เช้าวันรุ่งขึ้นแอนโทนี่ถูกปลุกขึ้นมาโดยบาบิโลนหลังจากนั้นไม่นานศาสตราจารย์เฟริซิตี้ก็ได้เข้ามาเพื่อที่จะพาแอนโทนี่ไปยังบ้านของครอบครัวผู้อุปถัมภ์
“นี่กระเป๋าเอาไว้เก็บเสื้อผ้าชุดเดิมของคุณเสร็จแล้วไปพบฉันที่ห้องโถงของอาคารนะ จำทางได้ใช่ไหม” ศาสตราจารย์เฟริซิตี้เอ่ยถาม
“ฮะ จำได้ฮะ” แอนโทนี่เอ่ยตอบก่อนที่ศาสตราจารย์เฟริซิตี้จะหมุนตัวเดินออกไปแอนโอนี่เริ่มเก็บข้าวของอันน้อยนิดของตนที่มีเพียงเสื้อผ้าชุดเดิมไม้กายสิทธิ์และหนังสือที่ไร้ประโยชน์ที่พึ่งได้มาจากนั้นจึงไปล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกไปหาศาสตราจารย์เฟริซิตี้
เมื่อเดินมาที่ห้องโถงปรากฏชายมีอายุที่มีเรือนผมสีทองรูปร่างสูงโปร่งยืนอยู่กับศาสตราจารย์เฟริซิตี้ด้านหลังของชายผู้นั้นมีเด็กชายวัยเดียวกันกับเขาแต่มีขนาดตัวที่เล็กกว่า
“คุณไพน์คะ นี่แอนโทนี่ แอนเดอร์สันค่ะคุณแอนเดอร์สันนี่คือคุณริชาร์ด ไพน์ ผู้อุปการจ่ะ” ศาสตราจารย์เฟริซิตี้แนะนำ
“สวัสดีครับคุณไพน์ ผมแอนโทนี่ แอนเดอร์สัน ขอบคุณที่อุปการผมนะครับ”แอนโทนี่เอ่ยแนะนำตัว
“สวัสดีแอนโทนี่ นี่คือมอร์แกน ไพน์ ลูกชายของฉัน”ริชาร์ดดึงลูกชายที่อยู่ด้านหลังของตนออกมาแนะนำ
“ต่อไปนี้มาอยู่กับฉัน ไม่ต้องเกรงใจนะฉันเสียใจกับเื่ครอบครัวของเธอ แต่ต่อไปนี้ ถือซะว่าเราคือครอบครัวใหม่ของเธอเธอเป็ลูกชายอีกคนของฉัน มาเป็พี่ชายของมอร์แกน”ริชาร์ดเอ่ยพร้อมกับจ้องมองดวงตาสีดำของแอนโทนี่
“ครับ ขอบคุณมากนะครับ” แอนโทนี่เอ่ยตอบอย่างซาบซึ้งใจ
“เอาหล่ะ เราไปกับเถอะ ไปก่อนนะครับศาสตราจารย์เฟริซิตี้” ริชาร์ดบอกพร้อมกับหันไปเอ่ยลาศาสตราจารย์เฟริซิตี้ที่คุ้นเคยกันดี
“ค่ะ ฝากด้วยนะคะ แล้วเจอกันตอนเปิดเทอมนะเด็กๆ” ศาสตราจารย์เฟริซิตี้เอ่ย
“ครับ/ครับ”แอนโทนี่ตอบพร้อมกับมอร์แกน
ทั้งสามเดินออกมาจากรั้วของโรงเรียนก่อนจะก้าวขึ้นรถยนต์ที่มีลักษณะเหมือนรถที่โลกมนุษย์ทุกประการ
“สวัสดีแอนโทนี่” มอร์แกนที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น
“สวัสดีมอร์แกน” แอนโทนี่เอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม
“นายอายุเท่าไร” มอร์แกนที่นั่งข้าเบาะข้างคนขับเอี้ยวตัวมาเอ่ยถามแอนโทนี่ที่นั่งอยู่ด้านหลัง
