กู้ชิงเฉิงไม่ได้ใส่ใจเหล่าขันทีและนางกำนัลที่เดินเข้าออกตำหนักแต่กระนั้นนางก็ยังคงระแวดระวัง เพราะในวังหลวงแห่งนี้ ผู้คนล้วนเป็นคนของฮองเฮาซึ่งจะก่อให้เกิดภัยต่อนางได้
ท่านหญิงหลิงหยางสงบเสงี่ยมลงแล้วไม่ได้มาที่ตำหนักคุนหนิงเพื่อสร้างความวุ่นวายดูแลฮองเฮาอีก
“เสด็จแม่คงจะไม่เป็นอะไรแล้วกระมัง?” โม่อวี้เฉินเห็นกู้ชิงเฉิงกำลังจัดเก็บกล่องยาจึงเข้าไปช่วยพลางเอ่ยถามเสียงเบา
กู้ชิงเฉิงพยักหน้า“อันที่จริงไม่เคยเกิดเรื่องใดขึ้นเลยฮองเฮาแค่ใช้ยาแกล้งตายเท่านั้นเพคะ”
โม่อวี้เฉินรู้สึกจนใจนักเสด็จแม่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ช่างไร้ยางอายและต่ำทรามถึงเพียงนี้ทำให้ความรู้สึกที่องค์รัชทายาทมีต่อฮองเฮายิ่งแย่ลงไปอีก
เขามองฮองเฮาที่กำลังทอดกายนอนหลับหมดสติพลางรู้สึกอ่อนล้ายิ่งนัก ในโลกนี้ สองคนที่เขารักและสนิทสนมที่สุดกลับต้องการชีวิตของคนที่เขารักที่สุด เขาเองก็ลังเลเช่นกันทว่าสุดท้ายแล้วก็เลือกที่จะยืนเคียงข้างกู้ชิงเฉิง เพราะกู้ชิงเฉิงคือคนที่เขารักเขาจะไม่ยอมเสียนางไปเด็ดขาด
“ทว่าเมื่อเสด็จแม่ตื่นขึ้นมา อาจจะไม่เป็นผลดีต่อพวกเราเท่าใดนัก” โม่อวี้เฉินมองกู้ชิงเฉิงอย่างลึกซึ้งพยายามมองหาอารมณ์บางอย่างในดวงตาของนาง แต่กลับพบว่ามองอะไรไม่ออกเลยนางดูสงบและนิ่งเฉยราวกับว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญกู้ชิงเฉิงในสภาพเช่นนี้ทำให้คนมองไม่เข้าใจเอาเสียเลย
ขันทีที่เฝ้าหน้าประตูตำหนักก้มหน้าลงเล็กน้อยรูปร่างสูงโปร่งจนค่อนข้างโดดเด่น เขามองฮองเฮาโดยสัญชาตญาณเขาก็รู้สึกว่าหากฮองเฮาฟื้นขึ้นมา ปัญหาจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าตายก็สามารถดึงกู้ชิงเฉิงลงนรกไปด้วยได้และกู้ชิงเฉิงก็จะต้องไม่ยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด
“เจ้าเหนื่อยมานานแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ” โม่อวี้เฉินเห็นกู้ชิงเฉิงไม่ได้มีข้อกังวลใดจึงคลายใจลงบ้าง เขาก็เคยคิดไว้เช่นกันว่ากู้ชิงเฉิงคงไม่ยอมตายง่ายๆแม้นางจะถูกผลักตกสู่ขอบเหว ก็ยังสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้เช่นเดียวกับไฟไหม้ครั้งนั้น ที่ทำให้นางรอดชีวิตมาได้และรุ่งเรืองยิ่งนัก
“ไม่จำเป็น ข้าไม่ได้เหนื่อยอะไร” กู้ชิงเฉิงส่ายหน้า“ข้าต้องรอฮองเฮาตื่นขึ้นมา เพื่อถามบางเรื่อง”
โม่อวี้เฉินอยากแก้ไขให้นางเรียกฮองเฮาว่าเสด็จแม่ทว่าคำพูดมาถึงริมฝีปากแล้วก็ต้องกล้ำกลืนเก็บไว้ยามนี้ความบาดหมางถึงขั้นไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้แล้วจะแสร้งทำเป็นเรียกเสด็จแม่ได้อย่างไร? เขาจึงจำต้องละทิ้งความคิดของตนไป
