ก๊อกๆ..............
เสียงเคาะประตูทำให้ฟ้าใสตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย "ค่า กำลังลุกไปเปิดประตูให้ค่า"
ฟ้าเปิดประตูให้แม่ แม่ไม่พูดอะไรและเดินเข้ามาในห้องทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงฟ้าพร้อมเอามือลูบหัวเ้าเหมียวที่นอนอยู่ด้วยความเอ็นดูสักพัก
"แม่ มาปลุกฟ้าแต่เช้าแบบนี้ มีธุระอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ"
_________________
"ฟ้า แม่คงไม่สามารถส่งฟ้าเรียนมหาลัยได้แล้วนะลูก.............." แม่หยุดเงียบไปสักพักก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"บ้านเรากำลังจะโดนยึด เพราะพ่อเราไม่ได้ผ่อนกับทางธนาคารมานานมากแล้วและแม่ก็ไม่มีปัญญาที่จะทำเื่ผ่อนบ้านหลังนี้ต่อ เราคงต้องทิ้งมันและไปเช่าห้องที่ถูกกว่านี้อยู่ แม่ไม่อยากบอกฟ้าแบบนี้เลยแต่แม่คงต้องให้ฟ้าหางานทำและมาช่วยเื่ค่าใช้จ่ายสักเล็กน้อย"
"แม่ขอโทษนะ" แม่เริ่มร้องไห้ เธอสงสารลูกจับใจเพราะเธอเห็นและรู้ดีว่าลูกสาวเธอพยายามมากแค่ไหนเพื่อสอบเข้ามหาลัย เธอเหมือนดับฝันลูกสาวผู้เป็ที่รัก
"ไม่เป็ไรค่ะ แม่ไม่ต้องขอโทษหรอก ไม่ใช่ความผิดของแม่เลยนะ แม่ก็ทำในสิ่งที่แม่ทำได้ดีที่สุดแล้ว ฟ้าเข้าใจเราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะแม่ ไม่ได้เรียนตอนนี้ก็ไม่เห็นเป็ไรเลย ในอนาคตเมื่อพร้อมกว่านี้ฟ้าไปเริ่มเรียนก็ยังทันเนอะ" ฟ้าพูดและเดินเข้าไปกอดแม่ ในใจเธอรู้สึกเสียใจและเสียดายกับสิ่งที่แม่บอกแต่เธอเข้าใจว่าแม่ก็ไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้สักหน่อย
"โอเค เราเริ่มทะยอยเก็บของกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฟ้าช่วยดูห้องเช่าราคาถูกในอินเตอร์เน็ตให้ด้วย"
แม่ลูบหัวลูกสาวและยิ้มให้อย่างอ่อนโยนปนคราบน้ำตา เธอไม่คิดว่าลูกสาวของเธอจะเข้มแข็งได้ถึงเพียงนี้
"ก่อนจะเก็บของ ไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงมากินข้าวเช้าก่อนดีไหมเ้าเด็กบ๊องเอ๊ย มีไข่พะโล้ของโปรดด้วยนะ ช้าหมดอดนะจ๊ะ"
ฟ้าใสหูผึ่ง "พะโล้หรอ ม่ายยยยยยย เดี๋ยวหนูรีบไปล้างหน้าแล้วลงไปกินเดี๋ยวนี้ แม่ห้ามกินหมดนะ! ของโปรดหนูเลย"
.
.
.
.
.
.
____________________________________________________________________
มันช่วยไม่ได้ ชีวิตคนเราก็แบบนี้ไม่มีอะไรราบรื่นไปซะทุกอย่าง โชคชะตามักจะส่งอุปสรรคมาทดสอบเราเสมอ หากผ่านไปได้เราก็จะเป็คนที่แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น เพราะฉะนั้นอดทนกับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาให้ได้นะ ไม่ใช่แค่ฟ้าใส แต่ตัวผู้อ่านเองก็เช่นกัน เป็กำลังใจให้นะคะ : )