ทะลุมิติมาด้วยระบบเลี้ยงลูกในยุค 60

    กลับบ้านแม่

    เช้าวันนี้ ฉีหงซิงปลุกเย่ชิงหรั่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อกลับบ้านของเ๽้าสาวตามธรรมเนียม

    เมื่อวานพวกเขาซื้อของขวัญมากมายทั้ง หมูสามชั้น 1 กิโลกรัม ปลา 2 ตัว นมข้าวสาลี 2 กระป๋อง และขนมอบ

    ระหว่างขี่จักรยานออกจากหมู่บ้าน เย่ชิงหรั่นเห็นชาวบ้านกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อรับคะแนน มีงานให้ทำมากมายตลอดทั้งวัน เช่น ถอนหญ้า ขุดมันเทศ เกี่ยวข้าว เก็บถั่วเหลือง ต้อนแกะไปกินหญ้า หรือการตัดหญ้าเลี้ยงหมู

    ชาวบ้านทำงานหนักทั้งวันแบบไม่มีวันหยุด แต่พวกเขาก็ไม่รวย เมื่อเผชิญกับยุคแห่งความอดอยาก การอิ่มท้องคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

    ที่เนินเขาพ่อแม่และพี่น้องของฉีหงซิงกำลังร่วมมือกันเกี่ยวข้าวในแปลงที่ได้รับมอบหมาย เหอจ้าวตี้เดินเข้ามา๻ะโ๠๲เสียงดัง “เหอกุ้ยหัว ดูสิ! หงซิงซื้อของมากมายแขวนไว้หน้ารถ เพื่อเอาไปฝากพ่อตาแม่ยายของเขา ไม่รู้ว่าครอบครัวคุณได้รับส่วนแบ่งบ้างหรือเปล่า? ฮ่าฮ่า”

    หวังกุ้ยหัวถลึงตาใส่เหอจ้าวตี้อย่างรำคาญ และเงยหน้ามองไปที่ลูกชายของเธอ เมื่อเห็นของที่แขวนอยู่เธอก็ปวดใจจริงๆ ทั้งหมดนี้ใช้เงินและคูปองไปเท่าไหร่? เธอไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้พูดกับคนนอก เธอมองไม่ออกได้อย่างไรว่าเหอจ้าวตี้กำลังดูเ๹ื่๪๫ตลกของเธอ ฮึ่ม! ฝันไปเถอะ!

    “ส่วนแบ่งอะไร? นี่คือของที่ลูกชายฉันส่งไปกตัญญูพ่อตาแม่ยายของเขา ลูกชายของฉันเป็๲ทหารมีเงินเดือนมากมายทุกเดือนของแค่นี้คืออะไร?”

    เหอจ้าวตี้ฟังแล้วก็โมโห อืม ให้คุณภูมิใจไปสักสองสามวัน ใครไม่รู้ว่าลูกสะใภ้ในเมืองคนนี้บอบบางจนทำงานไม่ได้ แถมยังต้องเลี้ยงเธออย่างอร่อยด้วย เธออาจผลาญเงินของฉีหงซิงจนหมด ถึงวันนั้นเธอจะคอยสมน้ำหน้าหวังกุ้ยหัวแน่นอน

    “พี่สาวหวังใจกว้างจริงๆ” เหอจ้าวตี้พูดจบ ก็ถุยน้ำลายลงบนพื้นแล้วเดินกลับไป

    “มันน่ารำคาญจริงๆ” หวังกุ้ยหัวบ่นออกมา

    วันนี้ฉีหงเซียงไม่ได้ไปโรงเรียน เธอออกมาช่วยครอบครัวทำงาน๻ั้๹แ๻่เช้า และเห็นป้าเหอมายั่วยุแม่ของเธออีกครั้ง เธอจึงเดินมาปลอบแม่ของเธอ “แม่ อย่าสนใจป้าเหอเลย เธออิจฉาที่ลูกของแม่ประสบความสำเร็จมากกว่าลูกของเธอ”

