที่ใช้ธนูเป็อาวุธ เธอไม่ได้จะเปลี่ยนเป็อาเชอร์ (Archer) อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ
หลังจากการรอคอยนานนับสิบนาที ประตูห้องสัมภาษณ์ของสมิทก็ถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดเกราะอัศวินสีทองเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“สมาคมการ์เดี้ยนยินดีอย่างยิ่ง ที่จะได้สมาชิกใหม่เพิ่ม...ผู้เล่นสมิท”
“ขอบคุณครับ” สมิทกล่าวตอบรับพลางก้มหัวให้เล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม
“มอนสเตอร์คู่หูน่ารักดีนะ” หญิงสาวในชุดเกราะกล่าวพลางส่งยิ้มให้ลิลี่ ลิลี่นั้นยิ้มรับ ก่อนจะพูดตอบกลับว่า “ขอบคุณ”
“ฉันขอแนะนำตัวเองก่อน ฉันมีชื่อว่ามีนา เป็เ้าหน้าที่ของบริษัท ไดเมนชั่นเวิลด์ สาขาประเทศไทย รับตำแหน่งผู้ทดสอบและคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาเป็การ์เดี้ยนในครั้งนี้”
ดูเหมือนว่าเ้าหน้าที่มีนา จะตัดสินใจได้ว่าตัวเองควรทำตัวเป็ทางการ ไม่ใช่พูดทักทายเล่น หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเข้าเื่ทันที
“ฉันจะขอเข้าเื่เลยแล้วกันนะ...ทำไมถึงเลือกอาชีพการ์เดี้ยน” เ้าหน้าที่มีนาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนที่สมุดจดและปากกาจะปรากฏตรงหน้าของเธอ
“เพราะผม้าอาชีพที่สามารถโจมตีและป้องกันได้ด้วยน่ะครับ” สมิทกล่าว “ดังนั้นดาบและโล่จึงตอบโจทย์ผมมากที่สุด”
“ดาบและโล่ คิดว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับคุณ” มีนายิงคำถามต่อไปทันที สมิทนั้นเดาออกว่านี่คือคำถามเกี่ยวกับการเลือกสกิล ซึ่งตามหลักการแล้วควรจะตอบว่าทั้งสองอย่าง แต่สมิทคิดอะไรที่แหวกแนวกว่านั้น
“สำหรับผม ดาบสำคัญกว่าครับ”
“ทำไมคะ” มีนาเอ่ยถามด้วยความสงสัยทันที “ปกติแล้วการ์เดี้ยนจะต้องคิดว่าโล่สำคัญกว่าสิ เพราะสกิลของเราเน้นโล่มากกว่าดาบ”
“ผมคิดต่างน่ะครับ” สมิทกล่าว “โล่สำหรับผม มีไว้เพื่อให้กวัดแกว่งดาบได้อย่างสบายใจและลดความเสี่ยง”
มีนาพยักหน้า ก่อนที่เธอจะยิงคำถามต่อไปทันที
“มีแผนว่าจะทำยังไง หลังจากเปลี่ยนอาชีพแล้ว”
“ทำเควสกอบกู้ปราสาทแสงจันทร์ของลิลี่ มอนสเตอร์ประจำตัวผมให้เสร็จสมบูรณ์” สมิทตอบก่อนจะหันมามองลิลี่ “ในโลกของMRO ผมจะทำทุกอย่างโดยคำนึงถึงลิลี่เป็สำคัญครับ”
เ้าหน้าที่มีนายิ้มทันที เมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนที่เธอจะถามคำถามต่อไป
“ในบรรดาธาตุทั้งเจ็ด ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า แสง และความมืด เธอชอบธาตุไหนมากที่สุด หรือเธอไม่ชอบธาตุอะไรเลย”
“สำหรับการ์เดี้ยนอะไรแข็งแกร่งสุดครับ” สมิทลองถามนอกประเด็นดู แต่มีนาได้แต่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า
“ตอบให้ตรงคำถามด้วยค่ะ นี่คือการประเมิน”
“งั้นผมขอเลือกไม่ชอบธาตุอะไรเลย” สมิทตอบเสียงเรียบ ทำเอามีนาประหลาดใจ หากแต่ว่าเธอเองก็ซ่อนรอยยิ้มไว้ที่มุมปาก
“แปลกคนจังนะคะ ั้แ่สัมภาษณ์มามีไม่ถึงสามคน รวมคุณด้วย ที่ตอบว่าไม่สนธาตุ” ลินดากล่าว “เป็คนอื่นเขานั่งหาข้อมูลกันล่ะ ว่าคุณสมบัติเสริมแต่ละธาตุมีอะไรบ้าง”
“ธาตุน่ะ...เราไปหาหินธาตุเสริมในอาวุธก็ได้” สมิทกล่าว “ผมจึงไม่อยากผูกมัดกับธาตุใดธาตุนึงเป็พิเศษน่ะครับ”
“งั้นคำถามข้อสุดท้าย” มีนากล่าวก่อนจะผลักรูปภาพของสัตว์สี่ชนิดมาที่สมิท “สัตว์ชนิดใด สื่อถึงตัวตนของคุณ...คราวนี้ต้องเลือก ห้ามปฏิเสธ”
ภาพสัตว์ที่เ้าหน้าที่มีนาส่งมาให้สมิทนั้น มีั พยัคฆ์ นกเพลิง และเต่าที่ถูกพันด้วยงู มันคือสี่สัตว์เทพตามตำนานของจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่นนั่นเอง ถึงจุดนี้สมิทเอามือเท้าคางทันที
“เต่าพันด้วยงูนั่นต้องได้สกิลป้องกันแน่ๆเลย ถูกไหม” สมิทลองถามหยั่งเชิง ทำเอามีนายิ้มน้อยๆ
“บอกไม่ได้ค่ะ อยากเลือกอะไรก็เลือกได้เลย”
“มีอย่างอื่นให้เลือกอีกไหม นอกจากสี่ตัวนี้” สมิทลองถามเล่นๆดู แต่นั้นทำให้มีนาถึงขั้นตาลุกวาว ก่อนที่เธอจะหัวเราะลั่น พลางตบต้นขาตัวเองยกใหญ่
“ยอมใจเธอจริงๆเลย ผู้เล่นสมิท...นึกไม่ถึงจริงๆว่าจะมีคนแบบเธออยู่ อะไรที่ทำให้เธอมั่นใจว่าตัวเลือกต้องมีมากกว่านั้นกันนะ”
“ผมเป็พวกชอบสำรวจน่ะครับ” สมิทกล่าว “ถ้ามีโอกาสเลือกได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต ก็จำเป็ต้องรู้รายละเอียดให้ได้มากที่สุด”
“เข้าใจแล้วล่ะ” มีนากล่าว “ในการทดสอบครั้งนี้ เป็การสุ่มสกิลที่จะได้ ซึ่งสกิลที่จะมอบให้นั้นทางผู้ทดสอบอย่างฉันจะเป็คนกำหนด”
“และผมได้สกิลอะไรหรือครับ” สมิทเอ่ยถามเสียงเรียบ อันที่จริงแล้วเขาตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
“บอกตามตรงว่าเลือกให้เธอยากมากๆเลยล่ะ ดังนั้นฉันจะให้เธอเลือกเอง สกิลระดับS ที่มอบให้ผู้เล่นเพียงไม่กี่คน”
เ้าหน้าที่มีนาผลักรายละเอียดสกิลทั้งสี่สกิลมาให้เขาเลือก ซึ่งแต่ละอันนั้นเป็สกิลระดับSทั้งสิ้น
“เลือกให้ดีล่ะ เพราะนี่จะเป็สกิลท่าไม้ตายประจำตัวของเธอ จนกว่าจะเปลี่ยนอาชีพขั้นสูง” มีนากล่าวพลางจับจ้องสมิทที่กำลังพิจารณารายละเอียดสกิลอยู่
