สตรีชรากำลังบรรจงปักกิ่งดอกไม้สีหวานลงในอ่าง ที่มีน้ำหล่อก้นอ่างอยู่เพียงเล็กน้อย
“อะไรกันนะทำให้เ้าพยักฆ์ดื้อรั้นตัวนี้ ยอมมาพบข้าได้”
“ท่านย่า ท่านอย่าพูดเช่นนั้น ที่ผ่านมาข้าเรียนอักษรเขียนภาพและบทกวี เลยไม่มีเวลามาพบท่าน วันนี้ข้ามาพบท่านแล้ว ท่านก็อย่าตำหนิข้านักเลย”
หญิงชราหัวเราะออกมา “ใครกันจะกล้าตำหนิเ้า ข้ารึ ข้าเลิกตำหนิเ้ามานานแล้ววั่งซู เ้าน่ะมันดื้อรั้นเกินกว่าที่ข้าจะอบรมได้มานานแล้ว ดี…วันนี้มาพบข้าก็ดี ข้ามีคนผู้หนึ่ง้าแนะนำให้เ้ารู้จักอยู่พอดี”
“ใครกันท่านย่า ช่างเถอะ เื่นั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ที่ข้ามาพบท่าน เพราะเมื่อคืนนี้ข้าฝันร้าย ข้าฝันถึงท่าน…”
ไม่ทันที่วั่งซูจะกล่าวจบ ชายแปลกหน้าที่มีอายุมากกว่าเขาเพียงไม่กี่ปี ก็เดินเข้ามาคำนับต่อผู้าุโชรา ผู้เป็ใหญ่แห่งสกุลเฉิง และตามมาด้วยชายวัยกลางคนที่เดินตามกันมาติด ๆ
“ดีจริง มาถึงกันแล้ว วั่งซู นี่ท่านอาจารย์เป่า และนั่นหวังหย่ง ซึ่งต่อไปนี้ เขาก็คือศิษย์พี่ของเ้า”
“ศิษย์พี่ของข้า ท่านย่า…ท่านหมายความว่า…”
“อายุเ้าไม่น้อยแล้ว วิชาอักษรประวัติศาสตร์ตำราพิชัยยุทธิ์ เ้าก็ยังคงต้องศึกษาต่อไป แต่วรยุทธวิชาดาบกระบี่หรืออาวุธอื่น ๆ ก็จำเป็เช่นกัน อาจารย์เป่าแม้จะยังมีอายุไม่มาก แต่ก็นับว่าเป็ยอดฝีมือ ตระกูลเราล้วนแล้วแต่มีบรรพบุรุษที่เป็จอมทัพนักรบ ในเมื่อเ้าเกิดมาเป็ผู้ชาย การสืบทอดงานาอย่างไรเสียก็ทิ้งไม่ได้”
“ท่านย่า…”
“เลิกปฏิเสธข้าได้แล้วเ้าพยักฆ์ สิบขวบแล้ว ปีนี้เ้าน่ะสิบขวบแล้วนะ ขี่ม้าจับอาวุธ อย่างไงก็ต้องเรียน ต้องหมั่นฝึกฝน พ่อแม่เ้าฝากฝังข้าเอาไว้ หากพวกเขาทั้งสองกลับมาแล้วพบว่าข้าปล่อยปะล่ะเลยไม่สนใจการศึกษาของเ้า แม่เ้าจะไม่ถอนหงอกข้าเลอะ นางน่ะดุอย่างกับแม่เสือ เ้ารู้หรือไม่ว่าบิดาของเ้ากลัวนางกว่าข้าเสียอีก”
“คุณชาย ท่านอย่างกังวลไป ข้าเป่าจงจัดได้ว่าเป็สหายร่วมสำนักกับมารดาของท่าน นางฝากฝังข้าไว้ว่าหากท่านอายุครบสิบขวบ ให้ข้าเป็ผู้รับผิดชอบสอนวิชายุทธิ์แขนงต่าง ๆ แทนนาง วันนี้ถือว่าข้าได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ต่อน้องเล็ก มารับท่านเป็ศิษย์ ท่านคงไม่ทำให้ข้าลำบากใจใช่ไหม”