“ท่านไปดูแลกู้จิ่งเซวียนเถิดข้าเกรงว่ากู้ตงหลิงกับท่านหญิงหลิงหยางจะก่อเรื่องไม่หยุด” กู้ชิงเฉิงหยุดไปครู่หนึ่งเงยหน้ามองโม่อวี้เฉินตรงๆ
นางรู้ว่าฮองเฮากำลังจะฟื้นแล้วเรื่องบางอย่างไม่ควรถามต่อหน้าโม่อวี้เฉินเพราะอย่างไรเสียฮองเฮาก็เป็นมารดาของเขา
โม่อวี้เฉินมองฮองเฮาอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าและจากไปจากที่เขารู้จักกู้ตงหลิงและท่านหญิงหลิงหยาง พวกนางไม่น่าจะยอมแพ้ง่ายๆ เช่นนี้คงต้องมีแผนการซ้อนแผนเป็นแน่ เขาต้องระวังเอาไว้ก่อนเขารีบหันหลังออกจากตำหนักคุนหนิงไปทันที
ส่วนกู้ชิงเฉิงเฝ้าอยู่ข้างเตียงฮองเฮาพลางยิ้มเยาะที่มุมปาก “เสด็จแม่หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์ทรงฟื้นแล้ว”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยันนางมั่นใจในวิชาแพทย์ของตนเป็นที่สุด
“อย่าคิดว่าหากเจ้าช่วยรักษาข้าแล้ว จะพ้นจากข้อสงสัยได้” ฮองเฮาลืมตาขึ้นอย่างที่คาดไว้ พลางเอ่ยเสียงต่ำใบหน้าของนางฉายแววโหดเหี้ยมอำมหิต
ขันทีที่เฝ้าประตูตำหนักชะงักไปครู่หนึ่งพลางมองมาที่นี่ด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
นางคลายฤทธิ์ยาที่ทำให้ทำแกล้งตายได้แล้วฝีมือของกู้ชิงเฉิงไม่ธรรมดาจริงๆ สมกับเป็นหมอเทวดากู้ผู้เลื่องชื่อทำให้เขาได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ยิ่งนัก
“ไม่ต้องห่วงเพคะ หม่อมฉันเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดี” กู้ชิงเฉิงยักไหล่ พลางยิ้มแย้ม “แต่ทว่าเสด็จแม่เองก็คงจะอยู่ไม่เป็นสุขเหมือนกันเพคะ”
ฮองเฮาตวาดใส่กู้ชิงเฉิงอย่างกราดเกรี้ยวแล้วพลิกตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว “นางหญิงชั้นต่ำเจ้าจะต้องไม่ตายดี!”
“เสด็จแม่ประชวรหนัก หากทรงทำเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้คนกังขาฝ่าบาทเป็นคนขี้ระแวงอยู่แล้วไม่ใช่หรือเพคะ?” กู้ชิงเฉิงไม่ได้ใส่ใจโทสะของฮองเฮาเลยแม้แต่น้อยตอนนี้นางไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นอีกต่อไปแล้ว และไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว
เมื่อกู้ชิงเฉิงกล่าวจบสีหน้าของฮองเฮาก็แปรเปลี่ยนไปหลายครา ร่างกายแข็งทื่อ ถึงแม้จะไม่เต็มใจนักก็ยังยอมนอนลงไปอย่างว่าง่าย
นางพลางหรี่ตาลงพลางเอ่ยว่า “ฝ่าบาทรับสั่งให้เจ้ามาช่วยข้าใช่หรือไม่?”
