แสงตะเกียงที่ฉายแสงเป็ทางในยามค่ำคืนพร้อมกับเสียงะโด้วยความวุ่นวายของเหล่าบ่าวที่วิ่งวุ่นไปทั่วทั้งจวนอิน เมื่ออยู่ๆคุณชายใหญ่ที่เปรียบดาวนำโชคของตระกูลก็รู้สึกแสบร้อนไปทั่วทั้งร่างกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกของข้า”ฮูหยินใหญ่ที่ยินเสียงฝีเท้าของเหล่าคนรับใช้ในเรือนของบุตรชายของตนเดินกันให้วุ่นนางจึงได้ออกมาเอ่ยถามคนรับใช้ที่ตอนนี้ใบหน้ามีแต่หยาดเหงื่อที่เกาะกุมอยู่ทั่วทั้งหน้าของเขาทั้งๆที่ในตอนนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนั้นเอง
“ข้าน้อยไม่ทราบขอรับนายหญิงอยู่ๆ นายน้อยก็สั่งให้พวกข้าไปตักน้ำมาให้แช่ไม่หยุดั้แ่หัวค่ำแล้วขอรับ”คนรับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน
“เป็นี้มาั้แ่หัวค่ำแล้วหรือแล้วตอนนี้มีคนไปตามหมอมาดูลูกชายของข้าแล้วหรือยัง”กวางเหม่ยหลันหรือฮูหยินใหญ่เอ่ยถามเหล่าคนรับใช้ด้วยท่าทางร้อนใจ
“พี่ซานซาออกไปตามท่านหมอแล้วขอรับ”คนรับเอ่ยตอบเสียงเคร่ง
“เช่นนั้นพวกเ้าไปทำงานของพวกเ้าต่อเถอะ”กวางเหม่ยหลันเอ่ยพร้อมกับหันไปส่งสายตาให้ลี่ลี่สาวใช้คนสนิทไปสืบเื่นี้มาโดยไว้ทางด้านสาวใช้ที่ได้รับคำสั่งนางจึงได้เร่งสาวเท้าไปที่เรือนหมอด้วยความเร่งรีบทันที
“นายหญิงเื่นี้ข้าว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากลแล้วนะเ้าคะข้าว่าเราส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลกวางดีหรือไม่เ้าคะ”เล่อเหยาหรือแม่นมเล่อเดินเข้ามาเอ่ยกระซิบกับผู้เป็นายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ก็ดีเช่นนั้นข้าฝากเื่นั้นกับแม่นมเล่อด้วยก็แล้วกันนะ”กวางเหม่ยหลันเอ่ยพร้อมกับมองเข้าไปที่ห้องของบุตรชายของตนด้วยความร้อนใจเพราะั้แ่ที่นางมาถึงจวนของบุตรชายของนางนางก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากความเ็ปของบุตรชายของนางไม่หยุดเลย
“เ้าค่ะ”เล่อเหยาเอ่ยตอบรับแล้วรีบเร่งออกไปทำธุระของนางทันที
“อาเวยเป็เช่นไรบ้าง”ทันทีที่หมอเฒ่าออกมาจากห้องของบุตรชายนางกวาง(กวางเหม่ยหลัน)ก็รีบเข้าไปเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“คุณชายใหญ่ต้องพิษขอรับแต่เป็พิษตัวใดนั้น ข้าน้อยก็สุดปัญญาที่จะหาได้ขอรับตลอดเจ็ดสิบปีที่รักษามาข้าน้อยไม่เคยพบเจอพิษชนิดนี้มาก่อนเลยขอรับ”หมอชราเอ่ยตอบด้วยสีหน้าละอายใจที่เขานั้นไม่สามารถช่วยเหลือครอบครัวของผู้ประคุณได้
“อาเวยต้องพิษเขาต้องพิษได้เช่นไร”นางกวางเอ่ยถามเสียงเคร่ง
