“ไม่ ไม่ข้าไม่ไปท่านแม่ข้าไม่อยากไปท่านแม่ช่วยข้าด้วย”เสียงของเด็กหญิงร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจจากมารดาของตนที่ยืนกำเงินมองมาที่นางด้วยแววตาโศกเศร้า
“หลินเออร์เ้าไปเสียเถอะหากเ้าอยู่ที่นี่เ้าจะอดตายเอาได้หาก์มีจริงวันข้างหน้าเราค่อยกลับมาพบกันใหม่นะลูก”นางซาหรือซาเหยาเหยามารดาของเด็กหญิงเอ่ยกับบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงเศร้าแล้วจำใจเดินหันหลังให้กับลูกสาวของตนด้วยความจำใจ
“ฮึก ฮือๆท่านแม่ อย่าทิ้งข้าไปเอาข้ากลับไปด้วย”เย่ฉีหลินที่เห็นว่าแม่ของตนได้ทิ้งไปแล้วนางจึงได้พยายามร้องเรียกมารดาของตนด้วยน้ำเสียงอันดังแต่ก็ไร้ประโยชน์เพราะมารดาของนางนั้นได้เดินหายไปจากสายตาของนางแล้วนั้นเอง
“เด็กน้อยเ้าหยุดร้องไห้ได้แล้วพวกข้าจะพาเ้าไปเป็สาวใช้บ้านของพวกขุนนาง บ้านของเศรษฐีที่นั้นเ้าจะไม่ต้องอดอยากอีกต่อไปเ้าจะมีชุดใหม่สวมใส่จะมีข้าวกินทุกวันเ้าไม่ดีใจหรอกหรือ”นายหน้าเอ่ยกับเด็กหญิงที่ร้องไห้จนตาแดง
“แต่ข้าไม่อยากไปนิเ้าคะ”เย่ฉีหลินเอ่ยพร้อมกับร้องไห้ด้วยน้ำเสียงอันดัง
“แต่แม่เ้าขายเ้าให้กับข้าแล้วนะหากเ้าไม่ยอมไปกับข้าพ่อกับแม่ของเ้าต้องจ่ายเงินให้ข้าเพิ่มเป็สองเท่าเ้าคิดว่าพ่อกับแม่ของเ้าจะมีปัญญาจ่ายเงินคืนข้าหรือเด็กน้อย”นายหน้าเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เด็กน้อยด้วยแววตาเ้าเล่ห์
“ฮึกๆ ฮือๆไม่มีเ้าค่ะ”เด็กน้อยที่หยุดคิดชั่วครู่ส่ายหัวตอบหญิงวัยกลางคนตรงหน้าของตนด้วยแววตาเศร้าที่รู้ว่าตอนนี้นางไม่มีสิทธิ์ที่จะกลับไปที่บ้านของนางอีกแล้ว
“เช่นนั้นเ้าก็ควรจะหยุดร้องแล้วทำตัวน่ารักเข้าไว้ละเพราะหากเด็กสาวที่เหลือจากการขายให้กับบ้านของขุนนางและบ้านของเหล่าเศรษฐีแล้วพวกเ้าก็อาจจะถูกขายให้กับหอนางโลมได้”หญิงวัยกลางคนเอ่ยข่มขู่เย่ฉีหลินด้วยน้ำเสียงเรียบแล้วจึงลุกขึ้นเดินจากไปทันทีเมื่อมีคนนำเด็กหญิงมาขายอีกคน
“เอ้าเข้าไปได้แล้ว”ชายร่างสูงที่เห็นว่านายของตนได้จากไปแล้วเขาจึงได้เดินเข้ามาดึงตัวของนางไปที่เกวียนที่เทียมด้วยวัวทันที
“หยุดร้องไห้ได้แล้วถึงร้องไห้ไปพ่อแม่ของเ้าก็ไม่มีทางกลับมารับเ้าหรอก”เด็กชายคนหนึ่งที่อยู่บนเกวียนเอ่ยกับฉีหยินด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ
“อึกอึก”เย่ฉีหลินที่พยายามกลั่นอาการสะอื้นของตนด้วยแววตาหวาดกลัวเมื่อเห็นว่าเด็กชายคนนั้นเอาแต่มองมาที่นางด้วยแววตาถมึงทึ้ง
กาลเวลาผ่านไปสามเดือนเย่ฉีหลินที่ต้องติดตามไปกับขบวนค้าทาสไปในหมู่บ้านต่างๆของแคว้นเจินทำให้นางได้เห็นว่าผู้คนในแคว้นเจินนั้นลำบากและอดอยากจนต้องนำลูกของตนมาขายกันอย่างมากมายมีทั้งเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงและสุขภาพอ่อนแอโดยเด็กที่มีสุขภาพอ่อนแอจะถูกนำตัวไปไว้ที่เกวียนอีกเล่มหนึ่ง
“ฉีหลินหากเ้ามัวแต่คอยแบ่งปันอาหารของเ้าให้กับเ้าเด็กตะกะพวกนั้นอีกไม่นานเ้าจะต้องป่วยเป็แน่แล้วพอถึงตอนนั้นเ้าจะถูกขายให้กับแม่เล้าที่หอนางโลมเป็แน่”เฉียวซานที่เป็เด็กชายร่างใหญ่เอ่ยกับฉีหลินด้วยน้ำเสียงจิกกัด
เพี๊ยะ
“นี่แนะ พี่ซานเหตุใดจึงปากเสียเช่นนี้คนเช่นข้าต้องถูกซื้อโดยบ้านของขุนนางและเศรษฐีเท่านั้นหากไม่เป็คนในสองกลุ่มนี้ข้าจะกลั้นใจตายให้ดู”ฉีหลินที่เริ่มตั้งความหวังใหม่กับชีวิตของตนหลังจากถูกซื้อตัวไปเป็สาวใช้เอ่ยกับเหลียวซานด้วยน้ำเสียงอันดัง
“เช่นนั้นข้าก็เอาใจช่วยนะ ขอให้เ้าได้เป็สาวใช้สมใจของเ้าก็แล้วกัน”เหลียวซานเอ่ยพร้อมกับหักก้อนข้าวในมือของตนมาให้กับฉีหลินคนละครึ่ง
“ขอบคุณพี่ซานเ้าค่ะ”ฉีหลินรับก้อนข้าวมากินพร้อมกับมองไปที่ซานเซินด้วยแววตาเป็ประกายเพราะนางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเด็กชายที่เคยทำให้นางกลัวในวันแรกจะเป็คนที่คอยดูแลนางจนถึงทุกวันนี้
“ขอบคุณก็กินให้มากๆเล่าเพราะหากเ้ากลายเป็เด็กผอมขึ้นมาคนจากบ้านของขุนนางและบ้านของเศรษฐีต้องไม่เลือกเ้าเป็แน่”เหลียวซานเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ฉีหลินด้วยรอยยิ้มขบขัน