วี่วอวี่วอ วี่วอ วี่วอ วี่วอ
“ตำรวจมาแล้ว มาทางนี้เลยครับ ทางนี้ครับมีคนถูกทำร้าย” ชนะชนม์หนุ่มน้อยร่างบางกำลังะโด้วยเสียงอันดัง
เท่าที่จะทำให้คนกลุ่มหนึ่งได้ยินอย่างชัดเจนก่อนหน้านี้เขาเปิดเสียงไซเรนรถตำรวจใน Application บนมือถือซึ่งเป็เสียงที่เขาเคยโหลดมาเก็บเอาไว้แกล้งเพื่อนเวลาที่พวกเพื่อนๆจับกลุ่มเล่นไพ่กัน ตอนที่เขาเดินมาทิ้งขยะแล้วเห็นคนกำลังถูกทำร้ายพวกนั้นมีกันหลายคน เขาคาดคะเนจากสายตานับได้เกือบสิบคน แต่กลับรุมทำร้ายคนคนเดียว นี่มันหมาหมู่ชัดๆ ยามค่ำคืนที่มืดมิดเวลาเกือบห้าทุ่มที่ทิ้งขยะตรงนี้ค่อนข้างเปลี่ยวและมืดมีเพียงแสงไฟสลัวๆที่สาดส่องเข้ามาบ้างให้พอเห็นเป็ทางเดิน ที่นี่แทบจะไม่มีเื่ชกต่อยเพราะปกติการ์ดของที่นี่จะไม่ยอมให้มีเื่มีราวในผับแห่งนี้เด็ดขาด เพราะเป็ผับไฮโซ มีชื่อเสียง ขึ้นชื่อเื่ความปลอดภัยที่สำคัญทุกอย่างในนั้นมีราคาสูง มีดนตรีสด และ DJ โซนผลัดเปลี่ยนกันไปอาหาร เครื่องดื่ม ยิ่งสาวๆ นะ สวยๆ และเซ็กซี่ทั้งนั้นแม้แต่เ้าของร้านที่เขาทำงานอยู่จะไปเที่ยวยังต้องโอกาสพิเศษจริงๆ เท่าที่รู้เ้าของผับจะจริงจังกับความปลอดภัยของลูกค้ามากกฎระเบียบถูกวางไว้อย่างเคร่งครัดและเข้มงวด อีกทั้งการ์ดที่นี่ทำหน้าที่เข้มแข็งร่างบางรู้ดีเพราะทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านคาเฟ่ใกล้สถานบันเทิงชื่อดังแห่งนี้ ชนะชนม์เคยเห็นการ์ดร้านนี้จัดการคนเมาและอาละวาดมาแล้วหลายหน แต่สงสัยว่าทำไมวันนี้การ์ดไม่มาห้ามและไม่ทำหน้าที่อย่างเคยไม่มายุติเหตุทะเลาะวิวาทที่กำลังรุนแรงนี้ ในขณะที่เขากำลังเดินมาทิ้งขยะเหมือนทุกวัน อยู่ดีดีก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ เขาคงไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือ เพราะคนโดนกระทืบส่วนใหญ่ต้องไปกวนโอ้ยหรือไปกร่างทำให้อีกฝ่ายหมั่นไส้อีกอย่างการไปห้ามคนเมาทะเลาะกันมีแต่หาเื่ใส่ตัวเปล่าๆหากไม่เห็นว่ามีใครบางคนกำลังชักปืนเก็บเสียงออกมาเพื่อทำร้ายคู่ต่อสู้ แย่แล้ว!!! หากที่นี่เกิดคดีฆาตกรรมลูกค้าหายแน่ทั้งร้านคาเฟ่ที่เขาทำงานอยู่หรือผับแห่งนี้ก็ตามที ไม่ใช่ชกต่อยธรรมดาแล้ว อาวุธครบมือทั้งมีดทั้งปืน เอากันถึงตายเลยหรือ แต่จะให้เขาเข้าไปช่วยสู้กับพวกมัน