“จากอาการแล้วน่าเป็การััทางร่างกายของรับน่าจะเป็พิษที่มากับเสื้อผ้าหรือน้ำที่ใช้อาบขอรับนายหญิง”หมอเฒ่าเอ่ยตอบพร้อมกับก้มหน้าลงมองเท้าของตนอย่างรู้สึกผิด
“ซานซาวันนี้มีผู้ใดนำสิ่งแปลมปลอมใดเข้ามาในเรือนของนายเ้าหรือไม่”นางกวางหันไปเอ่ยถามคนสนิทของบุตรชายของตนด้วยท่าทางเคร่งเตรียด
“วันนี้ไม่มีผู้ใดเข้ามาในเรือนของนายเลยขอรับแต่วันนี้นายน้อยสั่งให้ข้าน้อยใช้ผงหอมที่นายท่านเคยมอบให้ผสมลงในอ่างอาบน้ำขอรับแต่ข้าน้อยก็ไม่มีอาการเช่นเดียวกับนายน้อยนะขอรับ”ซานซาเอ่ยพร้อมกับยกมือที่ตนใช้ผสมน้ำให้กับผู้เป็นายของตนชูขึ้นมาให้หมอเฒ่าได้ตรวจดูอย่างถี่ถ้วน
“เช่นนั้นคงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับผงหอมแต่อาจจะมีสาเหตุอื่นที่เรายังไม่สามารถหาได้พบในตอนนี้แต่ทางที่ดีข้าน้อยว่าเราควรพาตัวท่านชายออกจากเรือนแห่งนี้น่าจะดีกว่านะขอรับ”หมอเฒ่าที่ยังไม่ทราบที่มาของพิษเอ่ยแนะนำนายหญิงตรงหน้าของตนด้วยน้ำเสียงเข้ม
“หากจะทำเช่นนั้นคงทำไม่ได้เพราะอาเวยรักเรือนนี้มากเช่นนั้นหากข้าขนย้ายเครื่องเรือนออกไปแทนเล่าจะได้หรือไม่”นางกวางที่รักและตามใจบุตรชายของตนมาโดยตลอดเอ่ยเสนอทางแก้อีกทางให้กับบุตรชายของตน
“หากนายหญิงแน่ใจว่าจะสามารถนำสิ่งของทุกอย่างออกจากเรือนแห่งนี้ได้ข้าก็คิดว่าน้าจะช่วยกำจัดที่มาของพิษได้ขอรับ”ตาเฒ่าเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางที่ได้เห็นความรักที่นางกวางมีต่อนายน้อยของตน
ปัจจุบัน ปีคศ. 2021
“เกิดเื่อะไรขึ้นเนี้ยนิดทำไมข้าวของในบ้านถึงได้เละเถะแบบนี้เนี้ย”เสียงแหลมของส้มจี๊ดะโถามเพื่อสาวของเธอเสียงดังเมื่อเธอเข้ามาเห็นว่าบ้านพักของเธอถูกรื้อจนข้าวของเสียหายไปหมด
“มะไม่มีอะไร”เสียงสั่นตอบออกมาจากห้องพักของนิดส้มจี๊ดที่เพิ่งกลับมาจากทำงานพิเศษขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยเพราะนอกจากเสียงที่สั่นเทาแล้วเพื่อนของเธอยังตอบด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสัยอีกด้วย
“จะไม่มีอะไรได้ไงแกออกมาดูสภาพบ้านก่อนสิแล้วค่อยตอบว่าไม่มีอะไร”ส้มจี๊ดเดินไปที่หน้าห้องของนิดเพื่อนร่วมบ้านเช่าแล้วเท้าสะเอวถามด้วยท่าทางเอาเื่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อสองหรือสามวันก่อนเธอเห็นว่านิดพาชายแปลกหน้าเข้ามาในบ้านพักอีกแล้ว
“แกก็เก็บๆก่อนเถอะเดี๋ยวฉันเก็บในห้องเสร็จแล้วเดี๋ยวจะออกไปช่วยแกเก็บเองแหละ”นิดะโตอบเสียงห้วนส้มจี๊ดที่ได้ยินคำตอบของเพื่อนสาวก็ได้แต่เตะไปที่ประตูอย่าง้าระบายอารมณ์แล้วเดินกลับไปที่ห้องนอนของเธอทันที