วั่งซูทำท่าจะปฏิเสธ แต่เมื่อเขาเห็นเด็กชายที่น่าจะมีอายุมากกว่าตนเองเพียงไม่กี่ปี ที่เอาแต่ยืนนิ่งสงบรูปร่างองอาจผ่าเผย วางท่าสุขุมเยือกเย็น ก็ให้เกิดรู้สึกหมั่นใส้ขึ้นมา ยิ่งท่านย่าให้ความสำคัญต่อเขา วั่งซูก็ยิ่งรู้สึก้าจะเอาชนะเขามากเท่านั้น
เด็กชายคุกเข่าลงคำนับต่อชายวัยกลางคน “ได้…ท่านอาจารย์ ข้าเฉิงวั่งซูของคำนับท่านเป็อาจารย์ ต่อจากนี้ขอท่านได้โปรดเมตตาศิษย์ด้วย”
เป่าจงหันไปยิ้มให้สตรีชรา ไม่คิดว่าสิ่งที่ผู้สูงวัยวางแผนไว้จะได้ผล
วั่งซูลงจากหลังม้า ก็ทำหน้าง้ำไม่พอใจใส่สาวใช้คนสนิท แล้วรีบเดินเข้าจวนโดยไม่สนใจลู่เสี่ยน ที่มารอรับเขาอยู่หน้าประตู
“คุณชายเหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น ตกลงได้ข่าวท่านแม่ทัพกับนายหญิงหรือไม่”
“ไม่…”
“ทำไมล่ะเ้าคะ ก็ท่านตั้งใจไปด้วยเื่นี้มิใช่รึ”
“ก็ใช่ แต่ท่านย่าดันตัดบทข้า พูดเื่อื่นเสียก่อน ข้าเลยลืม”
“ลืม…” สาวใช้คนงามถึงกับหัวเราะออกมา
“พี่ลู่เสี่ยนนี่เ้ากำลังหัวเราะข้า อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าข้าลืมหรอก เรียกว่าไม่มีจังหวะจะเหมาะกว่า”
“มิได้ ๆ ข้าเอ็นดูท่านต่างหากเล่า ใครกันจะกล้าหัวเราะ เอาเช่นนี้ข้าจะไปเอง ข้าสนิทกับผู้ดูแลฮูหยินผู้เฒ่า หากมีราชโองการหรือจดหมายจากชายแดนมาถึง นางต้องรู้แน่นอน เื่นี้ข้าจัดการเอง”
เด็กชายดวงตาเป็ประกาย จากสีหน้างอง้ำก็พลันแปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มสุขใจ พร้อมกับโผเข้าสวมกอดสาวใช้คนสนิทด้วยความดีใจ
“น่ารักที่สุด พี่ลู่เสี่ยนของข้าน่ารักที่สุด”
ลู่เสี่ยนแม้จะรู้สึกดีใจ ที่คุณชายรูปงามผู้ที่ตนเฝ้าดูแลแสดงออกถึงความรักที่มีต่อนาง แต่นางก็รู้ดีว่า การแสดงออกเช่นนี้หากในสายตาผู้อื่นย่อมไม่เป็ผลดีต่อใครทั้งนั้น
“ปล่อยเ้าค่ะ พอแล้ว ต่อไปห้ามทำเช่นนี้อีกนะเ้าคะ”
“ทำไมเล่า ข้าก็กอดท่านเช่นนี้ออกบ่อยไป”
“อดีตนั้นย่อมได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้อีกแล้ว ท่านน่ะสิบขวบแล้วนะ เริ่มโตเป็หนุ่มแล้ว หาใช่เด็กเล็กเช่นแต่ก่อนไม่ ผู้อื่นมาเห็นเข้าคงมิใช่เื่ดีนัก”
