ตอนที่ 1
วายุภักษ์ภักดีวัฒนากุล คุณหมอหนุ่มไฟแรงเขาเป็คุณหมอรักษาทางด้านโรคหัวใจและยังพ่วงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดสาขาที่เชียงใหม่อีกด้วย
"สวัสดีครับ คุณหมอ" คนไข้เอ่ยทักทายคุณหมอหนุ่มที่มาดูแลเขาอย่างดีเป็ประจำทุกวัน
"สวัสดีครับวันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานมั้ยครับ" คุณหมอวายุกำลังเดินตรวจคนไข้ยามเช้าเป็ประจำในทุกๆวันก่อนที่วายุจะลงไปตรวจคนไข้รายใหม่ วายุจะต้องมาตรวจผู้ป่วยในก่อนเสมอ ถึงคุณหมอวายุจะเป็คุณหมอที่รักษาคนไข้แล้วเขายังต้องนั่งโต๊ะผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งนี้อีกด้วย
"ดีขึ้นมากเลยครับคุณหมอ"คนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยตอบคำถามคุณหมอหนุ่มแล้วยิ้มให้
"เก่งอย่างนี้อีกสองวันก็กลับบ้านได้แล้วมั้งครับ"คุณหมอวายุก็ยิ้มให้คนไข้เช่นกัน วายุเป็ผู้บริหารที่ไม่เคยถือตัวกับคนไข้ของเขาเขาเป็คนใจดี ลูกน้องต่างรักไข้
"ครับผมก็อยากกลับบ้านจะแย่แล้วครับ" คนป่วยก็อย่างนี้แหละอยากจะกลับแต่บ้านซึ่งคุณหมอก็เข้าใจแต่ก็คงต้องรอให้หายดีก่อนเขาถึงจะอนุญาตให้กลับได้
"งั้นหมอขอให้คนไข้หายไวๆนะครับ บ่ายๆหมอจะขึ้นมาดูอาการอีกรอบนะครับ"วายุใส่ใจคนไข้ของเขาดีเสมอ ดีแบบนี้ทุกคนเพราะโรงพยาบาลของเขานั้นเน้นบริการดีเยี่ยม ซึ่งเขาก็เป็ตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้องทุกคนในโรงพยาบาลได้ดูเป็ตัวอย่างอีกด้วย
"ขอบคุณคุณหมอมากนะครับที่ดูแลผมเป็อย่างดี" โรงพยาบาลของเขานั้นเป็โรงพยาบาลเอกชนคนที่เดินเข้ามารักษาต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายเองไม่เหมือนกับโรงพยาบาลของรัฐบาลเพราะฉะนั้นการให้บริการรักษาคนไข้ด้วยหัวใจของความเป็หมอ ต้องดีที่สุดและมาก่อนทุกสิ่งเสมอ
"มันเป็หน้าที่ของหมออยู่แล้วไม่ต้องเกรงใจนะครับ" วายุเอ่ยกับคนไข้ของเขาอย่างยิ้มแย้มและเป็กันเอง
"ครืดดดด ครืดดดด ครืดดดด"เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวสีขาวของคุณหมอวายุดังขึ้น
"งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ" คุณหมอวายุเดินออกจากตรงนั้นเพื่อไปรับสายเมื่อสักครู่นี้ที่โทรเข้ามา
"สวัสดีครับคุณแม่"เขากรอกเสียงลงไปในมือถือราคาแพง ที่หยิบขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วกดรับมันเป็สายจากคุณแม่ของเขานั่นเอง
"วายุหรือลูก"
"ครับคุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับเสียงคุณแม่แปลกๆ นะครับวันนี้"วายุรู้สึกได้จากน้ำเสียงของคุณแม่ของเขาที่ฟังดูแล้วเหมือนเสียงจะสั่นๆ