“เฮ้อดีนะที่เรารอบครอบ”ส้มจี๊ดที่เห็นว่าประตูห้องของเธอยังอยู่ดีถึงแม้ว่าเธอจะเห็นรอยงัดแงะอยู่บ้างแต่สภาพโดยรอบก็ถือว่าประตูห้องของเธอยังไม่มีใครสามารถเข้าไปได้นอกจากเธอส้มจี๊ดที่ลงทุกจ้างช่างมาทำที่ล็อคประตูถึงแปดชั้นค่อยลงมือปลดแม่กุญแจที่ต้องใส่รหัสที่ต่างกันถึงแปดตัว
“ถึงจะเปลืองแต่ก็ปลอดภัย”ส้มจี๊ดพูดกับตัวเองเสียงเบาแล้วเก็บแม่กุญแจทั้งแปดตัวเข้าไปในห้องด้วยความพอใจ
“สงสัยเราต้องเอาไปฝากธนาคารเสียแล้วสิไม่รู้ว่ายัยนิดไปเอาผู้ชายที่ไหนมาเข้าบ้านอีก”ส้มจี๊ดที่น้ำเงินเก็บที่ได้จากการไปทำงานพิเศษพูดพร้อมกับหยิบเงินทั้งหมดออกมานับพร้อมกับเก็บเงินเข้าไปซ่อนในช่องลับในกระเป๋าที่เธอเย็บด้วยตัวเองด้วยรอยยิ้มยินดีที่ในที่สุดเธอก็สามารถหาเงินเทอมได้ครบแล้ว
ก๊อก ก๊อกก๊อก
“จี๊ด ไอ้จี๊ดเปิดประตูเร็วเข้า”น้ำเสียงร้อนรนของนิดร้อนะโเสียงดังพร้อมกับการเคาะประตูเสียงดังระรัวที่หน้าห้องของเธอนั้นจึงทำให้เธอรีบเก็บบกระเป๋าเข้าไปเก็บในตูพร้อมกับรีบล็อคตูอย่างรวดเร็ว
“มะมีอะไร”ส้มจี๊ดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสะดุด เมื่อนิดดันตัวเข้ามาในห้องของเธอทันทีที่เธอปลดล็อคครบทุกตัวแล้ว
“แกชั้นจะย้ายบ้านนะ”นิดที่เพิ่งดันตัวเข้ามาในห้องของส้มจี๊ดพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“แกไปทำอะไรผิดมาอีกละ”ส้มจี๊ดที่ได้ยินที่เพื่อนของเธอพูดเมื่อครู่เธอจึงได้หันไปถานิดด้วยน้ำเสียงเคร่งเพราะนิดนั้นถือว่าเป็เพื่อนเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันกับเธอ
“ก็ไม่มีอะไรหรอกฉันว่าบ้านหลังนี้พวกผู้ชายมันรู้จักเยอะไปหน่อย ฉันเลยจะย้ายหนีพวกมันนะวันนี้พวกมันก็เข้ามาต่อยกันในบ้านแล้วอีกอย่างตอนนี้ฉันก็เจอผู้ชายที่ฉันคิดจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตแล้วฉันเลยกะว่าจะย้ายไปอยู่กับเขาเลยแต่ยังไงฉันก็จะช่วยแกจ่ายค่าเช่าอยู่ต่ออีกซักสามเดือน แกเองก็รีบหาที่อยู่ใหม่ละไอ้โตมันคงไม่จบง่ายๆแค่นี้แน่”นิดที่นั่งอยู่บนฟูกนอนของส้มจี๊ดพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับเื่เดือดร้อนทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากตัวเอง
“คนที่แล้วแกก็พูดแบบไม่เกินสามเดือนแกก็เบื่อแล้วก็บอกเลิกเค้า ฉันว่านะถ้าแกเลิกกับคนใหม่ของแกนะแกควรลองอยู่คนเดียวสักปีสองปีเผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้นบ้าง”ส้มจี๊ดที่เห็นว่าเพื่อเปลี่ยนผู้ชายเป็ว่าเล่นเธอจึงอดที่จะเตือนด้วยความเป็ห่วงไม่ได้
