งานมงคลสมรสถูกจัดขึ้นในคฤหาสน์ตระกูลเศวตฉัตรอย่างหรูหราอลังกาล แเื่ในงานต่างเป็ผู้ดีไฮโซจากฝั่งเ้าบ่าวที่มาแสดงความยินดีให้คุณพันลพ เศวตฉัตร ซึ่งเป็เ้าของธุรกิจอสังริมทรัพย์เ้าใหญ่ระดับประเทศและธุรกิจอื่นๆในเครือเศวตฉัตร ส่วนแขกทางฝั่งเ้าสาวนั้นมีแค่เด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ที่คอยตรวจตราความเรียบร้อยและคอยดูแลความ้าของแขกในงาน
“ขิมมานี่หน่อยสิลูก” เสียงสุชาดาเ้าสาวที่สวยที่สุดในวันนี้ ละจากการรับแขกปลีกตัวออกมาหาลูกสาวของตนเงียบๆ
“มีอะไรคะแม่” ขิมถามผู้เป็แม่ที่อุส่าห์ปลีกตัวมาหาตนด้วยความสงสัย
“ขิมเห็นพี่ที่ใส่สูทสีเทาที่ยืนกับสาวๆตรงนั่นไหมลูก” สุชาดาพูด แอบชี้ไปที่ชายหนุ่มแต่งตัวดีคนหนึ่ง ชายหนุ่มคนนั้นยืนอยู่กับสาวๆอีกสองคน ทำให้ขิมต้องหันไปมองตามที่แม่ของตนบอก
“ทำไมคะ” ขิมยังคงยืนมึนงง ทำหน้าสงสัย ถามแม่ของตนว่า้าจะบอกอะไรกันแน่
“คนนั้นนะ พี่ดนัยลูกเ้าของบริษัทส่งออกรถสปอร์ตรายใหญ่แหน่ะลูก ไปทำความรู้จักพี่เขาหน่อยสิ” สุชาดาพูดบอกพร้อมยัดแก้วน้ำสีอัมพันในมือลูกสาว หวังให้เธอไปทำความรู้จักกับลูกชายของคนที่สามีเธอแนะนำให้รู้จักเมื่อสักครู่
“แม่ แม่ทำแบบนี้อีกแล้วนะคะ ขิมบอกแม่กี่ครั้งแล้วว่าขิมไม่ชอบ” ขิมรีบพูดบอกพลางทำท่าทีเหวี่ยงกระฟัดกระเฟียดทันทีที่แม่ของเธอพูดจบก่อนจะรีบเดินออกมาด้วยความไม่พอใจ
แม่ของเธอนั้น้าให้เธอทำความรู้จักสานสัมพันธ์กับผู้ชายมีฐานะสักคนเพื่อที่เธอจะได้อยู่สุขสบาย และแน่นอนว่าขิมไม่ชอบวิธีการนี้เสียเลย วิธีการที่แม่เธอใช้ ทำให้ขิมรีบเดินหนีออกมาจากห้องโถงที่เป็สถานที่จัดพิธีการ
ขิมเดินตรงมายังสวนหลังบ้าน ระหว่างที่ขิมเดินอย่างไม่ทันระวังก็ชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของผู้ชายคนหนึ่ง ทำให้น้ำในแก้วที่เธอถือมากระเด็นใส่เสื้อสูทของเขา
“โอ๊ะ ขอโทษค่ะ” ขิมรีบพูดบอกอย่างลนลาน ก่อนจะมองไปที่ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายตรงหน้าอยู่ในชุดสูทสีดำเนี๊ยบ ใบหน้าหล่อเหลาทำหน้าบึ้งตึงเหมือนไม่พอใจนักที่เธอเดินไม่ดูตาม้าตาเรือมาชนเขา ผมสีดำขลับถูกเซ็ทมาเป็อย่างดี ในแว๊บแรกดวงตาสีนิลมองเธออย่างราบเรียบ ทำให้ขิมรู้สึกกลัวเพราะงานนี้มีแต่คนมีฐานะทางสังคม เธอกลัวว่าอาจจะทำให้คนใหญ่คนโตสักคนไม่พอใจ และสูทของเขาอาจจะแพงมากก็ได้ แต่เธอก็เดาผิดคาด เมื่อเขาหันมามองเธอแล้วเปลี่ยนท่าทีเล็กน้อย รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมาที่มุมปากเหมือนไม่ถือโทษอะไร ใบหน้าหล่อเหลายิ้มให้อย่างใจดี นั่นทำให้ขิมเองเหมือนตกอยู่ในภวังค์เพราะรอยยิ้มของเขาช่างดูมีเสน่ห์มาก