"เมฆเกิดอุบัติเหตุน่ะลูก ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล"เหนือเมฆคือน้องชายเพียงคนเดียวของวายุ ที่ดูแลโรงพยาบาลสาขาที่กรุงเทพส่วนสาขาอื่นจะเป็คุณเดชากรเป็คนดูแล ท่านก็คือคุณพ่อของเขานั่นเอง
"แล้วไอ้เมฆเป็อะไรมากหรือเปล่าครับคุณแม่"วายุเริ่มใจไม่ดีที่น้องชายเพียงคนเดียวของเขาเกิดอุบัติเหตุ
"เห็นคุณพ่อบอกว่าขาข้างซ้ายกระดูกร้าว ส่วนอื่นไม่ได้เป็อะไรมาก" คุณแม่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเป็กังวลวายุรู้สึกได้ แต่สำหรับคนเป็หมออย่างเขา วายุคิดว่าไม่น่าจะร้ายแรงอะไรมากนักถ้าตามที่คุณแม่พูดนะ
"กระดูกร้าวคงเดินไม่ได้นานเลยนะครับคุณแม่"มันก็อยู่ที่ว่าร้าวมากร้าวน้อย ดีที่ไม่แตกหรือหักก็บุญมากแล้ว
"วายุจะลงมาเยี่ยมน้องหน่อยมั้ยลูก"
"ไปครับๆ งั้นพรุ่งนี้ผมจะออกเดินทางสายๆคงถึงครับ"จากเชียงใหม่ไปกรุงเทพนั่งเครื่องแป๊บเดียวก็ถึง
"ถ้างั้น ค่อยคุยรายละเอียดกันนะลูกแม่ขอไปดูน้องก่อน"
"ครับ สวัสดีครับ"แล้วคุณหมอวายุก็วางสายของคุณแม่ของเขาไปจากนั้นวายุก็เดินมาหาผู้ช่วยของเขาที่ห้องทำงาน
"คุณโจเดี๋ยวคุณช่วยจองตั๋วไปกรุงเทพให้ผมหน่อยนะครับ ขอเป็พรุ่งนี้ตอนสายๆ ก็ได้"โจเป็เลขาคอยดูแลงานเื่เอกสารช่วยวายุอีกแรง เป็ทั้งเพื่อน ผู้ช่วย คนสนิทและอะไรอีกหลายๆอย่างแล้วแต่สถานะการณ์ที่วายุอยากจะให้โจเป็
"พอใช้งานนี่พูดเพราะเลยนะครับคุณหมอ"คำว่าคุณโจ วายุเอาไว้เรียกเวลางาน ส่วนไอ้โจเอาไว้เรียกตอนมันกวนตีนมันคือเลขาหนุ่มอายุเพียง 30 ปี เท่านั้นวายุเป็คนขี้เล่นแต่ถ้าเป็เวลางานเขาก็จะทำเต็มที่และดีที่สุดด้วย
"เออ...จัดการให้ด้วยคุณโจครับฝากดูแลงานทางนี้สักอาทิตย์นะครับ" ไหนๆ ก็ใช้งานมันแล้ว ใช้ต่ออีกหน่อยแล้วกัน
"นั่นไงว่าแล้ว พูดเพราะแบบนี้ใช้งานเพิ่มนี่เอง"โจพูดอย่างรู้ทัน เขามักจะชอบพูดเล่นเป็กันเองแบบนี้เป็ประจำถึงโจจะเป็ลูกน้องแต่วายุก็ไม่เคยถือสา เพราะโจทำงานดีแล้วก็เป็คนที่ไว้ใจได้คนหนึ่ง
"เดี๋ยวเพิ่มโบนัทให้สามเท่า"มุขเดิมๆ ที่วายุมักจะใช้เวลาให้โจช่วยทำงานที่นอกเหนือจากงานประจำ
"คุณหมอมีอะไรจะใช้ผมอีกมั้ยครับสั่งมาได้เลยนะครับผมยินดี" แล้วมันก็ใช้ได้ผลเหมือนเดิมแบบนี้ทุกครั้งไป
"อือ...ขอบใจมากถ้ามีอีกแล้วจะบอก"จากนั้นวายุก็เดินออกจากห้องทำงานเพื่อไปดูแลคนไข้ของเขาต่อ
ทางด้านกมลเนตรธนพัฒน์ธาดา หรือ พริ้งพราว