ชนะชนม์เองก็ไม่ได้เก่งมากมายตบตีได้อย่างมากก็แมลงวันกับยุง ไม่เคยสู้กับคนมาก่อน และพวกมันก็มีกันหลายคน เขาคิดหาวิธีอยู่สักครู่ก่อนตัดสินใจลองใช้วิธีเปิดเสียงไซเรนรถตำรวจจากโทรศัพท์มือถือเผื่อว่าเสียงจะดังพอให้พวกมันเข้าใจผิดเพราะเขาก็แอบอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากพอที่จะทำให้พวกมันได้ยินเป็การขู่พวกมันก่อนแล้วะโเสียงดังออกไปว่า ‘ตำรวจมาแล้ว’ คนที่กำลังจะยิงเขาก็รีบเก็บปืนและวิ่งหนีไปมันได้ผล ชนะชนม์ยกยิ้มที่มุมปากอย่างดีใจกับความสำเร็จในครั้งนี้ เขาหลบอยู่หลังถังขยะเพื่อรอดูเหตุการณ์อีกสักครู่จะให้เขาเอาตัวไปเสี่ยง คงต้องคิด วิเคราะห์ แยกแยะก่อน เพราะเขายังต้องเรียนหนังสือยังต้องทำงานหากิน หากาเ็ ต้องเดือดร้อนแน่ๆ เขารู้ตัวว่าไม่เก่งเื่ต่อสู้ทำได้แค่ใช้วิธีหัวหมอหลอกพวกมันว่าตำรวจมานี่แหละ รออยู่สักครู่จนแน่ใจว่าพวกมันหนีไปกันหมดแล้วเขาจึงวิ่งเข้าไปช่วยเหลือคนที่ถูกรุมทำร้าย
"คุณเป็อย่างไรบ้างไปแกว่งเท้าหาเื่พวกมันเหรอ ถึงโดนหนักขนาดนี้ ผมจะพาไปหาหมออดทนหน่อยนะ" ชนะชนม์ถามเขาด้วยความห่วงใยตามประสาเพื่อนมนุษย์และพยายามพยุงผู้ชายร่างสูงใหญ่ให้ยืนขึ้น แต่ก็ยากลำบากเต็มทนด้วยเพราะผู้ชายคนนี้คงจะหมดเรี่ยวหมดแรงจากการต่อสู้และเขาดูเสียเืมากจากแผลที่ถูกแทงบริเวณช่องท้องร่างบางจึงต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อประคองคนร่างสูงให้ลูกขึ้นแต่ก็ไม่เป็เขาจึงตัดสินใจลากคนเจ็บไปพิงกับเสาไฟฟ้าก่อนจะนั่งยองๆ ข้างๆแล้วล้วงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงยีนส์สีฟ้าอ่อนตัวโปรดเพื่อกดเบอร์โรงพยาบาลเรียกรถฉุกเฉิน
“สวัสดีครับ มีคนถูกแทงาเ็สาหัส ผมขอรถฉุกเฉินมาที่ถนนตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด” คนเจ็บแย่งโทรศัพท์เขาไปกดวางสาย ชนะชนม์หันไปมองคนที่เพิ่งแย่งโทรศัพท์ไปด้วยสายตาวาวโรจน์ ‘จะเอายังไง เดี๋ยวพ่อปล่อยให้ตายตรงนี้หรอก’ ชนะชนม์ได้แต่สบถในใจอย่างเหลืออด