“[รายละเอียดสกิล: กราวิตี้ ชิลด์ (Gravity Shield) ระดับS ธาตุดิน ทำให้เป้าหมายที่เป็ศัตรูภาคพื้นดินในระยะ15เมตรถูกตรึงติดกับพื้น ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เป็เวลา5นาที พร้อมรับดาเมจกระแทกพื้น 800% จากพลังโจมตีทางกายภาพ]”
“[รายละเอียดสกิล: เบลด สไตร์ค (Blade Strike) ระดับS โจมตีด้วยพลังสั่นะเืที่แฝงในใบดาบ ความแรง 1,500% จากพลังโจมตีทางกายภาพ มีโอกาส50% ที่อาวุธ ชุดเกราะ รวมถึงเขตแดนป้องกันสมบูรณ์ของศัตรูจะถูกทำลาย]”
“[รายละเอียดสกิล: โฮลี่ โดม (Holy Dome) ระดับS ธาตุแสง ใช้พลังธาตุศักดิ์สิทธิกางเขตแดนป้องกันสมบูรณ์รอบทิศในรัศมี5เมตร สามารถป้องกันการโจมตีทุกชนิดจากด้านข้างและ้าภายในเวลา5นาที พร้อมสะท้อนค่าความเสียหายกลับไป1/10]”
“[รายละเอียดสกิล: เคิร์ส เบลด (Curse Blade) ระดับS ธาตุมืด เสริมสถาณะคำสาปให้กับดาบ เพิ่มความแรงในการโจมตีแต่ละครั้งอีก 300% มีโอกาส30%ที่ศัตรูจะสุ่มติดสถาณะใบ้ เหน็บชา หรือมึนงง หากถูกโจมตีขณะใช้สกิลนี้ ระยะเวลาแสดงผล10นาที”
สมิทอ่านสกิลอย่างละเอียด โดยระหว่างนี้ลิลี่ก็หยิบเอาสกิลอื่นมาอ่านด้วย เ้าหน้าที่มีนารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ที่มอนสเตอร์อย่างลิลี่สนใจสกิลของเ้าของ ทั้งที่สมิทยังไม่ได้ออกคำสั่งให้ช่วยดูสกิลเลยด้วยซ้ำ
“ลิลี่ สกิลไหนสนับสนุนเธอได้ดีที่สุด” สมิทเอ่ยถามขณะถอนใจ เพราะแต่ละสกิลนั้นดีเหมือนกันหมด และใช้ประโยชน์ได้ตามแต่ละสถาณการณ์ จึงทำให้ติดสินใจเลือกได้ยาก
“ส่วนตัวหนูชอบกราวิตี้ชิลด์” ลิลี่กล่าว “แต่พี่เพชรอยากได้สกิลที่เกี่ยวกับดาบไม่ใช่หรือคะ”
“มันก็จริงแหละ” สมิทตอบกลับ “แต่มันดีเหมือนกันหมดเลย บอกตามตรงว่าเลือกยากจริงๆ”
“งั้นสุ่มไหมคะ เขียนหมายเลขใส่กระดาษ” ลิลี่กล่าว “หนูเขียน แล้วเดี๋ยวพี่เพชรจับ”
มีนาจับจ้องลิลี่เป็พิเศษ ก่อนที่เธอจะยื่นเศษกระดาษและปากกาให้ เธอสังเกตุว่าลิลี่เขียนชื่อสกิลด้วยภาษาไทยลงในกระดาษ นั่นทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ
“จำได้ว่าเกมMROไม่ได้ใส่ความรู้ด้านภาษาไทยให้มอนสเตอร์นี่” มีนากล่าวกับตัวเองเบาๆ “การใช้กระดาษต้องใช้ทักษะวาดรูปซึ่งไม่เกี่ยวกับระบบภาษาอัตโนมัติของเกม...นี่มันอะไรกัน”
“ไม่ว่าจะได้อะไร ฉันก็จะไม่เสียใจ” สมิทกล่าวกับตัวเอง “ให้ฟ้าลิขิตละกัน รอบนี้”
เขาล้วงมือเข้าไปในกล่อง ก่อนจะคว้าอันที่สองนิ้วของเขาคีบได้เป็อันแรก สมิทค่อยๆคลี่กระดาษออกอย่างตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะพ่นลมออกจากปากด้วยความโล่งใจ
“สกิลดาบ...เบลด สไตร์ค” สมิทกล่าวพลางอ่านชื่อสกิลบนกระดาษ ลิลี่นั้นตบมือให้ ในขณะที่มีนามองด้วยสายตาวิเคราะห์