เธอเป็พนักงานข้อมูลในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในกรุงเทพโรงพยาบาลนี้มีกฎต่างๆมากมาย เพื่อให้การบริการให้แก่คนไข้ได้รับการบริการที่พึงพอใจที่สุดทำให้ในทุกๆวันพริ้งพราวต้องกลับห้องพักไปด้วยความเหนื่อยล้าสุดๆ
เธอเป็คนต่างจังหวัด ถูกเลี้ยงดูมาโดยป้าแท้ๆของเธอส่วนพ่อแม่นั้นท่านได้เสียชีวิตไปั้แ่พริ้งพราวยังเรียนไม่จบมัธยมด้วยซ้ำแล้วเธอก็ไม่มีพี่น้องจะมีก็แต่ครอบครัวของป้าเท่านั้น
เธอเช่าห้องอยู่กับเพื่อนสองคน พักหลังๆเพื่อนของเธอเริ่มมีแฟนกลับมาบ้างไม่กลับมาบ้าง พริ้งพราวเป็คนกลัวผี ถึงจะรู้ว่ามันไม่มีอยู่จริงแต่เธอก็กลัวอยู่ดี
"ฮาโหลต้นหอมวันนี้กลับห้องหรือเปล่า" พริ้งพราวโทรหาเพื่อนที่พักอยู่ด้วยกันเพราะเธออยากรู้ว่าคืนนี้เพื่อนของเธอจะกลับมานอนด้วยหรือเปล่า ก็เธอกลัวผีถ้าเพื่อนของเธอไม่กลับมาแสดงว่าเธอก็ต้องนอนคนเดียวอย่างกลัวๆ
"พราวนอนก่อนเลยนะ เรายังไม่รู้เลยว่าจะกลับหรือเปล่าวันนี้เรามาเที่ยว พราวสนใจมั้ย"ต้นหอมมักจะเอ่ยชวนพริ้งพราวไปเที่ยวด้วยกันเสมอ แต่พริ้งพราวก็ปฏิเสธทุกครั้งไปเพราะเธอไม่ชอบไปเที่ยว ในแบบที่เพื่อนของเธอชอบไปสักเท่าไหร่
"ไม่ล่ะ ต้นหอมเที่ยวให้สนุกเถอะ"ต้นหอมเป็คนชอบเที่ยวกลางคืนแบบนี้คงไปเที่ยวผับอีกตามเคย วันนี้คงทิ้งให้พริ้งพราวต้องนอนคนเดียวอีกแล้วกลัวก็กลัวเอาวะ รีบอาบน้ำแล้วนอนดีกว่าหลับให้ไวๆ พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว
เช้าวันใหม่
"สวัสดีครับคุณแม่" สายๆของอีกวันวายุก็เดินทางมาถึงกรุงเทพพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หนึ่งใบ
"มาแล้วเหรอลูก ไม่ได้เจอกันตั้งนานมาให้แม่กอดหน่อย"คุณแม่เดินเข้ามากอดลูกชายด้วยความคิดถึง
"โอ๋ๆ คุณแม่...นานอะไรกันครับ เดือนที่แล้วผมก็กลับมาเยี่ยมคุณแม่นะครับ"วายุโอบกอดคุณแม่ของเขาไว้เช่นกัน คุณแม่เป็เพียงผู้หญิงคนเดียวของบ้านเพราะท่านมีแต่ลูกชายไม่มีลูกสาวเลย
"ก็มันตั้งเดือนนึงแล้วนี่นา"จะเดือนหรือน้อยกว่าเดือนคนเป็แม่ก็คงคิดถึงลูกชายอยู่ดี
"ไอ้เมฆเป็ยังไงบ้างครับคุณแม่ตอนแรกผมว่าจะไปโรงพยาบาลเลย แต่ต้องเอากระเป๋ามาเก็บก่อนก็เลยเข้าบ้านก่อนดีกว่า"
"คงนานกว่าจะเดินได้แม่กำลังจะไปโรงพยาบาลอยู่พอดี ลูกทานอะไรหน่อยมั้ย อิ่มแล้วจะได้ไปพร้อมกันเลย"
"ไม่เป็ไรครับคุณแม่ผมว่าไปเลยดีกว่า จะไปดูอาการของมันสักหน่อย"
"ถ้างั้น จ้อย...จ้อยไปเอารถออกป่ะ" คุณกรรณิการ์ หันไปบอกคนขับรถของที่บ้าน
"ครับคุณผู้หญิง"
ณ โรงพยาบาล
"เดี๋ยวคุณแม่เดินขึ้นไปก่อนเลยนะครับผมจะไปหาน้ำดื่มซะหน่อย คุณแม่จะเอาน้ำอะไรมั้ยครับ"วายุเกิดอาการหิวน้ำขึ้นมาพอดี จึงขอตัวไปซื้อน้ำดื่มก่อนแล้วจะเดินตามขึ้นไป
