โรงพยาบาลเป็ที่ฝึกงานของธามิณีในครั้งนี้โดยเธอจะมาฝึกงาน่ปิดเทอมของปี 3 จะขึ้นปี 4 และ่ปิดเทอมของปี 4 เป็การฝึกงานสองครั้งนั่นเพราะเป็การเก็บจำนวนชั่วโมงการฝึกงานให้ครบ 900 ชั่วโมงเพื่อที่จะได้มีสิทธิ์ในการสอบใบประกอบวิชาชีพนักกำหนดอาหาร (CDT- CertifiedDietitian of Thailand) โดยนักกำหนดอาหารจะเป็ผู้เขียนใบสั่งอาหารเพื่อกำหนดอาหารให้ผู้ป่วยรับประทานในแต่ละมื้อเหมือนที่แพทย์สั่งยานั่นเองเส้นทางนี้ของเธอยังต้องใช้เวลาอีกยาวไกล แต่เธอมั่นใจว่าปลายทางจะมาถึงแน่นอน
งานที่ธามิณีได้รับมอบหมายใน่เดือนแรกจะเป็ช่วยตรวจเช็คถาดอาหารของผู้ป่วยก่อนจะนำส่งไปที่ห้องเก็บล้าง เตรียมวัตถุดิบ และคำนวณปริมาณอาหารปั่นทางสายยางให้กับผู้ช่วย ถ้ามีเวลาเหลือก็จะช่วยในส่วนให้คำปรึกษาการบริโภคอาหารให้กับผู้ป่วยส่วนในเดือนหน้าเธอจะได้ติดตามไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้านและออกหน่วยให้ความรู้โภชนาการตามบริษัทที่ได้มาติดต่อกับโรงพยาบาลไว้ แผนงานของการฝึกงานจะมีคราวๆ ประมาณนี้
“ดีจังเลยนะที่ฝึกงานของเราสองคนอยู่ใกล้ๆ กัน” รวิชญ์เอ่ยด้วยสีหน้าดีใจ
ธามิณีเพิ่งรู้หลังจากมาฝึกงานที่โรงพยาบาลได้2 วัน กัลยาเป็คนบอกรวิชญ์ว่าเธอฝึกงานที่ไหนแล้วช่างบังเอิญเขาก็มาฝึกงานที่บริษัทของญาติซึ่งทำธุรกิจนำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์เขาจึงมาฝึกงานด้านบริหารสายตรงกับที่เรียนมา
“เอาไว้ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันแถวนี้ก็ดีเหมือนกัน” ธามิณีเล็งร้านขนมไทยเอาไว้ร้านหนึ่งจำได้ว่าแม่เคยพามากิน อย่างน้อยได้กลับไปในเวลาที่ไม่เศร้าแล้วก็ยังดี
รวิชญ์ยิ้มรู้สึกมีความหวังอยู่ในใจแม้จะต้องเก็บความลับไว้ว่าเขาจงใจมาฝึกงานใกล้ๆ กับเธอโชคดีที่บริษัทของพ่อมีสาขาของญาติอยู่ทางนี้
“ดีจังเลยนะที่เราสองคนฝึกงานใกล้ๆกัน”
“ถ้ายัยกัลมาฝึกงานแถวนี้ด้วยก็คงจะดีนะ”ธามิณีเสียดายไม่อย่างนั้นคงได้ไปไหนไปกันสามคนอย่างเคย “ขอบใจนะที่มาส่ง”
รวิชญ์จอดรถที่หน้าหอพักสีหน้าของเขายังยิ้มแม้ในใจจะห่อเหี่ยวไปบ้างที่ธามิณีดูเหมือนไม่ได้รู้สึกพิเศษที่มีแค่เขาอยู่ด้วยกันแต่เวลาอีก 2 เดือนข้างหน้าเขาคงมีโอกาสได้พูดความในใจให้เธอรู้สักครั้ง
“พรุ่งนี้เจอกันเอาไว้ไปกินของอร่อยๆ ที่ธามอยากไปกินกันนะ”
“ได้สิ”ธามิณีกำลังจะเดินไป แต่กลับหันมาเมื่อนึกขึ้นได้ “ไปกันวันศุกร์หน้าดีไหมเดี๋ยวธามโทรชวนกัลให้มากินด้วยกัน นั่งรถเมล์แป๊บเดียวก็ถึงแล้วเราจะได้ไปกินด้วยกันทั้งสามคน”