สำหรับฮ่องเต้แล้วฮองเฮาทรงหวาดกลัวอย่างแท้จริง บุรุษผู้นั้นสามารถกระทำได้ทุกสิ่งอย่าง
กู้ชิงเฉิงย่อมไม่พลาดที่จะเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของฮองเฮานี่คือผลลัพธ์ที่นางต้องการ นางรู้ดีว่าฮ่องเต้ผู้นี้เป็นคนชั่วช้าเขาทำเรื่องเลวร้ายมามากมายเมื่อเทียบกับความชั่วร้ายเพียงน้อยนิดที่ร่างเดิมเคยก่อไว้แล้วก็ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับฮ่องเต้ได้เลย
แต่ฮ่องเต้แห่งต้าฉินได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตระกูลไป๋ ยากนักที่ใครจะโค่นล้มได้ดังนั้นนางจึงไม่อยากต่อกรกับฮ่องเต้
ทว่าในยามนี้นางกลับกลายเป็นเสี้ยนหนามในสายตาของฮ่องเต้ไปแล้วด้วยนางได้ช่วยรุ่ยอ๋องไว้อีกทั้งยังเปิดเผยเรื่องที่ฮ่องเต้วางยาพิษรุ่ยอ๋องอีกด้วย
เนื้อเรื่องเดิมของนิยายได้ผิดเพี้ยนไปแล้วนับตั้งแต่ที่นางมายังโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็สับสนอลหม่านไปหมดดังนั้นนางจึงไม่สามารถรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไป
“ใช่เพคะ” กู้ชิงเฉิงกล่าวตอบอย่างไม่แยแสว่า“เสด็จพ่อตรัสว่าวิชาแพทย์ของหม่อมฉันเป็นเลิศในใต้หล้าย่อมสามารถทำให้เสด็จแม่ฟื้นคืนสติได้ ตราบใดที่เสด็จแม่ทรงฟื้นคืนสติทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกระจ่างแจ้ง”
คำกล่าวของนางนั้นผสมผสานทั้งจริงและเท็จทำให้ฮองเฮาไม่อาจแยกแยะได้ ในตอนแรกฟังดูราวกับว่าฮ่องเต้ทรงห่วงใยกู้ชิงเฉิง
แต่ทว่าฮองเฮาหัวเราะเยาะคราหนึ่ง“เจ้าคิดว่าหากเจ้ารักษาข้าหายแล้ว จะสามารถพ้นจากความสงสัยได้หรือ?”
“เพคะ การที่เสด็จแม่ทรงฟื้นคืนสติกับการที่เสด็จแม่สิ้นพระชนม์ย่อมเป็นสองสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ใช่หรือไม่เพคะ?” กู้ชิงเฉิงไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยนางคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
ฮ่องเต้และฮองเฮาต่างไม่ลงรอยกันในยามปกติทว่าในครั้งนี้กลับคิดตรงกัน เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ต่างมุ่งเป้ามาที่นางแต่ก็ไม่เป็นไร มาดูกันว่าใครจะหัวเราะทีหลัง
ขันทีที่ประตูเลิกคิ้วเล็กน้อยเขาเคยได้ยินมาว่าหมอกู้สวมผ้าคลุมหน้ามานานหลายปีไม่เคยเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงให้ใครเห็นทุกคนต่างคาดเดาว่าใบหน้าของหมอกู้นั้นคงจะอัปลักษณ์จนไม่สามารถพบปะผู้คนได้
แต่ถึงแม้จะอยู่ห่างออกไปก็ยังคงเห็นดวงตาคู่นั้นที่ดึงดูดใจผู้คนได้โดยง่ายสตรีที่มีดวงตาอันงดงามเช่นนี้จะอัปลักษณ์ได้อย่างไร?
“ถึงแม้ข้าจะฟื้นขึ้นมา ก็จะทำให้เจ้าตายอย่างไร้ที่กลบฝังอยู่ดีข้าจะขับเจ้าออกจากเชื้อพระวงศ์! เพื่อไม่ให้เจ้าได้ฝังร่างในสุสานหลวง!” ฮองเฮาเอ่ยออกมาอย่างดุดันความหยิ่งยโสของกู้ชิงเฉิงทำให้นางไม่อาจทนได้อีกต่อไปไม่รู้ว่าใครให้ความกล้าหาญแก่นาง!
“แล้วจะอย่างไรเล่าเพคะหลานสาวสุดที่รักของท่านก็ไม่อาจได้อภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาทได้เช่นกันไม่อาจได้เป็นพระชายา” กู้ชิงเฉิงกล่าวแทงใจดำอย่างตรงไปตรงมาว่า“สตรีที่แย่งบุรุษกลางถนน เป็นสตรีที่มัวหมองจะคู่ควรกับการเป็นพระชายาได้หรือเพคะ?” กู้ชิงเฉิงยิ้มเบาๆดวงตาเป็นประกาย
ท่าทางนั้นเกือบทำให้ฮองเฮาคลุ้มคลั่งฮองเฮาที่เพิ่งฟื้นคืนสติไม่สามารถทนต่อการกระตุ้นเช่นนี้ได้อีกต่อไปจึงยกมือขึ้นมาและไอไม่หยุด
นางโกรธจนสั่นสะท้านไปทั้งร่างทำให้ขันทีที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากเขาคิดว่าสตรีตรงหน้าไม่เหมือนหมอกู้ในตำนานเลยแม้แต่น้อย น่าสนใจยิ่งนัก!