เกือบเจ็ดโมงเช้า ตลาดเริ่มคึกคักไปด้วยบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และคนมาซื้อของ ร้านของอนงค์เริ่มมีลูกค้ามานั่งทานและซื้อใส่ถุงกลับมากขึ้น ถ้าเป็วันธรรมดาส่วนใหญ่จะเป็พนักงานที่ทำงานในอำเภอและหน่วยงานราชการประจำอำเภอ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามตลาด ติดกับโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอที่อนงค์กานต์จะเข้าเรียนชั้น ม.1 ในปีหน้านั่นเอง
ถ้าเป็่เปิดเทอม ร้านก๋วยเตี๋ยวของอนงค์ใน่เช้าจะยุ่งมากกว่านี้เพราะมีนักเรียนมานั่งทานก่อนเข้าเรียนด้วย ก๋วยเตี๋ยวและขนมจีนฝีมืออนงค์นั้นขายค่อนข้างดี เพราะอร่อยและไม่หวงเครื่อง ถ้วยละ 5 บาท แต่ให้เยอะ จึงมีลูกค้าประจำมาก แต่ถ้าพูดถึงกำไรต่อถ้วยก็ได้ไม่เยอะ ถ้วยหนึ่งกำไรแค่ประมาณ 2 บาทเท่านั้น ซึ่งอนงค์กานต์คิดว่ายังไม่ค่อยคุ้มค่าเหนื่อยเท่าไหร่ เพราะคิดแค่ต้นทุนค่าของ แต่ไม่ได้คิดต้นทุนค่าแรง ยิ่งเห็นแม่เหนื่อยกับการเตรียมของมาก ๆ เธอก็ยิ่งรู้สึกถึงความไม่คุ้มทุนมากขึ้น
แต่ตอนนี้เห็นแม่ยังมีความสุขในการขาย เธอก็ไม่ได้ทักท้วง ในอนาคตถ้าเป็ไปได้ อนงค์กานต์ก็อยากให้แม่ขายของที่เหนื่อยน้อยลงและมีกำไรมากขึ้น
แต่ตอนนี้ก็ได้แต่คิด ยังไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอผลตรวจของแม่ออกมาเรียบร้อยก่อน อนาคตจะเป็อย่างไรค่อยว่ากันอีกทีในตอนนั้น
หลังแปดโมงเช้า คนที่เข้ามาทานในร้านก็เริ่มซาเพราะเป็่เวลาทำงาน ที่มีเข้ามาบ้างประปรายก็จะเป็บรรดาแม่บ้านและคนเปิดร้านขายของละแวกนี้ หลังจากช่วยกันเก็บโต๊ะและล้างถ้วยเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งพักทานมื้อเช้า และเตรียมของเพื่อขายใน่เที่ยงต่อไป
"เหนื่อยมากเลยสินิด ผมยุ่งหน้าแดงหมดเลย" แม่เข้ามาถามพลางยกมือขึ้นลูบผมของอนงค์กานต์พร้อมใช้นิ้วสางผมให้เรียบ "แม่บอกแล้วให้รออยู่บ้าน" อนงค์มองลูกสาวด้วยความสงสาร
"ไม่เป็ไรจ้ะแม่ เหนื่อยแต่สนุก นิดชอบขายของ พรุ่งนี้นิดจะมาอีก" อนงค์กานต์พูดยิ้ม ๆ และจับมือของอนงค์เพื่อช่วยบีบนวดแก้เมื่อยให้ เธอะเืใจนัก มือของแม่หยาบและแตกระแหง มีแผลหลายจุด เนื่องจากทำงานหนักและััน้ำและความร้อนตลอดเวลา ฤดูร้อนยังเป็ขนาดนี้ เมื่อเข้าฤดูหนาวจะยิ่งแย่มากกว่าเดิมหลายเท่า "มือแม่มีแผลเต็มเลย เจ็บมากมั้ยจ๊ะ งานเปียก ๆ แม่อย่าเพิ่งทำเลยนะ เดี๋ยวนิดกับพ่อทำพวกนี้เอง แม่ต้องพักมือก่อนนะ่นี้"
กานต์และอนงค์มองลูกสาวอย่างปลื้มใจ ไม่รู้พวกเขารู้สึกไปเองรึเปล่าว่า 2-3 วันนี้ลูกสาวเปลี่ยนไปมาก ดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้น เมื่อก่อนเธอมีนิสัยขี้หงุดหงิดเอาแต่ใจพอควรตามประสาลูกคนเดียว เมื่อไหร่ก็ตามถ้าไม่ได้สิ่งที่้า จะชอบนิ่งเงียบ ทำตาขุ่น ทำให้สามีภรรยารู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ่อยครั้ง และเป็คนชอบเก็บตัว ไม่ค่อยยิ้มแย้ม พูดคุยหรือสนใจใคร เลยไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก
แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไป อาสาช่วยทำงานบ้านโดยไม่บ่น และที่สำคัญที่ทั้งสองชอบมากคือลูกสาวยิ้มแย้มพูดคุยกับคนอื่นมากขึ้น การที่อนงค์กานต์เป็คนเก็บตัวทำให้ทั้งสองกังวลมาตลอด กลัวว่าโตขึ้นเธอจะเข้ากับสังคมภายนอกได้อย่างลำบาก แต่เมื่อเห็นอนงค์กานต์ในวันนี้ที่พูดจาตอบโต้ พูดคุยกับลูกค้าอย่างยิ้มแย้ม ทำให้ความกังวลของทั้งคู่หมดไปอย่างแท้จริง
"่นี้ลูกค้าน้อยแล้ว นิดไปเดินเที่ยวได้นะ เอาเงินไปด้วย เผื่อเจออะไรถูกใจ" อนงค์เอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมยื่นเงินยี่สิบบาทให้ลูกสาว อนงค์กานต์ก็ไม่ทักท้วง ยกมือไหว้ขอบคุณก่อนรับเงินพลางเดินออกไปด้วยท่าทางร่าเริง
อนงค์กานต์เดินสำรวจร้านค้าภายในตลาดไปทีละแถว ทั้งโซนของสด ของแห้ง ของชำ ขนม และของทานเล่นอื่น ดูเหมือนจะไม่มีอะไรดึงดูดใจเธอนัก จึงตัดสินใจไปหาซื้อของทานเล่นเพื่อกลับไปนั่งทานที่ร้าน เธอเดินวนหาพวกของทอดประเภทไส้กรอกทอด ลูกชิ้นทอด แต่กลับไม่มีใครทำขายเลยสักร้าน เจอแต่ร้านปาท่องโก๋ เดินวนอยู่สองรอบก็ยอมแพ้ จึงได้หันมาซื้อลูกชิ้นปิ้งแทน พร้อมกับก็ได้ขนมหวานและน้ำหวานกลับไปแบ่งพ่อกับแม่ทานที่ร้าน
ขณะนั่งทานกันอยู่ เธอก็สังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในตลาด มีทั้งชายและหญิงวัยรุ่น วัยทำงาน ประมาณสิบกว่าคน แต่งกายทะมัดทะแมง สวมเสื้อเชิ้ต เสื้อยืดแขนยาว กางเกงเนื้อหนา และรองเท้าผ้าใบเหมือนกันทุกคน หน้าตาผิวพรรณไม่ใช่คนในพื้นที่ พูดคุยกันด้วยภาษากลาง ทั้งหมดมองสำรวจร้านค้าอยู่ชั่วครู่ ก็เดินแยกย้ายกันเข้าไปร้านอาหารปรุงสำเร็จ ที่นิยมกันมากที่สุดคือประเภทหมูปิ้ง เนื้อปิ้ง ปลาปิ้ง และลูกชิ้นปิ้ง บรรดาพ่อค้าแม่ค้ายืนปิ้งกันมือเป็ระวิงทีเดียว
"คนพวกนี้เป็ใครจ๊ะแม่" เธอถามด้วยความสงสัย
"คนที่มาเที่ยวเดินป่า ส่วนมากเป็คนต่างจังหวัด"
เมื่อได้ยินคำตอบจากแม่ เธอเลยนึกออกว่าอำเภอนี้มีูเาชื่อดอย์ตั้งอยู่ ดอย์มีพื้นที่ราบบริเวณเชิงเขาที่กว้างใหญ่ และที่มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น เขียวขจีไปทั้งผืน มีต้นไม้แปลก ๆ ดอกไม้หลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังมีนกพันธุ์หายากอาศัยอยู่เยอะด้วยเช่นกัน จึงเป็ที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่าเป็อย่างมาก
เมื่อความนิยมเพิ่มขึ้นทุกวัน ทางอำเภอเลยตั้งหน่วยงานที่ดูแลการท่องเที่ยวด้านนี้โดยเฉพาะ ให้มีเ้าหน้าที่นำเที่ยวในแต่ละวันเพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และเพื่อเป็การป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวทำลายวิถีธรรมชาติบนดอย์ด้วย