“เรียกทะแท็กซี่ อย่าระเรียกระรถพะยาบาล พวกมันตามไปถะถูก”ชายร่างสูงพูดติดๆ ขัดๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าเต็มทน ชนะชนม์ไม่มีเวลาคิดมากเขาลุกขึ้นสายตาสอดส่องมองหาที่ที่รถแท็กซี่จอดอยู่อย่างเรียงรายหน้าผับ แล้วตัดสินใจวิ่งไปเรียกรถแท็กซี่ด้วยใกล้เวลาผับปิดจึงมีรถแท็กซี่มาจอดรอผู้โดยสารหลายคัน ชนะชนม์บอกเล่าเื่ราวคนาเ็ให้คนขับแท็กซี่ฟังกลัวเขารับไปแล้วทิ้งกลางทาง เพราะบางคันกลัวเืเลอะในรถบางคันกลัวกลิ่นคาวเืขนาดเวลาปกติยังเลือกรับลูกค้าแล้วนี่คนเจ็บจะมีใครยอมให้ความช่วยเหลืออย่างน้อยก็ขอคนเต็มใจ จนในที่สุดก็ได้คนที่พร้อมจะรับคนเจ็บขึ้นรถ ชนะชนม์และคนขับแท็กซี่ช่วยกันประคองคนเจ็บขึ้นรถ และรีบนำไปส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
“ขับเร็วๆ หน่อยนะครับลุง” ชนะชนม์บอกลุงแท็กซี่อย่างร้อนใจ เห็นเืคนเจ็บยังไหลไม่หยุดตรงบริเวณช่องท้อง ชนะชนม์ใช้มือกดรอยโดนแทงไว้กลัวเืจะไหลเยอะและเลอะรถลุงแท็กซี่ ตอนนี้ใบหน้าของคนเจ็บซบอยู่ที่อกของชนะชนม์ เหงื่อเม็ดโป้งๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ใบหน้าขาวซีดเผือดท่าทางคงเจ็บมากและเริ่มอ่อนเพลีย
“ห้ามหลับนะ” ชนะชนม์ร้องเตือนพร้อมเขย่าตัวคนเจ็บเบาๆเขาปรือตามองชนะชนม์เล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งเพื่อสะกดกั้นความเ็ป เห็นเขาหลับตาลงอีกชนะชนม์จึงตบหน้าเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติเขา
“ทำไมเขาโดนทำร้ายหนักนักละไอ้หนุ่ม”ลุงแท็กซี่ถามชนะชนม์
“คงเมาและทะเลาะกันครับลุง” ชนะชนม์ตอบไปตามความคิดเพราะคนเราเวลาเมามักไม่มีสติสัมปชัญญะ อารมณ์ก็ขึ้นได้ง่าย
“ทนอีกหน่อยนะจะถึงแล้ว”คนขับแท็กซี่บอกผู้โดยสารทั้งสอง โชคดีตอนนี้เป็เวลาเกือบเที่ยงคืนรถบนท้องถนนก็น้อยทำให้สามารถขับไปโรงพยาบาลได้โดยไม่เสียเวลา คนขับแท็กซี่เหยียบคันเร่งเต็มที่เพื่อให้ทันเวลากับชีวิตที่เวลาเหลือน้อยเต็มที
“ขอบคุณนะลุงที่รับพวกผมขึ้นรถ” ชนะชนม์กล่าวขอบคุณคุณลุงแท็กซี่ที่ไม่รังเกียจรับเขาและคนเจ็บขึ้นรถ เพราะไม่กลัวรถเลอะคราบเื
“ช่วยกัน เห็นคนเจ็บหากลุงปฏิเสธกลัวทำเขาตายขึ้นมา ลุงคงเป็คนบาป อะไรช่วยกันได้ก็ช่วยกัน” ลุงแท็กซี่บอกอย่างใจดีและยังคงเหยียบคันเร่งอย่างต่อเนื่องเพราะถนนข้างหน้าค่อนข้างโล่งใช้เวลาไม่นานก็ถึงโรงพยาบาล
ณ โรงพยาบาล