รวิชญ์ยิ้มกว้างคิดไม่มีผิดว่าธามิณีคงชวนกัลยามาด้วยแน่ๆเขารอจนเห็นว่าเพื่อนเดินเข้าหอพักเรียบร้อยแล้วจึงขับรถออกไปเสียงเพลงในรถที่เนื้อหาเกี่ยวกับความรักทำให้เขายิ่งสุขใจเคาะนิ้วกับพวงมาลัยรถหมายใจแล้วว่าจะทำให้ธามิณีสนใจเขาในฐานะอื่นนอกจากเพื่อนตอนนี้แค่เริ่มต้นเท่านั้น เขายังมีเวลาอีกเป็ปีก่อนที่จะเรียนจบ เมื่อถึงเวลานั้นเขาคงไม่ถูกมองว่าเป็แค่เพื่อนอีกแล้ว
หลายวันมานี้กาญเกล้าเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหนแม้ว่าจะมีเื่ร้อนใจเพราะเพิ่งถูกแฟนบอกเลิก ณวัตจับได้ว่าเธอแอบคบซ้อนทั้งที่ปกติแล้วเขาไม่เคยเช็คโทรศัพท์ของเธอมาก่อน เขาเห็นแชทที่เธอคุยกับผู้ชายอีกคนแล้วโทรไปหาทางนั้นจนรู้เื่ทุกอย่างเธอให้เหตุผลยังไงเขาก็ไม่ฟัง จนมาจบที่เราเลิกกันเธอพร่ำด่าเขาทั้งน้ำตาว่า...ผู้ชายเฮงซวย ตอนเขามีคนอื่นเธอนั่งร้องไห้ตั้งเท่าไหร่ พอเธอมีบ้างทำมาขอเลิก
แม้จะโกรธที่ถูกด่ากลับมาว่าเขาให้เงินเธอมากมายจนเหมือนคนโง่จึงกลายเป็ทะเลาะกันใหญ่โต แล้วณวัตก็เป็ฝ่ายที่เดินจากไปแต่กาญเกล้ายังรอให้เขาโทรกลับมาหา มาง้อเธอ หรือส่งข้อความมาก็ได้แต่หลังจากรอมานานหลายวัน เธอจึงเป็ฝ่ายส่งข้อความไปหาเขา แล้วรอจนโมโห
“ทำไมไม่โทรมาสักทีไม่อ่านข้อความเลยหรือไงพี่วัต”
กาญเกล้าร้องไห้เพิ่งรู้ว่าตัวเองพลาดไปตอนนั้นถ้าเธอยอมอ่อนลงหรือแม้แต่ยอมรับผิด ณวัตอาจจะไม่ขอเลิกกับเธอใช่ไหมแต่พอร้องไห้จนหยุดแล้ว เธอกลับยังเชื่อมั่นว่าถ้าอดทนมากพอ ณวัตจะมาง้อขอคืนดีกับเธอเองเพราะฉะนั้นเธอต้องกลับมารับงานอย่างจริงจังเพื่อให้พอค่าห้องและค่าใช้จ่ายต่างๆที่ก่อนหน้านี้ณวัตช่วยดูแลให้ทั้งหมด เธอจึงโทรหาผู้จัดการส่วนตัวเพื่อที่จะมีงานมาทำในเวลาที่กำลังร้อนเงิน
“กาญรับได้ทุกงานค่ะแค่ไม่เอาประเภทแต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อยก็พอ”
หลังจากนั้นคือการรอคอยซึ่งเธอมั่นใจว่าคงไม่นานเพราะเธอกำลังรุ่งในเส้นทางนางแบบ แม้งานพริตตี้จะเงินดีแต่ณวัตไม่อยากให้เธอไปทำนักเพราะเขาค่อนข้างขี้หึง อีกทั้งเขาจ่ายให้ทุกอย่างอยู่แล้วเพราะฉะนั้นเขาโทรหาเมื่อไหร่ เธอต้องว่าง ทำให้กลายเป็ทะเลาะกันบ่อยๆแต่ไม่เคยถึงขั้นบอกเลิก ทำไมเธอไม่ใจแข็งนะ ถ้าไม่ให้เบอร์โทรกับกิ๊กไปตอนนั้นตอนนี้เธอคงไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจแบบนี้หรอก
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี