“พี่ พี่ว่าอะไรนะ? พูดใหม่สิ หนูฟังไม่ถนัด” เรยา ถามพี่นาอีกครั้งและพยายามตั้งใจฟังคำตอบ
พี่นาเองก็มองซ้ายมองขวากลัวว่าจะมีใครมาได้ยิน เมื่อเห็นว่าปลอดคน เธอจึงพูดออกมาทันที
“ยา เธอก็รู้ใช่มั้ยว่าคอกเรามีกวางแค่เก้าตัว แต่นี่ เมื่อเช้า พี่เดินดูอะไรๆรอบๆว่าจะมีสิ่งใดผิดปกติบ้างมั้ย? พี่เองก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่จะทำให้เ้าทองคำมันนอนเป็กวางนิทรานั่นเลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่พี่พบว่ามันผิดปกติไป” สาวนาพูดซะยืดยาว แต่ก็ไม่ทำให้สาวยาหรือเรยานั้นเข้าใจมากขึ้น ตรงกันข้าม กลับยิ่งทำให้เธอสงสัยมากขึ้นไปอีก
“พี่ มีอะไรก็พูดมา อ้อมไปอ้อมมาอยู่นั่นแหละ เร็วๆ บอกมา” เธอเร่งพี่นาให้คายความลับออกมาเร็วๆ
“คืองี้ เวลาที่พี่เดินไปเดินมา สำรวจไปทั่วๆ พี่ก็นับจำนวนกวางในคอกได้ทั้งหมดเก้าตัว ถ้ารวมเ้าทองคำก็เป็สิบตัว ยาไม่แปลกใจหรือ?” พี่สาวยิงคำถามมา ทำเอาเธอตาโตเท่าไข่ห่าน
บ้าไปแล้ว
“พี่ ในคอกเรามีกวางแค่เก้าตัวนะ แล้วมันเพิ่มจากไหนมาอีกตัวหนึ่งล่ะพี่ เื่ใหญ่เลยนะพี่ ถ้าพี่หนูรู้เข้าเอาตายเลย เขาจะหาว่าเราไปขโมยกวางจากคอกอื้นมา งานเข้าแน่พี่” เธอเริ่มกังวลเหมือนกัน
“นั่นสิ เราจะทำยังไงกันดี? แล้วที่สำคัญนะ ไอ้ตัวที่เพิ่มมาเนี่ย มันดูไม่ค่อยเหมือนกวางเท่าไหร่ มันเหมือน…” สาวนาเว้นวรรคนิดหนึ่ง สาวยาจึงสงสัย
“มันเหมือนอะไรพี่นา?” ยา เริ่มจะปวดหัวแล้ว
“เหมือนเนื้อทรายที่มันสูญพันธุ์ไปแล้ว” เจ๊นาตอบอย่างไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ เธอเองก็ยังไม่ทันได้ดูให้แน่ใจ พอดีพี่หนู หัวหน้าเดินมาเสียก่อน จึงทำให้พี่นาต้องเดินมาต้อนรับลูกพี่ ไม่งั้น เดี๋ยวได้โดนด่าไฟแล๊บเป็แน่
“บ้าแหละพี่ ตาฝาดชัดๆ ไปเราไปดูด้วยกัน เร็วๆ” สาวยาชวนสาวนาไปนับจำนวนกวางในคอกให้แน่ใจ ตอนนี้พวกเธอลืมเ้ากวางนิทราไปชั่วขณะ
ทุกย่างก้าว สองสาวใช้ความระมัดระวังเพราะเกรงว่ากวางจะแตกตื่นและวิ่งวนไปไหนจนนับไม่ถูกต้อง
เมื่อเป็อย่างนี้สองสาวจึงหันไปทางที่ตัวที่แปลกที่สุด พวกนางไม่คุ้นเคย พวกนางค่อยๆไล่ต้อนให้มันเข้ากรงเพื่อให้ลับตาคน ทั้งนี้เพื่อที่จะดูให้แน่ใจจริงๆ ว่าเป็ตัวอะไรกันแน่?
แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็อย่างนั้น เ้ากวางหรือเ้าเนื้อทรายเ้ากรรมตัวนั้นกลับสิ่งวนไปวนมาและะโออกจากคอกไปได้อย่างง่ายดาย
สิ่งที่ไม่คาดฝันนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? วิศวกรเขาคำนวณมาอย่างดีแล้วว่าด้วยความสูงของเหล็กที่ใช้ทำกรงนี้ สูงเพียงพอที่จะกั้นมิให้กวางตัวหนึ่งตัวใดะโหนีออกไปได้ แต่แปลกเ้ากวางตัวนี้ กลับะโออกไปได้
“ปิ๊บๆ”
เสียงร้องของเ้าทองคำดังขึ้นมาขัดจังหวะของการไล่ตามเ้าเนื้อทรายตัวนั้น ทำให้พวกเธอต้องแบ่งคนออกเป็สองพวก คือคนหนึ่งต้องไปดูอาการเ้าทองคำและอีกคนวิ่งตามเ้าเนื้อทรายตัวนั้นไป อย่าให้หลุดออกไปได้
สาวนาเลิกลัก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี?
สาวยาตั้งสติได้ก่อน จึงสั่งการทันที
“พี่นา ไปดูเ้าทองคำ ส่วนหนูจะตามเ้าเนื้อทรายเ้าเล่ห์ตัวนั้นไป โอเคนะพี่?” สาวยาแบ่งหน้าที่ได้อย่างชัดเจน สาวนาเองเริ่มมีสติขึ้นมาบ้าง
“ได้ พี่จะรีบเข้าไปดูเ้าทองคำก่อน ส่วนน้อง ระวังด้วยนะ ไปเร็วๆ” สาวรุ่นพี่สั่งการต่อ
สาวเรยาวิ่งตามเ้ากวาง เอ้ย…ไม่ใช่ เป็เ้าเนื้อทราย สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอย่างไม่ลดละ ไม่ทันถึงสามแยกมันก็หายไปราวกับผีกวางมาหลอกหลอนยังไงยังงั้น เธอว่าเธอเองก็พยายามจ้องมองอย่างดี ผ่านแยกแรกและแยกที่สอง มันยังอยู่ในสายตาเธออยู่เลย หลายคนพากันยืนงงว่าเธอวิ่งตามอะไรมา
สุดท้าย สาวยาต้องหยุดวิ่งและเริ่มเดินตามหาร่องรอยของมัน
“มันวิ่งมาทางนี้นี่นา เห็นชัดๆ ว่าวิ่งเข้าในหลังพุ่มไม้นี่ มันจะหายไปได้อย่างไร?” สาวเริ่มสับสน พูดพึมพำกับตัวเอง
เธอเดินวนไปวนมาตรงที่เดิมสองสามรอบจนเหนื่อยและมานั่งลงที่ม้าหินอ่อนที่ตั้งอยู่แถวๆนั้น
เธอเริ่มจับต้นชนปลาย
“มันวิ่งจากคอกของเรา ผ่านแยกแรกและแยกที่สองมา เราก็เห็นอยู่นี่นา มันวิ่งเข้ามาตรงนี้ชัดๆ ชั้นเห็นเต็มสองตา แล้วมันจะหายไปได้ไงหว่า?”
ในขณะที่เธอกำลังงุนงงกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของเ้าเนื้อทรายประหลาดนั่น
“เป็ยังไงบ้างน้องพี่? สบายดีใช่ไหม พี่มาเยี่ยมน้องข้า มา หันมาให้พี่ดูให้ชื่นใจหน่อยสิ เป็สาวแล้วจะสวยแค่ไหน?” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านข้างพุ่มไม้ด้านขวามือของเธอ
เสียงนี้คุ้นๆ เธอพยายามนึกว่าเป็เสียงของผู้ใดกัน? นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
“ใครนะ? พี่เอกใช่มั้ย? อย่ามาแกล้งน้องแบบนี้นะ ยิ่งกลุ้มๆอยู่ด้วย” เธอพูดะโเสียงดังเพื่อให้คนที่แอบซุ่มอยู่ได้ยิน
“ออกมาเลยพี่ ทำลับๆล่อๆอยู่ได้ ออกมาเร็วๆ ถ้าไม่ออกมาจะเอาหินเขวี่ยงแล้วนะ จะออกหรือไม่ออก” เธอเริ่มโกรธชายที่ชื่อว่า “เอก” ซึ่งเป็ผู้ชายคนหนึ่งที่เป็พนักงานประจำคอกเก้งที่อยู่ข้างๆคอกกวางของเธอนั่นเอง ซึ่งอีตาพี่เอกคนนี้ มักชอบแกล้งเธอแบบนี้ประจำ
“ยังโเี้เหมือนเดิมนะ ไม่ได้เจอกันเกือบสิบปี ก็ยังเหมือนเดิม น้องสาวข้า” วันนี้พี่เอกของสาวยาพูดแปลกๆ
แต่เอาจริงๆ เสียงนี้มันก็ไม่เหมือนพี่เอกซะทีเดียว แต่เสียงมันคุ้นจริงๆ หรือจะเป็เพื่อนสมัยเรียน ม.ต้น ก็ไม่น่ามีนะ น่าจะลืมๆกันไปแล้ว
“ออกมานะ นายเป็ใคร? นายไม่ใช่พี่เอกใช่ไหม?” สาวเริ่มขบวนการคาดคั้นบุคคลลึกลับทันที แต่เหมือนจะไม่เป็ผล นายคนนั้นยังคงนิ่ง ไม่เคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวแต่อย่างใด นางจึงเริ่มมีน้ำโหเสียแล้ว
“จะออกมาหรือไม่ออกมา ชั้นจะนับหนึ่งถึงสามนะ ถ้าไม่ออกมา นายเจอดีแน่” สาวเ้าเล่นไม้เด็ด บังคับเวลาให้หนุ่มนิรนาม แต่มันก็ยังคงนิ่งเช่นเดิม
“หนึ่ง” มันไม่ขยับเลย
“สอง” ยังเหมือนเดิม
“สาม” สิ้นคำนี้ สาวยายกมือที่มีก้อนหินพอเหมาะอยู่ในมือ เตรียมจะปาเข้าไปหวังเพื่อจะให้ชายคนนั้นออกมา
ชายหนุ่มคนดังกล่าว ค่อยๆขยับออกมาจากพุ่มไม้อย่างช้าๆ และเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