ลู่เสี่ยนยังพูดไม่ทันจบ วั่งซูก็พุ่งเข้าหอมแก้มนาง แล้วรีบวิ่งจากไป “ลู่เสี่ยนข้าไม่กอดดเ้าแล้วก็ได้ แต่ต่อไปนี้ข้าจะทำเช่นนี้แทน ขอบใจเ้ามากนะ เย็นนี้ข้าจะอาบน้ำอุ่นฝีมือเ้า เตรียมให้ข้าด้วย”
ลู่เสี่ยนได้แต่ใจนดวงหน้าและผิวกายสาวร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัวเร็ว แม้นางจะสนิทสนมกับวั่งซูมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยคาดคิดว่า ความใกล้ชิดจะทำให้เ้านายตัวน้อย กล้าทำเช่นนี้กับนาง แม้วั่งซูจะยังเป็เด็กในสายตาทุกคน แต่สำหรับนางแล้ว ทั้งรูปร่างหน้าตาและความสามารถของเ้านายตัวน้อย ล้วนเป็ทุกสิ่งที่หญิงสาวผู้หนึ่งพึ่งปรารถนา
เด็กชายหอบเอากิ่งไม้แห้งเท่าที่จะหาได้ มากองสุมเพื่อเตรียมก่อไฟ สำหรับจัดการกับอาหารมื้อแรกั้แ่หนีออกมากันทั้งคืนจนฟ้าสว่าง
“องค์ชาย มาข้าจัดการให้”
“ไม่ได้ ๆ พี่หลิวหยุน ท่านาเ็อยู่นะ นอนนิ่ง ๆ ก่อนเถอะ ข้าทำได้”
“แต่…องค์ชาย เื่เช่นนี้ท่านไม่เคยทำ…” เด็กชายโบกมือ ให้นางนั่งลง หญิงสาวได้แต่นั่งลงมองดูผู้เป็นายก่อกองไฟ ย่างปลาที่หามาได้ตัวตนเอง หากไม่เกิดเื่เลวร้ายขึ้น คงไม่รู้เลยว่าเด็กชายสูงศักดิ์เช่นจ้าวตงหยาง จะสามารถทำเื่ทั้งหมดนี้ได้อย่างง่ายดาย
เด็กชายส่งปลาย่างกลิ่นหอมให้นางหนึ่งไม้ “เวลานี้ข้าทำได้เท่านี้ พี่สาวกินได้หรือไม่”
หลิวหยุนน้ำตาคล้อเบ้า “กินได้เ้าค่ะ เท่านี้ก็วิเศษมากแล้ว ท่านก็กินด้วยกันเถอะ ไม้นั้นตัวเล็กกว่ามาก ไม้ที่ท่านให้ข้ามันใหญ่เกินไป ข้ากินไม่หมดหรอก ท่านเอาของข้าไป แล้วเอาไม้นั้นมา”
“ไม่เป็ไร ท่านมีาแ ท่านควรกินให้มาก ตามที่ข้ารู้มา จากนี้ไปอีกไม่ไกลมากนักน่าจะมีหมู่บ้านเล็ก ๆ ไปถึงที่นั้นข้าจะหาหมอมารักษาท่าน”
หลิวหยุนได้แต่ยิ้มตอบพร้อมหยาดน้ำตาที่อาบแก้ม จ้าวตงหยางยิ้มให้นางแล้วต่างฝ่ายก็นั่งกินปลาเผากันไปเงียบ ๆ จนจ้าวตงหยางรู้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ เขารีบลุกไปที่กองไฟ ใช้เท้าตนเองเขี่ยกองไฟใกล้หมอดให้ดับลง
- มี e book - https://shorturl.asia/mT8gu