ภายในห้องโถงลับของตระกูลเรเวนวูด บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงไฟิญญาที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของอาเธลสตัน เซบาสเตียน ิญญาพ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์ยังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้น ราวกับว่าเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาไม่เคยพรากความภักดีไปจากใจของเขาได้
"จอมราชันย์อันเดดงั้นหรือ?" อาเธลสตันถามย้ำ เสียงของเขาดังก้องในโถงหิน "ตระกูลข้าสืบเชื้อสายมาจากสิ่งที่โลกขยะแขยงที่สุดเนี่ยนะ?"
เซบาสเตียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีฟ้าจาง ๆ ฉายแววครุ่นคิด "โลกเรียกขานพลังนี้ว่าความมืดมิดและสิ่งอัปมงคล เพราะพวกเขาหวาดกลัวในความจริงที่ว่า 'ความตาย' คือสิ่งเดียวที่ยุติธรรมและไร้เทียมทาน ท่านนายน้อย... บรรพบุรุษของเราไม่ได้เป็ปีศาจ แต่พวกเขาคือผู้ควบคุมสมดุลระหว่างความเป็และความตาย ระบบที่ท่านอยู่นั้น ไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่มันคือสายเืที่ตื่นขึ้นในวินาทีที่ท่านสูญเสียทุกอย่าง"
อาเธลสตันมองดูมือสีเทาของตัวเอง พลัง ขั้น 1-5 ที่ไหลเวียนอยู่นั้นหนาแน่นจนเขาััได้ถึงแรงสั่นะเืในอากาศ
"แล้วข้าจะลงไปชั้นที่ 2 ได้อย่างไร?"
"ประตูสู่ชั้นที่ 2 ถูกผนึกไว้ด้วยเวทมนตร์เืของสภาขุนนางรุ่นแรกที่ทรยศเรา" เซบาสเตียนลุกขึ้นยืนแล้วชี้ไปยังโลงหินที่ตั้งอยู่ลึกที่สุด "การจะทำลายผนึกนั้น ท่านต้องมีพลังระดับ ขั้น 2-1 เป็อย่างน้อย และต้องมีข้ารับใช้ที่แข็งแกร่งพอจะแบกรับภาระแห่งิญญาได้"
อาเธลสตันเดินไปยังโลงหินที่เซบาสเตียนชี้ บนฝาโลงมีรูปสลักของอัศวินในชุดเกราะเต็มยศ ดาบในมือของรูปสลักนั้นดูน่าเกรงขามแม้จะเป็เพียงหิน
"นี่คือ เซอร์กาเวน อัศวินผู้พิทักษ์รุ่นแรกของตระกูลเรเวนวูด" เซบาสเตียนอธิบาย "เขาสาบานว่าจะปกป้องตระกูลแม้หลังจากความตาย ร่างของเขาได้รับการอาบด้วยน้ำมนต์มืดและรักษาไว้เพื่อรอคอยวันนี้... วันที่ผู้สืบทอดที่แท้จริงจะมาปลุกเขา"
การทำพิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน
อาเธลสตันััได้ถึงแรงดึงดูดจากศพภายในโลง ระบบในหัวของเขาเริ่มส่งเสียงแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง
[ตรวจพบร่างสถิตระดับพรีเมียม: อัศวินเกราะเหล็กดำ]
[เงื่อนไขการชุบชีวิต:]
แต้มิญญา 100 แต้ม
เืของผู้สืบทอดสายเืเรเวนวูด
แกนกลางิญญาระดับ ขั้น 2-1 (ได้จากอัศวินไร้เศียรที่เพิ่งสังหาร)
"ข้ามีครบทุกอย่าง" อาเธลสตันเอ่ย เขาสั่งให้ระบบดำเนินการทันที
เขาหยิบดาบสั้นสนิมโลกันตร์ออกมากรีดที่ฝ่ามือ แม้เืของเขาจะกลายเป็สีดำคล้ำและหนืดกว่ามนุษย์ แต่มันก็ยังเป็เืของเรเวนวูด เขาหยดเืลงบนร่องสลักของฝาโลง พร้อมกับชูมืออีกข้างขึ้นเพื่อเรียกเอา "ดวงิญญาสีม่วงเข้ม" ของอัศวินไร้เศียรที่เขาสูบมาออกมา
"ในนามของขุนนางหนู... จงตื่นขึ้น! ข้ารับใช้แห่งข้า!"
