ตอนที่15 ตระกูลมณีแห่งชีวิต
“เสร็จแล้ว”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มตอนนี้มันสามารถที่จะสร้างรูปแบบเคลื่อนย้ายขึ้นมาจากเศษซากคงเหลือได้อย่างสมบูรณ์แล้วและเวลาเพียงแค่สามนาทีเท่านั้นจากที่มันคิดเอาไว้ตั้งห้านาทีตอนนี้มันจ้องมองไปที่เหล่าคนที่กำลังจ้องมองมันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
“มาสิคิดจะให้ข้าไปคนเดียวหรือพวกมันจะคิดว่าข้าไปโจมตีพวกมันและข้าก็จะต้องสังหารทุกคนทีนั้นแทนที่จะไปช่วยนะสิ”เทียนถางกล่าวออกมาอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อทุกคนได้ยินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวผู้นำหมู่บ้านหมีรีบวิ่งเข้ามาที่ด้านข้างของเทียนถาง
“วิ้ง ฟุม”ทั้งสองเข้ามาภายในรูปแบบเคลื่อนย้ายพริบตาทั้งสองก็มาถึงยังพระราชวังขนาดใหญ่ที่ถูกทำลายไปหลายส่วนเทียนถางจ้องอมงออกไปรอบๆด้วยดวงตาราชันย์ปีศาจสิ่งที่มันพบเป้นอย่างแรกคือกองทัพขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าและวงแหวนเคลื่อนย้ายที่มันยืนอยู่เชื่อมต่อพื้นที่เอาอีกสิบเอ็ดที่เลย
“เ้าหมีเ้าพาผู้ใดมาที่นี้”เสียงดังสนั่นขึ้นและเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเทียนถางจ้องมองออกไปและพบกับมนุษย์หมาป่าแน่นอนเทียนถางคิดว่ามันคือผู้นำของหมู่บ้านหมาป่าจากตระกูลมณีแห่งชีวิตอย่างแน่นอนเทียนถางพบว่ามันอยู่ในระดับครึ่งเทวะโลกขั้นที่เก้าแล้วซึ่งมันแข็งแกร่งอย่างมาก
“หมาป่าข้าพาผู้ใช้รูปแบบพลังมาเพื่อช่วยเหล่าผู้นำ”หัวหน้าหมู่บ้านหมีกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้ายเช่นกันเมืุ่์หมาป่าได้ยินก็จ้องมองมาที่เทียนถางด้วยสีหน้าสับสนก่อนที่จะเปลี่ยนเป็ดุร้ายแต่พริบตานั้นร่างกายของมันก็หนักขึ้นปรากฏวงแหวนพลังที่เหนือหัวของมัน
“เหตุใดคนในตระกูลมณีแห่งชีวิตชอบคิดร้ายกับข้านักข้าแค่้าที่จะมาช่วยคนของเ้าเท่านั้นเองแท้ๆ”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเบื่อหนานหัวหน้าหมู่บ้านหมีเมื่อได้ยินก็เริ่มคุกเข่าโขกหัวอีกครั้งแต่มนุษย์หมาป่ากับเต็มไปด้วยความตกตะลึงก่อนที่จะกลับคืนร่างกายมาเป็มนุษย์
“ข้าต้องขออภัยท่านผู้ยิ่งใหญ่”มนุษย์หมาป่ากล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัวเทียนถางสะบัดมือสลายวงแหวนพลังออกมาหลังจากนั้นมนุษย์หมาป่าก็เดินนำทางมันกับหัวหน้าหมู่บ้านหมีไปด้วย
“ท่านพ่อพาผู้ใดมาหรือ”เมื่อกลุ่มของเทียนถางเดินผ่านภายในพระราชวังทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นเทียนถางและกลุ่มเดินผ่านมาอย่างง่ายดายเช่นนี้หนึ่งในกลุ่มมนุษย์หมาป่าวัยหนุ่มกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าตกตะลึงและเริ่มเปลี่ยนไปเป็ดุร้าย
“เ้าหมีพาผู้ใช้วงแหวนพลังมากเพื่อช่วยเหลือผู้นำตระกูล”มนุษย์หมาป่ากล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังเมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงแต่เทียนถางไม่ได้สนใจมันเดินผ่านทุกคนออกไปด้วยความเร็วสูงมาถึงยังด้านหน้าห้องของผู้นำตระกุลและเหล่าคนที่ถูกผนึกเอาไว้ภายในรูปแบบพลัง
“หยุดซะ”ปรากฏเสียงดังสนั่นขึ้นและกลุ่มผู้คนจำนวนมากพุ่งเข้ามาหาเทียนถางปรากฏรูปแบบพลังของแรงดึงดูดกดทับร่างกายของชายทั้งสิบเอ็ดคนลงไปที่พื้นในทันทีเทียนถางจ้องมองออกไปพวกมันเป็มนุษย์ครึ่งอสูรราวกับมนุษย์หมาป่า
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่โปรดอภัยด้วยข้าจะกล่าวกับพวกเขาเองขอรับ”มนุษย์หมาป่าและหัวหน้าหมู่บ้านหมีพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูงเมื่อทั้งสองได้เห็นว่าตอนนี้เหล่าคนทั้งสองเอ็ดคนกำลังถูกกดทับลงไปที่พื้นมันเต็มไปด้วยความตกตะลึง มนุษย์หมาป่ารีบกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
“เ้าพวกโง่ท่าผู้นี้คือคนที่จะมาช่วยพวกเราแต่พวกเ้ากับคิดที่จะโจมตีท่านได้อย่างใด”มนุษย์หมาป่าตวาดออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้ายเหล่าคนทั้งสิบเอ็ดเต็มไปด้วยความตกตะลึงก่อนที่พลังของรูปแบบพลังของเทียนถางจะสลายหายไปตอนนี้เทียนถางได้เดินเข้ามาภายในห้องของผู้นำนิกายแล้วมันเห็นทุกคนกำลังนั่งสมาธิอยู่
“พวกท่านหรือผู้นำรองผู้นำและเหล่าผู้าุโแห่งตระกูลมณีแห่งชีวิตหรือ”เทียนถางกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อทุกคนได้ยินก็ลืมตาขึ้นก่อนที่จะจ้องมองไปที่เทียนถางเมื่อเห็นเช่นนั้นพวกมันก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ขาสามารถที่จะช่วยพวกท่านได้นะแต่ข้ามีสิ่งที่้า”เทียนถางจ้องมองออกไปที่รูปแบบพลังที่ผนึกทุกคนเอาไว้และกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังทุกคนเมื่อได้ยินก็เริ่มแสดงออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง เทียนถางสะบัดมือเรียกรูปแบบพลังที่แข็งแกร่งออกมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถที่จะทำลายรูปแบบผนึกนั้นได้
“เ้า้าสิ่งใด”เมื่อเห็นว่าเทียนถางกำลังสร้างรูปแบบพลังขึ้นมาทุกคนก็ยืนขึ้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงผู้นำตระกูลกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง เทียนถางยิ้มออกมา
“ข้า้าให้พวกท่านเข้าร่วมกับาที่กำลังจะเกิดขึ้น”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังเมื่อทุกคนได้ยินก็ตกตะลึงมากเข้าไปอีกทั้งคนที่อยู่ภายในห้องและคนที่อยู่ภายนอกเองก็เช่นกัน
“พวกท่านที่อยู่ภายในนี้คงจะยังไม่รู้าที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างตระกูลสยบฟากฟ้ากำลังจะถูกโจมตีโดยห้านิกายและห้าคฤหาสน์”เทียนถางกล่าวออกมาอีกครั้งเมื่อทุกคนได้ยินก็เริ่มแสดงออกด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลเพราะการที่จะเกิดาเช่นนี้ขึ้นมันจะต้องเลือกฝ่ายอย่างแน่นอน
“เ้า้าที่จะให้พวกเราเข้าไปฝ่ายใดกันแน่”ผู้นำตระกูลกล่าวถามออกมาเทียนถางยิ้มออกมาเพราะกล่าวที่ผู้นำนิกายกล่าวเช่นนี้แสดงว่ามัน้าที่จะตกลงอย่างแน่นอน
“ข้า้าที่จะใช้ท่านเข้าร่วมกับตระกูลสยบฟากฟ้า”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อทุกคนได้ยินก็แสดงออกอย่างตกตะลึงเพราะการที่จะให้เข่าร่วมกับกองทัพที่มีจำนวนน้อยกว่ามันราวกับการสังหารตนเองอย่างแน่นอนเมื่อเทียนถางเห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นมันก็หัวเราะออกมา