“ฉันไม่เอากับแกด้วยหรอกแค่ผิดหวังในรักแค่ครั้งเดียวถึงกับปฏิเสธพวกผู้ที่เข้ามาจีบแบบแกฉันไม่เอาด้วยหรอกชีวิตฉันได้ขาดสีสันกันพอดี”นิดที่นอนกระดิกเท้าอยู่บนฟูกดันตัวขึ้นมามองเพื่อนสาวของเธออย่างเบื่อหน่าย
“มันก็สบายดีนะจะทำอะไรก็ทำ จะไปไหนก็ไปไม่มีใครมาค่อยห้ามนู้นนี้นั้นแล้วที่สำคัญก็ไม่ต้องมาคอยย้ายที่อยู่ใหม่บ่อยๆแบบแกก็แล้วกัน”ส้มจี๊ดตอบด้วยน้ำเสียงขบขันเพราะเธอเองก็ได้มองๆหอพักใหม่เตรียมพร้อมสำหรับการย้ายไปอยู่คนเดียวมานานแล้วั้แ่ที่นิดเริ่มพาบรรดาแฟนของเธอมาพลอดรักที่บ้านหลังนี้บ่อยๆ จนรายสุดท้ายที่เธอจำได้คือนายโตหนุ่มหล่อลูกเสี่ยผู้มีอิทธิพลนั้นจึงทำให้เธอเลือกที่จะขอเข้าไปพักกับเพื่อนที่ทำงานเพื่อรอให้ห้องว่างในตอนสิ้นเดือนที่จะถึงนี้นั้นเอง
“แกถ้าไอ้โตมาหาเื่แกแกต้องรีบโทรบอกฉันนะเดี๋ยวฉันจะมาจัดการมันเอง”นิดที่กลัวว่าเพื่อนจะเดือนร้อนเพราะเื่ของเธอมากกว่านี้พูดบอกเพื่อนรักของเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ก็ได้เดี๋ยวถ้ามันมานะฉันจะรีบโทรไปบอกแกเลยแต่ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ฉันก็จะย้ายออกไปอยู่กับเพื่อนที่ทำงานก่อนก็แล้วกันแกจะได้ไม่ต้องมาเปลืองเงินทั้งที่แกไม่ได้อยู่”ส้มจี๊ดพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มแล้วตบลงไปที่ไหล่ของเพื่อนสาวของตนเบาๆ
“เดี๋ยวฉันจะเป็คนโทรไปบอกเจ๊ติ๋มเองถ้าให้คนขี้เกรงใจแบบแกเป็คนไปบอกก็มีแต่จะถูกเรียกค่านู้นนี้นั้นไปเรื่อยคนอย่างเจ๊ติ๋มต้องเจอคนแบบฉันแกนะเก็บของเตรียมย้ายออกไปเถอะ”นิดพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้วเดินออกไปที่หน้าประตูทันทีแต่ส้มจี๊ดที่มีเื่จะพูดด้วยกับเพื่อก่อนที่จะจากลากันเธอจึงรีบลุกขึ้นไปคว้ามือของนิดเอาไว้ แต่ทันทีที่ส้มจี๊ดคว้ามือของนิดนิดกลับร้องออกมาเสียงดังด้วยความเ็ป
“นิดแกเป็อะไรนะ”ส้มจี๊ดถามเพื่อนด้วยความใเมื่อเห็นว่าที่ข้อแขนของนิดตอนนี้มีรอยเขียวคล้ำจากการถูกบีบรัดอย่างแรง
“ไม่มีอะไรมันเป็รอยที่ไอ้โตมันกระชากฉันเฉยๆนะ”นิดตอบพร้อมกับรีบชักมือของเธอคืนจากเพื่อนด้วยสีหน้าซีด
“เอาน้ำแข็งประคบหน่อยไม”ส้มจี๊ดถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรแกรีบไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวแฟนใหม่ของฉันก็มารับแล้ว”นิดตัดบทพร้อมกับรีบเดินออกไปจากห้องด้วยความเร่งรีบ
“ทำไมมันดูแปลกๆนะ”ส้มจี๊ดที่มองตามหลังของเพื่อนรักได้แต่พูดออกมาอย่างแปลกใจที่วันนี้นิดดูลนแปลกๆ
“นิดรีบไปกันเถอะเดี๋ยวไอ้โตมันย้อนกลับมา เราจะลำบากเอาได้นะ”ต้นคนรักใหม่ของนิดพูดเร่งแฟนสาวของเขาด้วยท่าทางเร่งรีบ