วูบ!
พลังงานสีม่วงดำพุ่งทะลุฝาโลงหินลงไป แสงสว่างจ้าบาดตาจนอาเธลสตันต้องยกมือขึ้นบัง เสียงครืนครั่นดังสนั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออก ฝาโลงหินที่หนักหลายตันถูกผลักกระเด็นออกไปปะทะกับผนังจนแตกละเอียด
หมอกควันสีดำหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากโลงศพ และท่ามกลางหมอกนั้น เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬค่อยๆ ก้าวออกมา ชุดเกราะของเขาไม่มีรอยสนิมแม้แต่นิดเดียว แต่มันกลับดูเงาวับดุจหินออบซิเดียน ผ้าคลุมสีแดงขาดวิ่นโบกสะบัดทั้งที่ไม่มีลม
อัศวินเกราะดำคุกเข่าลงเบื้องหน้าอาเธลสตัน ดาบั์ในมือปักลงบนพื้นหินจนร้าว
[ยินดีด้วย! ท่านได้รับหุ่นเชิดระดับสูง: เซอร์กาเวน (อัศวินเงาโลกันตร์)]
[ระดับพลัง: ขั้น 2-1]
[ทักษะ: เพลิงผลาญิญญา, โล่แห่งความมืด]
"ข้า... กาเวน... รับฟังคำบัญชา... ของนายท่าน..." เสียงของเขาดังออกมาจากภายใต้หน้ากากเหล็ก เป็เสียงที่ทุ้มลึกและเต็มไปด้วยพลังอำนาจ
บทเรียนจากเซบาสเตียนและการสำรวจพลัง
อาเธลสตันรู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อทางจิตที่แข็งแกร่งกับกาเวน เขาสามารถมองเห็นภาพผ่านดวงตาของอัศวินผู้นี้ได้ และสั่งการได้แม้เพียงแค่คิด
"ยอดเยี่ยมมาก" อาเธลสตันยิ้ม "ด้วยพลังนี้ ข้าคงพร้อมสำหรับชั้นที่ 2 แล้วใช่ไหม?"
"ใจเย็นก่อนครับท่านนายน้อย" เซบาสเตียนขัดขึ้น "ร่างกายอันเดดของท่านในตอนนี้ยังเป็เพียงระดับ 'ิญญาพยาบาท' แม้ท่านจะมีพลังถึงขั้น 1-5 แต่รากฐานของท่านยังไม่มั่นคง ท่านต้องทำการ 'ผลัดกระดูก' เพื่อก้าวข้ามสู่ระดับ ขั้น 2-1 (ขุนนางหนูฝึกหัด) เสียก่อน"
เซบาสเตียนอธิบายต่อว่า ในโลกนี้การเลื่อนขั้นใหญ่ (จาก 1 ไป 2 หรือ 2 ไป 3) ไม่ใช่แค่การสะสมแต้ม แต่คือการเปลี่ยนผ่านทางกายภาพและิญญา สำหรับมนุษย์คือการชำระไขกระดูก แต่สำหรับอันเดดอย่างเขา คือการกลั่นกรองไอความตายในร่าง
"ระบบ... มีวิธีเลื่อนขั้นไหม?"
[การเลื่อนขั้นจาก 1-5 สู่ 2-1 ้า:]
การดูดซับธาตุความมืดบริสุทธิ์ (พบได้ใน 'บ่อโลหิตนิรันดร์' ท้ายห้องโถง)
การทนรับความเ็ปจากการหลอมรวมิญญา
อาเธลสตันหันไปมองบ่อหินขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีแดงเข้มดุจเื แต่มันกลับแผ่ไอเย็นเยียบออกมา
"ถ้าข้าทนไม่ได้ล่ะ?" เขาถาม
"ท่านก็จะกลายเป็เพียงหนูไร้สติที่หิวโหยตลอดกาลครับ" เซบาสเตียนตอบนิ่งๆ "แต่คนของเรเวนวูดไม่เคยล้มเหลว... โดยเฉพาะคนที่แบกความแค้นมามากขนาดท่าน"
อาเธลสตันไม่ลังเล เขาเดินลงไปในบ่อโลหิตทันที ทันทีที่ของเหลวััิั เขารู้สึกเหมือนถูกเข็มนับล้านเล่มทิ่มแทงเข้าไปในทุกรูขุมขน ความร้อนรุ่มปะทะกับความเย็นสุดขั้วภายในร่าง ระบบส่งเสียงเตือนสีแดงฉาน
[คำเตือน: กระบวนการผลัดกระดูกเริ่มทำงาน... อัตราความเ็ป 400%... เริ่มการจัดเรียงโครงสร้างิญญาใหม่...]