“ผู้เล่นสมิท...คุณสอนภาษาไทยให้ลิลี่หรือคะ”
“เปล่าครับ” สมิทตอบสั้นๆ ก่อนจะถามต่อด้วยความสงสัย “ทำไมหรือครับ”
“ไม่มีอะไรค่ะ...ยินดีด้วยนะคะ กับสกิลระดับS” มีนาตอบกลับสั้นๆ ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนเื่
“มีขั้นตอนอะไรอีกไหมครับ” สมิทเอ่ยถามขณะพยายามจะติดตั้งสกิลลงไปในหน้าต่างผู้เล่น แต่ทว่ากลับมีข้อความแจ้งเตือนกว่าเฉพาะอาชีพการ์เดี้ยนเท่านั้น หมายความว่าเขายังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพ
“มีค่ะ” มีนากล่าว “ขั้นสุดท้ายคือสอนรูปแบบการต่อสู้ของการ์เดี้ยนภาคปฏิบัติค่ะ”
“ประลองกับคุณสินะครับ” สมิทกล่าวด้วยเสียงเรียบ ในขณะที่มีนาพยักหน้ารับเบาๆ
“พร้อมหรือยังคะ...สำหรับหนึ่งชั่วโมงในการฝึกต่อสู้”
“พร้อมครับ” สมิทกล่าว “ช่วยเอาจริงกับผมด้วยนะครับ เพราะผมก็จะเอาจริงเช่นกัน”
“จัดให้ตามที่ขอค่ะ” มีนากล่าวพลางแสยะยิ้ม “อย่าโอดครวญละกันนะคะ”
แจ็ค สา และเมย์นั้นมานั่งรอสมิทที่ห้องพักรวมของอาคารเปลี่ยนอาชีพ พวกเขาทั้งสามต่างใที่เห็นสมิทออกมาในสภาพอิดโรยโดยมีลิลี่คอยประคอง ตามเนื้อตัวเขามีแผลฟกช้ำ ราวกับว่าถูกใครซ้อมมา
“สมิทคะ คุณฝึกจนครบชั่วโมงเลยหรอ” สากล่าวด้วยน้ำเสียงใ “และฝึกสอนอีท่าไหนเนี่ย ทำไมเป็ได้ขนาดนี้”
“อย่าบอกนะว่าอาชีพการ์เดี้ยนให้สู้กันเองน่ะ” เมย์กล่าว “ทำไมการสอนโหดจัง”
“พวกเธอไม่ได้ต่อสู้หรือ” สมิทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง พลางกวาดสายตามองทุกคนจนไปถึงแจ็ค แจ็คเองก็ส่ายหน้า
“ทางฉันให้ซ้อมสกิลท่าไม้ตายกับหุ่นไม้น่ะ” แจ็คกล่าว “ซ้อมแค่สิบนาทีเขาก็ปล่อยออกมาแล้ว”
“ฉันก็เหมือนกัน” สาตอบขึ้นเสริม “นายโดนคนเปลี่ยนอาชีพแกล้งหรือเปล่านี่”
“ทางฉันไม่เข้าซ้อมค่ะ” เมย์กล่าวร่วมด้วยอีกคน “เพราะนอกเกมฉันเป็นักกีฬายิงธนูอยู่แล้ว”
“ไม่รู้เหมือนกัน” สมิทกล่าวก่อนจะนั่งลงข้างๆแจ็ค ลิลี่เลื่อนเก้าอี้ให้ ก่อนที่เธอจะไปยืนด้านหลังของเขา “แต่ก็คุ้มค่าแหละ เพราะฉันได้สกิลระดับSมาน่ะสิ ถ้าเหนื่อยขนาดนี้ได้แค่Aคงแย่”
ทั้งสามคนที่กำลังฟังสมิทต่างนิ่งเงียบ ทำเอาสมิทสงสัย ก่อนที่เมย์จะยกมือขึ้นและยิ้มแห้งๆ
“สมิทคะ การเปลี่ยนอาชีพครั้งแรกทุกคนจะได้สกิลระดับS กันหมดค่ะ ไม่ว่าสกิลที่ได้รับมาจากการประเมินนั้นจะเป็ธาตุอะไร หรือประเภทไหนก็ตาม”
“ฉันเหนื่อยกว่าทุกคน ในขณะที่ผลลัพธ์เท่ากันหรือ” สมิทเอ่ยถาม ก่อนที่เขาจะคิดอะไรออก “ไม่สิ ฉันได้เลือกสกิลเองด้วยนะ”
“พวกเราก็เหมือนกัน” สากล่าว “สี่สกิลใช่ไหมล่ะ นั่นคือผลสรุปจากการสัมภาษณ์น่ะ”