“ไอ้จี๊ดฉันไปแล้วนะ”นิดะโบอกลาแล้วรีบสาวเท้าก้าวขึ้นรถหรูของแฟนหนุ่มของเธออย่างเร่งรีบ
“อ้าวเฮ้ยทำไมไปเร็วงี้อะ มันต้องมีอะไรแน่ๆไม่ได้การแล้วเรารีบเก็บของออกไปขอพี่หนิงอยู่ด้วยดีกว่า”ส้มจี๊ดที่มีรางสังหรณ์ไม่ดีจึงได้รีบเก็บข้าวของเข้ากระเป๋าของเธอโดยเร็วและเพราะเป็ความโชคดีที่ส้มจี๊ดเป็คนประหยัดจึงทำให้ข้าวของของเธอนั้นมีไม่เกินสองกระเป๋านั้นจึงทำให้เธอสามารถเก็บของได้โดยใช้เวลาเพียงแค่สิบห้านาทีเพียงเท่านั้น
“รีบไปดีกว่า ไม่รู้ว่ายัยนิดไปสร้างเื่อะไรเอาไว้อีก”ส้มจี๊ดพึมพำกับตนเองเบาๆแล้วรีบล็อคแม่กุญแจด้วยความเร่งรีบแล้วเดินไปโบกวินมอไซค์ที่หน้าปากซอยเพื่อไปหาเพื่อนร่วมงานของตนอย่างเร่งรีบโดยที่เธอก่อนเข้าไปที่หาเพื่อร่วมงาน เธอก็ไม่ลืมที่จะนำเงินเก็บทั้งหมดของเธอไปฝากเอาไว้ที่ธนาคารใกล้เคียงกับหอพักของเพื่อนร่วมงานของเธอ
“ส้มจี๊ด”ทันทีที่เธอเดินออกจากธนาคารเสียงเข้มอันคุ้นหูก็ดังมาจากด้านข้างของเธอ
“โต”ส้มจี๊ดที่หันไปตามเสียงแล้วพบว่าคนที่เรียกเธอเมื่อครู่นั้นคือใครเธอก็ได้แต่มองอีกฝั่งด้วยความระมัดระวัง พร้อมๆกับถอยห่างออกจากผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจนัก
“ไม่นึกว่าจะมาเจอเธอที่นี้”โตถามพร้อมกับมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกใจแต่เมื่อสายตาของเขามองสบไปที่กระเป๋าเป้ใบโตทั้งสองใบของส้มจี๊ด เขาก็มองมาที่หน้าของส้มจี๊ดอย่างโกรธเคืองทันที
“พอดีว่าฉันจะไปหาเพื่อนที่ทำงานนะ”ส้มจี๊ดตอบพร้อมกับส่งยิ้มเจื่อนให้กับโตแฟนเก่าของเพื่อนสนิทของเธอแล้วค่อยๆสาวเท้าออกห่างจากชายตรงหน้าทันที
“เธอย้ายออกจากบ้านหลังนั้นแล้วหรอ”โตคว้าแขนของส้มจี๊ดแล้วถามเพื่อนของแฟนเก่าด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ใช่ ฉันย้ายออกแล้ว”ส้มจี๊ดพยักหน้าตอบ
“แล้วเธอรู้ไหมว่านิดย้ายไปอยู่ไหน”โตถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเพราะเมื่อไม่นานมานี้นิดได้ขโมยสร้อยทองที่แม่ให้เขาเอาไว้ก่อนตายไป
“ฉันก็ไม่รู้นิดะโบอกแล้วก็ออกไปเลย ฉันเลยยังไม่ทันได้เห็นแฟนใหม่ของยัยนิดเลย อุ๊บ! ขะขอโทษนะฉันขอตัวก่อน”ส้มจี๊ดรีบบอกแล้วรีบหนีหายออกไปทันที
“เดี๋ยวก่อน”โตเรียกเพื่อนของแฟนเก่าแล้วเดินเข้าดึงมือของส้มจี๊ดเอาไว้อย่างแรงทำให้ส้มจี๊ดที่แบกกระเป๋าหนักอยู่ถึงสองใบถึงกับเซถอยหลังกับมาที่อกของโตอย่างแรงและด้วยความใของส้มจี๊ดที่กลัวโตเป็ทุนเดิมอยู่เธอจึงได้ออกแรงผลักเขาออกสุดแรงทำให้เธอหงายหลังตกจากฟุตบาทจนหัวกระแทกที่ฟุตบาทอย่างแรง