"อ๊ากกกกกก!"
เสียงร้องของอาเธลสตันดังก้องไปทั่วสุสาน ร่างกายของเขาเริ่มแตกร้าว แสงสีม่วงพุ่งออกมาจากรอยแตกเ่าั้ หนูรบกระดูกที่เป็หุ่นเชิดตัวแรกของเขาถึงกับหมอบสั่นด้วยความกลัว แต่เซอร์กาเวนยังคงยืนนิ่งเป็โล่พิทักษ์อยู่หน้าบ่อ
ในมโนภาพของอาเธลสตัน เขาเห็นภาพการทรยศซ้ำแล้วซ้ำเล่า เห็นใบหน้าของเหล่าขุนนางที่หัวเราะเยาะขณะที่ดาบแทงทะลุร่างเขา เห็นหยดน้ำตาของลูกสาว... ความเ็ปทางกายถูกเปลี่ยนเป็แรงผลักดันทางิญญา
"ข้า... จะไม่ยอมแพ้... ที่นี่!"
บึ้ม!
คลื่นพลังงานสีดำะเิออกจากบ่อโลหิต กระแทกเอาทุกอย่างในห้องกระจายออกไป เมื่อฝุ่นละอองจางลง อาเธลสตันยืนอยู่ใจกลางบ่อ รูปร่างของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ร่างกายที่เคยผอมแห้งจนเห็นกระดูก บัดนี้มีกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแกร่งราวกับเหล็กไหล ิัสีเทาเข้มดูเรียบเนียนและทรงพลัง บนหน้าผากมีสัญลักษณ์รูปกุหลาบสีดำปรากฏขึ้นจางๆ ดวงตาสีแดงของเขาส่องสว่างอย่างมั่นคงและมีประกายแห่งปัญญา
[ยินดีด้วย! ท่านเลื่อนระดับสู่: ขั้น 2-1 (ขุนนางหนู - ระดับฝึกหัด)]
[ปลดล็อกทักษะอาชีพ: เนโครแมนเซอร์ - เรียกขานิญญา]
[ร้านค้าิญญาอัปเกรดเป็ระดับกลาง]
อาเธลสตันก้าวขึ้นจากบ่อ เขาหยิบผ้าคลุมสีดำที่เซบาสเตียนเตรียมไว้มาสวมใส่ ความรู้สึกของเขาในตอนนี้แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขารู้สึกได้ถึงิญญาทุกดวงที่อยู่ในสุสานชั้นที่ 1 ราวกับว่าเขาเป็ส่วนหนึ่งของมัน
"ตอนนี้... ข้าพร้อมหรือยัง?"
"พร้อมยิ่งกว่าพร้อมครับ ท่านนายน้อย" เซบาสเตียนค้อมตัวลง "ทางเดินสู่ชั้นที่ 2 เปิดออกแล้ว แต่มันไม่ได้มีเพียงสัตว์อสูร... ที่นั่นคือที่กักขัง 'ิญญานักรบคลั่ง' ที่สภาขุนนางใช้เป็ที่ฝึกฝนนักฆ่าเงาของพวกมัน"
อาเธลสตันกำหมัด ดาบสั้นสนิมโลกันตร์ในมือสั่นไหวด้วยความกระหาย
"นักฆ่าเงางั้นหรือ? ดี... ข้าจะส่งพวกมันไปลงนรกที่ลึกกว่าเดิม"
เขาเดินนำเซอร์กาเวนและกองทัพหุ่นเชิดขนาดเล็กมุ่งหน้าสู่บันไดหินที่ทอดลึกลงไปสู่ความมืดมิดที่ยิ่งกว่าเดิม เป้าหมายคือ ชั้นที่ 2: ทุ่งแห่งความคร่ำครวญ
[บทสรุปตอนที่ 4]
ระดับพลัง: ขั้น 2-1 (ขุนนางหนูฝึกหัด)
หุ่นเชิดหลัก: เซอร์กาเวน (ขั้น 2-1), หนูรบกระดูก (ขั้น 1-2)
ความสามารถใหม่: การมองเห็นิญญาเป็วงกว้างและการเรียกขานิญญาเบื้องต้น