“ตอนนี้นิกายสามนิกายที่เหลือกับสี่คฤหาสน์กำลังจะเข้าร่วมกับตระกูลสยบฟากฟ้าและถ้ามีคนของตระกุลมณีห่างชีวิตเข้าร่วมพวกท่านคิดว่าเราจะพ่ายแพ้หรือ”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อทุกคนได้ยินก็แสดงออกมาด้วยความยินดีผู้นำนิกายจ้องมองมาที่เทียนถางและมันรู้ได้ว่าเทียนถางไม่ได้โกหกแน่นอน
“ข้าตกลงข้าจะเข้าร่วมกับเ้าเพื่อเข้าสู่าของทวีปนี้ถ้าข้าผิดคำสาบานนี้ขอให้ข้าสิ้นชีพอย่างทรมาน”ผู้นำตระกุลกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังมันโคจรพลังภายในร่างกายพร้อมกล่าวคำสาบานออกมาเทียนถางตกตะลึงมากเมื่อได้เห็นเช่นนั้นมันสามารถเห็นการโคจรพลังเพื่อสาบานได้
“ยอดเยี่ยมเช่นนั้นก็เหล่าเพียงแค่ไปที่ตระกูลโอสถ์เพื่อให้พวกเขาเข้าร่วมกับพวกเรา”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับที่สะบัดมือส่งรูปแบบพลังเข้าใส่รูปแบบผนึกพร้อมทำลายมันทิ้งอย่างง่ายดายปรากฏเข็มทองจำนวนมากพุ่งเข้าใส่เทียนถางในพริบตาแต่เทียนถางสามารถที่จะเห็นได้ทั้งหมดมันเรียกปีกัออกมาและตวัดออกไปด้วยความเร็วสูง
“ผู้สร้างรูปแบบผนึกที่ผนึกพวกท่านไว้มันช่างเ้าเล่ห์เสียจริงเตรียมกับดังเอาไว้พร้อมเลยนะ”เทียนถางกล่าวออกมาและสะบัดมือปีกัเข็มทองทั้งหมดตกลงไปที่พื้นเข็มทองทั้งหมดไม่สามารถที่จะเจาะเข้ามาภายในปีกของเทียนถางได้เลยแม้แต่น้อย
“ตอนนี้พวกท่านปลอดภัยแล้วแต่ถ้าจะให้ดีนำทุกคนจากทุกหมู่บ้านมาที่นี้จะดีกว่า”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้งผู้นำตระกูลมณีแห่งชีวิตพยักหน้าตอบพร้อมโบกมือทุกคนรีบไปนำคนจากหมู่บ้านตนเองมาที่ตระกูลหลักทั้งหมด
“คุณชายข้ายังไม่รู้นามของท่านเลย”ผู้นำตระกุลกล่าวถามออมกาด้วยสีหน้าจริงจังระหว่างที่พาเทียนถางเดินชมรอบๆด้านหลังก็มากลุ่มของเหล่าผู้าุโและรองผู้นำเดินตามมาด้วย
“ข้าเทียนถางว่าที่ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำคฤหาสน์ั์ฟ้าศิษย์ของผู้นำนิกายจักรพรรดิา”เทียนถางกล่าวแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มเมื่อทุกคนได้ยินก็แสดงออกมาด้วยสีหน้าตกตะลึงอีกครั้งทั้งสองฐานะอยู่สูงอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้
“อะ..จริงสิ”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยเพราะมันพึ่งนึกบางอย่างออกมันสะบัดมือเรียกเทียนน้อย ชุนจิและโซยะออกมาทั้งสามเต็มไปด้วยความสับสนเพราะพวกมันกำลังฝึกอยู่แต่ตอนนี้กับถูกเรียกออกมา
“ทุกคนนี้ผู้นำตระกูลมณีแห่งชีวิตนะ”เทียนถางกล่าวแนะนำด้วยรอยยิ้มแต่เมื่อทั้งสองได้ยินก็รีบลุกขึ้นมาจากพื้นพร้อมโค้งคำนับแต่เทียนถางไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยมันเดินเข้ขามาตรวจสอบตอนนี้เทียนน้อยเข้าใกล้ระดับครึ่งามากแล้วเทียนถางสะบัดมือเรียกโอสถออกมาให้เทียนน้อยได้ทานและส่งมันกลับไป
“นี้โอโรจิโซยะว่าที่ผู้นำตระกูลโอสถ์และนี้ชุนจิศิษย์ของรองผู้นำนิกายจักรพรรดิาทั้งสองคือพี่น้องของข้าเอง”เทียนถางหันกลับมาพร้อมกล่าวแนะนำตัวของทั้งสอง ทุกคนจ้องมองไปที่โซยะด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและพวกมันก็นึกออกถึงคำกล่าวของเทียนถางที่ว่าเหลือเพียงแค่ตระกูลโอสถ์ที่จะต้องให้พวกเขาเข้าร่วม