“ไม่เป็ไร” น้ำเสียงทุ้มตอบอย่างราบเรียบ นับพันลอบมองหญิงสาวตรงหน้า ไม่รู้ว่าเธอเป็ลูกสาวของตระกูลไหน ใบหน้าอ่อนเยาว์ ผิวขาวเนียนละเอียดผุดผ่อง แก้มของเธอมีเืฝาดดูแดงระเรื่อ ชุดเดรสสั้นสีขาวทำให้เด็กสาวตรงหน้าดูบริสุทธิ์เหมือนเด็กไร้เดียงสาไม่มีผิด ยิ่งเธอทำหน้าตาตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าน้ำในแก้วที่เธอถือมาเปร่อะเปื้อนชุดสูทราคาแพงของเขายิ่งดูน่ามองเข้าไปอีก เหมือนกระต่ายน้อยที่ะโโลดเต้นด้วยความใกับเื่เล็กๆอย่างลูกมะพร้าวตกจากต้นอย่างไรอย่างนั้น แต่ไม่ว่าเธอจะทำสีหน้าแบบไหน มันก็คงไม่ได้ทำให้ใบหน้าที่นิยามของคำว่างามของเธอลดน้อยลงไป
นับพันรู้สึกถูกใจผู้หญิงตรงหน้ามาก มีน้อยคนที่ทำให้เขารู้สึกอยากทำความรู้จักั้แ่แรกเจอเช่นนี้ ซึ่งมันเป็เื่ที่เขาไม่ค่อยพอใจตัวเองเหมือนกัน คนอย่างนับพัน เศวตฉัตรมีดีพอที่จะไม่ไปสนใจใครก่อน แต่แม่สาวตรงหน้าเองก็น่าค้นหาดีเหลือเกิน นับพันมองอย่างประเมิน ชุดที่ผู้หญิงตรงหน้าใส่ เนื้อผ้าไม่ได้ดีเหมือนกับตัดเย็บกับห้องเสื้อชื่อดัง แถมเธอไม่ได้ใส่เครื่องเพชรเครื่องประดับแม้แต่ชิ้นเดียว ทำให้อยากรู้เหลือเกินว่าเธอเป็ใครมาจากไหน เป็ทีมจัดงาน ออแกไนซ์ หรือผู้ติดตามของคุณหนูตระกูลไหนกันแน่
“ให้ฉันเช็ดให้ไหมคะ หรือจะให้ไปหาอะไรมาให้เปลี่ยน” เมื่อเขามองเธอแล้วเงียบไป ขิมเลยถามผู้ชายตรงหน้าอย่างเง่อะงะ ถึงเขาจะไม่เอาเื่ แต่เธอก็เป็คนผิดต้องแสดงความรับผิดชอบ ถึงจะไม่รู้ว่าจะหาอะไรมาให้เปลี่ยนได้เหมาะสมเท่ากับของๆเขาอีกไหม ดูท่าแล้วชุดของชายหนุ่มน่าจะแพงมาก การแต่งตัวเนี๊ยบั้แ่หัวจรดเท้าแบบนี้
“ไม่เป็ไร” น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับแฝงไปด้วยความเ็าปนรำคาญนิดๆที่เธอเป็กังวลในตัวเขาด้วยเื่เล็กๆน้อยๆแบบนี้ ทั้งๆที่สำหรับเขาสูทชุดนี้มันก็แค่เศษเงินที่จะซื้อเพิ่มอีกกี่ชุดก็ได้
“เธอไม่เข้าไปในงานเหรอ” ร่างสูงเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยคำถามธรรมดา แต่ใครจะรู้ว่านี่มันคือการเริ่มต้นชวนคุยของเขา
“ไม่ค่ะ ขิมไม่ค่อยชอบงานนี้” ขิมพูดบอกสีหน้าบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความ้าของคนเป็แม่ของเธอเมื่อสักครู่
“หึ ฉันก็ไม่ชอบงานนี้เหมือนกัน” นับพันพูดขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของขิม เหมือนว่าสาวน้อยคนนี้กำลังอยู่ในอารมณ์เดียวกันกับเขา ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเดินจากไป แม้ความจริงแล้วนับพันอยากจะสานสัมพันธ์พูดคุยสาวน้อยที่ถูกตาต้องใจต่อ แต่ตอนนี้กลับมีสิ่งสำคัญกว่าที่ต้องไปจัดการให้เสร็จ
ขิมได้แต่แปลกใจในคำพูดของนับพัน ก่อนที่เขาจะเดินจากไป เธอเห็นเขาเซเล็กน้อย แต่ก็ประคองตนให้เดินตรงไปยังทางที่จะกลับเข้าไปในงานได้ เห็นดังนั้นขิมเลยหันไปมองขวดบรั่นดีที่วางอยู่บนโต๊ะในสวนที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวเดินผ่านมาเมื่อสักครู่
“นี่เขาเมาเหรอ” ขิมพูดกับตนเองเบาๆ คงเป็เพราะอยู่ต่อหน้าเขาเหมือนต้องมนต์สะกดทำให้ไม่ได้สนใจกลิ่นแอลกอฮอลล์จากตัวเขาเลย ขิมเลิกสนใจชายหนุ่ม เดินไปฟุบตัวนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะนั้นอย่างเหนื่อยอ่อน