“12 ทำไมหรอ”แอนโทนี่เอ่ยตอบพร้อมกับมองมอร์แกนที่เริ่มทำหน้าไม่พอใจ
“ไหนพ่อบอกว่าจะมาเป็พี่ชาย แล้วทำไมอายุนายถึงเท่าฉันไม่เอานะครับพ่อ ผมอยากมีพี่ชาย” มอร์แกนโวยวาย
“แล้วแอนโทนี่เป็พี่ชายของลูกไม่ได้หรอ” ริชาร์ดเอ่ยถามบุตรชาย
“ไม่ได้!”มอร์แกนมองไปยังแอนโทนี่อย่างไม่ลดละ
“ฮ่าๆ แต่พ่อว่าได้นะ เอาล่ะรัดเข็มขัดกันให้ดีๆ”แอนโทนี่รัดเข็มขัดตามคำบอกของริชาร์ดไม่ทันใดแอนโทนี่ก็รู้สึกว่ารถที่นั่งอยู่กำลังดิ่งลงอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานสิ่งรอบๆตัวก็เปลี่ยนไปสองข้างทางที่จากเดิมมีเพียงถนนและพื้นดินโล่งๆก็กลายมาเป็อาคารใหญ่โตต่างๆมากมายเมื่อแอนโทนี่หันหลังกลับไปก็ปรากฏเห็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนูเาที่มีทางขึ้นที่สูงชันแทบจะตั้งฉากกับพื้นดินเลยก็ว่าได้เมื่อกลับมามองที่ท้องถนนก็ไม่ปรากฏเห็นผู้คนเดินทางคล้ายกับว่าเป็เมืองร้างในความคิดของแอนโทนี่
“คุณริชาร์ดฮะ ทำไมไม่เห็นมีใครนอกจากเราเลยล่ะฮะ”แอนโทนี่เอ่ยถามออกไป
“นี่ นายพึ่งจะเคยมาที่นี่ใช่ไหมล่ะ” ไม่ทันที่ริชาร์ดจะเอ่ยตอบมอร์แกนก็พูดแทรกขึ้นมา
“อื้อ ใช่แล้วล่ะ” แอนโทนี่ตอบ
“ก็คนที่นี่จะเดินทางโดยไซเคิลแวร์ไม่ได้มาขับรถแบบนี้หรอกนะจะบอกให้” มอร์แกนเอ่ย
“อะไรคือไซเคิลแวร์” แอนโทนี่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ไซเคิลแวร์เป็ที่ที่ใช้เคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่างๆอาจจะคล้ายๆกับลิท์ฟของพวกโนเมจน่ะนะมันจะมีอยู่ทุกๆสถานที่ ทุกตัวอาคารแต่ที่เบอร์ดัมบัสจะไม่มีคนที่ไม่ใช่บุคลากรของโรงเรียนจะต้องใช้รถเพียงอย่างเดียวฉันกับมอร์แกนก็เลยไปเช่ารถเพื่อไปรับเธออย่างไรล่ะ” ริชาร์ด อธิบายพร้อมกับบังคับพวงมาลัยให้จอดเทียบกับฟุตบาทที่หน้าอาคารหลังใหญ่
“นี่คือบ้านของคุณริชาร์ดหรอฮะ” แอนโทนี่เอ่ยถาม
“ฮ่าๆ ถ้าบ้านพ่อฉันใหญ่โตแบบนี้ก็ดีน่ะสิ ที่นี่มันธนาคารพีคุเนียป้ายข้างบนน่ะอ่านมั่งสิ” มอร์แกนเอ่ย แอนโทนี่มองขึ้นไปก็พบกับป้ายขนาดใหญ่ที่มีอักษรเหมือนกับโลกมนุษย์
“ฉันพาเธอมายืนยันตัวตนตามคำแนะนำศาสตราจารย์เฟริซิตี้น่ะเวลาทำธุระกรรมอะไรจะได้ไม่ต้องยุ่งยากตามหลัง เอาหล่ะลงจากรถได้แล้วเด็กๆ”