“และอาวุธกับชุดเกราะล่ะ” สมิทกล่าว “เขาว่าผู้เข้าทดสอบเท่านั้น จึงจะได้ชุดอาชีพระดับB”
“นั่นพวกเราก็ได้” แจ็คกล่าวพลางทำท่าแบมือไหวไหล่ “เมย์ที่ไม่ได้ทดสอบยังได้เลยเหมือนกัน”
“สรุปว่าล็อคผลไว้แล้วสินะ” สมิทกล่าว “ฉันอุตส่าห์จริงจังอย่างมากเลยนะนี่ ดันจริงจังกับคำพูดของยัยพลอยเสียได้”
“เอาน่า” แจ็คกล่าวพลางตบบ่าสมิท “อย่างน้อยนายก็ได้ฝึกซ้อมกับเ้าหน้าที่เฉพาะด้านถึงหนึ่งชั่วโมง เสร็จนี่แล้วเราไปหาอะไรฉลองให้กับการเปลี่ยนอาชีพของเรากันเถอะ”
“นั่นสิ” สากล่าวเสริม “คุณพลอยใสบอกว่าถ้าสมิททดสอบเสร็จแล้ว ให้ติดต่อเธอด้วย เพราะเธอจะพาพวกเราทุกคนไปรู้จักกับคนในหน่วยที่สามน่ะ”
“งั้นรีบไปกันเถอะ” สมิทกล่าวพลางลุกขึ้นและเดินนำออกไปนอกอาคาร ก่อนที่ทุกคนจะตามไปติดๆ ซึ่งระหว่างนั้นเขาเดินสวนกับอดีตเพื่อนเก่าอย่างไชยา ที่กำลังจะมาเปลี่ยนอาชีพเหมือนกัน ไชยานั้นจ้องมองสมิท หากแต่ว่าสมิทนั้นกลับเมินเขา
“มาส่งเควสเปลี่ยนอาชีพลับ” ไชยากล่าวเสียงเรียบกับNPC ที่เค้าเตอร์ด้านหน้า ก่อนจะโยนข้อมูลหน้าต่างผู้เล่นของเขาให้กับNPCเพื่อตรวจสอบ
“เควสคือสังหารผู้เล่นนอกเขตปลอดภัยสามคน และมอนสเตอร์สามตัว ตามนี้นะคะ” NPCสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ เธอไม่รู้สึกอะไรเพราะเป็ปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่เ้าหน้าที่ที่มีคนมาสวมบทบาท
“เออ ตามนั้นแหละ” ไชยากล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่น “เควสเปลี่ยนอาชีพลับ รัฟเฟี่ยน (Ruffian) มันก็ถูกเกมกำหนดมาแบบนี้อยู่แล้ว พวกเอ็งจะทวนทำซากอะไรวะ”
การกล่าวโวยวายของไชยา ทำเอาผู้เล่นรอบๆมองเป็สายตาเดียว ก่อนจะพร้อมใจกันจ้องทางอื่น เมื่อไชยามองกลับด้วยสายตาขวาง
“เนื่องจากอาชีพนี้เป็อาชีพลับ” NPCสาวกล่าว “จึงไม่มีการทดสอบหรือสอบสัมภาษณ์อะไร กรุณารับสกิล และเซ็ตอาวุธประจำอาชีพด้วยค่ะ”
ไชยากระชากกล่องสี่เหลี่ยมมาจากNPCสาว ก่อนจะแกะดูเพื่อเช็คของข้างใน ในกล่องนั้นมีสกิลประจำอาชีพระดับS แบบสุ่ม1อย่าง และอาวุธสำหรับอาชีพรัฟเฟี่ยน ซึ่งได้แก่สนับติดใบมีด โซ่ตะขอสำหรับจับ และกล่องยาพิษเคลือบอาวุธ พร้อมสูตรวิธีทำ
“ไม่ผิดหวังจริงๆ” ไชยากล่าวก่อนจะเก็บกล่องแล้วเดินออกจากอาคารอย่างรวดเร็ว “แค่ดูก็รู้แล้วว่าอาชีพนี้เหมาะสังหารมนุษย์ด้วยกัน...คอยก่อนเถอะ ไอ้พวกโลกสวยในMROทั้งหลาย ฉันจะสั่งสอนพวกแกให้รู้ซึ่งถึงโลกแห่งความเป็จริงให้ดู โลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กยังไงล่ะ”