ทั้งสองประหลาดใจมากที่เทียนถางทำตัวเป็กันเองกับผู้นำนิกายและเหล่าผู้าุโแห่งตระกูลมณีแห่งชีวิตเช่นนี้ได้ซึ่งเทียนถางไม่ได้สนใจและพาทั้งสองเดินชมรอบๆไปตามพื้นที่ต่างๆและไม่นานเทียนถางก็สามารถที่จะพบกับบางสิ่ง มันมีพลังที่รุนแรงอย่างมากอีกทั้งยังสามารถที่จะะเิพลังที่รุนแรงออกมาเมื่อมันพบเทียนถาง
“เกิดสิ่งใดขึ้น”เทียนถางถูกกระแทกปลิวออกไปที่กำแพงพระราชวังจนเกิดะเิที่รนแรงขึ้นทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงชุนจิกล่าวถามออกมาเหล่าคนจากมณีแห่งชีวิตเองก็ไม่รู้แต่พริบตาต่อมานั้นเทียนถางก็พุ่งกลับเข้ามาที่เดินพร้อมกับโลหิตที่หลั่งไหลออกมาจากมุมปากของมันเท่านั้น
เทียนถางจ้องมองออกไปที่ใจกลางพื้นที่ตั้งของพระราชวังตระกูลมณีแห่งชีวิตปรากฏกลุ่มก้อนพลังที่แข็งแกร่งอย่างมากอยู่ซึ่งภายในคนนั่งอยู่ซึ่งเทียนถางสามารถที่จะรู้ได้ว่าหญิงสาวผุ้นั้นคือใครหญิงสาวผู้นั้นคือบรรพบุรุษแห่งตระกูลมณีแห่งชีวิตอย่างแน่นอนพลังของนางอยู่ในระดับเทวะโลกขึ้นที่เก้าเลย
“บรรพบุรุษของพวกท่านนี้แข็งแกร่งจริงๆเพียงแค่ข้าจ้องมองนางนางก็ซัดข้าด้วยพลังถ้าเป็ผู้อื่นไม่ใช่แค่คนตายไปแล้ว”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทุกคนเริ่มสับสนซึ่งนั้นทำให้เทียนถางเข้าใจว่าพวกมันเองก็ไม่รู้ว่ามีหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่ด้านล่างของพระราชวังนี้เทียนถางเดินมาที่เหนือหัวของนางและกระทืบเท้าลงไปสร้างรูปแบบพลังขึ้นมา
“เ้าพาข้าออกมาได้”ไม่นานร่างกายของหญิงสาวก็ลอยขึ้นมาจากรูปแบบพลังนางลืมตาขึ้นพร้อมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงทุกคนจากตระกูลมณีแห่งชีวิตต่างคุกเข่าเมื่อเห็นนางนางจ้องมองมาที่เทียนถางพร้อมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงเทียนถางประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นนางงดงามขึ้นมากเมื่ออกมายังโลกภายนอกเช่นนี้
“จงกล่าวออกมาได้เลยว่าเ้า้าสิ่งใดข้าสามารถที่จะให้ได้ทุกอย่าง”นางรีบกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและลอยเข้ามาที่ด้านหน้าของเทียนถางเมื่อเทียนถางได้เห็นเช่นนั้นมันก็ยิ้มออกมาและดึงคางของนางเข้ามาใกล้และจูบลงไปที่ปากของนางอย่างอ่อนโยนทุกคนตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมา
“ข้าไม่ได้้าสิ่งใดและท่านก็ไม่ได้ขอให้ข้าช่วยข้าอยากที่จะช่วยมันก็เท่านั้น”นางรีบผลักเทียนถางออกมาแต่ด้วยพลังกายของนางเทียนถางปลิวออกไปหลายก้าวมันกล่าวออกมาพร้อมกับเลียปากเล็กน้อย
“ผู้นำตระกูลข้าจะสร้างรูปแบบป้องกันเอาไว้ให้เพื่อความปลอดภัยจะไม่มีใครที่จะสร้างมันทำลายมันได้นอกจากมันจะมีระดับพลังที่อยู่ในระดับครึ่งเทวะ์”เทียนถางกล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้สนใจนางที่กำลังโกรธเทียนถางกระทืบเท้าลงไปที่พื้นปรากฏรูปแบบป้องกันที่แข้งแกร่งอย่างมหาศาลขึ้นปกคลุมทั่วทั้งตระกูลมณีแห่งชีวิตเอาไว้