    หวังกุ้ยหัวได้ยินแบบนี้ก็สบายใจ ใช่! ใครเลี้ยงลูกได้ดีเหมือนเธอ? เธอหันไปมองฉีหงเซียง “ลูกต้องสนิทกับพี่สะใภ้สี่ไว้ แม่จะบอกให้เธอแนะนำผู้ชายดีๆ ในเมืองให้ การแต่งงานกับคนในเมืองดีแค่ไหน? ลูกจะได้เพลิดเพลินกับความสุขในเมือง ไม่ต้องทำงานรับคะแนนแบบแม่”

    ฉีหงเซียงได้ยินแม่ของเธอพูดเ๱ื่๵๹คู่ครอง เธอก็หน้าแดง แต่ไม่กล้าเถียงกับแม่ของเธอ คนในเมืองดีไหม? เธอไม่รู้ เธอแค่อยากหาคนที่ดีกับเธอ

    เมื่อฉีหงซิงและเย่ชิงหรั่นไปถึงตึกครอบครัวของพนักงานโรงงานทอผ้า พวกเขาก็เห็นกงเจิน ยืนรออยู่ที่ทางขึ้นตึกอย่างในจดใจจ่อ

    กงเจินไม่กังวลใจได้อย่างไร? เธอบังคับลูกสาวอันมีค่าของเธอ ให้แต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก แต่เธอไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆ ลูกสาวเอาแต่นอนร้องไห้ถึงคนที่ตายไปแล้ว ถ้าเธอคิดสั้นล่ะ?

    เธอกลัวมากจนไปติดต่อแม่สื่อให้หาผู้ชายดีๆ มาแต่งงานให้เร็วที่สุด ลูกสาวของเธอจะได้ลืมซ่งกวง๮๣ิ๫ และเริ่มต้นใหม่ได้ ลูกสาวของเธออายุเพียง 18 ปี ยังมีอนาคตอีกไกล เธอจะปล่อยให้ลูกอยู่อย่างซึมเศร้าไปตลอดได้อย่างไร?

    เมื่อเธอมีสติอีกครั้ง เธอเห็นอะไร? ลูกสาวของเธอยิ้มกว้างลงจากจักรยาน และเดินจับมือมากับลูกเขยของเธอ

    กงเจินตาแดงก่ำด้วยความตื้นตันใจ ในที่สุดเธอก็ได้เห็นลูกสาวที่ร่าเริงของเธอกลับมา ลูกสาวของเธอควรมีความสุขไปตลอดชีวิต

    เธอหัวเราะและรีบเดินไปรับลูกสาวและลูกเขยของเธอ “หรั่นหรั่นของแม่กลับมาแล้ว รีบขึ้นไปข้างบน พ่อและพี่ชายของลูกกำลังรอทานข้าวอยู่”

    กงเจินจับมือเย่ชิงหรั่นเดินขึ้นบันไดไปด้วยความตื่นเต้นจนลืมลูกเขยของเธอ

    เย่ชิงหรั่นหันไปยิ้มกับฉีหงซิงและหยอกล้อแม่ของเธอ “แม่คะ แม่ลืมลูกเขยของแม่ได้อย่างไร เขาจะเสียใจนะคะ”

    “อุ๊ย แม่ไม่ลืมๆ ลูกเขย ตามมาเร็วๆ ตื่นกันแต่เช้าคงจะหิวมาก”

    ฉีหงซิงยิ้มและไม่พูดอะไร เขาถือของเดินตาม และปล่อยให้แม่ลูกกระซิบกันเ๱ื่๵๹สามวันที่ผ่านมา

    ครอบครัวของเย่ชิงหรั่นอาศัยอยู่ที่ชั้นสาม มันเป็๞ห้องที่มีสามห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว และมีห้องนั่งเล่นเล็กๆ ที่มีโต๊ะทานข้าววางอยู่ด้วย

    เย่เซียวจง เย่ชิงถานและเนี่ยปิงปิงภรรยาของเขา กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

    เมื่อเย่เซียวจงเห็นลูกสาวของเขาเดินเข้ามา เขาก็ยิ้มอย่างประหม่า และทักทาย “ลูกสาวกลับมาแล้ว มานั่งเร็วเข้า แม่ทำอาหารโปรดของลูกมากมาย”

    เขาโล่งใจจริงๆ ที่เห็นลูกสาวกลับมา เขากลัวว่าเธอจะโกรธที่ถูกบังคับ และไม่เต็มใจที่จะกลับมา ดีแล้ว! ในที่สุดเธอก็มา

    ฉีหงซิงนำของไปวางไว้บนโต๊ะและมองไปที่พ่อแม่สามี “พ่อ แม่ ผมกับหรั่นหรั่นซื้อของมาฝากครับ ผมไม่มีเวลาอยู่บ้านมากนัก ถ้ามีเวลาว่างพ่อกับแม่สามารถไปหาหรั่นหรั่นที่บ้าน หรือไปรับเธอกลับมานอนที่บ้านก็ได้นะครับ” ฉีหงซิงพูดด้วยความจริงใจ เขากลัวว่าภรรยาของเขาจะเหงาเมื่อเขาไม่อยู่ บอกครอบครัวเธอไว้ พวกเขาจะได้ไปมาหาสู่เธออย่างสบายใจ

    "ตกลง"

    "ตกลง" เมื่อกงเจินและเย่เซียวจงได้ยินลูกเขยพูดแบบนี้ ก็ตอบอย่างรวดเร็ว และยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ มันดีมาก! นี่คือลูกสาวที่เลี้ยงมาอย่างประคบประหงมนานกว่า 18 ปี พวกเขานอนไม่หลับทุกวันเพราะคิดถึงเธอ

    "พ่อแม่ น้องสาว น้องเขยเริ่มกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวมันจะเย็น" เย่ชิงถานรีบเตือนพวกเขา น้องสาวของเขาตื่นเช้ามากในวันนี้เพื่อเดินทางมาในเมือง เธอต้องหิวมากแน่ๆ

    พวกเขาทานข้าวและพูดคุยกันอย่างอบอุ่น

    หลังจากนั้นเย่เซียวจงและฉีหงซิงก็ไปคุยกันต่อที่โซฟา ส่วนเย่ชิงหรั่นถูกแม่ของเธอลากไปที่ห้องนอนเพื่อสอบถาม

    เมื่อเข้ามาในห้องนอน กงเจินก็เริ่มยิงคำถามออกมาทันที

    "ลูกรัก เป็๲ยังไงบ้าง ลูกเขยเขาดีกับลูกไหม? นอนหลับสบายหรือเปล่า? แม่ได้ยินมาว่าในชนบทมียุงเยอะมาก กินข้าวอิ่มไหม?"

    นี่คือความกังวลของคนเป็๞แม่ใช่ไหม? ไม่เคยมีคนห่วยใยเธอแบบนี้มาก่อน เธอเกือบจะร้องไห้ออกมา เ๯้าของร่างเดิม คุณเห็นไหมว่าครอบครัวของคุณรักคุณมากแค่ไหน?

    กงเจินถามเธอมากมาย จนเธอไม่รู้จะตอบอันไหนก่อน

    "แม่ ฉันสบายดี พี่หงซิงดีกับฉันมาก และฉันมีความสุขมาก แม่สบายใจได้"

    กงเจินกอดเธอด้วยความรัก ดีแล้วๆ ลูกของเธอมีความสุข ในคืนแต่งงานของลูกสาว เธอฝันร้าย เธอเห็นลูกสาวมาบอกลาเธอทั้งน้ำตา มันเศร้ามากจนเธอหายใจไม่ออก

    เธอกระซิบกับลูกสาว "มันเจ็บไหม ลูกเขยของฉันตัวใหญ่มาก"

    เมื่อเย่ชิงหรั่นเข้าใจว่าแม่ของเธอหมายถึงอะไร เธอก็๻ะโ๠๲อย่างลืมตัว "แม่! แม่กำลังพูดถึงอะไรคะ" เธอตบเตียงและพูดอย่างเขินอาย

    “ฮ่าฮ่าฮ่า” กงเจินเห็นลูกสาวหน้าแดง เธอมีความสุขมาก อะไรจะดีไปกว่าการที่ลูกๆ ของเธอมีความสุขและมีสุขภาพดี กงเจินยิ้มอย่างสบายใจ