“ช่วยด้วยครับ คนป่วยฉุกเฉินครับ” ชนะชนม์ร้องเรียกพนักงานเปลหน้าโรงพยาบาลให้นำเตียงสำหรับคนไข้ฉุกเฉินหลังจากนั้นบุรุษพยาบาลและพยาบาลก็พาคนเจ็บเขาเข้าห้องฉุกเฉินด่วน พยาบาลกำลังทำความสะอาดแผลที่โดนแทงและหมอเวรกำลังประเมินอาการโดยชนะชนม์ยืนรออยู่ด้านนอกจะได้ไม่เกะกะการทำงานของคุณหมอและคุณพยาบาลระหว่างรอชนะชนม์ก็เดินไปห้องน้ำล้างคราบเืที่ติดที่มือและเสื้อผ้าออกแต่ก็ล้างคราบที่เสื้อผ้าออกไม่หมดยังคงเหลือคราบจางๆไว้เป็รอยให้ชนะชนม์เก็บไว้ดูเป็ความทรงจำชนะชนม์ล้างหน้าล้างตาจ้องมองตัวเองในกระจกและคิดในใจว่า ‘ขอให้คนเจ็บไม่เป็อะไรและหมอช่วยเหลือได้ทันเวลา’ เขาคงช่วยคนเจ็บได้เพียงเท่านี้
ตอนที่ชนะชนม์พาคนเจ็บมาโรงพยาบาล ระหว่างทางเขาเอามือบีบแขนชนะชนม์แน่น พยายามบอกว่า ระวังพวกมันตามมาขนาดสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ก็ยังคงเป็ห่วงแต่เื่นี้ พูดก็ไม่ค่อยเป็คำเพราะคงใกล้หมดเรี่ยวแรงดูท่าจะเสียเืไปมากโข แต่หากคนป่วยกลัวคนร้ายมาดักทำร้ายอีกครั้ง ชนะชนม์คิดว่าจะเฝ้าเขาไม่ให้คลาดสายตาเลย แต่ชนะชนม์อดคิดไม่ได้ว่าเขาคิดมากไปใครจะว่างมาทำร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ป่านนี้พวกนั้นอาจหลับสบายหรือไม่ก็นอนกอดเมียมีความสุขไปแล้วแค่เมาแล้วตีกันมันไม่ผูกใจเจ็บขนาดนั้นหรอกแต่ยอมรับว่าอันธพาลกลุ่มนี้เล่นแรงไปจริงๆ ทั้งมีด ทั้งปืน หากพวกมันจะตามหาคนเจ็บจริงๆแถวนี้มีโรงพยาบาลอยู่ประมาณสามแห่ง ถ้ามาจริงก็ไม่ยากในการแยกกันตามหาเพราะคนเจ็บก็อาการสาหัสต้องรีบช่วยชีวิตยังไงต้องมาโรงพยาบาลแน่นอนการถามหาคนไข้ที่ถูกแทงก็ง่าย เพราะไม่ใช่เหตุที่จะเกิดขึ้นบ่อย ชนะชนม์กวาดตามองผู้คนในโรงพยาบาลหมอและพยาบาลที่อยู่เวรกลางดึกมีไม่กี่คน ญาติคนไข้ที่มาเฝ้าญาติตัวเองก็เดินกันบ้างประปราย ตอนนี้โรงพยาบาลค่อนข้างเงียบเลยทีเดียว
ตอนนี้คุณหมอออกมาจากห้องฉุกเฉินและเดินมาบอกชนะชนม์ว่า คนไข้ปลอดภัยแล้วโชคดีไม่โดนอวัยวะสำคัญ ถูกเย็บไป 21 เข็มพยาบาลย้ายคนป่วยเข้ามาห้องพักฟื้นรวมมีสายน้ำเกลือและสายยาฆ่าเชื้อห้อยระโยงระยาง ชนะชนม์กำลังชั่งใจว่าจะกลับบ้านดีไหมเพราะคนเจ็บก็ปลอดภัยแล้ว เขาหมดหน้าที่แล้วอีกทั้งตัวเองก็เพลียมากแล้วนี่ก็จะตีสอง คนเจ็บก็ไม่มีอะไรน่าห่วงคุณพยาบาลให้ถุงใส่ของของคนไข้กับชนะชนม์ข้างในมีกระเป๋าสตางค์ เสื้อผ้าของคนไข้ ชนะชนม์จึงใส่โทรศัพท์ที่เก็บได้ในสถานที่เกิดเหตุใส่ลงไปด้วยซึ่งคาดว่าน่าจะเป็ของเขาแต่ก็แตกยับเยินเพราะคงตกแตกตอนต่อสู้กันและเอาไปวางไว้ใต้หมอนของคนเจ็บก่อนตัดสินใจจะกลับอพาร์ทเม้นท์ตัวเอง ระหว่างทางที่กำลังจะกลับ เขาได้ยินเสียงชายฉกรรจ์ 3 คนกำลังถามหาคนป่วยที่ถูกแทงที่เข้ามารักษาในคืนนี้ อ้างตัวว่าเป็ญาติ แต่หน้าตาคนละเผ่าพันธุ์แน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ นอกจากหน้าตาที่แตกต่างแล้ว การแต่งกายก็ช่างแตกต่างการแต่งกายของคนเจ็บดูเป็ผู้ดีแม้จะเป็แค่เสื้อเชิ๊ตแขนสั้นเรียบๆ สีขาวกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มและรองเท้าหนังสีดำราคาแพงแต่ทุกอย่างบนร่างกายเขาพอดูออกว่าเป็เสื้อผ้าคุณภาพสูง และเบรนด์เนมทั้งตัวแน่นอน และที่สำคัญชนะชนม์จำได้เลือนรางว่าเป็พวกมันที่รุมทำร้ายเขาแต่ไม่ค่อยมั่นใจนักด้วยแสงสว่างที่จำกัดของที่เกิดเหตุ พวกมันต้องหาคนที่ชนะชนม์พามาแน่นอน เขารีบคิดหาวิธีเพราะกว่าจะช่วยให้รอดชีวิตได้ก็ลำบากเต็มทน จะให้ความลำบากของชนะชนม์สูญสิ้นไปไม่ได้ และถ้าหากดูรูปร่างหน้าตาว่าใครเป็คนร้ายรับรองได้ว่า ไม่ใช่คนที่นอนบนเตียงผู้ป่วยนี่เป็แน่เพราะบุคลิกพวกนั้นบ่งบอกเลยว่า นักเลงล้านเปอร์เซ็นต์ ชนะชนม์จึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่างทันที
ชนะชนม์รีบวิ่งไปกดกาแฟและไมโลกระป๋องในตู้อัตโนมัติกะว่าเอาให้เหนียวไปถึงลำไส้กันเลยทีเดียว เปิดกระป๋อง
ทั้งสองแล้วรีบวิ่งไปหาพวกมันทั้งสามคนโดยเจาะจงทำเป็สะดุดขาตัวเองเอากาแฟและไมโลสาดใส่คนที่คิดว่าเป็หัวหน้ากลุ่มซึ่งเป็ผู้ชายร่างหนาดูบึกบึน ผิวดำคล้ำ ดวงตาดูโเี้ไม่เกรงกลัวสิ่งใด สูงประมาณ 175 ใส่เสื้อยืดสีดำปักสายเสือกางเกงยีนส์สีซีดและลูกน้องสองคนที่มีรูปร่างผอมบางกว่า ผิวคล้ำทั้งคู่ ซึ่งพวกมันกำลังเดินมาทางชนะชนม์พอดี
“เอ้ย บ้ารึไง”คนที่คิดว่าเป็หัวหน้าใหญ่โวยวายใส่ชนะชนม์
“ขอโทษครับ ผมรีบวิ่งไปหน่อย” ชนะชนม์แสร้งทำหน้าตาน่าสงสารยกมือไหว้ขอโทษขอโพยเต็มที่
“ผมเช็ดให้” ชนะชนม์พยายามทำเป็เช็ดให้มันเต็มที่จนมันรำคาญ
“ไม่ต้อง ไปไกลๆ เลยมึง”พวกมันไล่ชนะชนม์อย่างเดือดดาล
“ไม่เป็ไรครับผมจะเช็ดให้” ชนะชนม์แสร้างทำเป็อยากเช็ดเต็มที่จนลูกน้องมันอีกคนเข้ามากระชากคอเสื้อชนะ
ชนม์แล้วถามว่า
“มึงอยากตายรึไงลูกพี่กูบอกไม่ต้อง มึงฟังไม่รู้เื่เหรอ” คนร้ายพูดกับเขาแบบมีน้ำโห ชนะชนม์คิดไว้แล้วว่าพวก
อันธพาลไม่เคยเก็บอารมณ์เป็กับใครเขาหรอกกร่างได้ทุกที่ แต่ก็เป็ไปตามแผนของเขานั่นเอง
“ผมกลัวแล้ว อย่าทำอะไรผมเลย”ชนะชนม์ะโเสียงดัง ทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ พยาบาลหรือญาติคนไข้ก็หันมาดูกันหมดว่าเกิดอะไรขึ้น ชนะชนม์ยกยิ้มมุมปากแต่ไม่แสดงให้ใครเห็นเมื่อเห็นคุณป้าพยาบาลมุ่งตรงมาทางนี้
“เกิดอะไรขึ้นคะ เงียบๆ ด้วยค่ะ ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ”พยาบาลที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของชนะชนม์รีบมาดูเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดเสียงดังในโรงพยาบาล พร้อมเอ่ยเตือนเสียงดุ
“ไม่มีอะไรครับ แค่อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ” ชนะชนม์ยกมือไหว้ขอโทษป้าพยาบาลเอาจริงๆเขาก็รู้สึกผิดมากที่ทำเสียงดังขนาดนี้
“ถ้าจะทำเสียงดังกรุณาออกไปข้างนอกโรงพยาบาลด้วยค่ะ”ป้าพยาบาลบอกพวกเราอีกครั้ง จนถึงตอนนี้ ผู้คนเริ่มมามุงดูเยอะมากขึ้น เอาจริงๆ ชนะชนม์เองก็รู้สึกอับอายมากที่ต้องสร้างเื่แบบนี้ในโรงพยาบาลแต่เพื่อชีวิตรอดของใครคนหนึ่งเขาก็ต้องทำ
“เอาไงดีลูกพี่ คนมองกันใหญ่แล้ว”ลูกน้องที่กระชากคอเสื้อชนะชนม์หันไปถามลูกพี่ใหญ่เมื่อเห็นว่ากำลังเป็ที่สนใจของทั้งคนไข้ญาติคนไข้และพยาบาลรวมถึงคุณหมอที่เริ่มเดินเพื่อเข้ามาดูเหตุการณ์
“กลับ” หัวหน้าใหญ่บอกด้วยเสียงรอดไรฟันและก่อนกลับมันหันมามองหน้าชนะชนม์อย่างคาดโทษ ส่งสายตาบ่งบอกเขาว่าเจอกันข้างนอกมึงตายแน่! หึ หึ ใครจะกล้าไปเจอพวกมันละ ถ้าเขาเก่งเขาตายไปั้แ่สองขวบแล้ว และเพื่อความปลอดภัยชนะชนม์จึงเดินไปหารปภ.และแจ้ง รปภ.ว่า เมื่อสักครู่สามคนที่เพิ่งออกไปนั้นทำเสียงดังและเกือบมีเื่ชกต่อยกับญาติคนไข้ในโรงพยาบาล ไม่เชื่อไปถามหัวหน้าพยาบาลได้ ชนะชนม์ต้องอ้างอิงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือสักหน่อยหากพวกมันกลับมาอีกพี่ รปภ.ช่วยห้ามไว้หน่อยเป็ห่วงกลัวเกิดเื่ไม่ดีในโรงพยาบาล พี่รปภ.ก็พยักหน้าพร้อมมองตามสามคนที่เพิ่งออกไป เขาก็ต้องกันไว้ก่อนไม่แน่ใจว่า มันจะย้อนกลับเข้ามาใหม่รึปล่าว ตอนนี้คนเจ็บนอนพักฟื้นอยู่ห้องรวม จะทำอะไรก็คงง่ายในเมื่อไม่มีใครรู้ว่าใครเป็ญาติใคร
ชนะชนม์ตัดสินใจเดินไปหาคนเจ็บอีกครั้ง รู้สึกเป็ห่วง ตอนนี้เขาลืมตาอยู่ สีหน้าแสดงความเ็ปยาชาคงหมดฤทธิ์แล้ว
“คุณเป็คนช่วยผมใช่ไหมขอบคุณคุณมาก ผมจะตอบแทนบุญคุณคุณแน่นอน”วัชรพลบอกชนะชนม์ด้วยเสียงค่อนข้างเบาจนเกือบกระซิบ ด้วยรู้สึกเจ็บแปลบที่แผล ความเจ็บขึ้นมาเป็ริ้วๆ ทำให้วัชรพลทำหน้าเหยเก ในสมองเริ่มคิดประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้แค่อาทิตย์เดียวเพราะเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจากอเมริกาและกลับมาเพื่อสืบทอดธุรกิจของครอบครัว หลังจากพ่อ แม่ พี่ชายเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ทั้งหมด เขานัดสารวัตรเกรียงไกรซึ่งเป็เพื่อนรักมาพบที่ผับชื่อดังที่เกิดเหตุ ตลอดเวลาเขาสังเกตุว่ามีคนกลุ่มหนึ่งจ้องมองมาทางเขาตลอดและเมื่อเขาเดินเข้าห้องน้ำ คนกลุ่มนั้นก็เดินตามมา เขาจึงตัดสินใจไม่เข้าห้องน้ำเดินมาอีกทางที่ซึ่งเป็ทางออกหน้าร้าน ที่ที่มีคนพลุกพล่านและการ์ดของผับอยู่ที่นั่น พวกมันยังเดินตามไม่หยุดเขาส่งให้สายตาขอความช่วยเหลือจากการ์ดของผับแต่แปลกกลับไม่มีใครสนใจเขาเลยสุดท้ายพวกมันก็ล็อคตัวเขาไว้ได้แล้วลากไปที่มืด น่าจะแถวกองขยะ ผู้คนไม่ค่อยผ่านมาตรงนี้ แต่เขาเก่งเื่การต่อสู้เพราะชื่นชอบและร่ำเรียนมาบ้างจึงะโถีบอีกคนที่กำลังใกล้เข้ามาและสะบัดจนตัวเองหลุดจากการจับกุม ต่อสู้กันไปอยู่นานพวกมันมีกันหลายคน ในเวลาที่เขาเผลอเพราะมัวยุ่งกับการจัดการอีกคน อีกคนก็หาจังหวะเข้ามาแทงเขาจนได้ โชคดีมีคนร้องเรียกตำรวจให้ช่วย คนที่ร้องไห้ตำรวจช่วยและคนช่วยชีวิตของเขาก็คงเป็คนที่ยืนอยู่ข้างเตียงเขาตอนนี้ เขาเงยหน้าสบตาใบหน้าหวานอีกครั้ง
“ใช่ครับตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว คุณเจ็บมากไหม ผมจะเรียกพยาบาลให้”เมื่อเห็นสีหน้าคนเจ็บชนะชนม์ก็อดถามด้วยความเป็ห่วงไม่ได้
“ไม่เป็ไรผมทนได้ คุณช่วยติดต่อพยาบาลขอย้ายไปพักในห้องพิเศษได้ไหมไม่ต้องห่วงเื่เงิน ผมมีช่วยทำเื่ให้ผมหน่อยนะ ขอบคุณมาก” ชนะชนม์รีบจัดการทำเื่ขอเข้าพักในห้องพิเศษและได้ย้ายเข้ามาอยู่ในห้องพิเศษเรียบร้อยโชคดีที่มีห้องว่างพอดี หลังจากย้ายมาห้องพิเศษแล้ว วัชรพลก็แสดงความพอใจที่ได้ย้ายห้อง เขา้าความเป็ส่วนตัวและความสะดวกสบาย