“หึ...”แต่ในชั่วพริบตานั้นเทียนถางกับสามารถที่จะััได้ถึงบางอย่างมันจ้องมองออกไปด้วยความเร็วสูงปรากฏกองทัพของตระกูลสังหารอำมหิตจำนวนมุ่งหน้ามาหาพวกมันด้วยความเร็วสูงเทียนถางไม่ได้คิดว่าพวกมันมาเพราะมันแต่อาจจะมาเพราะว่าเทียนถางได้ทำลายรูปแบบผนึกนั้นไปแล้วก็ได้
“ทุกคนเตรียมตัวกองทัพของตระกูลสังหารอำมหิตกว่าห้าแสนคนกำลังมุ่งหน้ามาที่นี้”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าดุร้ายทุกคนรีบทำตามโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยมีเพียงบรรพบุรุษผู้งดงามที่กำลังประหลาดใจที่เพียงคำกล่าวของเทียนถางมีผลต่อตระกูลของนางมากเช่นนี้และเพราะนางไม่สามารถที่จะััได้ถึงผู้ใดเลย
“เทียนถางพวกเราจะได้ลุยแล้วสินะข้าเอาแต่นั่งสมาธิจนเบื่อจะตายอยู่แล้ว”ชุนจิกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขเทียนถางพยักหน้าตอบทั้งสองเดินเข้ามาที่ด้านข้างของเทียนถางปรากฏดาบจักรพรรดิวายุหอกดาราและกระบี่เพลิงที่มือของทั้งสามพวกมันลอยขึ้นไปที่ท้องฟ้าะเิพลังที่รุนแรงออกมา
“ผลของโอสถสินะ”เทียนถางกล่าวถามออกมาเพราะตอนนี้มันััได้ว่าโซยะเข้าสู่ระดับครึ่งเทวะโลกขั้นหนึ่งแล้วและชุนจิกำลังจะเข้าสู่ระดับครึ่งเทวะโลกขั้นที่เก้าในอีกไม่นานแล้ว โซยะและชุนจิพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม
“เหตุใดผู้นำกับเป็เ้าที่อ่อนแอที่สุดเช่นนี้”บรรพบุรุษผู้งดงามลอยขึ้นมาด้านข้างของเทียนถางและกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจเพราะเทียนถางปลดปล่อยพลังะเิาขั้นที่ห้าออกเท่านั้นเทียนถางได้ยินมันก็เอียงหน้าเข้ามาใกล้ๆและหอมแก้มนางนั้นยิ่งทำให้นางโกรธเข้าไปอีก
“เพราะเขาแข็งแกร่งกว่าข้า/เพราะท่านพี่ฉลาดกว่าข้า”ก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใดชุนจิและโซยะก็กล่าวตอบออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังนางประหลาดใจเข้าไปอีกไม่นานก็ปรากฏองทัพขนาดใหญ่กว่าห้าแสนคนที่ด้านหน้าของพระราชวังนางจ้องมองออกไปและขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนที่จะจ้องมองมาที่เทียนถาง
“ข้ามีดวงตาที่พิเศษท่านอย่างได้คิดมากไป”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมันรู้ว่านางกำลังจะกล่าวถามสิ่งใดปรากฏพลังที่รุนแรงะเิออกมาจากร่างกายของเทียนถางและออร่าพลังของมันก็ได้ขยายตัวขึ้นด้วยความเร็วสูงมันรุนแรงพอที่จะสั่นะเืทั่วทั้งท้องฟ้าและพื้นพิภพ
“เพราะข้าเหนือว่าผู้ใด”เทียนถางหันมากล่าวกับนางอีกครั้งเพื่อที่จะตอบคำถามของนางและมันก็รวบรวมพลังของอสนีบาติญญา เหมันัเข้าไปภายในหอกดาราก่อนที่จะเหวี่ยงออกไปด้วยความเร็วสูงบรรยากาศทั่วพื้นที่ะเิออกอย่างรุนแรงหอกพุ่งเข้าใส่กองทัพของตระกูลสังหารอำมหิตด้วยความเร็วสูง
“จงดูให้ดีพลังของชายที่จะควบคุมทวีปนี้”ในเวลาเดียวกันชุนจิและโซยะก็กล่าวออกมาพร้อมกันนางจ้องมองไปที่เผ่นของเทียนถางด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยสีหน้าสับสนและจ้องมองไปที่มณีสีแดงที่ห้อยอยู่ตรงอกของนางสีหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึงเพราะเมื่อนางหยิบมันออกมาและนำมันเข้าไปใกล้กับเทียนถางมันก็ส่องแสงสีแดงออกมา