ในแต่ละวันก็จะมีกลุ่มผู้ที่สนใจจองเข้ามาเป็จำนวนมาก ทางอำเภอจะจัดวันละรอบ รอบละไม่เกินสิบห้าคน ออกเดินทาง่สาย ๆ กลับออกอีกทีก็่บ่าย ดังนั้นเ้าหน้าที่จึงพากลุ่มนักท่องเที่ยวมาหาซื้อของกินที่ตลาดก่อนเสมอ เพื่อเอาไว้เป็มื้อเที่ยง
นักท่องเที่ยวส่วนมากจะนิยมซื้อของแห้ง และของที่ทานง่าย ๆ อย่างประเภทปิ้งและข้าวเหนียว เพราะพกง่ายไม่เลอะ ส่วนประเภทก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวหน้าต่าง ๆ จะไม่ได้รับความนิยมเพราะเสียง่ายและไม่สะดวกในการทาน
อนงค์กานต์รู้สึกเสียดายโอกาสตรงนี้มาก ถึงแม้จะมีวันละสิบกว่าคน แต่ว่าพวกเขาก็ซื้อกันคนละไม่น้อย เท่าที่ดูไม่เห็นมีใครซื้อต่ำกว่าห้าสิบบาท สิบกว่าคนก็หลายร้อยแล้ว อีกอย่างเธอก็จำได้อีกเช่นกันว่า่ฤดูหนาวที่จะถึงนี้ ดอย์จะมีชื่อเสียงระดับประเทศในเื่การมีทะเลหมอกที่สวยงาม เมื่อเดินจากบริเวณที่จัดกิจกรรมเดินป่าขึ้นเนินเขาไปอีก 500 เมตร จะมีหน้าผาหนึ่งของดอย์ ชื่อ ผาจิ้ง เป็ผาที่มีแนวทางเดินยาวกว่าหนึ่งกิโลเมตร และแนวทางเดินนี้ค่อนข้างกว้าง มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งพักชมวิว
่ฤดูร้อนและฝน จะมีวิวทิวเขา หุบเขา และวิวต้นไม้เขียว ๆ สบายตา แต่ถ้าเป็ฤดูหนาวหรือเป็่หลังฝนตกใหม่ ๆ ที่ตรงนี้จะเกิดทะเลหมอกที่สวยงามมาก เหมือนอยู่ใน์เลยทีเดียว เมื่อนักท่องเที่ยวมาเจอก็ได้พูดกันปากต่อปาก จนเริ่มมีชื่อเสียง และโด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศในที่สุด ซึ่งความโด่งดังนี้จะเกิดขึ้นประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ.2529 นี้ อนงค์กานต์นับนิ้วดูก็อีกประมาณเจ็ดเดือนข้างหน้า
เมื่อถึงเวลานั้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวสิบกว่าคนต่อวัน จะกลายเป็หลักร้อยคนต่อวัน และตลาดแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายั้แ่ตีสี่จนถึง่สายของวันเลยทีเดียว
เมื่อชาติก่อนอนงค์กานต์ยังจำที่แม่เล่าให้ฟังได้เลยว่า บรรดาแม่ค้าขายของประเภทปิ้งย่างต่างพากันร่ำรวยขึ้นอย่างทันตา แม่ยังบ่นเสียดายที่ตัวเองขายก๋วยเตี๋ยวและขนมจีน ทำให้ยอดขายได้ไม่เยอะอย่างเ้าอื่น จะให้ปรับไปขายเหมือนพวกเขาก็รู้สึกผิดในใจ เนื่องจากบรรดาคนค้าขายก็อยู่ด้วยกันมานานจนสนิทพูดคุยกันเหมือนเพื่อน มันจึงเป็การยากที่จะเปลี่ยนมาขายสินค้าแบบเดียวกับพวกเขาเพื่อแย่งส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละวัน ดังนั้นแม่ก็ได้เพียงแค่นั่งมองเท่านั้น
ตอนนี้ เมื่อ์เปิดโอกาสให้เธอ อนงค์กานต์ก็อยากใช้โอกาสนี้ในการหาเงินเพิ่มสำหรับครอบครัวของเธอ และโอกาสที่ง่ายที่สุดตอนนี้คือขายอาหารอะไรสักอย่างเพื่อสนองนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่่ปลายปี ตอนนี้เธอยังคิดไม่ออกว่าจะขายอะไร แต่คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก ค่อย ๆ คิดหาลู่ทางไป ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน