“เฮ้อ…”
แสงแดดยามเช้าสายสาดส่อง ต้นไม้สูงใหญ่หนาทึบขนาบข้างไม่ขาดสาย แต่ถึงอย่างนั้นบรรยากาศก็ไม่ได้วังเวงเท่าที่คิด เพราะนักท่องเที่ยวและคนชอบเดินเขาต่างเดินผ่านสองพ่อลูกกันไปหลายสิบคน แม้จะไม่ได้มีเป้จากด้านหลังให้หนักอึ้งเหมือนชายตรงหน้า แต่เม็ดเหงื่อและเรียวขาก็เริ่มปวดหนึบขึ้นมาบ้าง
“เหนื่อยหรอตะวัน”
“ป…เปล่าครับ”
“หน้าแดงเชียว”
“ปกติน่ะครับ ลุงเอกไม่ต้องห่วงหรอก”
“ลุงชอบมาเดินเขาที่นี่ประจำ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ถึงที่พักแรมหรอกนะ”
“ครับ”
ชายวัยกลางคนที่หอบทุกอย่างไว้ด้านหลังหันมาพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินมุ่งหน้านำลูกชายขึ้นไป้าของทางเดินสูงชัน มัดกล้ามตามน่องขาหนาแกร่งเช่นนั้นเดินกวัดแกว่งรวดเร็วโดยไม่มีอะไรให้ต้องระวัง ส่วนเรียวขาเล็กกระทัดรัดจากด้านหลัง ต้องใช้สติทุกครั้งที่ก้าวเดิน
พลัก!
“โอ๊ย”
“ตะวัน!”
“ผ…ผมไม่เป็อะไรครับ”
“ขอลุงดูหน่อย”
“อึก”
ปลายเท้าเล็กๆพลาดไถลลื่นไปกับหินจนขาแพลง เมื่อลุงเอกถอดรองเท้าออก รอยเล็กแดงๆก็ทำให้ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว โชคดีที่ร่างสูงได้เอายาแก้ปวดมาด้วย มันเลยทำให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นกินเวลาไปได้พักใหญ่ เมื่อตะวันหันหลังกลับไปก็ไม่เห็นนักท่องเที่ยวคนใดขึ้นมาอีกแล้ว
“ด..เดินต่อเถอะครับลุงเอก”
“เราเดินไหวมั้ย”
“ไหวครับ แค่นี้เอง”
“เอาอย่างนี้ ลุงกลัวข้อเท้าเราอักเสบ ขึ้นไปอีกนิดจะมีจุดพักแรมครึ่งทาง เราพักที่นั่นหนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยขึ้นไปต่อถึงยอดเขา้า โอเคมั้ย”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ”
เมื่อเห็นลูกเลี้ยงเห็นด้วย ชายกลัดมันก็ทำการเอากระเป๋าเป้มาสะพายที่ด้านหน้า ก่อนจะนั่งหันหลังให้ร่างเล็กได้ขึ้นมา้า แม้ตะวันจะสับสนและอยากปฏิเสธ แต่สีหน้าจริงจังของลุงเอกก็ทำให้คนตัวเล็กค่อยๆคลานขึ้นไปบนแผ่นหลังหนากว้าง
ทันทีที่ผิวนุ่มนิ่มัักับผิวหยาบกร้าน...
หัวใจดวงน้อยของลูกเลี้ยงก็เต้นไปตามทางและใบหน้าที่แดงก่ำมากกว่าเดิม!