"ไม่จ่ะ แล้วตามขึ้นไปนะ"
"ครับ" วายุรู้สึกหิวน้ำเขารีบเดินไปหาร้านน้ำดื่มทันที เพื่อที่จะรีบขึ้นไปเยี่ยมน้องชาย แต่ในขณะที่วายุกำลังรีบเดินอยู่นั้นอยู่ๆเขาก็เดินชนผู้หญิงคนหนึ่งเข้า
"ว๊าย!! ปัก!"วายุรีบเดินเพราะกลัวว่าจะขึ้นไปช้า ส่วนอีกคนก็เดินก้มหน้าก้มตาไม่รู้มาจากทางไหนเลยชนกันเข้าอย่างจัง
"อุ๊ย! ขอโทษครับคุณเป็อะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย" ด้วยความรีบร้อนวายุเดินไม่ทันระวังไปชนเข้ากับผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง จนเธอล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างจัง
"โอ๊ย!!..."เธอคงจะเจ็บมากกระแทกแรงซะด้วย วายุรีบพยุงให้เธอคนนั้นค่อยๆลุกขึ้น
"เป็อะไรมากหรือเปล่าครับ เจ็บตรงไหนมั้ยผมต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมรีบไปหน่อย"วายุพูดอย่างรีบร้อนพร้อมกับสำรวจจับตรงนั้นตรงนี้ของเธอด้วยความเคยชินที่เขาเป็หมอในขณะที่พริ้งพราวเงยหน้าขึ้นมองคนที่ชนกับเธอเข้า ตอนแรกเธอก็ว่าจะต่อว่าสักหน่อยแต่พอเงยหน้าขึ้นไปมอง เธอกลับพูดอะไรไม่ออก
โคตรหล่อเลย!...พริ้งพราวเงยหน้าขึ้นมามองอย่างตกตะลึง ทีแรกก็ว่าจะว่าสักหน่อยเพราะเธอเดินของเธออยู่ดีๆอยู่ๆเขาก็เดินมาชนเธอจนล้มแถมยังเจ็บมากอีกด้วย
"เอ่อ...ไม่เป็ไรค่ะ"ด้วยความตกตะลึงในความหล่อเหลาของเขาที่ราศีจับสุดๆ เธอจึงตอบไปว่าไม่เป็ไรเพราะเขาก็พยุงเธอให้ลุกขึ้นมายืนในแบบมารยาทดีแถมยังเบามือสุดๆ
"ขอบคุณนะคะ" เขาจับเธอสำรวจหันซ้ายหันขวาเป็ผู้ชายแน่หรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงกล้าถึงเนื้อถึงตัวของเธอขนาดนี้คงไม่ใช่พวกเดียวกันหรอกนะ หล่อขนาดนี้เสียดายของแย่เลย...พริ้งพราวคิดในใจ
"ถ้าคุณไม่เป็อะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ"แล้ววายุก็เดินออกจากตรงนั้นไปแบบรีบๆ พริ้งพราวมองตามเขาไป เขาเดินไปที่ร้านน้ำจากนั้นเธอก็ไปทำงานของเธอต่อ แล้วก็ไม่ได้สนใจเขาอีก ส่วนเธอทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้นี่แหละ
พริ้งพราวเธอทำงานที่นี่เป็พนักงานข้อมูลเธอใส่ชุดอะไรก็ได้ วันนี้เธอใส่ชุดเรียบร้อยเป็ชุดกระโปรงน่ารักๆ ตามสมัยนิยมวายุเลยไม่รู้ว่าเธอทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ส่วนพริ้งพราวก็ไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร เพราะเธอก็พึ่งจะได้มาทำงานที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เอง